10 สถานที่เที่ยวสวยสุดอัศจรรย์ ต้องไปสัมผัสกันสักครั้ง

update :3/4/2016 21:51
views : 2111
ที่มา : ที่มา : kapook.com
การท่องเที่ยวสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แต่ถึงจะสะดวกสบายแค่ไหน สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายๆแห่งก็ยังไม่เป็นที่รู้จัก ปัญหาแบบนั้นจะหมดไปเมื่อได้อ่าน 10 สถานที่เที่ยวสวยสุดอัศจรรย์ ต้องไปสัมผัสกันสักครั้ง จะมีที่เที่ยวเพิ่มขึ้นแน่นอน!!
10.เกาะภูเขาไฟที่หมู่เกาะ Azores ประเทศโปรตุเกส
Azores เป็นดินแดนของหมู่เกาะภูเขาไฟกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งประกอบด้วย 9 เกาะ โดยแต่ละเกาะก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามแตกต่างกันไป อาทิ เกาะ Sao Miguel ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่สวยงามที่สุดอย่าง Fogo Lake และ Sete Cidades Lake ตั้งอยู่, เกาะ Terceira มีเมืองที่สวยงาม พร้อมทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปมากมาย, เกาะ Pico อันเป็นที่ตั้งของภูเขาที่สูงที่สุดในหมู่เกาะ Azores นั่นก็คือ Mount Pico เป็นต้น ซึ่งใครที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติและท้องทะเลอย่างแท้จริง ก็ต้องไม่พลาดที่นี่
9.ชายหาดแก้ว (Glass Beach) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ใครจะไปคิดว่ากองขยะกองโตริมทรายหาด จะแปรเปลี่ยนมาเป็นหาดทรายสุดอัศจรรย์ของโลกไปเสียได้ Glass Beach เป็นชายหาดในเมือง Fort Bragg รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่ชายหาดแห่งนี้มีเม็ดทรายเป็นสีสันสวยงาม อันเกิดจากเศษแก้วจากกองขยะมากมายในอดีต เมื่อมีการเปลี่ยนภูมิทัศน์ก็ยังคงมีเศษแก้วมากมายหลงเหลือบริเวณชายหาด และน้ำทะเลก็ได้สาดกระทบชายหาดแห่งนี้มาอย่างยาวนาน จนทำให้เศษแก้วกลายเป็นหินกลม ๆ สีสันสวยงามแปลกตาทั่วทั้งชายหาด จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมชายหาดแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย
8.นอนแช่น้ำร้อนท่ามกลางอากาศติดลบที่ประเทศไอซ์แลนด์
มันอาจจะฟังดูบ้าไปสักนิดที่จะไปนอนแช่น้ำร้อนท่ามกลางอากาศหนาวเย็นขนาดนั้น แต่ถ้าได้ทำก็คงจะเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดสุด ๆ ของชีวิต ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนก็ยอมที่จะบ้าเพื่อมีประสบการณ์ดังกล่าวกับ Blue Lagoon ในเมือง Grindavík เขต Reykjanes Peninsula ของประเทศไอซ์แลนด์ โดยบ่อน้ำร้อนแห่งนี้เกิดจากน้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินประมาณ 2,000 เมตร ซึ่งมีความร้อนสูง เมื่อน้ำร้อนขึ้นมาในบ่อก็จะมีอุณหภูมิประมาณ 38 องศา ส่วนที่เห็นเป็นทะเลสาบสีฟ้าก็เพราะว่าในน้ำมีเกลือแร่, Silica และ Algae จึงกลายเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
7.Pamukkale ประเทศตุรกี
ถ้าให้หาสักสถานที่เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในโลก ปามุคคาเล (Pamukkale) หรือปราสาทปุยนุ่น (Cotton Castle) ก็คือหนึ่งในนั้น ซึ่งมันไม่ใช่เพียงแค่วิวที่สวยงามเท่านั้น แต่ปามุคคาเลยังเป็นหุบเขาที่สวยงามมากที่สุดอีกด้วย เพราะเทือกเขาทั้งลูกกลายเป็นสีขาวสะอาด มีแสงสะท้อนเวลาพระอาทิตย์ส่องระยิบระยับงดงามจับใจ ซึ่งเกิดจากบ่อน้ำพุร้อนที่มีแร่แคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อเกิดการระเหยก็จะจับตัวบริเวณขอบบ่อ และด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทำให้หุบเขาทั้งลูกกลายเป็นสีขาวนั่นเอง นักท่องเที่ยวนิยมที่จะมานอนแช่น้ำร้อน และรอชมพระอาทิตย์จากที่นี่ ใครมีโอกาสก็อย่าพลาดที่นี่นะคะ สำหรับคนไทยสามารถไปเที่ยวประเทศตุรกีได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่าอีกด้วย
6.Angel Falls ประเทศเวเนซุเอลา
มันคงเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจจนยากจะลืมเลือนแน่นอน หากคุณได้มีโอกาสไปสัมผัสกับความสวยงามของน้ำตก Angel ด้วยตาของตัวเอง น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิภาค Guayana highlands ประเทศเวเนซุเอลา เป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำ Churum ไหลลงมาผ่านหน้าผาสูงราว 979 เมตร ของภูเขาที่เรียกว่า Auyantepuy และด้วยความสูงของหน้าผา บวกกับลมนี่เองที่ทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากกลายเป็นไอหมอกและละอองน้ำก่อนที่จะกระทบลงสู่พื้น ซึ่งความงดงามของน้ำตกแห่งนี้ก็ได้เป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง UP อีกด้วย
5.ทะเลเกลือ Salar de Uyuni ประเทศโบลิเวีย
Salar de Uyuni ทะเลเกลือกว้างใหญ่มหาศาลบนพื้นที่มากกว่า 11,000 ตารางกิโลเมตร ของประเทศโบลิเวีย สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็นสรวงสวรรค์บนพื้นดินอีกแห่งหนึ่งของโลก ด้วยในช่วงที่มีน้ำฝนลงขังในนาเกลือ พื้นที่แห่งนี้ก็กลับกลายเป็นกระจกแผ่นใหญ่ สะท้อนท้องฟ้าสีฟ้าครามสดใส มองเห็นเป็นท้องฟ้าจรดท้องฟ้า ซึ่งสวยงามมาก ๆ ราวกับว่าเราเดินอยู่บนสวรรค์เลยทีเดียว
4.Playa de Gulpiyuri Beach ประเทศสเปน
Playa de Gulpiyuri Beach ไม่ใช่เพียงแค่ชายหาดที่เล็กที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นชายหาดที่แปลกมาก ๆ อีกด้วย เพราะมันไม่ได้โอบล้อมไปด้วยท้องทะเลกว้างใหญ่เหมือนกับที่ไหน แต่กลับซ่อนหลบอยู่ในเหลือบเขาในเมือง llanes แคว้นอัสตูเรียส (Asturias) ประเทศสเปน โดยน้ำทะเลจากอ่าวบิสเคย์ มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ จะไหลแทรกซึมผ่านช่องหินเข้ามาจนถึงชายหาดแห่งนี้ ซึ่งมีความกว้างของชายหาดประมาณ 100 เมตร และลึกเข้าไปเพียงแค่ 40 เมตรเท่านั้น มันคงจะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ หากได้มานอนอาบแดด แต่วิวตรงหน้ากลับเป็นภูเขาและทุ่งหญ้าโล่งกว้างสีเขียวขจี
3.ทะเลสาบเดดซี ประเทศจอร์แดน
ใครอยากลอยตัวได้ในน้ำทะเลโดยไม่ต้องมีตัวช่วย ไม่ต้องผอม ไม่ต้องใช้เวทมนตร์ ต้องไปเที่ยวที่นี่เลยค่ะ ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea) ตั้งอยู่เขตแดนระหว่างประเทศจอร์แดนและประเทศอิสราเอล โดยมีลักษณะเป็นทะเลสาบที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 400 เมตร ความพิเศษของมันก็คือมีความเข้มข้นของเกลือที่สูงมาก จึงทำให้สสารต่าง ๆ สามารถลอยตัวในน้ำได้ นักท่องเที่ยวจึงนิยมที่จะมาสัมผัสความมหัศจรรย์ของทะเลสาบแห่งนี้กันตลอดทั้งปี
2.La Casa del Arbol ประเทศเอกวาดอร์
สำหรับคนที่รักการผจญภัยจะต้องจด La Casa del Arbol ให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในฝันแน่นอน เพราะที่นี่จะทำให้คุณได้เหมือนลอยอยู่บนอากาศเหนือภูเขาสูงสุดหวาดเสียวกับชิงช้าริมหน้าผา ซึ่งเป็นชิงช้าที่แขวนอยู่บนต้นไม้สูงริมหน้าผาบนภูเขาไฟในเมือง Bellavista ทางตอนใต้ของเมือง Banos ประเทศเอกวาดอร์ นั่งท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อไปสัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษนี้ และต้องใจกล้าพอที่จะนั่งชิงช้าที่แกว่งออกไปกลางอากาศ ราวกับว่าจะบินได้เลยทีเดียว แต่มันคุ้มค่าที่จะได้สูดอากาศแสนบริสุทธิ์และหลุดจากกรอบของแผ่นดินไปสู่โลกกว้างแม้มันจะเป็นเสียงเศษเสี้ยววินาทีก็ตาม
1.Yellowknife ประเทศแคนาดา
Yellowknife ตั้งอยู่ในเขต Northwest Territories ของประเทศแคนาดา เป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่อากาศจะต่ำลงไปติดลบมากกว่า -30 ถึง -50 องศา ที่นี่จึงเป็นดินแดนที่ถูกแช่แข็งไปชั่วขณะในช่วงหน้าหนาว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีชีวิตชีวา เพราะท้องฟ้าในเมือง Yellowknife จะกลายเป็นจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่มหึมาที่คอยฉายการแสดงของแสงออโรร่าสุดอลังการ มีทั้งสีเขียว สีแดง และสีเหลืองสลับปะปนกันไปอย่างงดงาม และยังมีเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากพักค้างคืนท่ามกลางป่าสน เพื่อชมแสงออโรร่าให้ฉ่ำใจทั้งคืนอีกด้วย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น