10 ภูมิภาคที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกปี 2016

update :30/3/2016 11:40
views : 1237
ที่มา : http://travel.kapook.com/view135073.html
การท่องเที่ยวถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะฉะนั้นในปีที่ผ่านมาใครที่มัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน ก็ควรวางแผนเพื่อไปเที่ยวกันได้แล้วค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีไอเดียดี ๆ มานำเสนอ จากหัวข้อ Best in Travel 2016 โดย Lonely Planet ได้มีการจัดอันดับใน 3 หมวดหมู่ด้วยกัน กระปุกดอทคอมได้นำเสนอ 10 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก 2016 และ 10 ประเทศน่าเที่ยวที่สุดในโลก 2016 ไปแล้ว คราวนี้มาถึง 10 ภูมิภาคที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก กันบ้าง ซึ่งแต่ละสถานที่ในลิสต์ก็ล้วนแต่น่าสนใจทั้งสิ้น จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลย
10. เซนต์เฮเลนา (St Helena) สหราชอาณาจักร
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

เกาะเซนต์เฮเลนา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นอาณาเขตการปกครองของประเทศอังกฤษ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินมากพอสมควร เซนต์เฮเลนาเป็นที่รู้จักเมื่อจักรพรรดินโปเลียน โบนาปาร์ตแห่งฝรั่งเศส ได้ถูกเนรเทศมายังที่นี่ และได้สวรรคตที่นี่เช่นกัน เกาะแห่งนี้เกิดจากภูเขาไฟ จึงมีลักษณะของภูมิประเทศที่โดดเด่น ภายในเกาะเต็มไปด้วยเทือกเขาสูงใหญ่ รูปร่างแปลกตา พร้อมทั้งที่ราบสูงอันเขียวขจี มีประชากรเพียงแค่ประมาณ 3,800 คนเท่านั้น บนเกาะจึงเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนอย่างจริงจัง
9. ชายฝั่งทะเล Costa Verde ประเทศบราซิล
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ห่างจากเมืองริโอ เดอ จาเนโร (Rio de Janeiro) ไปทางตะวันออกเพียงไม่กี่ไมล์ คุณก็จะได้พบกับสวรรค์อันงดงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศบราซิล Costa Verde เป็นเขตชายฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยแนวของภูเขาสูงใหญ่สวยงาม เพียบพร้อมไปด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใสสะอาด สถานที่ที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับการพายเรือคายัก การดำน้ำรอบ ๆ ชายฝั่ง การเดินเล่นตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ รวมไปถึงการรับประทานอาหารทะเลสด ๆ ในบรรยากาศอันเงียบสงบ และแสนจะโรแมนติก
8. รัฐบาวาเรีย (Bavaria) ประเทศเยอรมนี
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

รัฐบาวาเรีย เป็นรัฐที่มีชื่อเสียงอีกรัฐหนึ่งของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยมีเมืองมิวนิกเป็นเมืองหลวง ที่นี่มีความหลากหลายของทั้งธรรมชาติและผู้คน งดงามไปด้วยเทือกเขาสูงใหญ่ ทะเลสาบสีฟ้าใส ฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะขาวนุ่มอันเหมาะสมต่อการเล่นสกีและกีฬาฤดูหนาว ปราสาทเก่าแก่มากมาย นอกจากนี้ยังมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์จากเมืองเก่าแก่อย่างเมือง Bamberg และเมือง Regensburg ซึ่งได้รับการจดทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ Neuschwanstein Castle, Nymphenburg Palace, Trausnitz Castle, Hermitage Bayreuth, Chiemsee Lake, Frauenchiemsee Monastery, Fuessen เป็นต้น
7. รัฐฮาวาย (Hawaii) สหรัฐอเมริกา
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

เสน่ห์ของฮาวายไม่ใช่เพียงแค่ท้องทะเลสีฟ้าครามอันงดงามเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานในรูปแบบต่าง ๆ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน ที่นี่เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงอาหารการกินของคนที่นี่ไม่เคยขาดแคลน เมื่อธรรมชาติสุดอัศจรรย์รวมเข้ากับความสนุกสนานต่าง ๆ ที่ย่างกรายเข้ามา ทำให้ฮาวายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะสร้างความสุขให้กับผู้มาเยือนได้อย่างไม่รู้จบ
6. ภูมิภาคโอแวร์ญ (Auvergne) ประเทศฝรั่งเศส
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ประเทศฝรั่งเศส ดินแดนที่ใคร ๆ ก็มักที่จะนึกถึงแฟชั่น น้ำหอม และกรุงปารีสเป็นอันดับแรก แต่ใครจะรู้ว่าประเทศแห่งนี้ยังมีธรรมชาติสุดอัศจรรย์ให้เราได้ไปค้นหาอีกมากมาย โดยเฉพาะในภูมิภาคโอแวร์ญ (Auvergne) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของประเทศฝรั่งเศส ดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีหุบเขาสีเขียวขจี และยิ่งไปกว่านั้นก็คือภูเขาไฟ ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเด่นภายในภูมิภาค นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับการขี่จักรยานชมธรรมชาติ การปีนเขา การขี่ม้า การตกปลา และอื่น ๆ อีกมากมาย
5. เกาะ Waiheke ประเทศนิวซีแลนด์
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ถ้าพูดถึงประเทศนิวซีแลนด์ สถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนนึกถึงอันดับแรกก็คงหนีไม่พ้นเมืองควีนส์ทาวน์ หรือเมืองโอ๊คแลนด์ ลองเดินออกนอกเส้นทางสองเมืองนี้ เพื่อไปพบกับความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในประเทศนิวซีแลนด์กันดูบ้างน่าจะดีกว่า ห่างจากเมืองโอ๊คแลนด์ประมาณ 35 นาที คุณก็จะพบกับสวรรค์อีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ เกาะ Waiheke ซึ่งเป็นเกาะที่มีความหลากหลายของธรรมชาติ มีทั้งหาดทรายสวย ทะเลใส ภูเขา ป่าไม้สีเขียวขจี ไวน์ยาร์ดไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศแสนบริสุทธิ์ บรรยากาศเงียบสงบ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยศิลปินมากมายที่มาพร้อมกับวิถีชีวิตแบบโบฮีเมียน การมาเยือนที่นี่จะทำให้คุณมองนิวซีแลนด์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
4. ภูมิภาค Friuli Venezia Giulia ประเทศอิตาลี
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ภูมิภาค Friuli Venezia Giulia ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ด้วยลักษณะของภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและที่ราบสูง ประกอบกับอากาศที่เหมาะสมต่อการปลูกองุ่นเพื่อการทำไวน์ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยไร่องุ่นไกลสุดลูกหูลูกตา จนได้ฉายาว่าเป็นภูมิภาคแห่งไวน์ (Wine Region) การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่มาชมภาพของไร่องุ่นอันกว้างใหญ่เท่านั้น แต่คุณยังจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนทำไวน์ เรียนรู้กระบวนการปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ ไปจนถึงขั้นตอนการบ่มไวน์ และบรรจุหีบห่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะได้ดื่มด่ำกับความโรแมนติกของไร่องุ่น ภูเขาสูงใหญ่ และอากาศที่เย็นสบายอีกด้วย
3. เขต Vinales Valley ประเทศคิวบา
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ประเทศคิวบา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่การท่องเที่ยวมีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะในเขต Vinales Valley ซึ่งตั้งอยู่ใน Sierra de los Organos ด้านตะวันตกของเกาะคิวบา ล้อมรอบไปด้วยแนวเทือกเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขาและต้นไม้นานาชนิด สิ่งที่โดดเด่นในเขตนี้ก็คือฟาร์มของชาวบ้าน ที่ยังคงทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ปลูกไร่ยาสูบและข้าวโพดอย่างเรียบง่าย นักท่องเที่ยวสามารถที่จะขี่จักรยานหรือขี่ม้าไปรอบ ๆ เพื่อชมความงดงามของฟาร์มต่าง ๆ พร้อมทั้งรับประทานอาหารพื้นเมืองแบบโฮมเมด และนอนพักในบ้านของชาวบ้าน (โฮมสเตย์) ในบรรยากาศสุดอบอุ่น ความสวยงามที่ไม่รับการปรุงแต่งเช่นนี้ ทำให้เขต Vinales Valley ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1999 แบบนี้จะไม่ยกให้ที่นี่เป็น 1 ใน 10 จุดหมายปลายทางสำหรับปี 2016 ได้อย่างไร
2. เวสต์ไอซ์แลนด์ (West Iceland)
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ประเทศไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยงามโดดเด่นมากอีกแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเวสต์ไอซ์แลนด์ ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติพอสมควร ซึ่งนั่นทำให้ภูมิภาคนี้มีธรรมชาติอันงดงามสะดุดตา ทั้งภูเขาน้ำแข็ง น้ำพุร้อน น้ำตกขนาดใหญ่มหึมา พร้อมทั้งท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงเหนือ (Aurora) ที่สวยงามในยามค่ำคืน สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในภูมิภาคนี้ อาทิ Deildartunguhver, Reykholt, Glymur waterfall, Hallmundarhraun, Langjokull, The Lava Field Waterfall, Kirkjufell mountain, Sn fellsj kull เป็นต้น
1. ทรานซิลเวเนีย (Transylvania) ประเทศโรมาเนีย
Cr.http://travel.kapook.com/view135073.html

ทรานซิลเวเนีย เป็นภูมิภาคทางตอนกลางของประเทศโรมาเนีย ซึ่งล้อมรอบไปด้วยแนวของเทือกเขาคาร์เพเทียน (Carpathian mountain) มีพื้นที่ทั้งหมดราว ๆ 34,177 ตารางไมล์ ประกอบไปด้วยเมืองทั้งหมด 10 เมือง ซึ่งแต่ละเมืองก็จะมีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น ทั้งตึกรามบ้านช่องสไตล์ดั้งเดิม รวมทั้งปราสาทเก่าแก่ เมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Brasov, Sibiu และ Sighisoara สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ Bran Castle (ปราสาทแห่งตำนานแดรกคูล่า), Rasnov Fortress, Bruckenthal Palace, Corvinilor Castle, Dacian Fortresses of the Orastie Mountains, The Apuseni Mountains เป็นต้น

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น