10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผู้ก่อการร้าย ISIS

update :18/11/2015 16:22
views : 4420
ที่มา : เขียนและเรียบเรียงโดยทีมงาน toptenthailand.com
ถ้าหากจะกล่าวถึงกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่กำลังเป็นที่จับตา และกำลังโดนถล่มแบบไม่เลี้ยง แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน นั้นก็คือกลุ่ม ISIS นั้นเอง แล้วคุณรู้จักผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้มากแค่ไหน ถ้าหากยังไม่รู้จักพวกนี้ดีพอ เราขอเสนอหัวข้อ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผู้ก่อการร้าย ISIS
10.เริ่มก่อการร้ายนอกซีเรีย และอิรัก
การก่อการร้ายเริ่มทวีความหนักขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ระเบิดพลีชีพ จนล่าสุดการก่อการร้ายที่ฝรั่งเศสจะไม่มีวันลืม ที่มีทั้งระเบิดพลีชีพ และกราดยิงคนบริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 160 คน และยังประกาศกร้าวว่าจะถล่มรัสเซียไม่ให้เหลือซาก เลยทีเดียว
9.ตัวทำลายมรดกโลก
กลุ่ม ISIS เมื่อไปยึดถิ่นไหน ดินแดนไหนได้ ก็จะทำลายทั้งสิ่งปลูกสร้าง หรือโบราณสถาน รวมไปถึงสิ่งที่บ่งบอกถึงอารยธรรมที่เก่าแก่ อย่างเช่น วิหารแห่งเบล ที่มาอายุนับพันปี ที่ได้รับการลงทะเบียนจากองค์การยูเนสโก และในอนาคตหากกลุ่มนี้ไปยึดที่ไหนได้เพิ่มก็คงจะมิวายทำลายทั้งหมดราบเป็นหน้ากลองอีกเป็นแน่แท้
8.บานปลาย
ปัจจุบันนานาชาติ พยายามที่จะจับมือกันเพื่อที่จะถล่ม และกวาดล้างกลุ่ม ISIS ให้สิ้นซาก แต่ก็ไม่อาจจะจัดการได้โดยเร็ว ในปัจจุบันมีนักรบ ISIS จำนวนมากเริ่มแฝงไปตามประเทศต่างๆ และเริ่มต้นวางแผนในการก่อการร้ายขึ้น และหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ในอนาคตอาจจะเกิดสงครามขนาดภูมิภาคขึ้นก็เป็นได้
7.ขึ้นชื่อในด้านความโหดเหี้ยม
ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่โหดร้ายที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลก ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างเลือดเย็น ทั้งเชลยศึกที่ต่างโดนฆ่าที่วิธีที่โหดเหี้ยมเกินมนุษย์จะทำได้ หรือเพียงเพราะแค่นับถือต่างศาสนา หรือต่างนิกายกันเท่านั้น หรือแม้แต่คนที่เป็นเพศที่ 3 และอีกมากมาย
6.ผู้นำ
ผู้นำคนแรกก็คือ Abu Bakr al-Baghdadi แต่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอย่างหนักของกองกำลังอิรัก และคาดว่าจะเสียชีวิตแล้วแต่ยังไม่มีการยืนยัน และในเวลาต่อมานาย Abu Ala al-Afri ที่ปรึกษาของเขาก็ได้เข้ามารับตำแหน่งแทน และคาดว่าจากการโจมตีทางอากาศได้สังหารเขาในวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
5.กองกำลัง
มีการคาดว่ากองกำลังของกลุ่ม ISIS นั้นมีมากกว่า 6,000 คน ในประเทศอิรัก และอาจจะมีถึง 5,000 คน ในประเทศซีเรีย โดยยังมีกองกำลังที่เป็นชาวต่างชาติ อีกกว่า 3,000 คน คาดว่ามีนักรบจากเชชเนียกว่าพันคน และชาติตะวันตกอีกไม่น้อย
4.เงินทุน
กลุ่ม ISIS ถือว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยรายได้หลักน่าจะมาจากการขาย "น้ำมัน" จากบ่อที่ไปยึดมาได้ และหลายคนเชื่อว่าผู้ที่รับซื้อก็มีมากหน้าหลายตา รวมถึงรัฐบาลบางประเทศด้วย และยังมีการจับผู้หญิงจากนิกายอื่น หรือศาสนาอื่นๆ ไปค้าประเวนี การเก็บค่าคุ้มครอง และอีกหลายอย่าง และล่าสุดรัสเซียออกมาบอกว่า มีหลักฐานสำคัญที่ทำให้ทราบถึงแหล่งเงินที่สำคัญ อาจจะมาจากหลายประเทศ และประเทศเหล่านั้นก็เป็นสมาชิก G20 อีกด้วย
3.เป้าหมายที่มุ่งมั่น
แน่นอนว่ากลุ่มก้อนทุกอย่าง หากเกิดการก่อตั้งขึ้นแล้วมาแล้ว ย่อมมีจุดมุ่งหมายแน่นอน ISIS ก็เช่นเดียวกัน เป้าหมายของกลุ่มนี้ก็คือ การจัดตั้งรัฐบาลอิสลามขึ้นมา โดยสร้างกฏหมายของตนเองที่เรียกว่า Sharia Law (ประมวลนิติศาสตร์อิสลาม) โดยเป็นฏกหมายที่เข้มงวด และมีบทลงโทษที่รุงแรง
2.นิกาย
กลุ่ม ISIS นั้นจะนับถืออิสลามนิกาย สุหนี่ และไม่ได้มีแต่สมาชิกมาที่จากอาหรับ อิรัก ซีเรีย เท่านั้น ยังรวมถึงสมาชิกที่เดินทางมาจากยุโรป และจากสหรัฐอเมริกาเองก็มีเช่นเดียวกัน
1.กำเนิดกลุ่ม
โดยแรกเริ่มเดิมที่กลุ่ม ISIS ก็คือกลุ่มติดอาวุธที่ออกมาช่วยรัฐบาลอิรักในการสู้รบกับกองกำลังของมะกัน ในช่วงสงครามอิรักในปี 2546 โดยในตอนนั้นเป็นกลุ่มที่ชื่อว่า "ISI" หรือ "รัฐอิสลามแห่งอิรัก" และภายหลังได้ขยายอิทธิพลไปยังในหลายประเทศ พอถึงในช่วงสงครามกลางเมืองในซีเรีย กลุ่ม ISI นี้ก็ได้ตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นชื่อว่า "ISIS" หรือ "รัฐอิสลามแห่งอิรักและซีเรีย"

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น