10 เมืองสุดโรแมนติก คริสต์มาสนี้ต้องไปโดน!

update :28/11/2016 01:14
views : 1659
ที่มา : ที่มา : Mthai.com ขอบคุณข้อมูล : tourkrub.co
กล้เข้ามาแล้วกับเวลาแห่งความสุข ไปร่วมจิงเกอเบล ณ เดสติเนชั่นสุดฮิตแห่งเทศกาลคริสต์มาส ที่หิมะกำลังโปรยปรายมาพร้อมคุณลุงซานต้าใจดี “หนาวนี้มีแพลนจะพาคนพิเศษไปเที่ยวกันรึยัง” ซึ่งทาง TourKrub.co (ทัวร์ครับ) ได้รวบรวม 10 เมืองสุดโรแมนติก คริสต์มาสนี้ต้องไปโดน! ณ เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสที่ดีที่สุดในโลก มาฝากกัน รับรองว่าคริสต์มาสปีนี้จะประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว
10.เมืองเรคาวิก ประเทศไอซ์แลนด์
จะมีการจำลองเมืองทั้งเมืองให้เป็นเมืองเทพนิยาย และมีหมู่บ้านคริสต์มาส ซึ่งจะเปิดเฉพาะช่วงวันเสาร์อาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังมีการก่อกองไฟและจุดดอกไม้ไฟในช่วงปีใหม่ไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม
9.Quebec ประเทศแคนาดา
อีกหนึ่งเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีบรรยากาศคริสต์มาสกันอย่างเกินร้อย เดินลุยหิมะในถนนเล็กๆ ตามผังเมืองแบบยุโรปเก่าที่สร้างกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 คริสต์มาสในควิเบกได้รับอิทธิพลมาจากชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในเมืองกว่าครึ่ง ถือเป็นลิตเติ้ลยุโรปในแถบอเมริกาเหนือเลยก็ว่าได้

ในช่วงเวลานี้นอกจากจะได้ชมการประดับตกแต่งเมืองกันอย่างสวยงาม คุณก็ยังจะได้ชิมลิ้มลองขนมต่างๆ อาหารและเครื่องดื่มประจำเทศกาลสไตล์ยุโรปเก่า รับประกันได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และเป็นเมืองที่ดีที่สุดเมืองหนึ่งในการไปร้องเพลงคริสต์มาสกลางถนนกับฝูงชนและจิบโกโก้ร้อนข้างเตาผิงแน่นอน
8.Nuremberg ประเทศเยอรมัน
เมืองต้นตำรับแห่งขนมผิง เครื่องประดับงานฝีมือชั้นดีของเทศกาล ตลาดคริสต์มาสและเมืองแห่งเทศกาลคริสต์มาสของเยอรมัน ซึ่งในปีนี้ตลาดจะเปิดตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ไปจนถึง 24 ธันวาคม ให้นักช้อปปิ้งได้เลือกซื้อสินค้าประจำเทศกาลกันจนวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว

ที่สำคัญตลาดคริสต์มาสที่มีร้านค้าเกือบสองร้อยร้านแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่สินค้าประดับต้นคริสต์มาสและของชำร่วยทั่วไป แต่จะเป็นของชำร่วยประจำเทศกาลนี้เท่านั้น และยังมีร้านขนมและร้านอาหารประจำเทศกาลที่หนึ่งปีจะได้ชิมแค่ครั้งเดียว ที่สำคัญที่สุดสินค้าทุกชิ้นที่ขายล้วนแล้วแต่เป็นงานฝีมือและงานศิลปะชั้นดี
7.London ประเทศอังกฤษ
เป็นเมืองที่สามารถพบซานตาคลอสได้ตามสถานที่ต่างๆ แต่ที่การฉลองคริสต์มาสในลอนดอนจะสั้นกว่าที่อื่นๆ โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 24 ธันวาคม หรือวันคริสต์มาสอีฟ แต่เราก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศด้วยชมเมืองในตอนกลางคืนที่ยังคงมีการประดับไฟอย่างสวยงามให้เห็นกันอยู่
6.Lapland ประเทศฟินแลนด์
ดินแดนมหัศจรรย์ที่เชื่อกันว่าเป็นบ้านของคุณลุงซานตาใจดีและชาวเอลฟ์ ผู้ผลิตของขวัญ ฉลองคริสต์มาสกันให้ได้บรรยากาศเต็มๆ ก็ต้องไปให้ถึงถิ่นของเทศกาลคริสต์มาส

พลาดไม่ได้กับการไปเยือนหมู่บ้านซานตาครอส (Santa Clause Village) หมู่บ้านน่ารักๆ ที่คุณจะได้พูดคุยกับซานตาคลอส ชิมขนมและอาหารประจำเทศกาลแห่งความสุข รวมไปถึงซื้อของฝากที่ระลึกประจำเทศกาลติดไม้ติดมือกลับบ้าน
5. Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์
รู้กันไหมว่าเมืองแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของเซนต์นิโคลัส หรือซานตาคลอส โดยในทุกปีจะมีพาเหรดซานตาคลอสเพื่อระลึกถึงนักบุญขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลกท่านนี้

นอกจากนั้นก็จะได้ชมไฟประดับเมืองยุโรปโบราณอันสวยงาม เทศกาลไฟประดับ (Light Festival) ที่จะจัดขึ้น ณ สะพานหลักของเมือง ที่จะมีทั้งการประดับไฟเทศกาลและการแสดงผลงานศิลปะด้านการจัดไฟ รวมไปถึงการประกวดศิลปะการจัดไฟให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างเพลินตา
4.นิวยอร์ก (New york) ประเทศสหรัฐอเมริกา
ฉลองคริสต์มาสในเมืองหลวงของโลก ในช่วงเวลานี้ของปี มหานครนิวยอร์กจะเต็มไปด้วยการประดับตกแต่งด้วยสีเขียวสีแดงตัวแทนแห่งเทศกาลคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาและการประดับอาคารสวยงามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลแห่งปีที่รอกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ และพิกัดสำคัญที่ต้องไปเยือนก็คือเขตแมนฮัตตัน ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเมืองในช่วงคริสต์มาสนี้
3.แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมัน
ตลาดคริสต์มาสแห่งนครแฟรงก์เฟิร์ต เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุด (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1393) และมีรูปแบบเฉพาะที่สวยงามที่สุด ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าสามล้านคนจากทั่วโลกในทุกปี มี 200 ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดและสิ่งของเกี่ยวกับคริสต์มาสมากมาย

นอกจากนี้จะได้พบกับโปรแกรมการแสดงมากมาย อาทิเช่น คอนเสิร์ตคริสต์มาส การแสดงดนตรีเครื่องดีดสีตีเป่าพื้นเมือง รอบบริเวณต้นคริสต์มาสสูง 30 เมตร ซึ่งตั้งอยู่หน้าศาลากลางเรอเมอร์
2.กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
จะมีการจัดเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงวันคริสต์มาส โดยจุดเด่นอยู่ที่ตลาดสินค้าคริสต์มาส ซึ่งมีมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว โดยมีอาหารจำหน่ายมากมาย เช่น ขนมปังขิง วาฟเฟิล ไส้กรอกย่าง และไวน์

ในช่วงเวลาคริสมาสต่างก็มีกิจกรรมมากมาย เหมาะกับคู่รักที่ชวนกันเดินเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศตึกรางบ้านช่องที่สุดแสนจะโรแมนติก ที่เข้ากับบรรยากาศเทศกาลช่วงคริสต์มาสเป็นอย่างมาก
1.โตเกียว (Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น
ในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้คู่รักต่างๆ จะจูงมือกันไปชมทะเลดวงดาวจากไฟประดับนับล้านดวงกันที่สวนแห่งดวงดาว (Starlight Garden) หนุ่มสาวคู่รักจะมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเทศกาลคริสต์มาสนี้เป็นประหนึ่งวาเลนไทน์ปลายปีในฤดูที่โรแมนติกที่สุด

แลนด์มาร์คสำคัญๆ ที่พลาดไม่ได้สำหรับการไปสัมผัสบรรยากาศ ชมการประดับตกแต่ง รวมไปถึงการช้อปปิ้งแห่งเทศกาลคริสต์มาส คือ รอปปองงิ ฮิลล์ (Roppongi Hill), โตเกียว มิดทาวน์ (Tokyo Midtown), กินซ่า (Ginza), ชินจูกุ (Shinjuku), มารุโนชิ (Marunochi) และยูระคาโช (Yurakacho)

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น