10 อันดับ เมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษา 2016

update :10/1/2016 00:48
views : 1774
ที่มา : ที่มาและภาพประกอบจาก : Topuniversity และ hccs.edu และ manager.co.th
ต้อนรับปี 2016 กับผลการจัดอันดับเมืองแสนประหยัด หรือ “Most Affordable Cities for Students 2016” ค่าเล่าเรียนถูก ค่าครองชีพต่ำ เอาใจคนที่กำลังจะคิดไปเรียนต่อต่างประเทศ กับเหตุผลง่ายๆ “ถูกและดี” ที่ทาง QS World University Ranking ได้ทำการสำรวจและประกาศผลในช่วงปลายปีที่แล้ว โดยมีดัชนีชี้วัด คือค่าเล่าเรียน ต้นทุนการใช้ชีวิต ค่าบิ๊กแมค (Big Mac) และราคา iPad แม้บางเมืองจะไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องมาตรฐานการศึกษาของทั้ง 10 เมืองแล้วการันตีได้เลยว่าไม่แพ้มหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ ๆ อย่างแน่นอน
10.เมืองตูลูซ (Toulouse)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$200 ประมาณ 7,200 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$4.49 ประมาณ 162 บาท
ราคา iPad : US$556.80 ประมาณ 20,140 บาท

เมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ถูกขนานนามว่า “เมืองสีชมพู (La ville rose)” เพราะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมในยุคเรเนซองส์ที่ก่อด้วยอิฐสีส้มอมชมพู นอกจากจะไปศึกษาต่อแล้ว ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ให้ได้เที่ยวชมรอบ ๆ เมืองอีกด้วย ที่สำคัญค่าเล่าเรียนแสนถูกเพียง $200 ต่อปี เท่านั้น
9.วาเลนเซีย (Valencia)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$1,800 ประมาณ 65,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$4.00 ประมาณ 145 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

"เมืองบาเลนเซีย" หรือ "เมืองวาเลนเซีย" เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาเลนเซีย เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศสเปน หากมองในแง่ของการศึกษาเรามักจะนึกถึงเมืองมาดริด และบาร์เซโลน่า ที่มักจะติดอันดับโลกอยู่บ่อยครั้ง แต่ในปีนี้ต้องยกให้ “วาเลนเซีย” เมืองสุดแสนประหยัดอีกหนึ่งเมือง
8.เม็กซิโก ซิตี้ (Mexico City)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$5,500 ประมาณ 200,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$3.11 ประมาณ 113 บาท
ราคา iPad : US$490.19 ประมาณ 17,700 บาท

เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก และเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหมาะสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติที่มีงบจำกัด แต่ชอบอยู่ในเมืองใหญ่ แม้เม็กซิโกจะมีค่าเล่าเรียนสูงที่สุดจากทั้ง 10 เมืองในอันดับ Top 10 แต่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในเมืองใหญ่อื่น ๆ แล้วถือว่าถูกมาก
7.เวียนนา (Vienna)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$500 ประมาณ 18,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$3.71 ประมาณ 134 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

ไม่ธรรมดาสำหรับ “กรุงเวียนนา” เมืองหลวงจากประเทศออสเตรีย ที่นอกจากจะเป็นเมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษาแล้ว ยังติดอยู่ในอันดับที่ 2 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีค่าเล่าเรียนตกอยู่ที่ประมาณ US$500 ต่อปี สำหรับนักศึกษาทั่วไป และฟรีสำหรับนักศึกษาจากกลุ่มประเทศ EU
6.มิวนิค (Munich)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$0
ราคาบิ๊กแมค : US$3.93 ประมาณ 142 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

ประเทศเยอรมนี จัดเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่คนนิยมไปเรียนต่อมากที่สุดในโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ "มิวนิค" เป็นอีกหนึ่งเมืองฮอต ที่มีค่าเล่าเรียนเป็นศูนย์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเรียนฟรีเช่นเดียวกับกรุงเบอร์ลิน และได้รับความนิยมจากนักศึกษาทั่วโลก นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ในปีนี้มิวนิค ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในอันดับที่ 8 ของโลกอีกด้วย
5.เมืองไทเป (Taipei)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,700 ประมาณ 134,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.55 ประมาณ 92 บาท
ราคา iPad : US$486.55 ประมาณ 17,600 บาท

เรียกได้ว่าฮอตมากในปีนี้สำหรับประเทศไต้หวัน ที่มีเมืองติดอันดับมาถึง 2 เมืองด้วยกัน ใครที่คิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ไทเปก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่นอกจากจะมีค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพถูกแล้ว ยังมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและติดอยู่ในอันดับโลกหลายแห่งด้วยกัน เช่น มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) อยู่ในอันดับที่ 70 ของโลก
4.เบอร์ลิน (Berlin)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$0
ราคาบิ๊กแมค : US$3.93 ประมาณ 142 บาท
ราคา iPad : US$545.64 ประมาณ 19,700 บาท

กลับมาที่ประเทศเยอรมนีอีกครั้ง กับอันดับที่ 4 เมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษาในปี 2016 สำหรับ“กรุงเบอร์ลิน” และยังเป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาในอันดับที่ 9 ของโลก อีกด้วย นั่นอาจเป็นเพราะมหาวิทยาลัยของรัฐบาลส่วนใหญ่ในประเทศเยอรมนีจะไม่เก็บค่าเล่าเรียน ทั้งนักศึกษาในท้องถิ่น และนักศึกษาชาวต่างชาติ (ยกเว้นหลักสูตรปริญญาโทบางส่วน) นั่นเอง
3.นครซินจู๋ (Hsinchu)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,400 ประมาณ 123,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.55 ประมาณ 92 บาท
ราคา iPad : US$486.55 ประมาณ 17,600 บาท

“นครซินจู๋” เมืองใหม่จากไต้หวันที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่ากับ “เมืองไทเป” แต่บอกได้เลยว่า นครแห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีและความทันสมัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่คิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศในราคาแสนประหยัด นอกจากนี้ยังการันตีด้วยอันดับที่ 55 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ประจำปี 2016 อีกด้วย
2.วอร์ซอ (Warsaw)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,400 ประมาณ 123,000 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.54 ประมาณ 92 บาท
ราคา iPad : US$554.26 ประมาณ 20,000 บาท

เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโปแลนด์ และยังติดอันดับเป็นเมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษา ในปี 2016 นี้อีกด้วย โดยวอร์ซอ ถือเป็นเมืองใหม่สุด ๆ ที่ติดอันดับ Best Student Cities 2016 สูงสุดอยู่ในอันดับที่ 63 นอกจากจะเป็นเมืองศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมหนักของประเทศแล้ว ยังเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการศึกษาอีกด้วย ค่าเรียนแสนประหยัดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ และฟรีสำหรับนักศึกษาโปแลนด์
1.กัวลาลัมเปอร์ (kuala Lumpur)
ค่าเรียนเฉลี่ย : US$3,900 ประมาณ 141,100 บาท ต่อปี
ราคาบิ๊กแมค : US$2.01 ประมาณ 73 บาท
ราคา iPad : US$398.26 ประมาณ 14,400 บาท

“กัวลาลัมเปอร์” มหานครแห่งสีสันและวัฒนธรรมอันหลากหลาย เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถครองอันดับ 1 เมืองสุดแสนประหยัดสำหรับนักศึกษา ติดต่อกัน 2 สมัย แชมป์เก่าจากปี 2015 และในปีนี้ กัวลาลัมเปอร์ ยังติดอยู่ในอันดับที่ 53 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา หรือ QS Best Student Cities 2016 อีกด้วย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น