10 วิชาสุดแปลกแบบนี้ก็มีด้วย

update :11/8/2014 19:17
views : 14289
ที่มา : http://www.manager.co.th/campus/viewnews.aspx?NewsID=9570000085273
ทุกวันนี้มีอะไรแปลกๆเต็มไปหมด แม้กระทั่งวิชาเรียนที่เราไม่คิดว่าจะมีการเรียนการสอนแบบนี้ในมหาวิทยาลัย!! แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก ที่คิดค้นวิชาแปลกๆมาให้นักเรียนได้ตื่นตาตื่นใจ รวมถึงผู้ที่ได้ยินว่ามีวิชาเหล่านี้ก็ด้วย วันนี้ทางทีมงาน Toptenthailand จึงได้รวบรวม 10 วิชาสุดแปลกที่มีสอนอยู่จริงๆทั่วโลกมาให้ใครที่อยากให้ลูกหลานได้เรียนรู้อะไรที่ต่างออกไปจากชาวบ้าน
10. สาขาวิชาอวัยวะเพศศึกษา (The Phallus)
หลักสูตรวิชานี้เป็นของวิทยาลัย “Occidental College” ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลักสูตรที่เจาะลึกเกี่ยวกับลึงค์และอวัยวะเพศ, ความหมายของลึงค์ และยังรวมไปถึงการสำรวจตามแต่ละเขตปกครองในเรื่องของลึงค์ เพื่อจะนำมาซึ่งทฤษฎีที่สำคัญ และความยุติธรรมทางสังคมด้วย

ขอบคุณรูปจาก https://www.bestcrystals.com/phallus.htm
9. สาขาวิชาซิมป์สันและปรัชญา (The Simpsons and Philosophy)
หลักสูตรแปลกนี้เป็นผลงานของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เบิร์คลีย์ของสหรัฐฯ ที่นำเอาเรื่องราวต่างๆ ของการ์ตูนซิตคอมยอดฮิตในสหรัฐอเมริกาอย่างครอบครัว “เดอะ ซิมพ์สัน” ที่มีเนื้อหาถากถางมุมมองของสังคมมนุษย์วัฒนธรรมอเมริกัน และจิตวิทยาครอบครัว ซึ่งผู้เรียนจะได้พบกับแง่มุม ข้อคิด ปรัชญาการใช้ชีวิตต่างๆ จากการ์ตูนเรื่องนี้ โดยเอามาศึกษาเปรียบเทียบในเชิงปรัชญากับผลงานของปรมาจารย์อย่างเพลโตและโฮเมอร์

ขอบคุณรูปจาก http://www.vitastudent.com/10-weirdest-university-courses/
8. สาขาวิชาเดวิด เบ็คแฮมศึกษา (David Beckham Studies)
หลักสูตร “เดวิด เบ็คแฮมศึกษา” เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ในปี 2002 ที่มหาวิทยาลัย “The Staffordshire University” ของประเทศอังกฤษ สำหรับนักศึกษาด้านกีฬา การแพทย์และวัฒนธรรม ซึ่งจะมีการเรียนแบบเจาะลึกในทุกเรื่องราวของนักฟุตบอลชื่อดังอย่างเดวิด เบ็คแฮม ใน 12 สัปดาห์แรก คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับทรงผมต่างๆ ของเดวิด เบ็คแฮม ที่มีอิทธิพลต่อบริบททางสังคม ไปจนถึงการแต่งงานของเขากับวิคตอเรียกับบทบาทที่เปลี่ยนไป

ขอบคุณรูปจาก http://www.bbcamerica.com/anglophenia/2014/08/photos-the-trick-to-getting-david-beckham-into-his-underwear/
7. สาขาวิชาคนเหล็กศึกษา (Terminator studies)
มหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในโลกอย่าง "มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University)" ก็ได้เปิดสอนหลักสูตรวิชาแปลกๆ กับเขาเหมือนกันอย่างหลักสูตรวิชา “คนเหล็กศึกษา” (Terminator studies) เปิดสอนอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.2010 สร้างความฮือฮาและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ไม่น้อย โดยมีคนคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่เผ่าพันธุ์มนุษย์อาจถึงคราวต้องล่มสลายหายไปจากโลกภายใน ค.ศ. 2100 จึงได้เปิดหลักสูตรให้มีการศึกษาอย่างจริงจังต่อภัยคุกคามของพวกจักรกลและคอมพิวเตอร์ ที่มีต่อมวลมนุษยชาติ

ขอบคุณรูปจาก http://www.themoviethemesong.com/terminator-2-judgement-day/
6. สาขาวิชาซอมบี้ศึกษา (Zombie Studies)
มหาวิทยาลัยบัลติมอร์ (University of Baltimore) สหรัฐอเมริกา เอาใจคนรักผีดิบ ด้วยการเปิดหลักสูตรวิชา “ซอมบี้ศึกษา” ในระดับปริญญาตรี เกี่ยวกับการวิเคราะห์ภาพยนตร์ผีดิบที่เป็นที่นิยม เพื่อให้นักศึกษารู้เท่าทันภัยคุกคามของพวกซากศพคืนชีพ และเตรียมรับมือวันที่ซอมบี้ออกอาละวาด

ขอบคุณรูปจาก http://beta.slashdot.org/story/140816
5. สาขาวิชาเดินยังไงไม่ให้เบื่อ (Art of Walking)
ศาสตร์แห่งการเดินนี้ไม่ใช่วิชาที่เรียนเพื่อพัฒนาบุคลิกหรือเดินเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด แต่สาขาวิชานี้เริ่มต้นจาการที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่เมืองแดนวิลล์ รัฐเคนทักกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญหากเทียบกับเมืองอื่นๆ จึงได้เปิดหลักสูตร "สาขาวิชาเดินอย่างไรไม่ให้เบื่อ" ขึ้นมา เพื่อให้เรารู้ถึงวิธีการเดินอย่างไรไม่ให้เบื่อ เพื่อที่จะสามารถเดินเท้าเป็นระยะทางไกลๆ ได้ แทนการใช้รถยนต์ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศถือเป็นการช่วยโลกไปอีกทางหนึ่งด้วย

ขอบคุณรูปจาก http://walkingfit.ucr.edu/sponsors.html
4. สาขาวิชาเทคนิคชนะการประกวดนางงาม (How to Win a Beauty Pageant)
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่เปิดมานานตั้งแต่ปี 1920 จนถึงปัจจุบันของวิทยาลัย “Oberlin College” ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเปิดสอนเกี่ยวกับวิธีการที่จะชนะการประกวดนางงาม ต้องเรียนรู้ในเรื่องเพศ, ชนชั้น, เพศที่สาม, ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เอกลักษณ์ประจำชาติของสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงการวิเคราะห์วาทกรรม เพื่อเป็นประโยชน์ในการตอบคำถามอย่างไรให้ชนะใจกรรมการ บุคลิกการวางตัวทั้งหลายแหล่ที่จะทำให้คุณเอาชนะคู่แข่งในทุกๆ ทาง ไปจนถึงเวทีนางงามระดับโลก

ขอบคุณรูปจาก http://www.emirates247.com/miss-world-goes-home-1.427172
3. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเป็นฮีโร่ (The Science of Superhero)
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเออร์ไวน์ (University of California : Irvine) ได้เปิดหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์กับการเป็นฮีโร่ โดยเนื้อหาวิชาจะเน้นที่เรื่องราวต่างๆ ของฮีโร่ ไม่ว่าจะเป็น Superman, Batman, Spider-Man, Wonder Woman และอื่นๆ โดยการใช้หลักการวิทยาศาสตร์ เพื่อแก้ข้อสงสัยว่า ซุปเปอร์ฮีโร่เหาะเหินเดินอาการได้จริงรึเปล่า ถ้าจริงจะทำได้ด้วยวิธีใด โดยอ้างอิงถึงหลักการ ทางวิทยาศาสตร์ แล้วทีนี้จะได้รู้กันว่าเราจะสามารถเรียนแบบฮีโร่ หรือทำแบบที่ฮีโร่ทำได้จริงๆ หรือไม่

ขอบคุณรูปจาก http://www.comicvine.com/forums/battles-7/ghost-rider-movie-vs-avengers-movie-1530313/
2. สาขาวิชาสังคมธุรกิจสื่อลามก (Cyberporn and Society)
The State University of New York at Buffalo ได้เปิดสอนวิชา “Cyberporn and Society” ในระดับปริญญาตรี เอาใจหนุ่มๆ โดยเฉพาะ โดยนักศึกษาสามารถสำรวจเว็บไซต์ลามกทางอินเทอร์เน็ต และตรวจสอบประเด็นของความลามกอนาจาร สิ่งที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมหนังเรทต่างๆ ในโลกไซเบอร์ และการกำหนดภาพลามกอนาจารในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพราะอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่ มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญต่อปี ดังนั้น ชั้นเรียนนี้จึงเป็นการสำรวจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เพื่อที่นักเรียนจะมีโอกาสต่อยอดธุรกิจในด้านหนังผู้ใหญ่ต่อไป

ขอบคุณรูปจาก http://www.manager.co.th/campus/viewnews.aspx?NewsID=9570000085273
1. สาขาวิชาล่าท้าผี (Psychology of Exceptional Human Experiences)
เป็นหลักสูตรที่เปิดขึ้นมาสำหรับคนที่มีสัมผัสพิเศษและชอบความลี้ลับโดยเฉพาะ เปิดสอนใน Coventry University ประเทศอังกฤษ เนื้อหาของวิชานี้จะเน้นในเรื่องของการสื่อสารกับผี โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการค้นหาผี จากการวัดคลื่นความถี่ การถ่ายภาพ อัดวีดีโอเทป เข้าไปบุกตามบ้านผีสิงที่ร่ำลือ หรือตามสถานที่เฮี้ยนๆ คล้ายกับรายการคนอวดผีในบ้านเรา จากนั้นก็นำหลักฐานต่างๆ ที่ได้มาวิเคราะห์ว่าในสถานที่นั้นมีผีจริงหรือไม่?

ขอบคุณรูปจาก http://palungjit.org/feature/showphoto.php?photo=19677&size=big&ppuser=27143&langid=2

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น