10 เรื่องเล่าตำนานผีไทย

update :7/6/2016 10:48
views : 3865
ที่มา :
ช่วงนี้กระแสผีคุณยายวรนาถกำลังมาแรง วันนี้ทีมงาน toptenthailand เลยขอนำเสนอ10เรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานผีไทยมาให้ทุกคนได้อ่าน ผีไทยจะมีความน่ากลัวและหลอนจนขนหัวลุกขนาดไหนมาติดตามกันได้เลย ระวังด้วยนะอาจจะมีใครมานั่งอ่านอยู่ข้างๆด้วยก็เป็นได้
ขอบคุณภาพจาก : jediyuth15.rssing.com
10 กุมารทอง
ขอบคุณภาพจาก : www.wunjun.com

กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูตผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่าโหงพราย กุมารทองนั้นแรกเริ่มมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่ หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก ครั้นมีชายหญิงคู่หนึ่งได้ทำการเลี้ยงกุมารทองเอาไว้ และวันหนึ่งฝ่ายหญิงได้นำน้ำแดงไปถวายให้กับกุมารและต่อมาได้สังเกตเห็นว่า มีการดูดน้ำแดงขึ้นมาค่อนหลอด ซึ่งชายหญิงคู่นี้ก็ดีใจ ฝ่ายชายจึงเอ่ยออกมาว่าให้พ่อกับแม่เห็นจะๆหน่อย ขึ้นไปอีกสุดหลอดเลยนะ จากนั้นผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ชายคนนั้นก็เห็นว่าน้ำแดงได้ขึ้นมาจนเต็มหลอด ซึ่งเขาเองก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง และได้ไปเล่าให้ญาติฟัง ญาติๆของเค้าก็ได้เห็นในลักษณะเดียวกันเช่น มีการพิสูจน์ด้วยการเทแป้งแล้วเห็นรอยย่ำเท้าของเด็ก

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://forum.uamulet.com/
9 ผีโพง
ขอบคุณภาพจาก : ghostwiki.blogspot.com

เป็นผีพื้นบ้านของภาคเหนือและเป็นประเภทเดียวกับกระสือ โดยผีโพงจะมีลักษณะเหมือนคนทุกประการ แต่จะมีแสงไฟออกจากจมูกสามสีคือ แดง ม่วง เขียว หากินเป็นของสกปรก ของคาวเช่น กบ เขียด ศพหรือรกเด็กที่เกิดใหม่ และมีเรื่องเล่าว่า ถ้าหากคนไปเจอกับผีโพง แล้วเห็นว่าผีโพงเป็นใคร ผีโพงมักจะบอกว่า “มันเป็นวิบากกรรมของมัน ที่ต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้” และอ้อนวอนอย่าให้บอกใคร โดยผีโพงก็จะเสก ใบไม้ ก้อนหิน หรือถ่าน ให้เป็นทองคำแล้วนำไปจ้างคนที่เห็น เพื่อไม่ให้บอกใครถ้าไม่รับปากหรือไม่รับทองคำนั้นมา ผีโพงก็จะทำร้ายหรือทำให้เรากลายเป็นผีโพงไปด้วย เมื่อรับทองคำมาแล้ว ตอนเช้าทองคำนั้นก็จะกลายเป็นใบไม้ ก้อนหิน หรือถ่านเหมือนเดิม คนที่พบเห็นจะต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ถ้าจะบอกกับผู้อื่นก็ห้ามพูดชื่อว่าใครเป็นผีโพง เพราะถ้าพูดชื่อออกไป ผีโพงจะมีญาณรับรู้ได้ว่าเราเอาความลับไปบอกคนอื่น ก็จะตามมาทำร้ายเรา โดยใช้ ก้านกล้วยแม่หม้าย (ก้านกล้วยแม่หม้าย คือก้านกล้วยที่เอาใบตองออกแล้ว เหลือใบตองส่วนปลายไว้นิดหน่อย) พุ่งข้ามหลังคา หรือใต้ถุนบ้าน ซึ่งจะทำให้คนในครอบครัวนั้นได้พบเจอเหตุการณ์ร้ายๆ คนในบ้านล้มป่วยหรือเสียชีวิต

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://lannaghost.blogspot.com/
8 ผีพราย
ขอบคุณภาพจาก : club.sanook.com

เป็นผีประเภทเดียวกับนางไม้ มีหน้าตาที่สวยงาม ผมยาวสลวย โดยส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในน้ำมากกว่าบนบก โดยมีเรื่องเล่าผีพรายในพระราชวังสวนดุสิต สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่พระองค์เสด็จมาประทับที่พระราชวังสวนดุสิต ก็ทอดพระเนตรเห็นว่าผลไม้ที่ปลูกไว้นั้นมีรอยกัดกิน ซึ่งก็ไม่ใช่รอยกัดแทะของกระรอกหรือกระแต แต่เป็นรอยกัดของคนเสียมากกว่า เลยต้องการที่จะหาตัวขโมยมาลงโทษ จึงตั้งรางวัลนำจับถึง2ตำลึง (ในสมัยนั้น) เมื่อตกกลางคืนทั้งข้าหลวง นางกำนัล มหาดเล็ก ก็มาคอยเฝ้าจับขโมย จนกระทั่งคืนหนึ่งมีเสียงประหลาด พร้อมกับมีเงาดำๆ วิ่งผ่านไปทางต้นฝรั่ง ทำให้ชาววังผู้ล่าหัวขโมย คาดว่าจะต้องเป็นหัวขโมยแน่ๆ จึงพากันแอบซุ่มมอง ทันใดนั้นก็เห็นเจ้าของร่างปีนขึ้นไปบนต้นฝรั่ง นั่งกัดฝรั่งเคี้ยวกินอย่างกระหายหิว พวกล่าจับหัวขโมยรีบเข้าไปล้อมรอบโคนต้นฝรั่ง หวังจะดูหน้าหัวขโมยให้ชัดๆ และพากันร้องเรียกขู่ให้หัวขโมยลงมาจากต้นฝรั่ง แต่ก็ยังไม่ยอมลงมา ร้องเรียกอยู่นาน จนในที่สุดเงาดำบนต้นก็กระโดดตูมลงมา ข้าหลวงชายพากันตะครุบจับ แต่ก็จับไม่ได้เพราะตัวลื่นเป็นเมือก แถมยังว่องไว ปราดเปรียว ผิดมนุษย์ธรรมดา กระโดดจมหายลงไปในสระ และจมหายไปโดยไม่ขึ้นมาอีกเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.zabzaa.com/
7 ผีกระหัง
ขอบคุณภาพจาก : www.youtube.com

ตามความเชื่อพื้นบ้านมีลักษณะเป็นผีผู้ชาย ที่มีอุปนิสัยคล้ายกับกระสือ สามารถบินได้ โดยใช้กระด้งฝัดข้าวลักษณะคล้ายปีกโผบิน และนั่งบนสากตำข้าวคู่กัน จริงๆ แล้วตามความเชื่อการที่จะเป็นกระหังได้นั้นไม่ยาก การเป็นกระหังเกิดจากการผิดครู คือ ผิดคำที่สัญญากับครู (อาจารย์ทางเวทมนต์) เช่น ต้องห้ามกินอาหารที่เป็นบวบ ห้ามเดินลอดสะพาน การผิดครูจะทำให้เกิดเป็นกระหังประเภทหนึ่งนั่นเอง ครั้งหนึ่งทหารยามเข้าเวรดึกได้เห็นนกประหลาดตัวมหึมาบินมาจับยอดไม้ข้างฐาน ด้วยความกลัวสุดขีดเลยรัวกระสุนใส่ด้วยปืนกล ๙๓ เจ้านกยักษ์ตกพลั่กลงมา ผบ.ร้อยและเพื่อนทหารที่ตกใจตื่น แห่กันไปดูแล้วก็พบกับสิ่งสยองขวัญ เป็นร่างของชายฉกรรจ์ที่มีร่างกายท่อนบนกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อย่างกับนักมวยปล้ำ ท่อนล่างตั้งแต่หัวเข่าลงไป ถูกมัดติดกันจนเล็กลีบนิดเดียว หน้าตาเหี้ยมแสยะอย่างกับยักษ์มาร แขนสองข้างคล้องกระด้งที่ใช้เป็นปีก ซึ่งก็คือผีกระหังที่เขาเล่าลือกันนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://board.palungjit.org/
6 ผีกระสือ
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.youtube.com

เป็นผีที่สิงอยู่ในคนเพศหญิง โดยมากมักจะพบกระสือสิงที่ร่างของยายแก่ ชอบกินของสดของคาว และเที่ยวออกหากินในเวลากลางคืน โดยเวลาออกหากินจะออกไปแต่หัวกับตับไต ไส้ พุง ในประเทศมาเลเซียมี ”ผีฮันตูปินังกาลัน” ซึ่งมีเรื่องเล่าที่มีลักษณะคล้ายกับกระสือของไทย โดยเรื่องเล่ามีอยู่ว่า ครอบครัวหนึ่งมีพ่อ แม่ และลูก แต่พอตกกลางคืน ผู้เป็นพ่อมีธุระที่จะต้องออกไปข้างนอก แม่จึงปิดประตูอยู่ในห้อง จากนั้นจึงหยิบเอาขวดน้ำมันมาทารอบคอ สักพักหัวกับตัวของนางก็แยกออกจากกัน โดยมีตับไตไส้พุงห้อยติดออกมาด้วย เมื่อหัวและไส้ของนางเคลื่อนที่ไปไหน ก็จะปรากฏเป็นดวงไฟสีเหลือง เมื่อผู้เป็นลูกแอบเห็น จึงได้ลองเอาน้ำมันของแม่มาทาดูบ้าง ในขณะที่หัวกำลังจะแยกออกจากร่าง เด็กน้อยก็เกิดความกลัว และร้องไห้โวยวายออกมาอย่างเสียงดังว่า “ช่วยด้วย หัวของฉันกำลังจะหลุดออกจากตัวแล้ว” เมื่อชาวบ้านได้ยินเสียงของเด็กน้อย ก็พากันหวาดกลัวและไม่มีใครกล้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งเมื่อหัวของผู้เป็นแม่ลอยกลับเข้ามาสู่ร่างเดิม เสียงร้องโวยวายก็สงบเงียบลง และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ครอบครัวนั้นก็ย้ายหนีออกไป และไม่มีใครมีโอกาสได้พบเห็นพวกเขาอีกเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.tumnandd.com/
5 ผีเปรต
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.faiththaistory.com

เปรตตามความเชื่อของคนไทยคือ เป็นผี มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ โดยมีเรื่องเล่าอยู่ว่ามี พ่อ แม่ ลูกสาว ทั้ง 3 อยู่ด้วยกันมานาน ลูกสาวที่ชื่อภาเติบโตเป็นสาว จนแต่งงานและมีลูก 2 คน วันหนึ่งพ่อของภาไปมีเมียน้อยและออกจากบ้านไป ภามีพฤติกรรมที่แย่ลงเรื่อยๆ ทั้งด่าสามีจนต้องหนีออกจากบ้านไป เวลาภายกข้าวมาให้แม่ ก็เอาข้าวคลุกๆ เหมือนข้าวหมามาให้แม่กิน เวลาผ่านไปแม่ของภาก็เสียชีวิต ไม่กี่ปีภาก็ล้มป่วย จนคืนหนึ่งชาวบ้านก็เดินทางไปเยี่ยมภา มีชาวบ้านไปเยี่ยม4-5 คน มีคนหนึ่งปวดปัสสาวะ ก็เดินออกมาผ่านต้นมะพร้าวซึ่งตอนแรกจำได้ว่ามีเพียง 2 ต้น แต่พอทำธุระเสร็จเดินกลับไป ได้สังเกตเห็นต้นมะพร้าวที่มีถึง 4 ต้น พอเงยหน้าขึ้นไปดูเห็นเปรตตัวสูงเทียมยอดมะพร้าว ตาแดงฉาน ปากเล็กเท่ารูเข็ม ก้มหน้าลงมอง ที่ตัวมีแต่เลือดแต่หนอง กลิ่นเหม็นเน่าเฟะไปหมด และจำได้ดีว่าใบหน้าแบบนั้นคือภาแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.hi5thai.com/
4 ผีปอบ
ขอบคุณรูปภาพจาก : devilmanman.blogspot.com

ปอบเป็นผีที่ไม่มีตัวตนเหมือนกระสือหรือกองกอย แต่ปอบจะเข้าสิงสู่คนที่เป็นสื่อให้ และจะกินตับไตไส้พุงของผู้ที่โดนสิงจนกระทั่งตาย ผู้ที่โดนกินจะนอนตายเหมือนกับนอนหลับธรรมดาๆ ไม่มีบาดแผล ซึ่งเรียกกันว่า “ใหลตาย” มีเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปเจอคุณยายที่ขายขนมอยู่ริมทาง เธอก็ได้หันไปจ้องมองยายคนนั้นที่มีสายตาน่าหวาดกลัวมาก ซึ่งน้าของเธอก็ได้เตือนขึ้นมาว่า อย่าไปมองหรือเอาไปพูด เพราะยายคนนี้เขาเล่นไสยศาสตร์ แต่กลับโดนของเข้าตัวจึงทำให้เป็นผีปอบ ซึ่งถ้ามีคนที่ไปมองหรือเอาเรื่องของยายไปพูด ยายปอบคนนั้นก็จะตามกลับไปที่บ้านด้วย ทำให้คนในบ้านหลังนั้นต้องล้มป่วยอยู่ตลอดเวลา
3 ผีตานี
ขอบคุณรูปภาพจาก : men.mthai.com

นางตานี เป็นผีผู้หญิง เช่นเดียวกับนางตะเคียน นางตานีจะสิงสถิตย์อยู่ในต้นกล้วยตานี ลักษณะของพรายตานีโดยทั่วไปจะเป็นหญิงงาม นุ่งห่มตามแบบสตรีไทยโบราณ สไบสีตองอ่อน ผ้านุ่งโจงสีตองแก่ กลิ่นกายหอมดอกกล้วย มีเรื่องเล่าของครอบครัวอาจารย์ท่านหนึ่ง มีบ้านเป็นลักษณะบ้านสวน พ่อของท่านเป็นคนมีเซ้นส์และใฝ่ทางธรรมะ วันหนึ่งพ่อของท่านได้พาไปยังหลังบ้าน พอเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นต้นกล้วย ตอนนั้นเองก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ต้นกล้วย อายุประมาณ 16-20 ปี ผิวขาว ใบหน้ารูปไข่ ตา จมูก ปากสวยเหมือนนางฟ้า รูปร่างไม่สูงเหมือนหญิงไทยทั่วไป แต่ได้สัดส่วน ยืนยิ้มให้ท่าน พอเดินเข้าไปใกล้พอสมควร นางตานีได้หยอกเล่นกับท่านว่า "พี่ หนูสวยรึเปล่า" ท่านก็ตอบไปว่า "สวย สวยมาก" นางตานีก็หัวเราะชอบใจแล้ว หันหน้าหลบไปด้านหลัง แล้วหันกลับมาพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นคนแก่ๆ หน้าตาเหี่ยวๆ แล้วก็หันมาถามอีกครั้งว่า "พี่ หนูสวยรึเปล่า" ท่านก็ตอบไปว่า "ไม่เห็นสวยเลย" แล้วนางตานีก็หัวเราะชอบใจอีก ทำแบบนี้สลับ ไป-มา 2-3 ครั้ง ระหว่างหน้าสวย กับหน้าแก่ ท่านก็ตอบไปทุกครั้ง โดยไม่ได้กลัวอะไร

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://mystery-stories.blogspot.com/
2 ผีนางตะเคียน
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.tumnandd.com

นางตะเคียนมักมีรูปร่างหน้าตาสะสวย หมดจดงดงาม ผมยาว ห่มสไบ ใส่ผ้าถุง ผีนางตะเคียนมักจะเป็นจำพวกหวงที่อยู่ และจะดุร้ายมากหากใครคิดจะรุกรานที่อยู่ของตน นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้น ก็จะเปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ หรือ ถ้าเป็นบ้าน นางตะเคียนก็จะเป็น เจ้าที่หรือผีบ้านผีเรือน มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตะเคียนต้นหนึ่งว่า เมื่อถึงเวลากลางคืนมีน้ำมันไหลเอ่อชุ่มต้นตะเคียน กลิ่นหอมอันลี้ลับ เยือกเย็น สะกดให้คนอยู่ใกล้ได้กลิ่นแล้วพร่ามึน เหมือนถูกมนต์สะกดไปตามๆกัน โดยเฉพาะผู้ชายหนุ่ม เมื่อได้กลิ่นหอมแปลกประหลาด เผลอไผลสูดดมเข้าไปได้ครู่หนึ่ง ชายนั้นจะมองเห็นภาพสาวงามปรากฎขึ้นเลือนราง และค่อยๆ ชัดขึ้น บังเกิดความหลงใหลเข้าไปไขว่คว้าจับต้อง เมื่อมีผู้มาพบในวันรุ่งขึ้น ล้วนตกตะลึงไปตามๆ กัน สิ่งที่เห็นคือชายหนุ่มนั้นกำลังกอดรัดเพ้ออยู่กับเสาตกน้ำมัน พูดจาไม่เป็นภาษา ใครห้ามปรามก็ไม่ฟัง จนต้องไปนิมนต์พระผู้เก่งกล้าวิชาอาคมมาช่วยเหลือ ใช้น้ำมนต์แก้อาถรรพ์จึงทุเลาจากน้ำมันเสน่ห์ของนางตะเคียน

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://ghost.renrengang.com/
1 ผีแม่นาค
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.youtube.com

ที่ริมคลองวัดมหาบุศย์มีเรือนหลังเล็กๆ ไกลผู้คน ชาวบ้านต่างรู้จักกันดีว่า นี่คือ เรือนของแม่นาคกับพ่อมาก แม้ว่าจะยากจนแต่ว่าก็เป็นคู่ผัวเมียที่รักกันมาก ในช่วงที่แม่นาคตั้งท้อง บ้านเมืองเกิดศึกสงคราม ทิดมากถูกเรียกไปเป็นทหารเกณฑ์ ยังไม่ทันพ้นทหารกลับมา นางนาคต้องมาสิ้นใจตายทั้งกลม เพราะทนความเจ็บปวดจากการคลอดลูกไม่ไหว เมื่อตายแล้วพวกชาวบ้านช่วยกันเอาศพของนางไปฝังไว้ที่ใต้ต้นตะเคียนคู่ แต่ด้วยความรักผัวจึงไม่ยอมไปผุดไปเกิด เฝ้ารอวันที่ผัวจะกลับมา จากนั้นก็มักจะมีคนเห็นว่า นางนาคออกมาสำแดงตนให้เห็นอยู่บ่อยๆ บางทีก็เห็นมาผูกเปลกับต้นตะเคียนคู่ แล้วจะเห่กล่อมลูกด้วยเสียงที่โหยหวน ชาวบ้านพากันหวาดกลัวผีแม่นาคเป็นอย่างมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.tumnandd.com/

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น