10 เรื่องจริงที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ”ความฝัน”

update :1/9/2014 17:19
views : 20960
ที่มา : http://articles.spokedark.tv/2013/09/25/10-fact-about-dream/#.VAQ3kjJ_vKN
เชื่อว่าใครๆก็ต้องเคยฝันจริงมั้ยคะ? แต่น้อยคนคงจะรู้ลึกรู้จริงว่าจริงๆแล้วความฝันเกิดขึ้นได้ยังไง เกิดกับใคร หรือคำถามที่หลายๆคนสงสัยกันว่าคนตาบอกจะฝันได้มั้ย วันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand จึงได้เอาเรื่องจริงของความฝัน รวมทั้งมาคลายความสงสัยให้กับคำถามหลายๆคำถามที่ยังไม่มีใครตอบคุณได้
10. คนตาบอดก็ฝันได้!!
คนตาบอดในที่นี้แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือตาบอดแต่กำเนิด ที่เมื่อฝันจะไม่สามารถเห็นภาพใดๆได้ เพราะไม่มีพื้นฐานของภาพนั้นๆมาก่อน แต่จะฝันเป็นเสียง สัมผัส และรสชาติเท่านั้น ส่วนคนที่ไม่ได้บอดแต่กำเนิดจะฝันเห็นเป็นภาพได้ เพราะมีภาพอยู่ในหัวอยู่แล้ว

ขอบคุณภาพจาก http://www.ehow.com/how_2342687_interact-people-who-blind.html
9. จำความฝันได้แค่ 10% เท่านั้น
ลองสังเกตดูว่า 5 นาทีหลังจากตื่นคุณจะยังจำความฝันนั้นได้อยู่หน่อยนึง แต่เมื่อผ่านไป 10 นาทีเท่านั้นแหละมันจะหลงเหลือเพียงแค่ 10% ในหัวของคุณเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครฝันเห็นเลขหรืออะไรดีๆก็รีบๆจดไว้ หรือเล่าให้คนอื่นฟังก่อนที่จะลืมเสียก่อน

ขอบคุณภาพจาก http://www.wikihow.com/Purposefully-Forget-Things
8. ใครๆก็ฝันได้
ไม่ต้องสงสัยว่าคนต่างชาติ ต่างศาสนาเค้าฝันกันรึเปล่า? คำตอบคือไม่ว่าจะเด็ก จะแก่ จะเป็นคนชาติไหนก็ฝันได้เหมือนกันหมด แต่ที่บางคนบอกมาว่าตัวเองไม่เคยฝันอาจจะมาจากการที่ตัวเองจำไม่ได้มากกว่า

ขอบคุณภาพจาก http://siamhealth.net/public_html/Disease/neuro/insomnia/index.htm
7. ความฝันช่วยให้คุณไม่โรคจิต!!
ว่ากันว่าความฝันเป็นการปลดปล่อยความเครียด ระบายความรู้สึกต่างๆที่อยู่ในใจออกมา เมื่อใดที่คุณไม่นอน นอนน้อย หรือโดนปลุกกลางคันบ่อยๆ จะทำให้ความเครียดนั้นสะสมอยู่ในใจอาจจะกลายเป็นโรคจิตเลยก็ได้

ขอบคุณภาพจาก http://health.kapook.com/view57449.html
6. เราจะฝันในสิ่งที่เรารู้เท่านั้น
บ่อยครั้งที่เราคิดว่าเราฝันถึงคนแปลกหน้า แต่จริงๆแล้วคนเหล่านั้นเป็นคนที่อย่างน้อยต้องเคยผ่านตาเรามาก่อน แต่เพียงคุณจำไม่ได้เท่านั้นเอง แต่เรื่องของการไร้ขอบเขตของความฝันนั้นมันเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น

ขอบคุณภาพจาก http://www.psychicsuniverse.com/articles/spirituality/dreams/dream-meaning/dream-interpretation-1
5. ไม่ใช่ทุกคนที่จะฝันเป็นสีสัน
มีเพียง12 % ของความฝันทั้งหมดเท่านั้นที่จะเป็นสีขาว-ดำ ส่วนที่เหลือนั้นจะมีความฝันเป็นภาพสีๆแบบที่เรามองเห็นอยู่ทุกวัน แต่บางทีคนก็บอกว่าตัวเองฝันเป็นสีทั้งหมด หรือขาวดำทั้งหมด นั่นเป็นเพราะว่าคุณเลือกที่จะจำความฝันแค่บางส่วนเท่านั้นเอง

ขอบคุณภาพจาก http://freemac.net/home/topic/
4. ความฝันไม่ใช่คำทำนาย
บางคนอาจจะเชื่อว่าความฝันเป็นการบอกเหตุการณ์บางอย่างในอนาคต หรือตีเอาสัญลักษณ์บางอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งๆที่จริงๆอาจจะเป็นแค่ภาพที่ตัวเราเองสร้างขึ้น ซึ่งตีความไปก็ผิดกันป่าวๆ ดีไม่ดีตีไปเป็นตัวเลขให้เสียเงินซะงั้น

ขอบคุณภาพจาก http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000069634
3. สารเสพติดก็มีผลต่อความฝัน
พูดไปอาจจะไม่เชื่อ แต่สารเสพติดนั้นมีผลต่อระบบประสาทและสมอง จึงอาจจะทำให้ผู้ที่ใช้มันมีความฝันที่แปลกๆ โลดโผนกว่าชาวบ้านเค้าหน่อย และถ้าฝันร้ายขึ้นมาแน่นอนว่ามันจะเสมือนจริงมาก จนบางคนถึงกับต้องเสียน้ำตาให้กับความฝันของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ขอบคุณภาพจาก http://impressivemagazine.com/2013/08/24/why-do-we-have-bad-dreams/
2. สิ่งรอบข้างมารบกวนความฝันได้
หลายๆคนคงเป็นบ่อยที่ฝันว่าได้เดินเล่นในป่า เจอดอกไม้สวยงามแต่อยู่ๆกลับเดินตกน้ำ หรือฝนตก เมื่อคุณตื่นขึ้นมาจะรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างหนัก นั่นแสดงว่าอาการปวดนั้นของคุณเข้าไปรบกวนในความฝัน หรือบางทีถ้าคุณหิวน้ำก่อนนอนแต่ไม่ได้ไปดื่ม คุณอาจจะฝันว่าได้ดื่มน้ำก็เป็นได้

ขอบคุณภาพจาก http://www.meemodo.com/fuhn.html
1. เด็ก 3 ขวบมีโอกาสฝันร้ายมากกว่าเด็กโต
คุณแม่ทั้งหลายคงจะเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกเล็กของคุณตื่นขึ้นมาร้องไห้ตอนกลางดึก นั่นเป็นเพราะเค้าอาจจะฝันร้าย เพราะด้วยความที่ยังเด็กจึงยังไม่สามารถจัดเรียงข้อมูลที่ตัวเองพบเจอมาได้ดีนัก มันจึงออกมาเป็นฝันที่ซับซ้อน วุ่นวาย ทำให้เด็กตื่นกลัวได้

ขอบคุณภาพจาก http://racheljdaniel.com/2013/10/

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น