10 เรื่องจริงคนถูก “ผีสิง” สุดสยองของโลก

update :4/9/2014 15:29
views : 24098
ที่มา : http://writer.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=486572&chapter=565
หลายคนคงไม่เชื่อในเรื่องผีสาง ว่าจะมีจริง หรือจะสามารถเข้ามาควบคุมจิตใจของคนเราได้รึเปล่า แต่เราเชื่อว่าหลังจากที่คุณอ่าน 10 เรื่องที่ทาง Toptenthailand ได้เอามานำเสนอในวันนี้ คุณจะต้องเปลี่ยนใจมาเชื่อว่าผี ปีศาจ หรือสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้มีจริง แถมยังมาควบคุมจิตใจให้เรากลายเป็นคนอีกคนได้โดยไม่น่าเชื่อ
10. พระสันตะปาปาไล่ผี
ทุกๆปี ชาวคริสต์จะขอให้คริสตจักรคาทอลิกไล่ผีให้ โดยเหตุการณ์นี้เกิดในเดือนพฤษภาคม ปี 2013 ที่พระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ที่เชื่อว่าซาตานมีอยู่จริง เข้าไปช่วยทำพิธีให้กับชายพิการคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยสภาพอิดโรยเหมือนคนป่วย โดยพระองค์ได้ให้พรและเอามือทั้งสองกดเข้าไปที่หัวของชายคนนั้น ทันใดนั้นเค้าก็อ้าปากค้าง แบบตกใจสุดขีด ก่อนจะกลับมาเป็นสภาพคนปกติแบบน่าตกใจ

ขอบคุณรูปจาก http://www.wjla.com/articles/2013/05/pope-francis-exorcism-photo-is-pope-francis-and-exorcist--89087.html
9. แอนนา เอ็คลันด์
เด็กสาวอายุ 14 ปี จากไอโอวา ที่ว่ากันว่าเป็นคนที่ถูกครอบงำโดยวิญญาณร้ายที่โด่งดังที่สุดในอเมริกา ที่ถึงแม้จะเป็นคนเคร่งศาสนาคาทอลิค แต่พ่อและป้าของเธอกลับหลงใหลในเรื่องถาคาและคำสาปแช่ง จึงได้ลองใช้สมุนไพร(ที่ถูกทำของ) ลงไปในอาหารของเธอ ทำให้เธอถูกครอบงำโดยวิญญาณร้าย ที่เปลี่ยนนิสัยของเธอเป็นคนโวยวาย ด่าทอด้วยคำหยาบ ทำร้ายร่างกายคนอื่น พูดจาหลายภาษา จนทำให้ต้องมีการไล่ผีกว่า 16 ปีเลยทีเดียว จนสุดท้ายบาทหลวงก็ทำพิธีได้สำเร็จทำให้เธอกลับมาเป็นคนปกติได้อีกครั้ง

ขอบคุณรูปจาก http://www.topmisteri.com/2014/02/05.Lima-Kisah-Nyata-Possesed-yang-Pernah-Terjadi-di-Dunia.html
8. จอร์จ ลูคินส์
เรื่องของชายคนนี้เกิดขึ้นในปี 1778 ที่เขาเล่าว่าอยู่ดีๆก็จะร้องเพลงและกรีดร้องเป็นภาษาต่างที่ตัวเค้าเองไม่รู้จัก จึงถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกว่า 20 เดือน แต่แพทย์เองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ยิ่งทำให้คนเชื่อว่าเขาถูกครอบงำโดยปีศาจ 7 ตัว ซึ่งมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเห่าหอนแบบสุนัข ร้องเพลงบ้าๆ ทำให้บาทหลวงคริสตจักรทั้ง 7 มาชุมนุมและร่วมไล่ผีให้กับเค้าจนสำเร็จ

ขอบคุณรูปจาก http://theadhikaris.info/blog/10-terrifying-cases-of-demonic-possession/
7. ไมเคิล เทย์เลอร์
หลังจากที่เขาจับได้ว่าภรรยาไปแอบมีความสัมพันธ์ลับ อาการผิดปกติของเขาก็เกิดขึ้น ด้วยการถ้อยคำหยาบคาย ทำร้ายผู้อื่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้หลายคนเชื่อว่าเค้าถูกผิงสิง หลังจากที่เขาบ้าเป็นเดือนๆ ก็ได้ไปปรึกษากับนักบวชเพื่อทำพิธีไล่ผี กว่าหนึ่งวันเต็มๆ หลังจากเสร็จพิธีนักบวชได้เตือนเขาว่าปีศาจของการฆาตหรรมยังแฝงอยู่ในจิตใจ และเชื่อมั้ยคะว่าหลังจากที่เขากลับบ้านไปก็ได้ฆ่าภรรยาและสุนัขตัวเล็กอย่างทารุณ พร้อมกับเดินเปลือยกายอาบเลือดบนถนน โดยคดีของเขาถูกตัดสินว่าเป็นคนวิกลจริตเท่านั้น

ขอบคุณรูปจาก http://100toplist.com/10-most-scary-story-of-demonic-possession/
6. เดวิด เบอร์โควิทซ์
ในปี 1976 เกิดเหตุการณ์ฆาตกรต่อเนื่องที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ลูกชายของแซม” หรือ “นักฆ่าคาลิเบอร์ .44” ที่ภายหลังตำรวจได้จับฆาตกรสุดโหดนี้ได้ และเปิดเผยว่าเขาคือ เดวิด เบอร์โควิซ์ ที่ยอมรับว่าสิ่งที่จูงใจให้เขาทำนั้นคือปีศาจ และอ้างต่อว่าสุนัขข้างบ้านก็ถูกครอบงำโดยปีศาจเช่นกัน?! จนสุดท้ายเขาถูกจำคุกตลอดชีวิต พร้อมบอกว่าก่อนหน้านี้ตัวเองนับถือลัทธิซาตาน และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเท่านั้น

ขอบคุณรูปจาก http://www.foxnews.com/us/2011/08/24/son-sam-david-berkowitz-wont-seek-parole-in-2012/
5. อาร์ แอนด์ จอห์นสัน
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน พฤศจิกายน 1981 ที่อาร์ แอนด์ จอห์นสัน ได้ก่อคดีฆาตกรรม อลัน โบโน เมื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลก็เกิดการถกเถียงกันว่าการกระทำของเขานั้นไม่ได้เกิดจากความผิดปกติด้านจิตใจ แต่เกิดจากการที่ปีศาจมาครอบงำ!! ทางครอบครัวก็กลัวว่าเขาจะถูกหลอกหลอนกละครอบงำโดยสัตว์ร้ายที่น่ากลัว โดยวันเกิดเหตุมีคนได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ ก่อนจะมีคนไปพบศพของเหยื่อ สุดท้ายผลตัดสินคือเขาโดยจำคุก 10-20 ปี

ขอบคุณรูปจาก http://posthumananimal.blogspot.com/2010_02_01_archive.html
4. จูเลียต
ในปี 2008 ด็อกเตอร์ริชาร์ด อี กัลป์ลาเกอร์ จิตแพทย์และรองศาสตราจารย์จิตเวชจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ได้เจอเรื่องเหลือเชื่อนี้มากับตัว เมื่อเขาต้องรักษาคนไข้ที่ชื่อ จูเลียต และพบว่าเธอสามารถลอยไปรอบๆห้อง พูดภาษาแปลกๆ หยาบคาย จู่ๆก็ทำให้วัตถุลอยออกมาจากชั้นเอง และบางครั้งเสียงที่พูดหรือตะโกนออกมายังคล้ายกับเสียงผู้ชายมากกว่าเสียงของเธอเอง ซึ่งสุดท้ายได้วิเคราะห์ออกมาว่าเธอถูกครอบงำโดยปีศาจ!!

ขอบคุณรูปจาก http://iwatchstuff.com/2010/08/last-exorcism-takers-battle-it.php
3. โรแลนด์ โด
เรื่องจริงที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้หนังและนิยายชื่อดัง “The Exorcist” ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1940 หลังจากที่ป้าของเด็กคนนี้เสียชีวิตลงก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้นที่บ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ย้ายที่เองได้ วัตถุลอยในอากาศ มีเสียงเการอบๆบ้าน จนเริ่มปรากฏรอยขีดข่วนบนตัวเด็กโดยไม่มีสาเหตุ นานเข้าเด็กก็เริ่มพูดจาภาษาแปลกๆ และลอยขึ้นไปบนอากาศด้วยร่างกายที่บิดเบี้ยวจนน่าตกใจ ทางครอบครัวจึงได้ติดต่อบาทหลวงมาช่วย โดยได้ทำพิธีกว่า 30 ครั้ง!! ทุกครั้งเด็กก็พยายามจะทำร้ายนักบวชตลอด และยังกรีดร้องด้วยความทรมาน ในห้องก็มีแต่กลิ่นกำมะถัน จนสุดท้ายก็ไล่ผีออกไปได้ เขาก็ใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง

ขอบคุณรูปจาก http://mediaconvey.com/10-Most-Scary-Demon-Possessions.html
2. อันเนลีส มิเชล
กรณีของเธอยังคงสรุปกันไม่ได้ว่าเกิดจากการถูกผีสิง หรือเป็นอาการทางจิต โดยตอนนั้นเธออายุเพียง 16 ปีมีประวัติในการรักษาโรคลมชักและอาการป่วยทางจิต แต่เมื่อปี 1973 อาการของเธอก็ประหลาดขึ้นเรื่อยๆ เริ่มทำร้ายตัวเอง ไม่กินอาหาร ส่งเสียงประหลาด และพูดจาหยาบคายราวกับไม่เด็กๆ จนต้องขอความช่วยเหลือจากบาทหลวงมาทำพิธีไล่ผี แต่เธอก็ดิ้นรน ขัดขืนจนสุดชีวิต และจากการอดข้าวอดน้ำทำให้ร่างกายเธออ่อนเพลียจนเสียชีวิตลงในปี 1976 เนื่องจากเรื่องราวของเธอโด่งดังมากจึงนำมาทำเป็นหนังเรื่อง The Exorcism of Emily Rose

ขอบคุณรูปจาก http://kinnsh-exorcism.blogspot.com/2013/04/case-of-anneliese-michel.html
1. คลาร่า เจอร์มาน่า
ในปี 1906 หลายๆคนเชื่อว่าคลาร่าได้อธิฐานและทำข้อตกลงกับซาตานเอาไว้ ทำให้ต่อมาได้ถูกครอบงำโดยสิ่งที่ไม่มีใครมองเห็นทำให้เธอสามารพูดภาษาประหลาดๆได้หลายภาษา ทั้งยังมีญาณทิพย์สามารถรู้ความคิด ความลับของคนอื่นได้ง่ายๆ จนความชั่วร้ายครอบงำเธอมากขึ้น เธอเริ่มปฏิเสธศาสนา เปล่งเสียงเหมือนสัตว์ป่า และลอยบนอากาศได้อย่างไม่น่าเชื่อ!! จนต้องให้นักบวชเข้ามาไล่ผี ซึ่งเธอก็ขัดขืนและยังพยายามฆ่านักบวชอีกด้วย แต่สุดท้ายพิธีก็จบลงหลังจากที่นักบวชอ่านคัมภีร์ และเธอก็ลอยไปบนอากาศท่ามกลางสายตาคนนับร้อย

ขอบคุณรูปจาก http://arquivosdoinsolito.blogspot.com/2013/10/4-casos-aterrorizantes-de-possessoes.html

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น