10 เทรนด์การออกกำลังที่น่าจับตามองในปี 2017

update :5/12/2016 23:13
views : 1403
ที่มา : ที่มา : Kapook.com ข้อมูลจาก : American College of Sports Medicine
อีกไม่นานเราก็จะย่างก้าวเข้าสู่ปี 2017 แล้ว ช่วงนี้หลาย ๆ คนจึงได้จะได้เห็นข่าวคราวเกี่ยวกับเทรนด์ต่าง ๆ ในปีหน้าออกมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผู้ชาย ทรงผมชายเท่ ๆ และสีผมที่น่าทำ รวมไปถึงเทรนด์การออกกำลังด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็มีผลการสำรวจจากการตอบแบบสอบถามจากคนรักสุขภาพที่จัดทำโดย American College of Sports Medicine ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายจากทั่วโลก ว่าปี 2017 จะมีเทรนด์ไหนได้รับความนิยมบ้าง ว่าแล้วเราลองไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าครับ
10.ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก
การฟิตหุ่นเพื่อเป้าหมายในการลดน้ำหนัก เป็นวิธีที่ไม่ได้เน้นการออกกำลังกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงการจำกัดปริมาณแคลอรีโดยการควบคุมอาหารด้วย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนจริงจัง
9.เทรนเนอร์ส่วนตัว
เทรนเนอร์ส่วนตัว เป็นอาชีพที่ติดเทรนด์ยอดฮิตท็อป 10 มาตั้งแต่ทำการสำรวจครั้งแรกในปี 2006 แล้ว เนื่องจากเป็นอาชีพที่ผู้ใช้บริการฟิตเนสหลายคนต้องการให้มาช่วยดูแลเรื่องการออกกำลัง ให้คำแนะนำในเรื่องของอาหารการกินที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาคุณสมบัติของเทรนเนอร์ตามข้อ 4 ด้วย
8.โยคะ
ถือเป็นวิธีบริหารร่างกายที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว แต่ก็เพิ่งจะมาบูมสุด ๆ ในระยะไม่กี่ปีมานี้ และแม้การทำโยคะจะมีลักษณะการเคลื่อนไหวร่างกายที่ค่อนข้างช้า แต่ข้อดีคือเพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายและช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดีมาก ๆ อีกวิธีหนึ่ง จึงทำให้โยคะเป็นเทรนด์ออกกำลังกายที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องไปอีกปี
7.โครงการ Exercise is Medicine
Exercise is Medicine เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้เป็นยารักษาและป้องกันปัญหาโรคไม่ติดต่อ โดยการให้แพทย์ออกแบบใบสั่งยาที่ระบุคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายแทนการใช้ยา ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพโดยรวมที่ดีแล้ว ยังช่วยลดค่ายารักษาโรคที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย โดยโครงการนี้มีในประเทศไทยแล้ว ซึ่งดำเนินงานในชื่อของ Exercise is Medicine Thailand
6.การออกกำลังแบบกลุ่ม
เนื่องจากการออกกำลังกายแบบกลุ่ม เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการฝึกให้กับกลุ่มคนที่มีระดับความพร้อมของร่างกายที่แตกต่างกันออกไป จึงช่วยให้ผู้ฝึกในกลุ่มบรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ให้สำเร็จได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีคลาสให้เลือกหลากหลายและทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ด้วย
5.การออกกำลังแบบเน้นฝึกกล้ามเนื้อ
การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหรือที่เรียกว่า Strength Training เป็นวิธีฝึกกล้ามเนื้อยอดฮิตในหมู่คนรักการออกกำลังทั้งเพศชายและเพศหญิง วัยรุ่นและผู้สูงอายุ เพราะไม่เพียงแค่ทำให้กล้ามเนื้อฟิต แอนด์ เฟิร์มเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขข้อ หรืออาการปวดหลังด้วย
4.เทรนเนอร์ฟิตเนสมืออาชีพ
เนื่องจากมีผู้ใช้บริการฟิตเนสมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ส่งผลให้ความต้องการเทรนเนอร์มีมากขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้เป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมและมีการแข่งขันสูง ทว่าบรรดาเทรนเนอร์จำเป็นต้องผ่านหลักสูตรการฝึกสอนและมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ รวมถึงมีประสบการณ์ในการเทรนคนมากพอด้วย จึงจะกลายเป็นตัวเลือกผู้ที่สนใจการออกกำลังเลือกใช้บริการ
3.โปรแกรมออกกำลังแบบ HIIT
แม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังหลายรายออกมาเตือนว่าการออกกำลังด้วยวิธี HIIT นั้นเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย เพราะเป็นวิธีฝึกที่เน้นความรวดเร็วภายในเวลาที่จำกัดและใช้เวลาพักไม่นาน ทว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนไม่น้อยที่ระบุว่าพวกเขาจะออกกำลังด้วยวิธีข้างต้นเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะมองหาวิธีฝึกแบบอื่นแทน แต่ถึงอย่างนั้น HIIT ก็เป็นโปรแกรมออกกำลังที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอยู่ดี
2.วิธีออกกำลังแบบบอดี้เวท
สาเหตุที่ทำให้การออกกำลังกายแบบบอดี้เวทมีแนวโน้มที่จะเป็นเทรนด์ยอดฮิตในปี 2017 เนื่องจากเป็นวิธีออกกำลังที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริม แต่ก็ช่วยฟิตร่างกายได้ ทำได้เองที่บ้าน ซึ่งท่าออกกำลังจะเน้นใช้น้ำหนักตัวของผู้ฝึกเป็นหลัก โดยให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างเห็นได้ชัดในแง่ของการลดน้ำหนัก แม้จะเป็นวิธีออกกำลังกายที่มีมานานแล้ว แต่เพิ่งได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะเดิมทีคนส่วนใหญ่คิดว่าการฝึกบอดี้เวทมีเพียงไม่กี่ท่าเท่านั้น
1.เทคโนโลยีแบบสวมใส่
สำหรับเทคโนโลยีแบบสวมใส่ เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้วเลยก็ว่าได้ เพราะมีประโยชน์ต่อคนชอบออกกำลังมาก โดยมาในรูปแบบที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายรัดข้อมือ สมาร์ทวอทช์ และแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาพร้อมฟีเจอร์ติดตามผลการออกกำลัง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้ แถมบรรดาผู้ผลิตทั้งหลายก็แข่งขันกันพัฒนาอุปกรณ์ของตัวเองให้ล้ำสมัยขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเทคโนโลยีแบบสวมใส่ถึงมาแรงเป็นอันดับ 1

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น