10 เรื่องเบื้องหลัง กว่าจะเป็นหนัง Fast & Furious

update :18/4/2017 00:51
views : 3452
ที่มา : ที่มา : Kapook.com ข้อมูลจาก : Digital Spy ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Fast & Furious
Fast & Furious หนังแอ็คชั่นสุดมันส์ที่มาพร้อมกับความเร็ว พาผู้ชมไปซิ่งมาแล้วทั้งหมด 7 ภาค และตอนนี้แฟน ๆ กำลังตื่นเต้นกับการถึงของภาค 8 อย่าง The Fate of the Furious ซึ่งเพื่อเป็นการต้อนรับหนังภาคใหม่ที่เข้าฉายอยู่ตอนนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ Digital Spy มาเป็น 10 เรื่องน่าสนใจจากหนังชุด Fast & Furious ที่คุณอาจไม่เคยทราบมาก่อน มาดูกันว่าเบื้องหลังความสนุกของแต่ละภาค มีเรื่องเด็ด ๆ อะไรซ่อนอยู่บ้าง
10.วิน ดีเซลไม่อยากกลับมาเล่น
วิน ดีเซล ปฏิเสธข้อเสนอจาก Universal Studios เป็นมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะไม่อยากกลับมาเล่นหนังภาค 2 โดยเขาเปิดใจเมื่อปี 2015 ว่าทางสตูดิโอไม่สนใจว่า 2 Fast 2 Furious จะต่อเนื่องจากภาคแรกหรือไม่ พวกเขาแค่เขียนเรื่องออกมาแล้วแปะชื่อ Fast & Furious ทับไปเท่านั้นเอง
9.บทสำหรับภาค 2 Fast 2 Furious
Universal Studios เตรียมบทสำหรับภาค 2 Fast 2 Furious เอาไว้ 2 ชุด ชุดแรกมีบทของ วิน ดีเซล ส่วนอีกชุดสำรองไว้เผื่อ วิน ดีเซล ไม่ยอมกลับมา ซึ่งผลสุดท้าย วิน ดีเซล ก็ไม่กลับมาร่วมแสดงจริง ๆ
8.Tokyo Drift
หนังภาค 3 ที่ชื่อว่า Tokyo Drift ไม่ค่อยประสบความสำเร็จจากการฉายรอบทดลอง ดังนั้น Universal ได้ขอให้ วิน ดีเซล กลับมาร่วมแสดงรับเชิญในช่วงท้าย เพื่อเป็นแม่เหล็กดูดรายได้บน Box Office แต่ถึงอย่างนั้น วิน ดีเซล ยื่นขอเสนอว่าเขาจะกลับมาภายใต้ 1 เงื่อนไขคือ Universal ต้องมอบสิทธิ์สร้างหนัง Riddick ให้กับเขา ซึ่งทางค่ายก็ตอบตกลง ส่วนเขาก็ได้สร้างหนัง Riddick เวอร์ชั่นของตัวเองในปี 2013
7.บท เอ็ดวิน
ผู้กำกับ จอห์น ซิลเกิลตัน (John Singleton) อยากได้แร็พเปอร์หนุ่ม จา รูล (Ja Rule) กลับมารับบท เอ็ดวิน ในหนังภาค 2 แต่เขาขอปฏิเสธเพราะอยากเล่นหนังเรื่องอื่นมากกว่า ซึ่งภายหลังตัวละครดังกล่าวถูกแทนที่โดย เทจ ปาร์คเกอร์ คาแรคเตอร์ใหม่ซึ่งรับบทโดยแร็พเปอร์อีกคนอย่าง ลูดาคริส (Ludacris) ที่ยังมีบทบาทจนถึงทุกวันนี้
6.ซุง กัง
จัสติน ลิน (Justin Lin) คว้าตัวนักแสดงเชื้อสายเกาหลี ซุง กัง (Sung Kang) มาสวมบทเป็น ฮาน ในภาค Tokyo Drift และหลังจากนั้นอีก 3 ภาค อย่างไรก็ตามเขาเคยสวมบทเป็นตัวละครชื่อ ฮาน มาแล้วในหนังเรื่อง Better Luck Tomorrow ซึ่งเป็นหนังของผู้กำกับ จัสติน ลิน เช่นกัน แน่นอนว่าทั้งสองตัวละครไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
5.บท ลุค ฮ็อบส์
ก่อนที่ เดอะร็อค ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) จะสวมบทเป็น ลุค ฮอบส์ อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทราบหรือเปล่าว่าขาบู๊รุ่นใหญ่อย่าง ทอมมี่ ลี โจนส์ (Tommy Lee Jones) เคยตัวเลือกโปรดที่ วิน ดีเซล (Vin Diesel) อยากได้มารับบทนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อแฟน ๆ เรียกร้องมาเยอะว่าอยากเห็นเดอะร็อคร่วมแสดงด้วย บทดังกล่าวจึงตกเป็นของเขา
4.ช่วงท้ายของหนังภาค 6
ช่วงท้ายของหนังภาค 6 ในฉากที่ ฮอบส์ เดินเข้ามาในงานปาร์ตี้ของ ดอม เราได้ยินฮอบส์เล่นมุขเกี่ยวกับหน้าผากของ โรมัน ซึ่งฉากนี้ เดอะร็อค ด้นสดขึ้นมาเอง ซึ่งสิ่งที่ยอดเยี่ยมคือการที่คนถูกแซวอย่าง ไทรีส กิ๊บสัน (Tyrese Gibson) ยังคงเนียนเล่นบทของตัวเองต่อไป ทำให้ฉากนี้ออกมาตลกหน้าตายที่สุด
3.ไบรอัน กับ เล็ตตี้
แม้จะเป็นตัวละครเด่นด้วยกันทั้งคู่ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ไบรอัน กับ เล็ตตี้ ไม่เคยมีบทสนทนากันจนกระทั่งถึงภาค 6
2.พอล วอล์คเกอร์
พอล วอล์คเกอร์ (Paul Walker) ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับบท ไบรอัน โอ คอนเนอร์ เพราะก่อนหน้านั้นมีนักแสดงหลายคนที่ถูกพิจารณา เช่น เอมิเน็ม (Eminem), คริสเตียน เบล (Christian Bale) รวมถึง มาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg)
1.พอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิต
หลังจาก พอล วอล์คเกอร์ เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทีมงานต้องแก้ปัญหาให้ได้ว่าจะนำเขากลับมาเล่นหนังภาค 7 ต่อให้จบได้อย่างไร ซึ่งคำตอบคือการนำใบหน้าและเสียงจากภาคก่อนของพอล มาผสานกับการสร้างภาพด้วยวิชวลเอฟเฟกต์ จากนั้นจึงนำใบหน้าที่ได้ไปใส่บนร่างกายของน้องชายแท้ ๆ อย่าง โคดี้ วอล์คกอร์ (Coby Walker) และเคเลบ วอล์คเกอร์ (Caleb Walker) ที่ขอรับหน้าที่สแตนอินแทนพี่ชายนั่นเอง

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น