10 ตึกมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศอังกฤษ

update :27/6/2016 02:16
views : 1517
ที่มา : ที่มา : mthai.com ขอบคุณข้อมูล blog.eduzones.com, wikipedia
วันนี้เราจะพาไปชมอะไรที่สวยๆงามๆกันบ้างในหัวข้อ 10 ตึกมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศอังกฤษ จะมีที่ไหนบ้างไปชมกันเลย
10.University of Birmingham (Joseph Chamberlain Memorial Clock Tower, or “Old Joe”)
เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยอิฐแดง (Red Brick Universities) และเป็นมหาวิทยาลัยอิฐแดงแห่งแรก ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยรวมโรงเรียนแพทย์ในพระราชินูปถัมภ์แห่งเบอร์มิงแฮมเข้ากับวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เมสัน มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมมีชื่อเสียงในด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และพาณิชยศาสตร์
9.Royal Holloway, University of London (Founder’s Building)
เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหราชอาณาจักร มหาวิทยาลัยก่อตั้งใน ค.ศ. 1836 ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในโลก มหาวิทยาลัยลอนดอนมีวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกจำนวนหนึ่ง รอแยล ฮอลโลเวย์ เป็นวิทยาเขตที่สวยงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนพรรณไม้ขนาด 135 เอเคอร์ ภาพที่สวยงามของอาคารอิฐสีแดงในสมัยวิคตอเรีย มีต้นแบบมาจากพระราชวังช็องบอร์ ที่ก่อสร้างด้วยอิฐสีแดง บนฝั่งแม่น้ำลัวร์ ของประเทศฝรั่งเศส

ฮอลโลเวย์เปิดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1886 โดยสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ตั้งอยู่ชานกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตก เป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น และได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยลอนดอนในปี 1900 ต่อมาในปี 1945 เริ่มรับนักศึกษาชายในระดับปริญญาโทขึ้นไป จนถึงปี ค.ศ. 1965 จึงได้รับนักศึกษาชายในระดับปริญญาตรี
8.Corpus Christi College, University of Oxford
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ มีอายุกว่า 800 ปี ไม่มีหลักฐานประวัติการก่อตั้งแน่นอน แต่มีหลักฐานว่าอ๊อกซฟอร์ดได้เริ่มสอนมาตั้งแต่ พ.ศ. 1639 (ค.ศ. 1096) และยังเป็นมหาวิทยาลัย 1 ใน 3 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมในยุคศตวรรษที่ 18 ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ในทางวิชาการ อ๊อกซฟอร์ดจะเน้นหนักไปทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
7.The University of Sheffield (Arts Tower)
มหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเน้นวิจัยในสหราชอาณาจักร ตั้งที่ใจกลางเมืองเชฟฟีลด์ เมื่อปีพ.ศ. 2448 ได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อแรกสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย มีนักศึกษาเต็มเวลาเพียง 365 คน และคณาจารย์-เจ้าหน้าที่อีก 71 คน การเติบโตของมหาวิทยาลัยในช่วงต้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 มหาวิทยาลัยได้เติบโตอย่างรวดเร็วโดยมีจำนวนนักศึกษามากกว่าเดิมมาจนถึงปัจจุบัน
6.University of East Anglia (Ziggurats)
มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย ตั้งอยู่ที่เมือง นอริช เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ.1963 ปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่เน้นทางด้านการวิจัย โดยในปี 2013 มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพงานวิจัยอันดับที่ 90 ของโลก

มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลียมีชื่อเสียงอย่างมากจากงานวิจัยที่มีผลกระทบกับสภาวะโลกร้อน ในปัจจุบันมีนักศึกษากว่า 17000 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีประมาณ 12000 คน และระดับสูงกว่าปริญญาโทกว่า 4000 คน โดยมีนักศึกษาชาวต่างชาติกว่า 2500 คนจากกว่า 100 ประเทศ
5.King’s College, University of Cambridge
เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับที่สองของสหราชอาณาจักร รองจาก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1752 อายุอาคารเหล่านั้นบางหลังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมาก นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีห้องสมุดขนาดใหญ่อีกด้วย

ส่วนเรื่องวิชาการเมื่อเทียบกับหลายมหาวิทยาลัยในโลก เคมบริดจ์ได้เปรียบทางวิทยาศาสตร์อยู่มาก เพราะรากฐานทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนี้เข้มแข็งมาช้านาน ดังนั้น ตั้งแต่อดีตจวบจนยุคปัจจุบัน นอกจากจะได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นเยี่ยมในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของอังกฤษแล้ว ยังเป็นมหาวิทยาลัยลัยที่มีผู้ได้รางวัลโนเบลสูงที่สุดในโลก

อาคารที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์มีชื่อว่า King’s College Chapel เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิก ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 5 ของสถาบันที่ดีที่สุดของโลก และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าอีกแห่งหนึ่งของยุโรปที่เป็นที่ใฝ่ฝันของนักศึกษาจากทั่วโลก
4.Queen’s University Belfast (Lanyon Building)
มหาวิทยาลัยควีนส์ออฟเบลฟาสต์ ตั้งอยู่ในเมืองเบลฟัสต์ เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์เหนือ ก่อตั้งขึ้นโดยสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียในปี 1845 และเปิดทำการสอนมาตั้งแต่ปี 1849 ในนาม “Queen’s College, Belfast” ลักษณะอาคารเป็นรูปแบบทิวดอร์โกธิก อาคารทั้งหมดสร้างขึ้นมาจากอิฐสีแดง

มหาวิทยาลัยควีนส์ออฟเบลฟาสต์ได้รับขนานนามว่าเป็นผู้นำทั้งด้านการศึกษาและนวตกรรมใหม่ๆ และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ มีห้องสมุด “McClay”ที่เป็นหนึ่งในห้องสมุดที่น่าประทับใจที่สุดในโลกอีกด้วย
3.King’s College London (Hodgkin building)
ราชวิทยาลัยแห่งลอนดอน หรือที่รู้จักในชื่อ คิงส์คอลเลจ ลอนดอน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเก่าแก่มากที่สุดเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศอังกฤษ เป็นวิทยาลัยหนึ่งในมหาวิทยาลัยลอนดอน และจัดเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐ ตั้งอยู่ ณ กรุงลอนดอน ซึ่งที่แห่งนี้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ.1829 โดยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 4 (King George IV)

King’s ได้ดำเนินการรวมวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์หลายแห่งในลอนดอนเข้าด้วยกัน เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนและการวิจัยด้านการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป นอกเหนือจากความโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์แล้ว King’s ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกที่มีผลงานการค้นคว้าและการวิจัยที่ได้รับการยอมรับมาอย่างต่อเนื่องในอีกหลายสาขาวิชา เช่น มนุษยศาสตร์ กฎหมาย การระหว่างประเทศ และสังคมศาสตร์
2.Plymouth University (Roland Levinsky building)
มหาวิทยาลัย Plymouth เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรด้วยประวัติด้านการศึกษาย้อนหลังไปในปี ค.ศ. 1862 โดยมีชื่อเสียงระดับนานาชาติในความเป็นเลิศด้านการสอน, การวิจัยที่มีคุณภาพสูงและโอกาสการเรียนอันยืดหยุ่น

ด้วยจำนวนนักศึกษามากกว่า 30,000 คนที่เรียนที่วิทยาเขตของ Plymouth มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ระดับชั้นนำของสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในอันดับที่ 300 จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก

นักศึกษาจากทั่วโลกเดินทางมาเรียนเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาเขตอันทันสมัย, การให้คำปรึกษาด้านอาชีพอันดีเยี่ยม, โอกาสการวิจัยและคุณภาพชีวิตในภาคตะวันตกเฉียงใต้อันสวยงาม จุดเด่นด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับในผลการทดสอบประเมินผลการวิจัย (RAE) ซึ่งให้คะแนนผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยถึง 80% ในระดับมาตรฐานนานาชาติ
1.Durham University (Castle)
มหาวิทยาลัยเดอรัม เป็นมหาวิทยาลัยในเมืองเดอรัม ประเทศสหราชอาณาจักร เริ่มมีการเรียนการสอนและความพยายามก่อตั้งมหาวิทยาลัยตั้งแต่ในสมัย กษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 ค.ศ. 1657 โดยได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ 1832 เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ (มีการเรียนการสอนมากว่า 600 ปี) รองจากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (อันดับ 1) และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (อันดับ 2)

มหาวิทยาลัยเดอรัมได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาลัยชั้นสูง ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยระดับ top ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ และเป็นหนึ่งในตัวเลือกของผู้สมัครที่ต้องการเข้าศึกษาต่อที่ Oxford และ Cambridge โดยได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งปี (University of The Year) จากหนังสือ The Times Good University Guide ในปี 2005 อักษรตามหลังชื่อบัณฑิตเพื่อบอกว่าจบจากมหาวิทยาลัยเดอรัม คือ “Dunelm”

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น