10 อันดับเรื่องหลอนจาก "The Shock" ที่จะทำให้คุณนอนไม่หลับ!!

update :27/11/2014 17:36
views : 83220
ที่มา : ToptenThailand ขอบคุณเรื่องเล่าจาก
คนนอนดึกทั้หลายคงเคยจะได้ยินชื่อของรายการ The Shock มาบ้างแล้ว โดยเฉพาะคนที่ชอบฟังเรื่องผีเป็นชีวิตจิตใจ เพราะทุกวันจะมีคนมาเล่าประสบการณ์การเจอผีที่สุดแสนจะสยอง ขนลุก น่ากลัว บางเรื่องนี่ถึงกับทำเอานอนไม่หลับเลยทีเดียว วันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand จึงได้นำ 10 เรื่องเล่าสุดหลอนจากรายการนี้มาให้ทุกคนได้อ่านกัน..
อันดับ 10 เพื่อนตาย...
เป็นเรื่องของเพื่อนหญิงทั้ง 3 คน ที่เรียนมัธยมมาด้วยกัน แต่ได้แยกย้ายกันไปในช่วงมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอด จนมาช่วงหนึ่งที่สาวทั้ง 2 อกหักและเสียใจเป็นอย่างมากจึงได้มาปรึกษากัน แต่ทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะผูกคอตายหนีรัก และสัญญากันว่าจะตายไปพร้อมๆกัน ในระหว่างที่ผูก “เอ” ก็ทนทุกข์ทรมาน ดิ้นรน และสิ้นใจไปในที่สุด “บี” เมื่อเห็นเพื่อนทรมานแบบนั้นก็กลัวที่จะตาย เลยแกะเชือกของตัวเองออก และพยายามจะไปช่วยเพื่อนแต่ก็ไม่ทัน แม่ของเอจึงมาเคาะห้องและเห็นว่าลูกตัวเองตายจึงร้องไห้ ในขณะที่บีเสียสติวิ่งออกไป และไม่ติดต่อใครไปอีกสักพักจนซีมารู้เรื่องทั้งหมดทีหลัง ต่อจากนั้นมา บีก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่สามารถคบกับใครได้ เพราะเธอบอกว่าทุกๆที่ที่เธอไป เอจะตามเธอไปเสมอ ถึงกับต้องไปบวชชี เพราะเรียนก็ไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ เนื่องจากเธอเห็นเอตามหลอกหลอนไปทุกที่...

ขอบคุณภาพจาก http://monsterminions.wordpress.com/2011/04/20/the-nanny-1965/nanny1/
อันดับ 9 เธออยู่บนเครื่องบิน..
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับแอร์โฮสเตสของสายการบินหนึ่ง ที่มักจะเจอกับเรื่องแปลกๆบนเครื่องลำนี้อยู่เสมอ เช่นอยู่ดีๆก็มีคนมาทำงานแทนอย่างวางอาหารลงบนถาด หรือเปลี่ยนทิชชู่ในห้องน้ำ ที่พอถามเพื่อนๆคนไหนก็ไม่มีใครรู้เรื่องกันทั้งนั้น เลยเป็นเหตุให้ทุกคนมานั่งคุยกันถึงเรื่องปริศนานี้ จึงมีแอร์ฯผู้กล้าพูดขึ้นมาว่า “ก็ดีแล้วหนิ มี(คน)มาช่วยงานจะได้ไม่เหนื่อย..” แล้วอยู่มาในไฟล์ทหนึ่งที่ต้องบินตอนกลางคืน และยังเป็นเครื่องบินลำเดิมกับครั้งที่แล้ว แอร์ฯคนหนึ่งกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในขณะที่ผู้โดยสารหลับ ซึ่งเมื่อใกล้จะถึงห้องพักของเธอที่มีผ้าม่านปิด ก็เห็นเงาคนซึ่งดูไม่คุ้น เพราะมีการผูกโบว์ เธอจึงรีบเดินไปดูว่าคือใคร แต่เมื่อเดินไปถึงก็ไม่มีใครแล้ว..ขณะเดียวกันเพื่อน (ผู้กล้าคนเดิม) ก็เดินมาหาด้วยใบหน้าซีดเซียว และเล่าให้ฟังว่าในขณะที่กำลังอุ่นขนมปังให้กับนักบินเธอก็เปิดฝาไมโครเวฟออก ซึ่งทำให้เธอต้องผงะออกมาเพราะเห็นหัวคนอยู่ในนั้น!! ซึ่งเธอจำได้แม่นว่าเป็นผู้หญิงมีอายุ และผูกโบว์ของสายการบิน แอร์ฯทั้ง 2 จึงเข้าไปถามเรื่องราวกับนักบิน จึงได้รู้ว่าเธอเป็นแอร์ฯรุ่นพี่ที่ดันมาหัวใจวายในขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเครื่องลำนี้ หลังจากที่เธอตายไปแอร์ฯคนอื่นๆก็มักจะได้การช่วยเหลือแบบแปลกๆเหมือนที่เธอ 2 คนเคยเจอ..

ขอบคุณภาพจาก http://www.youtube.com/watch?v=WV_vjGzK31o
อันดับ 8 ลองมั้ย?
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเช่าย่านบางกะปิ..มีผู้ชายคนนึงด้วยอาชีพที่เป็นนักดนตรีกลางคืนเลยเป็นปกติที่ต้องกลับห้องดึกๆดื่น ซึ่งเวลาปกติก็จะอยู่ประมานตี 2 ทุกๆวันที่ชายคนนี้จะเดินขึ้นห้องจะเจอสาวสวยคนนึงเดินสวนลงมาเสมอๆ ด้วยความที่ผู้หญิงคนนี้เดินลงบันไดในเวลานี้เลยอดไม่ได้ที่ผู้ชายจะคิดว่าเธอทำงานกลางคืน ตลอดเวลา 1 อาทิตย์เค้าก็เจอเธอที่เดิมซ้ำ และชุดที่เธอใส่ยังเป็นชุดเดิมอีกด้วย เค้าเริ่มอยากรู้จักเธอจึงยิ้มให้ทุกครั้งที่เห็น จนวันนึงเธอยิ้มตอบกลับมาพร้อมยื่นผ้าในมือมาให้และพูดขึ้นว่า “ลองมั้ย?” ตอนนั้นเค้าก็งงว่าเธอชวนให้ลองอะไรจึงปฏิเสธไป วันต่อมาเค้ากลับมาช้ากว่าปกติและคิดว่าคงไม่ได้เจอเธอแล้ว แต่ขณะที่กำลังเดินผ่านห้องน้ำรวมของชั้นก็ได้ยินเสียงคนไอเหมือนหายใจไม่ออก จึงได้เดินเข้าไปและพบว่าเธอคนนั้นกำลังผูกคอตาย และดิ้นทุรนทุรายอยู่ตรงนั้น!! เค้าจึงรีบจะเข้าไปหาและพาเธอลงมา แต่พอจะไปโดนตัวเธอ เธอก็หยุดนิ่งและมองลงมาที่เค้าพร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัดว่า..”ลองมั้ย?” จบประโยคเท่านั้นแหละเค้าก็เป็นลมล้มพับไป ตอนเช้าด้วยความสงสัยจึงได้ไปถามแม่บ้านจึงรู้ว่า ที่ตึกนี้เคยมีหญิงสาวผูกคอตายในห้องน้ำชั้นนี้..

ขอบคุณภาพจาก http://residentshockhound.deviantart.com/art/003-Death-by-Hanging-244607158
อันดับ 7 กรรมของคนอื่น...
สามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ที่คิดจะย้ายออกจากคอนโดเพื่อไปอยู่บ้าน เพราะภรรยากำลังท้องแก่ จึงได้เลือกบ้านหลังหนึ่งที่ค่าเช่าถูกกว่าที่คิด เมื่อเข้ามาอยู่ผู้หญิงคนนี้ก็รู้สึกแปลกๆ ในท้อง เพราะลูกดิ้นแรงจนผิดปกติแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนวันนึงสามีต้องไปทำงานต่างจังหวัดเลยเอาพระมาให้คล้องคอ แต่อยู่ๆสร้อยพระกลับมีน้ำขังอยู่จึงได้นำไปให้ร้านซ่อมให้ เมื่อกลับมาถึงบ้านลูกก็ดิ้นแรงอย่างผิดปกติ เหมือนจะเป็นการเตือนว่าให้ออกจากบ้าน แต่ด้วยความที่วันนี้ฝนตกแรงมากเลยทำอะไรไม่ได้ พอจะนอนกลับเห็นเงาดำๆตะคุ่มๆสะท้อนกับไฟ ด้วยความกลัวเธอได้แต่เอาผ้ามาคลุมหัว และพยายามข่มตาหลับ จู่ๆก็มีเสียงเดินอยู่ข้างเตียงดังสนั่นไปหมด อีกทั้งหัวเตียงก็ขยับเหมือนมีใครมาสั่น สักพักเสียงเดินก็หายไปเธอเลยเปิดผ้าออกก็รู้สึกถึงลมที่พัดเข้ามา และม่านหน้าต่างปลิว ทั้งๆที่หน้าต่างก็ปิด จึงไม่น่ามีลมอะไรพัดได้นอกจากจะเป็นคนไปจับ ตอนนั้นเธอกลัวมากเลยตัดสินใจวิ่งออกนอกห้อง แต่พอเปิดประตูออกมาไฟทั้งบ้านก็ดับลง!! เลยทำให้เธอตกบันได ในใจเธอก็กลัวว่าลูกจะเป็นอะไรแต่ก็ทำได้แค่คลานไปหาโทรศัพท์ซึ่งโทรหาใครก็ไม่ติด จนโทรไปหาเพื่อนให้เรียกรถพยาบาล พอรถพยาบาลมารับขึ้นรถเพื่อนก็โวยวายทำไมน้องผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมเปิดบ้านให้สักที!! ทั้งๆที่ในบ้านมีเธออยู่คนเดียว และยังบอกอีกว่าบนบ้านคนก็ตั้งเยอะแยะทำไมไม่มีใครมาช่วยเธอ พอผ่านไปเธอจึงได้ไปหาพระ โดยพระบอกว่าเธอมีกรรมหนา เพราะสามีเคยพาผู้หญิงไปทำแท้งทำให้ผลกรรมตกลงมาอยู่ที่เธอและลูกในท้อง และด้วยความที่บ้านหลังนั้นไม่มีศาลเลยทำให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายเข้ามาทำร้ายเธอได้..

ขอบคุณภาพจาก http://www.ghostlyactivities.com/true-ghost-story-private-residence-bucks-county-pennsylvania/
อันดับ 6 มาช่วยชั้นที!!
เรื่องนี้เป็นเรื่องของชายคนนึงที่เข้าไปช่วยงานที่ วอ 4 คล้ายๆพวกหน่วยกู้ภัย ซึ่งมีวันนึงได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีคนร้องเรียนว่ามีห้องๆนึงเปิดเพลงเสียงดังจนห้องข้างๆรำคาญ ซึ่งชายคนนี้ก็ไปยังที่เกิดเหตุโดยมีลุงอีกคนนึงที่เพิ่งเคยเจอกัน ตรงข้างล่างตึกมีผู้หญิงคนนึงนั่งอยู่ เหมือนรอให้หน่วยกู้ภัยมา เค้าเลยถามขึ้นว่าเกิดเหตุห้องไหนครับ ผู้หญิงคนนั้นก็ได้แต่ชี้นิ้วไป พอไปถึงห้องก็ได้ยินเสียงเพลงเปิดอยู่ แต่ประตูดันล็อค 2 คนนี้จึงคิดว่าจะส่งตรงหน้าต่าง(บานเกร็ด) เข้าไป พอส่องเข้าไปในห้องก็ว่าง มองด้านขวาก็ไม่มี แต่พอมองด้านซ้ายกลับเจอศพผู้หญิงแขวนคออยู่ตรงบานเกร็ดหันหน้ามาทางเค้าพอดี!! ซึ่งหน้าใกล้กันมาก ด้วยความตกใจเลยพูดอะไรไม่ออก ลุงคนนั้นเลยถามว่าเห็นอะไร และก่อนหน้านี้ก่อนจะขึ้นมาคุยกับใคร ไม่เห็นมีใครเลย!! ชายคนนี้ก็ได้แต่อึ้งและถามลุงว่า อ้าวลุงไม่เห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างล่างหรอ ลุงก็บอกว่าไม่ได้มีใครอยู่ตรงนั้นซะหน่อย แต่พอคิดไปคิดมาชายคนนี้ก็นึกขึ้นได้ว่า หน้าของผู้หญิงที่ผูกคอตายกับผู้หญิงที่นั่งรออยู่ข้างล่างเหมือนกัน!! ทั้งคู่จึงได้โทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาเพิ่ม เพราะความตกใจ และไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าจะมาเจอศพทำให้สติหลุดหาย ซึ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือระหว่างที่เล่าชายคนนี้ได้ร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เหมือนเห็นอะไร หรือได้ยินอะไร ซึ่งเค้าก็ได้บอกว่าในระหว่างที่เล่าจะจบแล้วก็รู้สึกเหมือนมีใครมาหายใจอยู่ข้างหู!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.oknation.net/blog/mtp-001/gallery/26461
อันดับ 5 ตายโหดที่ใต้เตียง
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับนักศึกษามหาวิทยาลัยหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ย้ายไปอยู่หอกับแฟนสาว แต่ทั้งคู่เกิดมีเรื่องไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ จนฝ่ายหญิงเครียด และกระโดดตึก(หอ)ตายในที่สุด แต่เธอไม่ได้ไปอย่างสงบ ยังคอยตามมาหลอกหลอนฝ่ายชายให้ตายตามไปด้วยทั้งมานอนบนตู้เสื้อผ้า พร้อมกับหันหัวมายิ้มให้ หรือไปยืนอยู่บนเตียงและขู่จะเอาชีวิต จนฝ่ายชายต้องไปหาหมอผีเพื่อขอให้ช่วย ทางหมอผีได้บอกวิธีแก้ให้โดยการไปนอนใต้เตียง 7 วัน เพราะถือว่าผีจะมองไม่เห็น และจะไม่ตามมาหลอกหลอนอีก เค้าก็นอนใต้เตียงไปได้ 4 วัน พอวันที่ 5 เพื่อนไม่เห็นผู้ชายคนนี้ไปสอบเลยไปหาที่ห้อง พบว่าห้องล็อค เลยให้แม่บ้านเปิดประตูให้ สิ่งแรกที่แปลกคือกลิ่น เพราะในห้องเหม็นเน่าไปหมด เพื่อนและแม่บ้านก็เดินตามหาจนสะดุดกับแขนคน..พอก้มลงไปก็พบกับศพของชายคนนี้!! ที่ตาถลน ลิ้นจุกปาก คอเป็นรอยแดงเหมือนโดนใครบีบคอ ด้วยความโกรธเพื่อนจึงไปหาหมอผีคนเดิมเพื่อบอกว่าทำวิธีที่บอกแล้วไม่ได้ผล แถมยังเสียชีวิตอีกด้วย หมอผีจึงถามว่าผู้หญิงคนนั้นตายยังไง เอาหัวลงใช่มั้ย? เมื่อตอบว่าใช่หมอผีเลยบอกว่า ถ้างั้นก็ไม่แปลกเพราะผีตัวนี้จะใช้หัวเดิน!! ทำให้เห็นแฟนที่นอนใต้เตียงได้อย่างชัดเจนจึงมาตามเอาไปอยู่ด้วยได้

ขอบคุณภาพจาก http://wowboom.blogspot.com/2011/01/admin-den.html
อันดับ 4 เอาอาหารคืนมา..
เป็นเรื่องของนักโภชนากรที่โทรมาเล่าให้ฟังว่า ได้มีโอกาสไปฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยหน้าที่ของเค้าคือทำอาหารเหลวให้คนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่คนไข้ที่ต้องรับอาหารเหลวก็คือคนที่อาการแย่ ทานอาหารไม่ได้ จนวันนึงก็มีคนไข้คนนึงก็ตาย ทางหัวหน้าบอกว่าให้เอาอาหารทั้งหมดที่เตรียมไว้ไปทิ้ง เค้าจึงนำไปเทใส่ถุงดำและทิ้งในห้องนั้น พอตอนเช้ามาเปิดห้องก็ต้องตกใจ เพราะที่ขยะที่การขุดคุ้ย เหมือนสุนัขมาหาของ เละเทะไปหมด แต่ที่น่าตกใจคือบริเวณนั้นมีรอยเท้าเดินอยู่เต็มไปหมดและไปสิ้นสุดที่กำแพง!! เมื่อหัวหน้ารู้จึงบอกว่าที่ให้ไปทิ้งคือให้ไปทิ้งไกลๆ เพราะเค้าเชื่อว่าคนไข้ที่ตายไปจะกลับมาเอาอาหารของตน เพราะแต่ละขวด (อาหารเหลว) จะมีชื่อคนไข้ ห้องคนไข้ ติดไว้จึงเชื่อว่าวิญญาณจะมาตามเอาของของตนไป พอได้ยินอย่างนั้นทุกครั้งเค้าก็จะเอาอาหารเหลวของคนไข้ที่ตายไปแล้วไปทิ้งที่หลังโรงพยาบาล อยู่มาวันหนึ่งเค้าได้เข้าเวรดึกประมานตี 3 พอมาถึงเห็นอาหารของคนไข้ที่ตายแล้ววางอยู่โดยไม่รู้ว่าใครทิ้งไว้ เลยจะนำไปทิ้งที่หลังโรงพยาบาล ในระหว่างที่ก้มจะเอาขยะไปทิ้งกลับเห็นขาของคน(หรือผี) ที่ใส่ชุดโรงพยาบาลยืนอยู่ ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นและได้แต่ก้มตัวอยู่อย่างนั้น แต่ทันใดนั้นกลับเห็นเด็ก ไม่มีผม ใส่ชุดโรงพยาบาล หน้าซีดออกจะเขียวด้วยซ้ำยืนอยู่ข้างหลังพร้อมพูดว่า “อาหารของหนู..ขอนะ” เค้าจึงตอบกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆว่าได้ และรีบวิ่งไปหน้าโรงพยาบาลแบบไม่คิดชีวิต!!

ขอบคุณภาพจาก http://www.gopixpic.com
อันดับ 3 เก็บมาทำไม?
เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อน 2 คนนั่นก็คือ เต๋อ และหมีที่เล่นซ่อนหาแล้วดันไปหลบอยู่ในเมรุเผาศพ ในระหว่างที่ซ่อนอยู่เต๋อก็ได้เอามือไปคุ้ยดินเหมือนหาอะไรสักอย่าง และอยู่ๆหมีก็รู้สึกอึดอัดเหมือนมีคนดันอยู่ ทันใดนั้นก็ได้บินเสียง “แฮร่” อยู่ข้างๆหูเหมือนมีคนมากระซิบ ทั้งคู่จึงได้วิ่งออกมา และหลังจากวันนั้นเต๋อก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนคนเดิมอีกเลย..โดยอยู่ๆก็จะหยิบพริก หยิบแตงมากัดเล่นโดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไร บางวันมานอนที่บ้านหมีก็เอาแต่นั่งกอดเข่าไม่ยอมหลับสักที จนวันนึงคนขายของหน้าโรงเรียนก็เล่าให้หมีฟังว่าเห็นเต๋อมารำอยู่หน้าโรงเรียนตอน 4-5 ทุ่ม บางคนก็บอกว่าเห็นคนแก่มาจูงมือหมีออกไป และยังไม่ยอมกลับมานอนที่บ้าน พร้อมทั้งบอกว่าบ้านของตนอยู่ที่เมรุเผาศพที่เคยไปซ่อนกัน คืนนึงเต๋อมาขอนอนกับหมีที่บ้านต้นไม้ ทั้งคู่เผลอหลับไปจู่ๆ หมีก็ได้ยินเหมือนเสียงคนเดิน จึงหันไปมองเต๋อซึ่งเต๋อก็หลับอยู่ เลยคิดว่าตัวเองหูฝาด แต่สักพักก็ได้ยินเสียงเดินเปิดประตูเข้ามา หมีเลยแอบมองตามเสียงนั้น ซึ่งเห็นเป็นชายแก่เดินมานั่งคุกเข่า แล้วเอามือค่อมไปที่เต๋อแล้วส่งเสียง “แฮร่” เหมือนที่ได้ยินในเมรุ หมีเห็นอย่างนั้นจึงรีบปลุกเต๋อและวิ่งหนีไป เวลาผ่านไปอาการของเต๋อแย่ลงเรื่อยๆ จนหมีต้องเล่าเรื่องที่ไปซ่อนในเมรุให้ผู้ใหญ่ฟัง จึงรีบพากันไปที่บ้านเต๋อและพบว่าเต๋อนอนกำอะไรสักอย่างอยู่ในมือ ซึ่งพอแกะมือออกดูก็พบว่ามันคือ ฟันปลอมโลหะ!! ทุกคนตกใจมากเลยจะไปเรียกหลวงพ่อ ทันใดนั้นเต๋อก็พูดขึ้นมาว่า "ไม่ต้องไปตามหรอก เดี๋ยวกูก็กินมันหมดแล้ว" ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ พอกลับมาหลวงพ่อก็บอกว่าไม่ทันแล้ว..ซึ่งพอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเต๋อนอนเสียชีวิตในสภาพ ตาค้าง อ้าปากค้าง ซึ่งคางนั้นติดกับหน้าอก ลักษณะคล้ายถูกจับฉีกปาก!! ว่ากันว่าเป็นวิญญาณของตาแก่มาสิง และกัดกินร่างของเต๋อจนหมด

ขอบคุณภาพจาก http://ghostwiki.blogspot.com/2012/02/blog-post_3950.html
อันดับ 2 ตู้เย็นมือสอง
ใครที่เคยคิดจะซื้อของมือสองพอมาอ่านเรื่องนี้คงเปลี่ยนใจแน่ๆ..เรื่องมีอยู่ว่าผู้หญิงคนนึงได้ไปเจอตู้เย็นมือ2 สภาพดี แถมราคายังถูกที่ตลาดคลองถมจึงตัดสินใจซื้อมา แต่พอซื้อมาแล้วเรื่องแปลกๆก็เกิดขึ้นไม่เว้นวัน ทั้งน้ำในตู้มีกลิ่นเหม็นเน่าทั้งๆที่ในตู้ไม่ได้แช่ของสด หรือการที่ตู้เย็นเปิดเองบ่อยๆทั้งๆที่เปลี่ยนขอบยางของตู้แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรจนวันหนึ่งเธอตื่นมากลางดึกและมองไปที่ตู้เย็นกลับเห็นมือคนอืดๆโผล่ออกมาจากตู้ แต่เมื่อหลับตาและลืมขึ้นมาใหม่ก็หายไป..คืนหนึ่งเพื่อนๆก็มานอนอยู่ที่ห้อง อยู่ดีๆกลางดึกก็ได้ยินเสียงเพื่อนผู้ชายร้องกรี๊ด สติกระเจิง เอาแต่มองจ้องตู้เย็น พอเช้าก็พูดอยู่อย่างเดียวว่าจะกลับบ้านๆ และเตือนว่าให้เอาตู้เย็นนี้ออกไปซะ เธอก็ยังไม่เชื่อจนมาเจอด้วยตัวเองในคืนนึงที่ตื่นขึ้นมาจะไปเข้าห้องน้ำ อยู่ดีๆตู้เย็นก็เปิดออกไฟในตู้ก็ติดๆดับๆ พอจะเดินเข้าห้องน้ำไฟห้องน้ำก็ดับ!! จึงเดินไปที่ตู้เย็น แล้วก็ต้องช็อคกับภาพที่ได้เห็น เพราะเป็นภาพศพผู้หญิงเปลือยกายขึ้นอืด ถูกมัดแขนมัดขา และรัดคอ ตาถลนจ้องมองมาที่เธอ เธอจะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ออกเลยได้แต่นั่งร้องไห้ อยู่บนกองอ้วกของตัวเอง!! ตอนเช้าเธอจึงตัดสินใจไปที่ร้านขายตู้เย็นมือสองเพื่อที่จะเอาไปคืน แต่ทางร้านปฏิเสธทุกวิธีทางเหมือนมีความลับปิดซ่อนไว้ เพื่อนของเธอจึงได้เล่าให้ฟังว่าเคยอ่านข่าวและมีการฆ่าข่มขืนผู้หญิงซึ่งได้ยัดศพใส่ไว้ในตู้เย็น โดยใช้เชือกรัดแขน-ขาแบบผีในตู้เย็นของเธอเลย

ขอบคุณภาพจาก http://www.youtube.com/watch?v=zNaKj5IVXTM
อันดับ 1 เปิงมาง..รัชชัยยุทธ
เปิงมาง เป็นเครื่องดนตรีโบราณชนิดหนึ่งที่เหมือนกลอง เรื่องมีอยู่ว่าครอบครัวหนึ่งไปซื้อบ้านไม้โบราณอยู่ที่จังหวัดชัยนาท โดยที่บ้านมีเปิงมางเก่าแก่วางอยู่ คนในบ้านจึงตัดสินใจเก็บไว้เพราะเห็นว่าเป็นของโบราณ เรื่องสยองเริ่มต้นเมื่อน้องแม็ค หลานคนเดียวของบ้านเกิดขึ้น จนกระทั่งอายุ 3 ขวบแทนที่เด็กจะเรียกพ่อ-แม่ กลับพูดคำว่า “รัชชัยยุทธ” ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าแปลว่าอะไร หรือคืออะไร แต่ทุกๆคืนตอน 5 ทุ่มเด็กคนนี้จะออกมาเล่นเปิงมาง ทางบ้านก็ได้แต่บอกว่าอย่าไปเล่น เด็กก็ยังยืนยันว่าผมไม่ได้เล่น รัชชัยยุทธเป็นคนจับมือเล่น!! ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกคืนจนกระทั่งน้องแม็คอายุ 5 ขวบ ซึ่งชื่อของรัชชัยยุทธก็ยังออกจากปากของเด็กอยู่ทุกวัน แต่การเล่นเปิงมางของน้องแม็คกลับพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนสามารถเล่นได้เป็นเพลง โดยผู้รู้เรื่องดนตรีไทยได้มาฟังก็บอกว่าเป็นเพลงครู ไม่ใช่ใครๆจะเล่นได้ แต่เด็กคนนี้กลับเล่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ยังคงเล่นผิดอยู่บ้าง พอพูดจบน้องแม็คก็พูดขึ้นว่า “นี่ไม่ได้ผิด แต่ที่พวกคุณเอาไปเล่นมันเป็นการแปลง” เท่านั้นแหละแก้วในมืออาจารย์ก็ตกแตก เรื่องราวของรัชชัยยุทธยังมีให้หลอนอยู่ทุกวัน บางวันตอน 5 ทุ่มไม่ยอมให้น้องแม็คออกไปก็จะมีเสียงประตูหน้าต่าง ปั้งๆ เหมือนมีคนทุบ น้องแม็คก็ได้แต่พูดว่า “ถ้าไม่ให้แม็คไป รัชชัยยุทธก็จะไม่หยุด” จนทางบ้านต้องพิสูจน์ด้วยการนำน้องแม็คเข้านอนก่อน และโรยแป้งไว้รอบๆเปิงมาง พอ 5 ทุ่มก็ได้ยินเสียงคนเล่นเปิงมางแบบรัวๆ พอเปิดประตูออกมากลับไม่เห็นใคร แต่มีรอยเท้าใหญ่ๆ ที่ใหญ่กว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่าอยู่รอบเปิงมางเต็มไปหมด ทางบ้านจึงได้ไปขอคำแนะนำกับทางวัด ที่พอไปถึงพระก็ทักว่าคนบนรถน่ะลงมาให้หมด พอพูดเสร็จน้องแม็คก็พูดว่า “รัชชัยยุทธลงมาแล้ว” เหมือนพระท่านจะรู้เรื่องราวโดยที่ยังไม่ทันได้บอกอะไร และอยากจะไปดูที่บ้าน เมื่อก้าวขึ้นบันไดเสียงหมาหอนก็ดังไปทั้งซอยทั้งๆที่ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายกว่าๆ เมื่อเดินไปเห็นเปิงมางท่านก็บอกว่านี่คือสาเหตุ และขอให้นำเปิงมางตัวนี้ไปอยู่ที่วัด แต่พอจะยกไฟก็ดับ ยกก็ไม่ขึ้น ซึ่งน้องแม็คก็พูดอยู่ตลอดว่ารัชชัยยุทธปิดไฟ รัชชัยยุทธไปนั่งทับเปิงมาง แต่สุดท้ายก็นำไปได้ ตอนนั้นน้องแม็คได้แต่ร้องไห้และบอกว่ารัชชัยยุทธจะไม่อยู่กับเราแล้ว และหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ยินชื่อของรัชชัยยุทธออกจากปากเด็กคนนี้อีกเลย ซึ่งพอไปสืบก็พบว่ารัชชัยยุทธคือชื่อของเจ้าของเปิงมางที่ตายไปนานแล้ว..

ขอบคุณภาพจาก http://www.youtube.com/watch?v=c62eO7KSlcs

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น