10 อันดับรถยนต์ที่ถูกประมูลแพงที่สุดในปี 2015

update :26/12/2015 23:41
views : 2562
ที่มา : ข้อมูลจาก autoblog เขียนและเรียบเรียงโดย carvariety.com
ไม่มีอะไรที่จะมาประเมินค่าได้ว่ารถคันนี้จะถูก หรือว่าจะแพง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ว่าพึงพอใจในรถยนต์คันนั้นมากน้อยขนาดไหน หรือมีทุนทรัพย์ในการไขว่ขว้ามันมาเป็นของตนเองให้ได้เพียงใด วันนี้เราจึงนำ 10 อันดับที่มีการประมูลรถยนต์คลาสสิกที่แพงที่สุดประจำปี 2015 มาฝากกัน ไปเริ่มกันเลย
10.Porsche 956 ปี 1982
ถูกประมูลไปด้วยราคา 10.12 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance(R) ซึ่งบริษัทผู้ตั้งการประมูลก็คือ กู๊ดดิ้ง แอนด์ คัมพานี อีกเช่นเดียวกัน
9.Jaguar C-Type ปี 1953
ถูกประมูลไปด้วยราคา 13.2 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ งานประมูล RM Sotheby ปี 2015 ที่ Monterey ที่จัดขึ้นไปเมื่อ 13 14 15 สิงหาคม แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา งานประมูล RM Sotheby เป็นงานประมูลรถเก่าสุดหรู แค่วันแรกในคอลเลคชั่น Pinnacle Portfolio ที่ทำเงินไปกว่า 75.4 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
8.Ferrari 250 GT TdF ปี 1956
ถูกประมูลขายไปแล้วด้วยราคา 13.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับ Ferrari 250 GT “Tour De France” เคยได้เข้าร่วมประกอบฉากในหนัง Hollywood เรื่อง “ This Love Bug ” มาแล้วอีกด้วย
7.Ferrari 250 GT TdF ปี 1956
ถูกประมูลขายไปแล้วด้วยราคา 13.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนทางด้านเครื่องยนต์ McLaren F1 ปี 1998 ใช้เครื่องยนต์ V8 ความจุ 6.1 ลิตร แบบเดียวกันกับที่อยู่ใน McLaren F1 GTR มันมีกำลังสูงสุด 689 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายในเวลา 3.9 วินาทีและมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 362 กม./ชม.
6.Aston Martin DB4 Zagato ปี 1962
ถูกประมูลขายไปด้วยราคา 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐ รถดังกล่าวนั้นออกแบบโดยทางนักดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่าง Ercole Spada, ที่ออกแบบรถน้ำหนักเบาอย่างเห็นได้ชัดจากประสิทธิภาพของเจ้า DB4 GT ให้กำลังทั้งสิ้น 318 แรงม้าจากเครื่องยนต์ขนาด 3.7 ลิตรแบบ 6 สูบที่ให้กำลังสูงรุ่นหนึ่งของแบรนด์เลยทีเดียว
5.Ferrari 250 GT SWB Berlinetta Speciale ปี 1962
ถูกประมูลขายไปด้วยราคา 16.5 ล้านเหรียญสหรัฐที่งาน Pebble Beach Concours d’Elegance โดย กู๊ดดิ้ง แอนด์ คัมพานี เช่นเดียวกัน
4.Ferrari 250 GT SWB California Spider ปี 1961 (สีแดง)
ถูกประมูลขายไปแล้วด้วยราคา16.8 ล้านเหรียญสหรัฐที่งาน Pebble Beach Concours d’Elegance โดย กู๊ดดิ้ง แอนด์ คัมพานี 250 GT California Spyder นี้ มีการผลิตเพียง 50 คัน มีเครื่องยนต์ 250 แรงม้า ทำให้เร่งความเร็วได้ถึง 240 กม./ชม.
3.Ferrari 250 LM ปี 1964
ถูกประมูลขายไปด้วยราคา 17.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมกับความจุเครื่องยนต์ V12 3.0 ลิตร ด้วยความสามารถเร่งความเร็ว 280 กม./ชม. รถคันนี้ขายไปในเดือนพฤษภาคม 2010 ณ ประเทศแคนาดา โดย คริสอีแวนส์ เจ้าของคอลเลกชั่นที่เป็นสุดยอดของรถที่หายากของบริษัทอิตาเลียน และในปี 2008 รถในชุดนี้ ยังได้ขายให้กับผู้ซื้อที่ไม่ระบุชื่อ ในราคา $ 28 ล้าน แต่เนื่องจากไม่เป็นที่เปิดเผย จึงไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
2.Ferrari 250 GT SWB California Spider ปี 1961 (สีดำ)
ถูกประมูลขายไปด้วยราคา 18.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสุดยอดรถของ Ferrari ในอดีตอย่าง 250 GT California Spyder นี้ มีการผลิตเพียง 50 คัน มีเครื่องยนต์ 250 แรงม้า ทำให้เร่งความเร็วได้ถึง 240 กม./ชม. Ferrari 250 GT SWB California Spyder ออกขายอีกทีเมื่อ พฤษภาคม 2008 โดยมีเจ้าของเป็นนักแสดงชื่อดัง James Coburn ชาวอเมริกัน จากหนังเรื่อง “Magnificent Seven” และ “The Great Escape.”
1.Ferrari 290 MM ปี 1956
ถูกประมูลขายไปด้วยราคา 28 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเจ้า Ferrari 290 MM ถูกผลิตมาเพียงแค่ 4 คันในโลก เพื่อใช้ในการแข่งขัน World Sportscar Championship ซึ่ง 1 ในทั้ง 4 คันนั้นสามารถชนะการแข่งขันรายการ Mille Miglia ในปี 1956 ที่ขับโดยนักขับชื่อ Eugenio Castellotti ส่วน Juan Manuel Fangio ผู้ที่ขับรถประมูล Ferrari 290 MM คันนี้นั้นสามารถจบการแข่งขันได้ในอันดับที่ 4 นั่นเอง

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น