10อันดับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่วัยทำงานถูกใจมากที่สุดในปี57!!

update :18/7/2014 09:46
views : 27829
ที่มา : ToptenThailand
ทุกคืนวันศุกร์ คงเป็นคืนที่ทุกคนรอคอย เพราะเรียกได้ว่าเป็นวัน ศุกร์หรรษา ของใครหลายๆคนเพราะเป็นวันที่ทุกคนจะได้ปล่อยผีออกจากร่างอย่างเต็มที่!! ทั้งร้านอาหาร รวมไปถึงสถานบันเทิงล้วนเต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมจะมาสนุกสุดเหวี่ยงให้คลายจากความเครียด แต่1ในปัจจัยความสนุกเหล่านั้นที่จะสร้างบรรยากาศให้มีสีสันให้การสังสรรค์มากขึ้นนั่นก็คือ "เครื่องดื่มแอลกอฮอล์" ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มประเภทเหล้า เบียร์ บรั่นดี หรือวอดก้า ก็ล้วนแต่เป็นที่นิยมกันทั้งสิ้น ดังนั้นทีมงานToptenthailand ได้ทำการสำรวจจาก 100 คนว่าเครื่องดื่มชนิดไหนเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนวัยทำงานมากที่สุด!!
อันดับ 10 Beer : Stella Artois
จากผลการสำรวจพบว่าเบียร์สัญชาติเบลเยี่ยมนี้4%
เป็นเบียร์ที่ผู้คนชอบดื่ม เบียร์นี้มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1366 โดยรสชาติออกขมเล็กน้อยที่ปลายลิ้น ดื่มแล้วดับกระหาย เสิร์ฟมากับแก้วทรงทิวลิป อันเป็นเอกลัษณ์ ที่ถูกออกแบบมาด้วยความพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์การดื่มที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ดื่ม

ขอบคุณรูปจาก http://www.saveonbrew.com/blog-article/craft-beer-fans-tell-us-about-their-first-loves
อันดับ 9 Whiskey : Chivas Regal
จากผลการสำรวจอันดับที่ 9 คิดเป็น 5% นี้คือเหล้าจากแดนสก๊อตแลนด์ โดยมีต้นกำเนิดจากสองพี่น้องตระกูลชีวาส รีกัล จอห์นและเจมส์ที่ได้ก่อตั้งชีวาส บราเธอร์ (Chivas Brothers) ในปี ค.ศ. 1801 และได้คิดค้นและปรุงสก็อตวิสกี้จนมีรสชาติเป็นที่ยอมรับ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเหล้าชนิดนี้ คือเมื่อเริ่มต้นจะขมนิดๆที่ปลายลิ้น ตามขึ้นมาด้วยความหวานละมุ่นที่ค่อยๆ ตีกลับขึ้นมากคล้ายๆ กับรสชาติของคาราเมล จบด้วยความซ่าที่ค้างอยู่ในปาก พร้อมกับกลิ่นโอ๊กนุ่มๆ ที่ฟุ้งอยู่ในโพรงจมูก ไม่สั้นไม่ยาว เป็นรสชาติที่ใครหลายๆคนติดใจและได้อันดับที่ 9 ของเราไปครอง

ขอบคุณรูปจาก http://www.gourmantic.com/

อันดับ 8 Brandy : Regency
อันดับที่ 8 เหล้ากลั่นสัญชาติไทยแท้ๆของเราก็ติดอันดับกับเขาด้วย คิดเป็น 6%
รีเจนซี่เป็นบรั่นดีไทย ผลิตโดยคนไทย ขายคนไทย กำไรไม่ออกนอกประเทศ นอกจากนี้ยังดังไกลไปทั่วโลกด้วย น่าภูมิใจเสียจริงๆ เอกลักษณ์ที่ทำให้มหาชนคนชอบดื่มติดใจบรั่นดีสัญชาติไทยนี้คือ จะดื่มทั้งแบบ เพียว หรือ มิกซ์ ก็ได้ หากดื่มแบบเพียวก็จะมีกลิ่นที่หอมหวลติดจมูก แต่หากผสมมิ๊กซ์ก็ยังคงรสชาติและกลิ่นที่หอมหวนนี้ไว้ได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

ขอบคุณรูปจาก www.theweddinghome.com
อันดับ 7 Vodka : Absolute
อันดับ 7 ของเราคือวอดก้า ยี่ห้อ Absolute คิดเป็น 8%
วอดก้าสีใสๆแบบนี้เป็นถึงราชาแห่งวอดก้าของสวีเดนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นวอดก้าบริสุทธิ ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีบรรจุภันฑ์ที่สวยงามชวนดื่มมาก โดยมีแนวคิดจากการนำขวดยา มาใช้ใส่วอดก้า โดยไอเดียนี้มาจากร้านขายยาเก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงสต๊อกโฮม ซึ่งขวดนั้นดูมีขนาดใหญ่โต มีความแตกต่าง เรียบง่าย และดูเป็นสวีดิชมาก (ความจริงแล้ว หากย้อนกลับไปในยุโรปสมัยศตวรรษที่ 17-18 วอดก้าก็ถูกบรรจุอยู่ในขวดยาเช่นกัน) เสนห์อย่างนึงก็คือ Absoluteมีหลากหลายรสหลายหลากกลิ่นมาก ดังนั้นจึงสามารถนำไปทำเครื่องดื่มได้หลากหลายรสชาติ แถมยังมีความอ่อนละมุนเป็นที่ดื่มง่ายติดใจสาวๆหลายๆคน

ขอบคุณรูปจาก photos-magic.tumblr.com
อันดับ 6 Vodka : Smirnoff
อันดับ 6 นี้เชือดเฉือนชนะอันดับ 7 ได้อย่างหวุดหวิดเพียง1%เท่านั้นนั่นคือ 9%
วอดก้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชาวรัสเซียนี้ เป็นวอดก้าที่ขายดีที่สุดในโลกโดย Newyork Times โดยรสชาติที่ขายดีที่สุดคือ Smirnoff No. 21 วยรสชาติคลาสสิกที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความหลากหลายในโลกของค็อกเทล ด้วยนิยามที่ว่า "บริสุทธิ์ อ่อนนุ่ม ด้วยกลิ่นคลาสสิคของวอดก้า"

ขอบคุณรูปจาก miami-heat-swag.tumblr.com
อันดับ 5 : 100 pipers
อันดับที่ 5 ของเราได้แก่ 100 pipers โดยกลุ่มคนทำงานเทใจให้ 10%
ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลกับรสชาติ ด้วยการหมักเหล้าอายุ 3 - 5 ปี มีฉลากเป็นรูปทหารเป่าปี่สก๊อตก่อตั้งโดย Chivas Brothers ในปี 1949 คำว่า 100 Pipers อ้างจากตำนานของนักรบอังกฤษที่ชื่อ Bonnie Prince Charlie เป็นวิสกี้ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย และประเทศกลุ่มอเมริกาใต้ รวมไปถึงสเปน ราคามีตั้งแต่ 300 กว่าบาทขึ้นไป หลากหลายราคาให้เลือกดื่มกันเยอะทีเดียว จึงไม่แปลกใจว่า เป็นเหล้าที่ขายดีที่สุดในบ้านเรา


ขอบคุณรูปจาก www.tasteofthai.ru
อันดับ 4 Beer : Hoegaarden
อันดับที่ 4 คือเบียร์ในใจของใครหลายๆคน ได้ใจไปทั้งหมด 11%
ด้วยรสชาติที่นุ่ม ลื่นคอ มีรสหวานเล็กน้อย ออกรสเปรี้ยวอ่อนๆ ที่ปลายลิ้นเนื่องจากมีส่วนผสมของเปลือกส้ม และมีกลิ่นและรสเผ็ดซ่าบางๆ จากเมล็ดผักชี Hoegaardenมีรสที่แตกต่างเป็นตัวของตัวเอง ตั้งแต่สูตรในการหมัก ประกอบด้วยเปลือกส้มตากแห้ง (Curacao Orange Peel) เมล็ดผักชี ข้าวสาลี มอล์ท และน้ำแร่ธรรมชาติรวมถึงมีกระบวนการหมักที่แตกต่างคือผ่านการบ่ม"หมักถึงสองครั้ง" โดยไม่ผ่านการกรองจนกระทั่งบรรจุลงถังหรือขวด ดังนั้น “ตะกอนที่อยู่ในเบียร์ Hoegaarden ก็คือเปลือกส้มตากแห้ง และเมล็ดผักชี นั่นเอง” ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเบียร์ที่ครองใจนักดื่มไปได้ไม่ยากเย็น

ขอบคุณรูปจาก : www.heavemedia.com
อันดับ 3 Beer : Singha
อันดับ 3 ไม่ใช่ใครที่ไหน เบียร์สัญชาติไทยครองใจคนไทยไป 14%
เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับเบียร์ยี่ห้อนี้ เรียกได้ว่ารสชาติแรกสัมผัสนั้นขมซาบซ่า ถูกใจคนไทย เมื่อผ่านจุดนั้นมาก็จะพบกับสวรรค์ในการดื่มที่ลื่นคออย่างไม่น่าเชื่อ เป็นจุดเด่นที่ถูกใจใครหลายๆคนมาแล้วทั่วโลก

ขอบคุณรูปจาก fandbnews.com
อันดับ 2 Beer : Heineken
อย่างที่ใครหลายๆคงคาดไว้ว่าเจ้าแห่งตำนานเบียร์ขวดเขียว อย่างHeinekenจะต้องติดโผ 1ใน 3 อย่างแน่นอน ด้วยผลคะแนน 16%
Heineken มีสูตรการหมักที่เป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น จนได้เปิดการผลิตอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1863 โดย Gerard Adriaan Heineken ได้ซื้อโรงหมัก De Hooiberg และก่อตั้ง Heineken ขึ้น เขาได้ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในทันทีจากการยึดมั่นในมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด การปฏิบัติกับพนักงานอย่างดี และเสนอการรับประกันคืนเงินให้กับลูกค้า ด้วยรสสัมผัสที่เบากว่าเบียร์ทั่วไป และรสออกเปรี้ยวเล็กน้อย ทำให้นั่งกินเพลินๆได้ยาว เหมาะกับการสังสรรค์ของคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่ง ทำให้Heinekenสามารถครองตำแหน่งเจ้าแห่งตำนานเบียร์ขวดเขียวได้ไม่ยากเย็น

ขอบคุณรูปจาก exame.abril.com.br
อันดับ 1 Whiskey : Johnie walker
อันดับหนึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเครื่องดื่มที่รู้จักกันทั่วโลกอย่าง Johnie walker ด้วยคะแนน 17%
เครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงที่สุดชนิดใครก็ยังโค่นแชมป์นี้ไม่ได้ก็คือตระกูลLable วัดกันไม่ลงเลยในตระกูลนี้ใครเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะมีรสสัมผัสและเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว เราลองมาทำความรู้จัก 5 พี่น้องจากตระกูลพร้อมกับทริคในการดื่มเพื่อให้ได้รสสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์นี้กัน
1. เรด เลเบิ้ล(Red Label) น่าจะดูถูกใจคนไทยที่สุด เพราะน้องเล็กสุดขวดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการดื่มตลอดค่ำคืน พูดง่ายๆ ก็คือกินได้นานๆ สนุกสนานกันทั้งคืนนั่นแหละแถมวิธีการกินที่ถูกต้องนั้น ต้องผสมกับ ' มิกเซอร์ ' ทั้งหลาย อันเป็นวิธีการดื่มที่นิยมในหมู่คนไทยอยู่แล้วซะอีก
2. แบล็ค เลเบิ้ล (Black Lable) วิสกี้ชั้นดีจากการหมักบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่คลาสสิกที่สุดนานถึง 12 ปี วิธีการดื่มที่ถูกต้องนั้นก็คลาสสิกไม่แพ้รสชาติของตัววิสกี้ ง่ายๆ เท่ๆ ดูดีด้วยสไตล์ที่เรียกกันว่า ' ออน เดอะ ร็อก ' นั่นเอง หรือถ้าอยากย๊ากอยากจะผสมมิกเซอร์เหลือเกิน ก็ต้องใส่น้ำแข็งเข้าไปเยอะๆ วิสกี้ ครึ่งแก้ว และโซดาอีกครึ่งแก้ว
3. โกลด์ เลเบิ้ล (Gold Lable) อายุ 18 ปี มีทริคการดื่มให้อร่อย แค่นำ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล ไปใส่ในช่องแช่แข็งสัก 24 ชั่วโมง พร้อมนำแก้วทรงสูงเปล่าๆ แช่ไว้ด้วย เมื่อครบกำหนดเวลา ก้รินใส่แก้วที่แช่ไว้ข้างกันๆ แล้วดื่มเข้าไปเลย ทันทีที่วิสกี้เย็นจัดปะทะกับความอุ่นในปาก กลิ่นหอมหวนนุ่มลิ้นจะอบอวล หากมีช็อกโกแล็ตดีๆ ไว้กินเข้าคู่ล่ะก็ จะเป็นความสุขที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว
4. กรีน เลเบิ้ล (Green Lable)ที่มีจำหน่ายแบบจำกัดประเทศนั้น หาน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ สักก้อน ใส่ในแก้วปากกว้างเพียงแค่ก้อนเดียว ไม่ต้องกลัวว่าน้ำแข็งก้อนนั้นจะเหงา เพราะเราจะเฝ้ามองอย่าทะนุถนอม
จากนั้นริน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล ลงไปไม่ต้องท่วมน้ำแข็งแกว่งแก้วเล็กน้อย ให้อุณหภูมิของวิสกี้ชะอุณหภูมิของน้ำแข็งก้อนโต ดมกลิ่นวิสกี้ที่ระเหยขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนลิ้มรสวิสกี้ที่อุณหภูมิพอเหมาะพอดีงานนี้จะได้ รสชาติ กลิ่น และแสงที่วิสกี้ตกกระทบกับก้อนน้ำแข็งชวนมอง แต่ปัจจุบันนี้กรีน เลเบิล เลิกผลิตไปเสียไปแล้ว และมีพี่น้องเครือญาติเป็น Double black แทน
5. บลู เลเบิล (Blue Lable) พี่ใหญ่ของตระกูลด้วยอายุ 25 ปี ที่หมักบ่มจากมอลต์คุณภาพสูง ตามวิธีการคลาสสิกแบบศตวรรษที่ 19 วิธีการดื่มวิสกี้ชั้นสูงนี้ก็คลาสสิกมาก ดื่มน้ำแร่เย็นๆ เพื่อปรับอุณหภูมิในช่องปากกันก่อน จากนั้นจิบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ในแก้วบรั่นดีอีกใบตาม เมื่อน้ำแร่เย็นๆ ที่หลงเหลืออยู่ในช่องปากผสมกับวิสกี้ชั้นดีนี้ รสชาติที่แอบซ่อนจะซึมผ่านเพดานปากไปมัดใจนักดื่มเหล้าทั้งหลายไม่รู้ลืม

ในต้นเดือนนั้นใครหลายคนคงใช้บริการพี่ใหญ่อย่างพี่บลู เลเบิ้ล แต่หากกลางเดือนจนถึงสิ้นเดือนก็หล่นหลั่นกันตามวัยเป็นพี่ โกลด์ เลเบิ้ลบ้าง แต่อย่างท้ายที่สุดยามรวยรินจริงๆก็คงเรียก น้อง เรด เลเบิ้ลมาใช้บริการกันถ้วนหน้าใช่หรือไม่ค่ะ ชาวToptenthailand :))

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น