10 คนดังในอดีตที่ตายเพราะเหตุผลที่ไม่น่าเชื่อ..

update :1/4/2015 13:00
views : 9428
ที่มา : http://pantip.com/topic/32298189
เรื่องของความเป็นความตายเป็นอะไรที่ไม่มีใครเลี่ยงได้ใช่มั้ยคะ...แต่บางทีการที่คนๆ นึงจะตายเนี่ย มันก็น่าจะมีเหตุผล หรือสาเหตุที่ชัดเจนนิดนึง ไม่เหมือน 10 คนต่อไปนี้ ที่ทางทีมงาน Toptenthailand เอามาฝากกัน เพราะเหตุผลของพวกเค้าเนี่ยมันไม่น่าเชื่อจริงๆ
10. ฟรานซิส เบคอน
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของเค้าอยู่บ้าง เพราะเค้าเป็นนักปราชญ์ชื่อดัง ที่ต้องมาตายอย่างปริศนา โดยในปี 1626 ขณะที่เค้ากำลังเดินทางไปถนนไฮเกท จู่ๆ ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าทำไมหญ้าที่อยู่ใต้หิมะนั่นถึงยังเขียวขจีอยู่ได้ จึงได้ไปซื้อไก่มาเพื่อต้องการจะพิสูจน์ โดยการฆ่าไก่ และยัดหิมะลงไปในท้องของมัน แต่ขณะนั้นเองเค้าก็เกิดอาการสั่นสะท้านและล้มลงตรงนั้น ทุกคนแตกตื่นมากจึงพาเค้าไปโรงพยาบาล แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะหลังจากนั้น 2 วันเค้าก็เสียชีวิตลงอย่างไม่มีสาเหตุ

ขอบคุณภาพจาก http://wondrus.la/ciencia/psicologia/francis-bacon-maravilla
9. ฮอเรซ เวลส์
เค้าคือทันตแพทย์ที่บุกเบิกการใช้ยาชา-ยาสลบในการถอนฟัน ซึ่งในตอนนั้นมันคือแก๊สหัวเราะนั่นเอง ซึ่งกว่าจะทำการทดลองกันได้ก็เกิดเรื่องขึ้นมากมาย ทั้งคนหัวเราะมากเกินไปจนอาละวาด บาดเจ็บก็มี แต่ก็ยังคงเอาวิจัยนี้ไปเสนอให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Harvard แต่ตอนสาธิตก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เพราะผู้ป่วยได้ตื่นขึ้นมาร้องโวยวายระหว่างถอนฟัน ทำเอาเค้าอับอายขายขี้หน้า และในปี 1848 จึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการเสพสารคลอโรฟอร์ม..ซึ่งพอเค้าตาย ความจริงก็เพิ่งปรากฏว่าตอนนั้นผู้ป่วยที่อาละวาดตอนถอนฟัน ไม่ได้เจ็บปวดแต่อย่างใด แค่ตกใจ และนึกถึงความทรงจำตอนถอนฟันครั้งก่อนๆ เท่านั้น!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.choosegha.com/anesthesia/history.html
8. ทิโค บราห์
นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ที่เป็นเจ้าของทฤษฏีการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในสุริยะจักรวาล และกฎแรงดึงดูดของโลกอีกด้วย แต่ใครจะไปรู้ว่าเค้ามีปัญหาเกี่ยวกับด้านการปัสสาวะ ทำให้วันๆ นึงเค้าต้องเข้าห้องน้ำบ่อยมาก วันหนึ่งในปี 1601 ขณะที่กำลังนั่งรับประทานอาหารในงานเลี้ยง เค้าก็ปวดปัสสาวะขึ้นมา แต่ด้วยความที่มีมารยาท และเกรงใจแขกทั้งหลาย เลยต้องกลั้นเอาไว้ จนทำให้เค้าฉี่ไม่ออกถึง 11 วัน และกระเพาะปัสสาวะจะแตกตายในที่สุด แค่นั้นยังไม่จบเพราะหลายคนยังไม่เชื่อในสาเหตุการตายของเค้า และคิดว่าอาจจะเกิดจากพิษปรอท หรืออาการเกี่ยวกับเส้นโลหิตมากกว่า

ขอบคุณภาพจาก http://www.heritagedaily.com/2012/11/
7. อัตติลา หรือ อัตติลาเดอะฮวน
เป็นจักรพรรดิแห่งชนฮั่น ที่ผู้คนเกรงกลัวมากๆ เพราะพระองค์ทรงรุกรานประเทศต่างๆ ด้วยวิธีการที่โหดร้าย แต่สุดท้ายพระองค์ก็ได้มาสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 453 ในวันที่เฉลิมฉลองการแต่งงานของพระองค์เอง!! ซึ่งวันนั้นก็ได้ดื่มเหล้าเข้าไปจำนวนมาก พอถึงเวลาที่ต้องขึ้นห้องหอก็ได้มีอาการตกเลือด คือ มีเลือดออกตามจมูกอย่างมาก จนสำลัก และหมดลมหายใจในที่สุด แต่การตายของเค้าก็ยังคงเป็นปัญหาที่หลายคนสงสัย ว่าอาจจะเกิดการโรคเลือดออกภายใน หรืออาจจะถูกฆาตกรรมก็เป็นได้

ขอบคุณภาพจาก http://nemzetismeret.hu/?id=1.13&sh=&lang=en
6. คลาวดิอุส
จักรพรรดิแห่งโรมันซึ่งเป็นผู้ที่หวาดกลัวเรื่องของยาพิษมาก ถึงกับต้องมีคนมาชิมอาหารก่อนที่ตัวเองจะกินด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ต้องมาตายเพราะยาพิษ ที่ทำการวางแผนโดยญาติของเค้าเอง ที่ได้วางแผนร่วมกับคนชิมอาหาร และหมอประจำตัว โดยให้คนชิมอาหารเล่นละครว่างแรกๆ ที่กินเข้าไปไม่เป็นอะไร แต่หลังจากที่คลาวดิอุสกินเข้าไปแล้ว ให้แสดงอาการว่าอาหารนั้นมียาพิษ ซึ่งผลที่ตามมาคือคลาวดิอุสก็คิดไปแล้วว่า ตัวเองโดนยาพิษ และดิ้นทุรนทุรายเหมือนคนจะตาย เลยเรียกหมอเข้ามา ซึ่งหมอเนี่ยแหละคือคนที่เอายาพิษจริงๆ ใส่เข้าไปในท้องตอนที่กำลังล้างกระเพาะ!! เลยทำให้เค้าตายในที่สุด

ขอบคุณภาพจาก https://www.flickr.com/photos/julio-claudians/
5. ดอน คาร์โลส
พระโอรสของพระเจ้าฟิลิปป์ที่ 2 แห่งสเปน แต่น่าเสียดายที่หลายเป็นคนวิกลจริตไปซะก่อน เลยถูกขังอยู่ในป้อมอัลคาซาร์อย่างหนาแน่น และช่วงที่ทรมานที่สุดก็คงเป็นช่วงหน้าร้อน ที่ตัวแทบจะไหม้ เพราะหน้าต่างก็แทบจะไม่มี แถมยังทำให้ไม่อยากอาหาร เสวยแต่ผลไม้ 1 อาทิตย์ต่อมาก็อยากอาหารพวกเนื้อและแป้งบ้าง จึงได้ซัดพายขนาดใหญ่ ที่ยัดไส้ด้วยไก่งวงถึง 4 ตัวจนหมด แต่ตามด้วยน้ำเย็นจัดอีกหลายลิตร ทำให้ป่วยหนักและสิ้นพระชนม์ลง เพราะเสวยอาหารเกินขนาดนั้นเอง...

ขอบคุณภาพจาก http://scalaregia.blogspot.com/2012/10/
4. สมเด็จพระราชาธิบดีอดอล์ฟ เฟรดเดอร์ริค
อีกคนที่ต้องมาตายเพราะเรื่องของอาหาร ว่ากันว่าพระองค์เป็นคนที่กินจุ และหัวแข็ง ใครเตือนอะไรก็ไม่ฟัง จนมื้อค่ำในปี 1771 พระองค์ก็ได้เสวยกุ้งก้ามกราม ไข่ปลาคาร์เวียร์ กะหล่ำปลีดอง เนื้อปลารมควัน เหล้าอีกเยอะ แถมยังมีของหวาน และนมร้อน ซึ่งเขาก็เสวยถึง 14 ชุด!! และนี่เองก็เป็นเหตุผลให้เค้าสิ้นพระชนม์ เพราะระบบทางเดินอาหารของเค้าล้มเหลวนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก http://therichten.info/top-10-most-bizarre-deaths-ever/
3. อิเซโดล่า ดันแคน
เธอคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งการเต้นรำสมัยใหม่ ส่วนการตายของเธอค่อนข้างจะแปลกอยู่บ้าง เพราะเป็นการถูกรัดคอ ซึ่งก็ไม่ได้จากการกระทำของใคร แต่มันเกิดจากเธอเองที่ใส่ผ้าพันคอยาวเฟื้อยและมาเดินอยู่ข้างถนน จู่ๆ ลมก็พัดเอาผ้าพันคอของเธอไปเกี่ยวรอบล้อรถคันหนึ่ง แรงของรถจึงลากเธอไปตามท้องถนน พอเจ้าของรถรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะเธอเสียชีวิตในทันที...

ขอบคุณภาพจาก http://forum.thefreedictionary.com/
2. คริสติน
เธอคนนี้เป็นคนรายงานข่าวทางทีวี เธอฆ่าตัวตายในขณะถ่ายทอดสดทางทีวี WXLT-TV ในเมือง Sarasota รัฐฟลอริด้า ในปี1974 ในขณะที่ทีวีกำลังถ่ายทอดสด ซึ่งในขณะที่เธอกำลังอ่านข่าวอยู่นั้น ก็ได้พูดขึ้นมาว่า "เพื่อรักษานโยบายของช่อง ที่จะเกาะติดสถานการณ์ล่าสุดและนำเสนอภาพความรุนแรงจริงสู่ผู้ชมทุกท่าน คุณกำลังจะได้รับชมอีกหนึ่งเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรก นั้นคือ ภาพการพยายามฆ่าตัวตายค่ะ" หลังจากพูดจบเธอก็หยิบปืนออกมาจ่อหัวตัวเอง และลั่นไกทันที!! งานนี้เลยทำเอาทีมงานในห้องส่ง และผู้ชมตกใจเป็นอย่างมาก ซึ่งสาเหตุก็น่าจะมาจากความเครียดเรื่องงาน และความสัมพันธ์ ที่เธอมักพูดบ่อยๆว่า อายุ 30 แล้วชั้นยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย

ขอบคุณภาพจาก https://www.flickr.com/photos/
1. ชารอน รินะ โลพัทกา
ไม่รู้ว่านี่คือการฆาตกรรม หรือไม่ เพราะดูๆ ไปมันก็เหมือนการยอมให้ฆ่ามากกว่า เนื่องจากเธอคนนี้ได้ไปโพสต์ข้อความไว้ในหลากหลายเว็บไซต์ ว่า “เธอมีความหลงใหลเกี่ยวกับการทรมานและความตาย อยากหาใครสักคนมาทำแบบนี้กับฉันบ้างจัง” และข้อความนี้เองจึงทำให้เธอได้พบกับ โรเบิร์ต เฟรเดอริค กลาส ที่ได้ติดต่อ และนัดกันมาอย่างดิบดี เธอจึงได้โกหกสามีและ ไปพบกับฆาตกรตามที่ได้ตกลงกันไว้ ทำให้วันนั้นเองเขาจึงได้จัดการข่มขืน ทรมาน ฆ่ารัดคอ และฝังศพเธอใกล้ๆ บ้านในหลุมตื้นๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความปรารถนาของเธอนั่นเอง!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.peoples.ru/state/citizen/sharon_lopatka/

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น