update :1/1/1970 07:00
views :
ที่มา :
จากการตรวจสอบชิ้นฟอสซิล นักวิจัยคาดว่าสิ่งมีชีวิตสองเพศที่โตเต็มวัยได้ปล่อยสเปิรม์ลงไปในรังไข่ จากนั้นรังไข่จึงถูกปิดผนึกและถูกฝังไว้ ซึ่งต่อมารังไข่ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการแข็งตัวเพื่อสร้างเยื่อหุ้มไข่สำหรับการพัฒนาตัวอ่อน นอกจากนี้ นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสวีเดนยังเชื่อว่าชิ้นส่วนที่คล้าย”ดอกสว่าน”และที่คาดว่าเป็นส่วนหางคือสเปิรม์ของหนอนเพราะพบชิ้นส่วนที่มีลักษณะคล้ายกันในตัวอสุจิของหนอนกั้งที่อยู่ในวงศ์ Branchiobdellida

โดยความคล้ายกันนี้ไม่เพียงช่วยนักวิจัยระบุว่ารังไข่ชนิดนี้เป็นของสัตว์ชนิดไหนแต่ยังเผยให้เห็นประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการอาจจะซับซ้อนกว่าที่คิดในตอนแรกเพราะการพบชิ้นส่วนที่คาบสมุทรแอนตาร์กติกาแสดงให้เห็นว่าสัตว์ชนิดนี้ได้ขยายพันธุ์ไปได้ไกลมาก

ด้านดร.เบนจามินบอมเฟลอหัวหน้านักวิจัยกล่าวว่า”เนื่องจากเซลล์ของสเปิรม์นั้นบอบบางและมีช่วงชีวิตสั้น ฟอสซิลของมันจึงหายากมาก ๆ” พร้อมทั้งกล่าวว่า “ตัวอย่างอื่นๆของฟอสซิลที่เป็นสเปิรม์ได้ถูกเก็บรักษาไว้แร่อำพันในยุโรปและถ้ำในประเทศออสเตรเลีย การค้นพบนี้เป็นการเปิดโอกาสให้พบประวัติศาสตร์การวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งในตอนแรกนั้นเรามีฟอสซิลที่เกี่ยวกับมันน้อยมาก”

ทั้งนี้ กลุ่มนักวิจัยกำลังวางแผนว่าจะทำการวิจัยฟอสซิลรังไข่จากพื้นที่อื่นๆของโลกเพื่อค้นหาว่าพวกมันมีเซลล์ของสเปิรม์หรือมีสิ่งมีชีวิตฝังไว้หรือไม่

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น