10 เทคนิค การจับโกหกขั้นเทพตามแบบฉบับ FBI

update :2/7/2015 12:21
views : 9468
ที่มา : http://www.catdumb.com/11-signs-someone-is-lying-to-you/
คงจะเป็นเรื่องยากที่จะห้ามไม่ให้คนโกหก เพราะบางทีปากมันอาจจะพลั้งออกไปเองโดยไม่ทันคิด ซึ่งแน่นอนว่าจะโกหกแบบเนียน หรือไม่เนียนก็ขึ้นอยู่กับสกีล และความชำนาญ โดยนักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาและค้นพบว่าระหว่างการคุย 10 นาทีของคนทั่วไป คนกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ได้กล่าวเรื่องโกหกไปมากกว่า 2 – 3 ครั้ง หากคุณกำลังสงสัยว่าคนที่เราสนทนาด้วยกำลังโกหกคุณหรือเปล่าวันนี้ทีมงาน toptenthailand มี 10 เทคนิคจับอาการคนโกหกแบบฉบับ FBI มาฝากว่าจะสังเกตอาการของคนเหล่านี้ยังไง
10. การขยับหัวไปมา
การเอียงคอ ขยับหัวไปมาช้าๆ หรือพยายามหันหน้าไปทางอื่นชั่วขณะ ทาง FBI วิเคราะห์ว่า เป็นท่าทางของผู้ที่กำลังทบทวนคำถาม และคาดเดาคำตอบที่อีกฝ่ายต้องการอยู่ในใจ เพราะฉะนั้นคำตอบที่ออกมาจากผู้ที่ทำท่าทางเช่นนี้ จะมีแนวโน้มว่าเขากำลังหลอกอะไรคุณสักอย่าง และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ตอบตอบจริงๆ แต่เค้ากำลังตอบในสิ่งที่คุณอยากฟัง หรือทำให้เค้าพ้นโทษนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก http://articles.spokedark.tv/2015/06/29/10-signs-someone-is-lying-to-y
9. จังหวะการหายใจที่เปลี่ยนไป
คนที่กำลังโกหกเพราะโดนคำถามแบบจี้จุด พวกเขาจะมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น มีความดันเลือดสูง ทำให้ร่างการต้องการออกซิเจนจึงหายใจเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน เลยทำให้หลายต่อหลายครั้งการสอบสวนจะมีการติดเครื่องวัดชีพจรดูความคงที่ของการเต้นของหัวใจนั่นเอง และถ้าใครที่การเต้นของหัวใจมีจังหวะขึ้นๆ ลงๆ ถี่ๆนั้นคือเขากำลังตื่นเต้นกับคำถามและกำลังพยายามคิดหาคำตอบอยู่!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id
8. ทำตัวนิ่งเกินไป
“อย่าระแวงคนที่กระวนกระวายเกินเหตุ แต่จงระวังคนที่นิ่งเกินไป” นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นในหนัง ในซีรีส์ คนที่นิ่งที่สุด ไม่แสดงอาการที่สุดมักจะเป็นคนร้าย!! เพราะเค้าเหล่านั้นมักจะพยายามซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ และถ้าพูดอะไรมากไป หรือแสดงมากไปก็อาจจะเผลอหลุดความลับนั้นออกไปได้

ขอบคุณภาพจาก http://men.sanook.com/754/
7. พูดคำเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา
คำที่คนเหล่านี้นิยมใช้มักจะหนีไม่พ้น “ผมไม่ได้ทำ” “ผมไม่รู้” “ผมไม่เกี่ยว” คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงการซื้อเวลาเพื่อต่อรองให้อีกฝ่ายยอมเชื่อเขา และปล่อยให้เขาพ้นจากสถานการณ์กดดันตรงหน้าเสียที และลองสังเกตดูว่าคนเหล่านี้จะพูดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราถามประโยคซ้ำๆ และมักจะมีอารมณ์หงุดหงิดจนเกินพอดี เพราะเป็นความหงุดหงิดที่อยากจะหลุดพ้นจากสถานะตรงนั้นเสียที

ขอบคุณภาพจาก http://coreballclub.com/index.php/topic
6. จับจมูก คาง หรือ ปากตลอด
เพราะนี่เป็นท่าทางที่พยายามสร้างความมั่นใจ และท้าทายผู้ถาม เหมือนเป็นการพยายามปรามว่าสิ่งที่ผู้ถามคิดนั้นคิดผิดแล้ว แต่จริงๆ แล้วคนที่ถูกถามคำถามนั้นส่วนใหญ่จะแสดงท่าทางแบบนี้เมื่อเจอกับคำถามที่ทำให้หงุดหงิด และอึดอัด ซึ่งก็จะทำให้มืออยู่ไม่สุข มักจะไปจับจมูก จับคาง หรือปากอยู่ตลอด และนั่นแปลว่าเขาไม่ต้องการจะตอบคำถามนี้และกำลังจะคิดคำตอบเพื่อพาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่เสียเปรียบนี้เสียที

ขอบคุณภาพจาก http://men.sanook.com/62/
5. กระดิกเท้าไม่หยุด
การกระดิกเท้า เป็นสิ่งที่สังเกตได้ง่ายมาก เพราะนั่นแปลว่าเค้าคนนั้นกำลังตื่นเต้น เครียด และเริ่มเสียการควบคุมของร่างกาย เนื่องจากไม่สามารถระบายอารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าไม่ได้โกหกอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะเครียด หรือตื่นเต้นทำไม จริงมั้ยเอ่ย?

ขอบคุณภาพจาก http://men.sanook.com/358/
4. พูดนอกเรื่องไปเรื่อย!!
เป็นเรื่องเบสิกที่คนโกหกมักจะพูดมากเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะเขาต้องการให้เชื่อในข้อมูล (โกหก) ของเขามากที่สุด แต่เมื่อได้ลองตั้งใจฟังกันดีๆ แล้วเรื่องที่เค้าพูด หรือตอบมามักจะไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ถามเลยด้วยซ้ำ บางครั้งก็มักจะชวนพูดนอกประเด็น หรือเป็นการโยนความผิดให้คนอื่นซะมากกว่า

ขอบคุณภาพจาก http://www.girlsallaround.com/5-things-couple-should-know/
3. ดื่มน้ำ เลียปากบ่อยผิดปกติ
เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อไหร่ที่คนเราถูกสถานการณ์บีบคั้นให้อยู่ในสภาวะที่ตื่นเต้น การหลั่งน้ำลายจะเปลี่ยนไป และทำให้ปากแห้ง ถ้าอยู่ในสภาวะแบบนั้นนานๆ คนที่มีท่าทีที่กำลังโกหกอยู่นั้นมักจะจิบน้ำบ่อย ๆ และมีอาการเลียปากตัวเองถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะปากของเค้านั้นจะแห้งผากสุดๆ

ขอบคุณภาพจาก http://pantip.com/topic/31367181/page3
2. ชี้นิ้วบ่อยเกินจำเป็น
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เมื่อตกเป็นรองก็จะพยายามทำให้ตัวเองกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายนำ ซึ่งนั่นเป็นแรงจากความโกรธที่ถูกจี้ด้วยคำถามที่ตรงประเด็น หรือถูกจับได้แบบคาหนังคาเขา จนต้องเริ่มวางท่าทีให้อีกฝ่ายเป็นรอง ด้วยการชี้นิ้วไปมา หรือใช้นิ้วประกอบคำพูดที่เยอะเกินความจำเป็น

ขอบคุณภาพจาก https://kaawrowkaw2.wordpress.com/2009/05/15/design31/
1. จ้องตาแบบไม่กระพริบ
หลายคนอาจจะเคยเข้าใจผิด ว่าการจ้องตานั้นหมายถึงเรากำลังสนใจในสิ่งที่อีกคนพูด ซึ่งจะต่างจากพฤติกรรมของคนโกหกเหล่านี้ เพราะการจ้องตาไม่กระพริบแบบนี้ คือการโน้มน้าวให้คุณพยายามเชื่อในสิ่งที่เขาทำต่างหาก (เหมือนการสะกดจิตเล็กๆ) เพราะถ้าเป็นพฤติกรรมของคนปกติก็จะมีการจ้องคู่สนทนาบ้าง หันไปมองทางอื่นบ้าง ไม่ใช่จ้องกันตาเขม่งแบบที่คนโกหกเค้าทำกัน!!

ขอบคุณภาพจาก http://pantip.com/topic/33159547

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น