10 อันดับ มหาลัยเอกชน ที่ดีที่สุด จาก Webometrics 2016

update :9/2/2016 21:41
views : 1976
ที่มา : ที่มา : manager.co.th
Webometrics เว็บไซต์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยชื่อดังจากประเทศสเปน สำหรับคนในแวดวงการศึกษาคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมาเว็บโอเมตริกซ์ได้ประกาศผลการจัดอันดับ Webometrics Ranking of World Universities หรือ "Ranking Web of World Universities" โดยเน้นไปที่ผลงานทางวิชาการที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต นอกเหนือจากการวัดด้วยดัชนีการตีพิมพ์ผลงานวิจัยและการอ้างอิงผลงานวิจัย เรียกง่าย ๆ ว่าวัดความเป็นมหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (E-university) นั่นเอง จนกำเนิดเป็นหัวข้อ 10 อันดับ มหาลัยเอกชน ที่ดีที่สุด จาก Webometrics 2016 จะมีมหาลัยอะไรบ้างไปชมพร้อมๆกันได้เลย
10.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (Kasem Bundit University)
เริ่มกันที่อันดับที่ 10 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ดีที่สุดในประเทศไทยจากการจัดอันดับโดยเว็บโมตริกซ์ที่เพิ่งประกาศผลไปเมื่อเดือนมกราคม 2559 โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อยู่ในอันดับที่ 63 ของประเทศไทย และอันดับที่ 4279 ของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 ใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยเกษมบัณฑิต” และได้มาเปลี่ยนมหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2535 ปัจจุบันเปิดดำเนินการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก มี 2 วิทยาเขต คือ วิทยาเขตพัฒนาการ และวิทยาเขตร่มเกล้า 77
9.มหาวิทยาลัยศรีปทุม (Sripatum University)
8.มหาวิทยาลัยราชธานี (Ratchathani University)
มหาวิทยาลัยเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เดิมชื่อ "วิทยาลัยเทคโนโลยีราชธานี" และได้เปลี่ยนสถานะเป็น "มหาวิทยาลัยราชธานี" เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2546 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชธานีได้เปิดำเนินการสอน 5 คณะ 14 สาขาวิชา ในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยราชธานีได้รับการจัดอันดับจากเว็บโอเมตริกซ์ในอันดับที่ 46 ของประเทศไทย และอันดับที่ 3351 ของโลก
7.มหาวิทยาลัยสยาม (Siam University)
มหาวิทยาลัยสยาม เป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อปี 28 กันยายน พ.ศ. 2516 นับได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่มากที่สุดในย่านธนบุรี ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสยามได้จัดการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งสิ้น 49 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 10 คณะ ด้วยความหลายหลายทางด้านวิชาการ ทำให้มหาวิทยาลัยสยามติดอยู่ในอันดับที่ 42 มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และอันดับที่ 3226 ของโลก
6.มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (Huachiew Chalermprakiet University)
มหาวิทยาลัยที่มีรากฐานมาจากพลังศรัทธา และการบรรเทาสาธารณภัยเพื่อมวลชน ของ “มูลนิธิฮั้วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง” ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยหัวเฉียวอยู่ในอันดับที่ 34 มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และอันดับที่ 2910 ของโลก แต่เดิมได้ก่อกำเนิดมาจากโรงเรียนผดุงครรภ์อนามัย และได้มาตั้งเป็น “วิทยาลัยหัวเฉียว” โดยเปิดสอนหลักสูตรพยาบาล ในระดับปริญญาตรีเป็นหลักสูตรแรก ก่อนที่จะได้รับการยกสถานะเป็น “มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ” ในปัจจุบัน
5.มหาวิทยาลัยพายัพ (Payap University)
อันดับที่ 33 มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย และอันดับที่ 2904 ของโลก เรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ “มหาวิทยาลัยพายัพ” ได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2517 ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ก่อกำเนิดมาจากคริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนทเข้ามาประกาศเผยแพร่ครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มแรกใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยคริสเตียนพายัพ” จนได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย ให้เปลี่ยนประเภทจาก "วิทยาลัย" เป็น "มหาวิทยาลัย" ในปี พ.ศ. 2527 ปัจจุบันเปิดดำเนินการสอนทั้งสิ้น 12 คณะ
4.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (University of the Thai Chamber of Commerce)
Top 5 มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย เฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” สถาบันการศึกษาชั้นนำด้านธุรกิจในเอเชีย และยังได้รับการการันตีว่า นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยหอการค้ามีอัตราในการจ้างงานที่สูงอีกด้วย โดยมหาวิทยาลัยมีประวัติการก่อตั้งที่ยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2483 ใช้ชื่อว่า "วิทยาลัยการค้า" จนได้ย้ายมาอยู่ในสังกัดของทบวงมหาวิทยาลัย และได้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในชื่อใหม่ว่า "มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย" จากผลการจัดอันดับของเว็บโอเมตริกซ์ในปีนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอยู่ในอันดับที่ 32 ของไทย และอันดับที่ 2760 ของโลก
3.มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Bangkok University)
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ โดยได้เปิดดำเนินการสอนตั้งแต่ พ.ศ.2505 ปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแถวหน้าของประเทศไทยได้สำเร็จ จากการพัฒนาหลักสูตร และได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน โดยเฉพาะในด้านอิเล็กทรอนิกส์เรียกได้ว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็ไม่เป็นรองใครเช่นเดียวกัน ทำให้ในปี 2559 นี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อยู่ในอันดับที่ 31 ของประเทศไทย และอันดับที่ 2604 ของโลก ปัจจุบัน เปิดดำเนินการสอน ใน 2 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท กทม. และวิทยาเขตรังสิต จ.ปทุมธานี
2.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (Mahanakorn University of Technology)
มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย แต่เดิมจัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยมหานคร” ในปี พ.ศ.2533 เนื่องจากช่วงนั้นเป็นยุคที่ประเทศไทยขาดแคลนวิศวกร โดยเปิดดำเนินการสอนเพียงหนึ่งคณะวิชา คือ “คณะวิศวกรรมศาสตร์” ต่อมาได้รับการอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทเป็นมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2535 ในนาม "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร" ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครเปิดดาเนินการสอน คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะสัตวแพทยศาสตร์, คณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และคณะบริหารธุรกิจ จากการจัดอันดับของเว็บโอเมตริกซ์ล่าสุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ติดอยู่ในอันดับที่ 24 ของประเทศ และอันดับที่ 2256 ของโลก
1.มหาวิทยาลัยรังสิต (Rangsit University)
มหาวิทยาลัยเอกชนแถวหน้าของเมืองไทย แน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก “มหาวิทยาลัยรังสิต” ที่ในปีนี้ได้รับการประเมินและจัดอันดับจากเว็บโอเมตริกซ์ว่าเป็นมหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีที่สุดในเมืองไทยอันดับที่ 20 และอันดับที่ 2114 ของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2528 มหาวิทยาลัยเอกชนที่มีศาสตราจารย์มากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยรังสิตยังมีชื่อเสียงในด้านวิชาการที่ทันสมัยหลายหลักสูตรด้วยกัน ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช และพยาบาล นอกจากนี้มหาวิทยาลัยรังสิตยังมีชื่อเสียงในเรื่องของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่เป็นศิลปินดาราศึกษาอยู่เป็นจำนวนมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น