10 วิธีออกกำลังกายสลายโรคซึมเศร้า

update :2/9/2016 00:49
views : 2363
ที่มา : ที่มา : kapook.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก Health, everydayhealth, adaa
โรคซึมเศร้าไม่ได้เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองและสิ่งรอบข้างเท่านั้น แต่ยังอาจผลักดันให้เราเกิดอารมณ์ชั่ววูบขึ้นมาได้ และส่วนมากก็มักจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบในทางที่ไม่ดีด้วยนี่สิคะ ฉะนั้นก่อนที่โรคซึมเศร้าจะทำร้ายเราไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ลองมาออกกำลังกายสลายโรคนี้กันหน่อยเป็นไง ในหัวข้อ 10 วิธีออกกำลังกายสลายโรคซึมเศร้า
10.เต้นคาร์ดิโอ
ยังคงวนอยู่กับการเต้นออกกำลังกายค่ะ เพราะนอกจากคาร์ดิโอ แดนซ์จะช่วยเบิร์นไขมันแล้ว ยังสามารถคลายความตึงเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ด้วยนะคะ คิดดูสิว่าถ้าเจอเพลงเร้าใจเข้าไป แถมยังได้โยกย้ายสะบัดร่างกายไล่ไขมันไปพร้อม ๆ กันด้วย แบบนี้ไม่รู้สึกดีไม่ได้แล้วล่ะ เหมือนอย่างนี้ไง
9.เต้นซุมบ้า
ความเครียดที่มีอยู่จะถูกสะบัดออกไปด้วยการเต้นซุมบ้า เพราะไม่เพียงแค่เสียงเพลงมัน ๆ เท่านั้นที่จะกระตุ้นความบันเทิงให้เรา แต่การได้โยกย้ายส่ายสะโพกให้เข้ากับจังหวะเพลงจะกระตุ้นการหลั่งเอ็นดอร์ฟินในร่างกาย และช่วยหันเหความสนใจของคุณให้โฟกัสไปที่จังหวะเพลงและการเต้นเท่านั้น เรื่องเครียดและความกังวลใด ๆ ลืมไปให้หมด และพอความเครียดลดลง ความสุขก็จะเข้ามาแทนที่ สภาพจิตใจก็จะพลอยดีขึ้นไปด้วย มามะ มาเต้นกันเถอะ !
8.ปั่นจักรยาน
นักปั่นจักรยานทั้งหลายต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกครั้งที่ปั่นจักรยานจะรู้สึกได้ถึงความรู้สึกผ่อนคลาย บวกกับลมเย็น ๆ ที่ปะทะใบหน้าเบา ๆ ยังช่วยให้รู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง โดยเฉพาะถ้าเราปั่นจักรยานชมทัศนียภาพรอบตัวอย่างช้า ๆ นี่ล่ะความสุขที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
7.เดินป่า
ถ้ามีโอกาสลองไปเดินป่าออกกำลังกายและผ่อนคลายความเครียดกันบ้างก็ดีค่ะ เพราะนักวิจัยญี่ปุ่นเผยว่า ธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ เสียงน้ำ หรือความชุ่มชื้นบนผืนดิน สิ่งเหล่านี้จะมอบความรู้สึกผ่อนคลายให้กับร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังช่วยเยียวยาความรู้สึกแย่ ๆ ที่เราแบกไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผลการศึกษาล่าสุดยังแนะนำให้ผู้สูงอายุออกไปเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาตินาน 50 นาที ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมชาติช่วยลดความรู้สึกวิตกกังวลใจในผู้สูงอายุ และอาจจะช่วยให้ความสามารถในการจดจดของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
6.กระโดด
การกระโดดเป็นวิธีเพิ่มออกซิเจนให้สมองได้ภายในไม่กี่นาที อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายดายมาก ๆ แต่หากใครมีปัญหาข้อเข่าหรือกระดูก แนะนำให้งอเข่าแล้วเด้งตัวขึ้นกลางอากาศเบา ๆ เท่านี้ก็ได้ความสนุกกับชีวิตมากขึ้นแล้ว !
5.ออกกำลังกายสร้างกล้าม
ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งเผยข้อมูลมาว่า 45 ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เข้าคอร์สออกกำลังกายสร้างกล้ามเป็นเวลา 10 สัปดาห์ ล้วนแล้วแต่มีอาการของโรคซึมเศร้าลดน้อยลง อีกทั้งการออกกำลังกายสร้างกล้ามยังช่วยให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นอีกนานัปการ ซึ่งก็อธิบายได้ว่า การเล่นกล้ามในแต่ละครั้งจะทำให้ผู้ป่วยมีสมาธิมากขึ้น ใจจดจ่ออยู่กับการเวทมากกว่าเรื่องอื่น ๆ ส่งผลให้ความรู้สึกแย่ ๆ ที่มีอยู่หายไปจากชีวิตชั่วขณะหนึ่ง ที่สำคัญเมื่อสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ความสุขก็ย่อมมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน
4.รำไท่เก๊ก
ศาสตร์ของการออกกำลังกายแบบชาวจีนที่เน้นการฝึกลมปราณและสมาธิไปพร้อม ๆ กัน ถือเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องออกแรงมากแต่ได้ผลทั้งกับทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะในเรื่องการปรับสมดุลภายในร่างกาย ลดความเครียด คลายความวิตกกังวล ยืนยันได้จากผลการวิจัยใน 14 ผู้สูงอายุชาวจีนที่ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งได้ฝึกรำไท่เก๊กติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน และพบว่า อาการโรคซึมเศร้าของผู้สูงอายุทั้ง 14 คนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้นักวิจัยก็ได้วิเคราะห์ถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้รำไท่เก๊กคนอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุได้มีกลุ่มเพื่อนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สภาพจิตใจดีขึ้นตามลำดับ
3.โยคะ
ผลการศึกษาเมื่อ 2007 ในวารสาร Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine ระบุว่า นักเรียนในคลาสโยคะมีแนวโน้มจะลดความเครียด ความกังวล ความกดดัน และอาการทางประสาทได้ดีอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งนักวิจัยยังยกให้โยคะเป็นหนึ่งในวิธีออกกำลังกายบำบัดอาการโรคซึมเศร้าด้วยนะคะ
2.จ๊อกกิ้ง
การวิ่งจ๊อกกิ้งจะช่วยกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีธรรมชาติที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด และทำให้ร่างกายรู้สึกสบาย แถมยังช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะการจดจ่ออยู่กับการวิ่งจ๊อกกิ้งจะช่วยให้เราได้ปลดปล่อยความคิดไประหว่างทาง บวกกับความสดชื่นจากการออกกำลังกายก็จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นนั่นเอง
1.ไฟท์โรคซึมเศร้าด้วยการวิ่ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งจากสหรัฐอเมริกาเผยว่า การวิ่งจะช่วยดึงสารแห่งความสุขอย่างเซโรโทนินและนอร์อะดรีนาลีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นความสุขและความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกายออกมา ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ง่าย ๆ ภายหลังจากการวิ่ง นอกจากนี้ผลการศึกษาทางจิตวิทยาเมื่อปี 2016 ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Psychiatry & Neuroscience ยังพบอีกว่า การออกกำลังกายให้ได้เหงื่อมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคซึมเศร้าได้เทียบเท่ากับยารักษาอาการซึมเศร้าเลยทีเดียว

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น