10 บทบาททางการเมืองของ “นายบรรหาร ศิลปอาชา”

update :26/4/2016 15:15
views : 1261
ที่มา : เรียบเรียงและนำเสนอโดย toptenthailand
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ได้มีข่าวการสูญเสียนักการเมืองชื่อดังของประเทศไทยอย่าง “นายบรรหาร ศิลปอาชา” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย เนื่องจากถึงแก่อนิจกรรมด้วยอาการหอบหืดกำเริบในช่วงเวลาเช้ามืด (04.42 น.) สิริอายุ 83 ปี หลังจากได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2559 ซึ่งทีมงาน toptenthailand ขอร่วมไว้อาลัยและระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน โดยรวบรวม 10 บทบาททางการเมืองของ “นายบรรหาร ศิลปอาชา” มาให้ได้ติดตามกัน
10. “สุพรรณบุรี” คือฐานเสียงสำคัญ
Cr. http://pe1.isanook.com

“มังกรสุพรรณ-มังกรการเมือง” คำนี้คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก นายบรรหาร ศิลปอาชา จากหนุ่มนักธุรกิจชาวสุพรรณบุรี ผู้ก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และตัวแทนจำหน่ายคลอรีนให้กับการประปาส่วนภูมิภาค มีสถานะเป็นเจ้าถิ่นมาอย่างยาวนาน และได้ผันตัวเองเข้าสู่วงการการเมืองอย่างเต็มตัว จึงเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เรียกได้ว่า ฐานเสียงที่หนาแน่นของนายบรรหาร คงไม่พ้นจังหวัดนี้ได้เลย
9. การปรับเปลี่ยนบุคลิกจากนักการเมืองท้องถิ่น
Cr. http://www.matichon.co.th/online/2011/05/13063241421306325399l.jpg

หากนึกถึงภาพเดิม ๆ ของนายบรรหาร ศิลปอาชา หลายคนอาจคุ้นเคยในบุคลิกแบบนักการเมืองท้องถิ่น เชย ๆ เนื่องจากการแต่งตัวสไตล์ลูกทุ่ง ยิ่งถ้าพูดถึงป้ายหาเสียงในยุคก่อนแล้ว มักจะเห็นภาพของนายบรรหารในชุดเต็มยศ พร้อมสายสะพายประดับยศฐาบรรดาศักดิ์ หน้าตรงเหมือนภาพติดบัตร ซึ่งสิ่งนี้ได้ถูกปรับภาพลักษณ์ใหม่ ให้ดูดีมีสไตล์ เริ่มจากเสื้อผ้าทันสมัย ในชุดลำลองด้วยเสื้อโปโล ให้ความสบายแต่ยังพอมีภาพลักษณ์สง่างาม เป็นต้น
8. หัวหน้าพรรคชาติไทย
Cr. http://www.muslimtoday.in.th/upload/article/article_530505014251.jpg

เมื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย (ปี 2537) และเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นจังหวะที่พรรคชาติไทยมีการปรับเปลี่ยนระบบทางการเมืองเป็นอย่างมาก และเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นไป โดยนอกจากการตั้งทีมวิชาการขึ้นมาใหม่แล้ว จุดขายนโยบายของพรรคที่เปลี่ยนแปลงไป จากการหาเสียงแบบเก่า ๆ ภาษาเรียบง่าย เป็นกลาง ๆ ไม่มีความชัดเจนในการนำเสนอประเด็น ปรับเปลี่ยนให้มีความชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้
7. โยกย้ายสถานที่ทำการพรรคใหม่
Cr. http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=1954020

การมีที่ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี นับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่มองข้าม ซึ่งนับตั้งแต่การย้ายสำนักพรรคชาติไทย จากเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณ ถนนลูกหลวง สี่แยกมหานคร มายังที่ทำการพรรคแห่งใหม่ บริเวณ ถนนพิชัย เขตดุสิต เหมือนเป็นจุดยุทธศาสตร์ในเรื่องของทำเลที่ตั้งเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่น ๆ เนื่องจากใกล้รัฐสภา ทำให้สะดวกในการสื่อสารกับรัฐสภาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเข้าร่วมการประชุมพรรคได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทั้งการตกแต่งภายในที่ดูทันสมัย พร้อมด้วยร้านกาแฟ “ชาติไทย ค็อฟฟี่” ห้องสมุด ห้องรับรองที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม รอต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองได้อย่างสมฐานะจริง ๆ
6. นายกคนที่ 21 ของประเทศไทย
Cr. http://news.mthai.com/app/uploads/2016/04/175096907.jpg

สำหรับคนไทยแล้ว “นายบรรหาร ศิลปอาชา” ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่มีบทบาททางการเมืองมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี เริ่มจากการชักชวนเข้าสู่วงการโดย นายบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคชาติไทยในสมัยนั้น) และเริ่มมีการก่อตั้งพรรคชาติไทย ด้วยประสบการณ์ ชื่อเสียง และฐานเสียงที่มีอย่างมากมาย ทำให้ได้รับเลือกตั้งให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” คนที่ 21 ของประเทศไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2538 ถึง 25 พฤศจิกายน 2539
5. รัฐธรรมนูญปี 2540
Cr. http://pe1.isanook.com

นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญ โดยเปิดให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ประชาชนมีส่วนสำคัญของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พร้อมกับใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่นิยมการเล่นพรรคเล่นพวกอีกด้วย
4. ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ “บรรหาร”
Cr. http://news.mthai.com/app/uploads/2016/04/77756868-1.jpg

หลังจากที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้เพียง 1 ปีกว่า ๆ ก็มีเหตุให้ฝ่ายค้านขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในการบริหารประเทศที่อาจไม่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นข้อถกเถียงกันมากที่สุด โดยถูกตั้งข้ออภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องเอกสาร “ใบเกิด” ที่ระบุว่าไม่ได้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และสำเร็จการศึกษาต่ำกว่ามัธยมปลาย ซึ่งไม่ตรงกับคุณสมบัติของการเป็นนายกฯ จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาดังกล่าว และจะถูกดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
3. ฉายา “ปลาไหล”
Cr. http://img.tnews.co.th/large/tnews_1461299686_5610.jpg

มีข่าวคราวการไหลลื่นของ นายบรรหาร ศิลปอาชา มาอย่างไม่ขาดหู จนถูกได้รับฉายาว่า “ปลาไหล” ผู้ไม่มีวันจนมุมกับเกมการเมือง ด้วยรูปแบบและสไตล์ในบทบาททางการเมือง ที่หาตัวจับยากและไหลลื่น ซึ่งตั้งแต่ 1 ปีหลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศ นายบรรหาร ได้ถูกมรสุมการเมืองถาโถมเข้าใส่ ทั้งการบริหารงานไม่ราบรื่น การถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงการขุดคุ้ยปมสัญชาติ ซึ่งสร้างความความเสียหายในชื่อเสียงและความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก และแม้จะถูกกดดันให้ลาออก แต่ด้วยลีลาไหลลื่น นายบรรหารขอเวลา 7 วัน เมื่อครบกำหนดกลับใช้วิธียุบสภาแทน หรือแม้แต่การย้ายข้างไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องหนาหูที่มีที่มาจากคำว่า “ปลาไหล” คำนี้
2. การตัดสินยุบพรรค
Cr. http://f.ptcdn.info/335/010/000/1380504385-1-o.jpg

ปี 2551 มีการตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน-ชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตย ซึ่งพรรคชาติไทยก็โดนพ่วงไปด้วย เพราะศาลรัฐธรรมนูญต้องการปรับเปลี่ยนรัฐบาล โดยให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีแทน ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญต่างก็รีบเร่งพิจารณาคดีแบบสุกเอาเผากิน อ่านคำแถลงเช้า ตัดสินบ่าย จึงทำให้นายบรรหารถึงกับเข่าทรุด น้ำตาคลอที่พรรคชาติไทยถูกยุบลง และต่อมาได้มีการจัดตั้งพรรคขึ้นใหม่อีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “ชาติไทยพัฒนา”
1. แฉการทำงานโดย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
Cr. http://www.komchadluek.net/media/img/size_photo_slide/2012/12/12/hijd6ihcg65ab8g5ck69k.jpg

ก่อนการเลือกตั้งในปลายปี 2550 ไม่นาน นายบรรหารได้ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวต่อคำถามที่ว่า “จะไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจเก่าจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่” ซึ่งนายบรรหารตอบว่า “จะไม่ทำให้ผู้ใหญ่ที่นับถือมา 30 ปี ผิดหวัง” ซึ่งนายบรรหารไม่ได้กล่าวถึงใคร แต่ผู้สื่อข่าวและประชาชนทั่วไปต่างก็ตีความหมายถึง “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” แต่เมื่อหลังการเลือกตั้งแล้ว ปรากฎว่านายบรรหารและพรรคชาติไทย ได้เข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน เพื่อจัดตั้งรัฐบาล จึงทำให้นายชูวิท ย์ กมลวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคได้ออกมาโจมตี และแฉพฤติกรรมนายบรรหารเป็นการใหญ่

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น