10 อันดับกษัตริย์ทั่วโลก ที่ครองราชย์ขณะมีพระชนมพรรษาน้อยที่สุด

update :28/10/2016 00:56
views : 2967
ที่มา : ที่มา : kapook.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก The Richest
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ของประเทศไทย เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อเจริญพระชนมพรรษาแค่ 19 พรรษา หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงแบกรับพระราชภาระอันยิ่งใหญ่มาตลอด 70 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก และแม้ขณะนั้น พระองค์จะทรงเจริญพระชนมพรรษาไม่มาก แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถที่มากมายล้นพ้นที่ทรงทำเพื่อแผ่นดินและประชาชน ทำให้ทั่วโลกต่างยกย่องและสรรเสริญ

ทั้งนี้ ทั่วโลกยังมีพระมหากษัตริย์อีกหลายพระองค์เช่นกัน ที่เสด็จขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และทรงมีพระอัจฉริยภาพ จนสามารถปกครองแผ่นดินในฐานะประมุขของประเทศได้อย่างสมพระเกียรติ โดยเว็บไซต์ The Richest ได้เผย 10 อันดับยุวกษัตริย์ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระชนมพรรษาน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มาให้ได้ชมกันดังนี้
10.พระเจ้ามูราดที่ 4 แห่งจักรวรรดิออตโตมัน
ประสูติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1612 เมื่อปี ค.ศ. 1618 พระเจ้าอาห์เมด พระราชบิดาของพระองค์เสด็จสวรรคต พระเจ้ามุสตาฟาพระปิตุลา ทรงขึ้นครองราชย์แทน แต่ก็ทรงอยู่ได้ไม่นาน พระเจ้ามูราดที่ 4 จึงต้องขึ้นครองราชย์ขณะเจริญพระชนมพรรษาแค่ 11 พรรษา พระมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน จนพระองค์เจริญพระชนมพรรษาครบ 20 พรรษา ทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างสมบูรณ์ ในรัชสมัยของพระเจ้ามูราดที่ 4 ทรงสั่งห้ามยาสูบและแอลกอฮอล์ ประกาศปิดร้านกาแฟและไวน์ หากใครฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษทางกฎหมาย ทรงครองราชย์นาน 37 ปี
9.ฟาโรห์ตุตันคาเมน
ฟาโรห์องค์ที่ 11 ในราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณ ทรงเป็นพระราชโอรสของอาเคนาเตน และพระราชนัดดาของกษัตริย์อเมนโฮเทป ที่ 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์ ทรงขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 9 พรรษา แต่ทรงครองราชย์เพียงไม่นานแค่ 10 ปี ช่วงเวลานั้น พระองค์ทรงริเริ่มฟื้นฟูรูปแบบการบูชาเทพเจ้าหลายพระองค์มากขึ้น ก่อนสวรรคตเมื่อพระชนมพรรษาได้ 19 พรรษา
8.สมเด็จพระราชินีนาถคริสติน่าแห่งสวีเดน
ประสูติในปี ค.ศ. 1626 ในพระราชวังสตอกโฮล์ม ทรงขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 6 พรรษา หลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟ อดอล์ฟที่ 2 พระราชบิดาเสด็จสวรรคต รอจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1644 พระราชินีคริสติน่าถึงได้อำนาจการปกครองทั้งหมด ทรงลงพระนามในสนธิสัญญาสงบศึกกับเยอรมันในปี ค.ศ. 1648 และทรงออกมาตรการป้องกันสงครามการเมืองในประเทศ อย่างไรก็ดี ด้วยความเครียดและกดดัน ทำให้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยสละราชสมบัติในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1654 ให้กับพระราชภาดา พระเจ้าชาร์ลที่ 10 กุสตาฟ
7.สมเด็จพระจักรพรรดิซุ่นจื้อ แห่งจักรพรรดิจีน
ทรงขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมพรรษา 5 พรรษา ในปี ค.ศ. 1643 หลังการสวรรคตของจักรพรรดิหวงไถจี๋ พระราชบิดา แต่ขณะนั้นพระปิตุลาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน กระทั่งในปี ค.ศ. 1650 พระปิตุลาสิ้นพระชนม์ พระองค์จึงได้พระราชอำนาจอย่างสมบูรณ์ ขณะนั้นมีพระชนมพรรษา 12 พรรษา ทรงเป็นปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์ชิง หลังราชวงศ์หมิงถึงกาลสิ้นสุดอย่างแท้จริง ทรงครองแผ่นดินอยู่ได้เพียง 11 ปี ก่อนเสด็จสวรรคต
6.สมเด็จพระเจ้าโอมูกามาโอโย อึนยิมบา กาบามบา อิกูรู รูกิดีที่ 4
ประสูติเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1992 หลังจากนั้น 3 ปี พระองค์ก็ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรโตโรในประเทศยูกันดา ในปี ค.ศ. 2003 พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านการจัดการธุรกิจ จากนั้นได้ทรงช่วยรัฐบาลยูกันดาปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านมนุษยธรรม เพื่อปรับปรุงสุขภาพและการศึกษาของประชาชน
5.สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ แห่งจักรวรรดิจีน
ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมพรรษาเพียง 2 พรรษา หลังพระปิตุลาสิ้นพระชนม์ และสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1924 นับเป็นฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิงก่อนที่จีนจะเปลี่ยนระบอบการปกครอง จากนั้นได้หนีความวุ่นวายทางการเมืองไปอยู่ในเมืองเทียนจิน ซึ่งในขณะนั้นเป็นเขตปกครองของญี่ปุ่น ทรงเป็นผู้ครองรัฐที่เป็นหุ่นเชิดของจักรวรรดิญี่ปุ่น จนพระองค์ถูกจับโดยกองทัพรัสเซีย ถูกคุมขังอยู่ 5 ปี ก่อนจะกลับจีนเพื่อมารับโทษ ใช้ชีวิตอยู่หลายสิบปีในฐานะนักโทษเป็นคนทำสวนกระทั่งปี ค.ศ. 1959 แต่ได้รับการอภัยโทษจาก เหมา เจ๋อตุง ออกไปอยู่ร้านซ่อมเครื่องจักรกล ก่อนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไตในวัย 61 ปี
4.สมเด็จพระราชาธิบดีซอบูซาที่ 2 แห่งสวาซิแลนด์
ประสูติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1899 เสด็จขึ้นครองราชย์ในปีเดียวกัน หลังจากพระราชบิดาเสด็จสวรรคต โดยให้พระราชมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน จนเมื่อพระชนมพรรษา 22 พรรษา จึงได้รับพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญกับรัฐสภา กระทั่งสวาซิแลนด์ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ ทรงปกครองประเทศด้วยระบอบกษัตริย์มีอำนาจเพียงผู้เดียว ก่อนจะเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1982 รวมครองราชย์นานถึง 82 ปี
3.สมเด็จพระราชินีนาถแมรี แห่งสกอตแลนด์
ประสูติเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1542 เสด็จขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมพรรษาได้เพียง 6 วัน จากนั้นทรงอภิเษกสมรสกับพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 2 แห่งฝรั่งเศส และประทับร่วมพระราชบัลลังก์กัน หลังจากนั้น 2 ปี พระเจ้าฟรองซัวส์ก็เสด็จสวรรคต ทำให้สมเด็จพระราชินีแมรีเป็นหม้ายในพระชนมพรรษาเพียง 18 พรรรษา ก่อนจะเสด็จกลับสกอตแลนด์ จากนั้นถูกจับกุมและสำเร็จโทษโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ เป็นเวลา 19 ปี ก่อนจะสวรรคตขณะเจริญพระชนมพรรษาได้ 44 พรรษา
2.สมเด็จพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปน
พระองค์เป็นกษัตริย์ทันทีตั้งแต่ตอนประสูติ หลังจากพระเจ้าอัลฟอนโซที่ 12 พระราชบิดาเสด็จสวรรคต ก่อนจะได้พระราชอำนาจอย่างสมบูรณ์เมื่อมีพระชนมพรรษา 16 พรรษา พระองค์ทรงไม่ค่อยสนพระราชหฤทัยเรื่องการเมือง อันทำให้บ้านเมืองขาดเสถียรภาพ และแพ้สงครามกลางเมืองเมื่อปี ค.ศ. 1921 หลังจากนั้น 2 ปี พระองค์ก็ถูกรัฐประหารโดย นายพล มิเกล พริโม เด ริเวรา จนสิ้นพระราชอำนาจ
1.พระเจ้าซาปูร์มหาราช หรือ พระเจ้าซาปูร์ที่ 2
ทรงเป็นราชาองค์ที่ 10 ในราชวงศ์แสสซานิดแห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย ได้รับพระราชอำนาจเป็นกษัตริย์ตั้งแต่ยังไม่ประสูติ หลังจากพระเจ้าซาปูร์ที่ 1 เสด็จสวรรคต กระทั่งในปี ค.ศ. 325 ทรงบรมราชาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างสมบูรณ์ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ถือเป็นยุคทอง เนื่องจากทรงขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางและบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 70 ปี

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น