10 วิธีรักษาอาการอกหักอ่อนไหวได้แต่อย่าอ่อนแอ

update :1/11/2016 23:03
views : 1307
ที่มา : ที่มา : kapook.com
"อกหัก" อาการที่ไม่ได้เจ็บบริเวณหัวใจ แต่กลับปวดที่ความรู้สึก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนสถานะของคนรู้ใจมาเป็นคนรู้จัก และไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา แถมความรุนแรงของอาการก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตามทฤษฎีที่ว่ายิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บมาก -_- และสำหรับคนที่อยู่ในห้วงเวลา "อกหัก" แต่ยังหาทางออกไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นลองมาดูกันดีกว่าว่า 10 วิธีรักษาอาการอกช้ำ ๆ มีอะไรบ้าง
10.รักษาด้วยการบำบัด
ไม่ได้หมายความว่าให้พบจิตแพทย์นะจ๊ะ แต่หมายถึงการผ่อนคลายอารมณ์ พาตัวเองไปเข้าสปา นวดตัวให้สบาย หรือจะทรีตเมนต์บำรุงผมก็ได้ไม่ว่ากัน นาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าตัวคุณเองอีกแล้ว เอาเวลาที่เคยมีให้เขากลับมาดูแลตัวเอง ก้าวออกจากชีวิตเดิม ๆ ดีกว่า
9.มองหาความสัมพันธ์ครั้งใหม่
มันไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไปหรอก เพียงแต่คุณก็ควรให้ความยุติธรรมกับหนุ่มคนใหม่ของคุณด้วย ควรบอกสถานการณ์ของตัวคุณให้เขารับรู้ดีกว่า เพราะจากเพื่อนคุยเล่น ๆ อาจจะกลายมาเป็นตัวจริงของคุณก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ก็คิดเสียว่าอย่างน้อยคุณก็ได้เพื่อนดี ๆ ในชีวิตคุณเพิ่มมาอีกหนึ่งคนนะ
8.ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้
จัดตารางให้แน่น อย่าให้มีเวลาว่างมานั่งคิดฟุ้งซ่าน เสียเวลาเปล่า ๆ ออกไปหาสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเองดีกว่า ไม่ว่าจะฝึกปีนเขา เรียนภาษา หาคอร์สทำอาหาร ฯลฯ ก็ทำมันไปให้หมด สุดท้ายคุณอาจจะได้เจอกับงานอดิเรกใหม่ของตัวคุณเองก็ได้
7.หลีกเลี่ยงเจอเพื่อนของเขา
เป็นอีกทางหนึ่งที่ตัดเขาออกไปจากชีวิตคุณ คุณคงทำใจได้ยากหากคุณยังรับรู้เรื่องของเขาตลอดเวลา และอาจจะรู้มากกว่าตอนเป็นแฟนกันเสียอีก แล้วถ้ารู้ว่าเขามีใครอีกคนละก็ รับรองว่าน้ำตาของคุณได้ไหลออกมาอีกแน่ ๆ ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการเจอเพื่อนของเขาดีกว่า ถ้าคนคนนั้นเป็นทั้งเพื่อนเขาและเพื่อนคุณก็ลองทิ้งระยะห่างสักพักจะดีกว่า ให้อะไร ๆ มันดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยกลับไปคุยกันใหม่ก็ยังไม่สาย
6.ออกไปสังสรรค์
หลังจากที่โลกใบนี้มีแค่เราสองคน ก็กลับกลายเป็นโลกสีหม่นของคุณคนเดียว แต่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าว่ายังมีเพื่อนซี้ที่อยู่ข้างคุณอยู่นะ ชวนกันออกไปปาร์ตี้สิ ออกสเต็ปกันให้สุดเหวี่ยง แล้วเอาความเศร้าโยนทิ้งใส่ถังขยะไปเลย
5.ออกกำลังกาย
คงเป็นสิ่งที่เพื่อนคุณเห็นด้วยมากที่สุด เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงแล้ว ยังทำให้จิตใจแจ่มใสอีกด้วย ไม่แน่นะคุณอาจจะพบกับเพื่อนใหม่ ๆ ที่ชอบออกกำลังกายเหมือนกันก็ได้
4.ทำตัวเองให้ดูดีเข้าไว้
คงไม่มีใครสนใจคนที่ไม่ดูแลตัวเองหรอกนะคะ เพราะขนาดคุณยังไม่ดูแลตัวเองเลย เดินออกมาจากที่นอนแล้วเปลี่ยนตัวเองซะ เรียกความสดใสและความมั่นใจของเรากลับคืนมา ลองตัดผมทรงใหม่ ใส่เสื้อผ้าสไตล์ใหม่ ๆ ดูบ้าง บางทีคุณอาจจะพบอีกด้านของตัวคุณก็ได้
3.คิดถึงข้อเสียของเขา
สาเหตุที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนตัดใจไม่ได้สักที เพราะมีแต่เรื่องเก่า ๆ มองไปทางไหนก็มีแต่ความทรงจำดี ๆ เต็มไปหมด วิธีแก้คือนึกถึงข้อเสียหรือสิ่งแย่ ๆ ของเขาให้มากที่สุด อะไรที่เขาทำให้เราเสียใจ เสียความรู้สึกมากที่สุด แล้วสักพักอาการช้ำรักก็จะหายไปเอง
2.ร้องไห้ให้พอ
กำหนดเวลาเอาไว้ว่าให้เวลาตัวเองร้องไห้สักเท่าไร สามวัน หนึ่งสัปดาห์ หรือหนึ่งเดือน แล้วร้องไห้เสียใจฟูมฟายมันให้เต็มที่ ปลดปล่อยความเศร้า ความอ่อนแอออกมาให้หมด จากนั้นเมื่อครบกำหนดก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แล้วคิดเสมอว่าจะเสียเวลาร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเราทำไม เก็บใจไว้ให้คนที่รักเราจริง ๆ ดีกว่า
1.ตัดทุกการสื่อสาร
ไม่ว่าเป็นโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ตัดออกให้หมด รู้ว่าเป็นเรื่องที่ทำยากที่สุด แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคุณเช่นกัน ลองถามตัวเองว่าคุณจะทำใจได้หรือเปล่า หากเปิดไปเจอรูปเขากำลังมีความสุข แต่ตัวคุณกลับนั่งจมอยู่กับกองน้ำตา ทำไมไม่กลับมาเป็นคนเดิม คนที่ยิ้มร่าเริงแจ่มใสให้กับทุกเรื่อง และอย่าลืมว่าก่อนจะเจอเขาคุณก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ ในวันนี้ที่เขาจากไปทำไมจะกลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้งไม่ได้ล่ะ (จริงไหม)

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น