10 อันดับพิพิธภัณฑ์สุดแปลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่บนโลก!!

update :17/7/2015 15:19
views : 7418
ที่มา : toptenthailand
จะว่าไปแล้วบนโลกเราเนี่ยก็มีพิพิธภัณฑ์ให้เดินเที่ยว เดินชมอยู่ทุกที่ไป แต่บางทีการที่เดินชมพิพิธภัณฑ์รูปภาพ รูปวาด หรืองานโชว์อะไรธรรมดาๆ มันก็น่าเบื่อเกินไป!! วันนี้ทางทีมงาน toptenthailand จึงได้นำเอา 10 อันดับพิพิธภัณฑ์สุดแปลก ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่บนโลก รับรองว่าใครได้อ่านก็จะงงกันไปตามๆ กันว่าทำขึ้นเพื่ออะไรเนี่ย หรือถ้าใครชอบอะไรพวกนี้ก็อาจจะบินไปดูถึงที่เลย!!
อันดับ 10 พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย (The Museum of Bad Art, U.S.A)
พิพิธภัณฑ์รวบรวมศิลปะดีๆ คงมีกันเยอะแยะจนคนพากันเบื่อแล้ว ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เลยมีพิพิธภัณฑ์สุดแปลก ที่สวนกระแสความสวยงาม โดยเรียกกันว่า “Bad Art” ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1994 โดย สกอตต์ วิลสัน ที่ได้รวบรวมงานศิลปะกว่า 500 ชิ้น ที่ควรจะอยู่ในถังขยะมาจัดแสดงโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ เพราะบางชิ้นรูปร่างแปลก สีสันที่ไม่เข้ากัน เรียกได้ว่าไม่สนใจทฤษฎีใดๆ ในโลกเลย แต่ยังไงศิลปะก็คือศิลปะ เหมือนคำขวัญของที่นี่ว่า “Art too bad be ignorerd?" งานศิลปะบางอย่างถึงจะห่วย แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยหรือทิ้งไป!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.telegraph.co.uk/culture/culturepicturegalleries
อันดับ 9 พิพิธภัณฑ์โรคประหลาด มัตเตอร์ (Mutter Museum, U.S.A)
ที่นี่นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แปลกแล้ว ยังเต็มไปด้วยความสยอง เพราะได้เก็บรวบรวมโรคประหลาดๆ จากทั่วโลกแล้วนำมาจัดแสดง โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1858 อยู่ในวิทยาลัยแพทย์ฟิลาเดเฟีย เพนซิเวเนีย อเมริกา ด้วยการบริจาคของนายแพทย์ Thomas Dent Mutter ซึ่งแต่ละโรคที่อยู่ที่นี่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา แถมที่นี่ยังมีรูปหล่อของแฝดสยามอินจันภายหลังจากที่เสียชีวิตแล้วเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย ส่วนบางโรคนั้นถึงกับดูกันไม่ได้เลยทีเดียว จึงแนะนำว่าถ้าใครขวัญอ่อนอย่าไปที่นี่เด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่ที่ที่ไปแล้วคุณจะอารมณ์ดีกลับมาแน่นอน แต่ถ้าใครเป็นแพทย์ หรือสนใจในเรื่องของโรคพวกนี้ก็ควรมาเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะได้ความรู้กลับไปมากมาย

ขอบคุณภาพจาก http://www.utaot.com/2014/04/04/the-very-unusual-mutter-museum-pennsylvania/
อันดับ 8 พิพิธภัณฑ์องคชาติ (The Icelandic Phallological Museum, Iceland)
อันดับ 8 ของเราแค่ชื่อก็ชวนสยิวอย่าบอกใครแล้ว แถมที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งก่อตั้งโดย ซิเกอร์เดอร์ ฮจาร์ทาร์สัน (Sigurdur Hjartarson) จุดเริ่มต้นมาจากการที่นายซิเกอร์เดอร์ ได้รับ “อวัยวะเพศของวัว” มาหนึ่งอันที่มีลักษณะคล้ายแส้ขี่ม้า (Riding Crop) ในปี 1974 และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยอวัยวะสืบพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศผู้ (Mammal) ทั้งบนบก และในน้ำ อีกมากมาย จึงได้เกิดไอเดียบรรเจิดจัดแสดงโชว์ไว้ในพิพิธภัณฑ์มันซะเลย ปัจจุบันมีเหล่าองคชาติทั้งหมด 271 ชิ้น จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 100 สายพันธุ์!! ใครอยากเห็นอะไรแปลกตาก็แวะเวียนไปได้นะ

ขอบคุณภาพจาก http://catnapsintransit.com/icelands-many-penises-the-phallological-museum/
อันดับ 7 พิพิธภัณฑ์แห่งความตาย (Museum of Death)
ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมความสยองขวัญสั่นประสาทเอาไว้มากมาย “The Museum of Death” ตั้งอยู่ที่เมืองแมนแดน ฮอลลีวู้ด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1995 เปิดให้เข้าชมมาแล้วกว่า 20 ปี ที่นี่รวบรวมภาพ และข้อมูลของการฆาตกรรมดังๆ จากทั่วโลกไว้มากมาย โดยไฮไลท์จะอยู่ที่เครื่องประหารกิโยติน ที่ใช้ตัดหัวฆาตกรสุดโหด Henri Desire Landru ชาวฝรั่งเศส เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หรือจะเป็นคอลเลคชั่นศพที่เรียงรายกันอยู่ ระหว่างเดินชมอาจจะได้บรรยากาศของบ้านผีสิงมากกว่าพิพิธภัณฑ์ ใครที่ขวัญอ่อนก็ต้องเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อม เพราะอาจถึงขั้นอาเจียนวิงเวียนศีรษะตอนออกมาเลยก็ได้

ขอบคุณภาพจาก https://www.crowdvoice.com/posts/the-museum-of-death-2EaE
อันดับ 6 พิพิธภัณฑ์เครื่องมือทรมาน (Museum of Medieval Torture Instruments)
พิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้คุณเสียวสยองแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือ และวิธีการทรมานมนุษย์ในประวัติศาสตร์ยุคกลาง ภายในพิพิธภัณฑ์ได้เก็บรวบรวมเครื่องทรมานมนุษย์ในยุคกลางไว้กว่า 100 ชิ้น ใครที่ชอบความโหดร้ายทารุณ จิตนิดๆ หลอนหน่อยๆ ต้องถูกใจที่นี่อย่างแน่นอน อุปกรณ์ทุกชิ้นมีการบรรยายทั้งรูปภาพและรายละเอียด ว่าใช้กับคนที่ทำอะไรผิด รวมทั้งบอกว่าต้องการให้ผู้กระทำผิดรู้สึกอย่างไร ความเจ็บปวดทรมานจากเครื่องบีบกะโหลก เครื่องทรมานดึงแขนขา และแท่นตัดคอนักโทษ แค่ดูภาพก็น่ากลัวจะแย่แล้วจริงมั้ยคะ?

ขอบคุณภาพจาก https://news.artnet.com/art-world/the-worlds-19-creepiest-museums-65542
อันดับ 5 พิพิธภัณฑ์ไส้กรอกราดซอสแกงกะหรี่ (Deutsches Currywurst Museum, Germany)
อันดับ 5 ของเรามาแนวเบาสมองกันมั่งดีกว่า กับพิพิธภัณฑ์ไส้กรอกราดซอสแกงกะหรี่ (Currywurst) ที่เป็นเมนูเด็ดของประเทศเยอรมนีเค้าแหละ ที่ประเมินว่าในแต่ละปีชาวเยอรมันนิยมบริโภคเมนูนี้มากถึง 800 ล้านชิ้น ทำให้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมา เมื่อปี 2552 มีผู้เข้าชมประมาณปีละ 150,000 คน เพื่อเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของ Currywurst ที่ได้ผสมผสานวัฒนธรรมการกินของ 3 ชาติพันธมิตรสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ ไส้กรอกของชาวเยอรมัน, ซอสมะเขือเทศของชาวอเมริกัน, และผงกะหรี่ซึ่งนิยมกินกันในหมู่ชาวอังกฤษ แถมที่นี่ยังมีเจ้าเมนูเด็ดนี้ขายอีกด้วย ใครอยากลองรสชาติของความเป็นเยอรมันแท้ๆ ต้องไปลองนะคะ

ขอบคุณภาพจาก http://voxxter.ru/exposition/478
อันดับ 4 พิพิธภัณฑ์เซ็กซ์ (Museum of Sex, U.S.A)
ใครที่อายุเกิน 18 แล้วคงต้องเฮกันใหญ่ เพราะสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ ที่ตั้งอยู่ในเมืองดังอย่างแมนฮัตตัน กรุงนิวยอร์ค โดยที่นี่มีจุดมุ่งหมายเพื่อจะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศต่อสาธารณะชนในรูปแบบของการศึกษานอกห้องเรียน ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และความหมายเชิงวัฒนธรรมของกิจกรรมที่เรียกว่าเพศสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ มุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายของรสนิยมทางเพศ รวมทั้งประวัติศาสตร์เกย์ และเลสเบี้ยน ซึ่งก็ได้แสดงให้เห็นกันอย่างโจ่งแจ้ง และตรงไปตรงมาสุดๆ เลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก http://www.nytimes.com/2014/06/28/arts/
อันดับ 3 พิพิธภัณฑ์ของคนอกหัก (The Museum of Broken Relationships, Croatia)
คนอกหักทั้งหลายเฮหน่อยเร็ว เพราะที่เมือง ซาเกรป (Zagreb) เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ได้มีพิพิธภัณฑ์สุดแปลกอย่าง “พิพิธภัณฑ์ของคนอกหัก” จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์นี้มาจาก ซาเกรบ โอลิงกา วิสติกา และดราเซน กรูบิสิก คนเคยรักที่ได้แยกทางกันไป แต่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในที่สุดจึงได้ปิ๊งไอเดีย ร่วมหุ้นกันจัดสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา โดยใช้ชื่อการแสดงว่า “กาลครั้งหนึ่ง คนเคยรักกัน” เพื่อที่จะเก็บรวบรวม และถ่ายทอดแง่มุมเรื่องราวของความรักและความทรงจำ ของคู่รักเอาไว้ถึงแม้ว่าความรักนั้นจะจบลงไปแล้ว แถมที่นี่ยังได้รับรางวัล “เคนเน็ธ ฮัดสัน อวอร์ดส์” ซึ่งเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการพิพิธภัณฑ์โลกจากที่ประชุมพิพิธภัณฑ์ยุโรป (EMF) อีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก http://metro.co.uk/2010/10/06/
อันดับ 2 พิพิธภัณฑ์ผ้าอนามัย (Museum of Menstruation & Women's Health, U.S.A)
สำหรับพิพิธภัณฑ์นี้หนุ่มๆ ได้ยินแล้วคงต้องทำหน้าเบ้…ถ้าต้องนึกถึง “ผ้าอนามัย” ของผู้หญิง แต่สำหรับผู้หญิงแล้วประจำเดือนกับผ้าอนามัยถือเป็นเรื่องปกติ ผู้ชายหลายคนคงจะไม่ชินยกเว้นผู้ชายคนนี้ “แฮร์รี่ ฟินลี่ย์” ที่หลงใหลคลั่งไคล้ผ้าอนามัยเอามากๆ ถึงขั้นลงทุนเปิดพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับผ้าอนามัยและประจำเดือนของผู้หญิง ในห้องใต้ดินภายในบ้านของเขาเอง!! ที่รัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 แต่อาจจะเป็นเพราะความแปลกประหลาดเกินไป ที่นี่จึงปิดตัวลงในอีก 4 ปีต่อมา

ขอบคุณภาพจาก http://nstda.or.th/blog/?p=11389
อันดับ 1 พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลบ้า (The Glore Psychiatric Museum, U.S.A)
พิพิธภัณฑ์ที่ได้ผันตัวจากโรงพยาบาลโรคประสาท กลายมาเป็น “พิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลบ้า” แห่งรัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งโดย George Glore ในปี ค.ศ.1903 ที่นี่แสดงวิธีการรักษาโรคทางประสาทในสมัยก่อน รวมถึงมีการจัดแสดงผลงานศิลปะของเหล่าคนไข้ในโรงพยาบาลที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ที่ชิ้นงานโมเสดที่สร้างขึ้นมาจากของที่พบในท้องของคนไข้หญิง รายหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคชอบกลืนของแปลกๆ ของทั้งหมดในท้อง 1,446 ชิ้นถูกผ่าออกมาได้ และเสียชีวิตในระหว่างผ่าตัดนั่นเอง เพิ่มความสยองด้วยเครื่องมือรักษาอาการคนไข้ทางจิตในสมัยก่อน อย่าง เครื่องช็อตไฟฟ้า เก้าอี้ล็อคผู้ป่วย และตะแลงแกง เป็นต้น แถมยังมีเรื่องเล่าชวนขนหัวลุกอีกว่ายังมีวิญญาณมากมายที่สิ่งสถิตอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก http://macabremoviemavericks.com/glore-psychiatric-museum/

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น