10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

update :29/5/2014 14:49
views : 11487
ที่มา : ทีมงาน toptenthailand
อนันดาเป็นลูกครี่ง ออสเตรเลีย-ลาว มีคุณพ่อชื่อ จอห์น เอเวอร์ริ่งแฮม เป็นนักข่าวออสเตรเลีย สมัยสงครามเวียดนาม และวันนี้ได้เป็นวันเกิดของเขา ทางทีมงาน toptenthailand ขอนำเสนอ 10 อันดับเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม มาให้ทุกคนได้ดูกันค่ะ
10 .คนพิเศษ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
สาวคนพิเศษที่กุมหัวใจของอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อยู่คือสาวโดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
9.วงการภาพยนตร์ไทย
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
อนันดาถือเป็นบุคคลในวงการภาพยนตร์ไทย คนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าทุ่มเทให้กับการแสดงของตัวเองอย่างเต็มที่ หลายครั้งที่เขารับบทบาททางด้านการแสดงก็ต้องประสบกับความเครียดอันเนื่องจากความพยายามที่จะเข้าให้ถึงบทบาทและกลายเป็นตัวละครตัวนั้น อนันดายังเป็นคนที่เลือกบทและไม่คำนึงถึงเพียงค่าตัวในการแสดง แต่จะเลือกในงานที่น่าสนใจ รวมถึงการทำหนังเล็ก ๆ นอกกระแสอย่างหนังของ สันติ แต้พานิช เรื่อง ดึกแล้วคุณขา และ เรื่อง สะบายดี หลวงพระบาง และยังตั้งเป้า ผลักดันวงการหนังไทยให้ดีขึ้น "จุดหมายในตอนนี้ของผมคืออยากเอาหนังไทยไปให้ฝรั่งดู"
8.ด้านงานช่วยเหลือสังคม
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
ในปี 2551 อนันดา ได้เข้าร่วมกับเอ็มทีวี เอ็กซิท เป็นแอมบาสเดอร์ประจำประเทศไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ด้านวงการวิทยุ อนันดา เอเวอริงแฮม ขึ้นแท่นบริหารนำทีม บริษัท เฮโล โปรดักส์ชั่น จำกัด ร่วมมือกับบริษัท อินดิเพนเด้นท์ คอมมิวนิเคชั่น เนทเวิร์ค จำกัด บริหารคลื่น CLICK RADIO FM.102.5 CHIANG MAI ซึ่งได้เริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 และได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555
7.ภาพลักษณ์
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
ในช่วงที่เข้าวงการใหม่ ๆ อนันดามีภาพลักษณ์ในลักษณะ "นักแสดงติสต์แตก" สาเหตุมาจากแรก ๆ เป็นคนคุยกับใครไม่ค่อยเป็น คุยไม่รู้เรื่อง จึงทำให้ดูเป็นคนมีโลกส่วนตัว ไม่คบกับใคร แต่อนันดาเล่าว่า "ผมก็แคร์นะ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง อาจเพราะยังเด็กก็ได้" และอธิบายว่า "ผมว่า ติสท์ มันจะออกแนวไม่ค่อยเหตุผล แต่ชีวิตผมเป็นชีวิตที่มีเหตุผลค่อนข้างสูง ...ผมไม่ได้เข้าถึงยาก เพียงแต่ว่าถ้าอันไหนที่ผมคิดว่ามันถูกต้อง นี้คือสิ่งที่ผิด ผมก็จะยืนยันอย่างนั้น"
6.ความสนใจ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
เรื่องความสนใจส่วนตัว ด้วยเพราะพ่อของเขาเป็นช่างภาพ เขาเริ่มถ่ายรูปพ่อของเขาตั้งแต่ยังเด็กด้วยกล้อง Nikon FM2 และเขามีความสนใจอยากจะทำงานเบื้องหลัง คืออยากเป็นตากล้อง เพราะมีพื้นฐานทางนี้มาก่อน ในช่วงที่ถ่ายทำหนัง อนันดามีความรู้สึกอยากอยู่ใกล้กล้อง จึงวิเคราะห์ตัวเองว่าคงชอบในจุดนี้ ภาพยนตร์ที่อนันดาชอบดู หลายคนคงคิดว่าอนันดาชอบดูหนังอาร์ตที่เข้าใจยาก แต่เขาดูหนังได้ทุกประเภท เขาเสริมว่า "ภาพยนตร์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นภาพยนตร์ที่ดูไม่รู้เรื่อง"
5.ครอบครัวและความสัมพันธ์
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
อนันดาเป็นลูกครี่ง ออสเตรเลีย-ลาว มีคุณพ่อชื่อ จอห์น เอเวอริงแฮม เป็นนักข่าวออสเตรเลีย สมัยสงครามเวียดนาม ได้สร้างวีรกรรมดังไปทั่วโลก ด้วยการไปดำน้ำใช้แท็งก์หรือ สกุ๊ปบ้า ไดร์ฟวิ่ง พาแม่ของอนันดาที่ชื่อว่า แก้ว สิริสมพร หนีข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งลาวมาอยู่ฝั่งไทย และเรื่องราวของทั้งคู่เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก ฮอลลีวูดขอซื้อลิขสิทธิ์ทำหนังเรื่อง Love Is Forever ในปี พ.ศ. 2526 นำแสดงโดย ไมเคิล แลงดอน, มอยรา เชน,เจอร์เกน โพรชนาว และเอ็ดเวิร์ด วูดวาร์ด กำกับโดย ฮอลล์ บาร์ตเล็ตต์ หลังจากนั้นทั้งคู่หย่าร้างกันในปี พ.ศ. 2540 จอห์นแต่งงานใหม่และมีลูกชื่อ เชสเตอร์ เจย์ เอเวอริงแฮม และ ซีนิธ ลี เอเวอริงแฮม ปัจจุบันจอห์นทำนิตยสารภาษาอังกฤษ ส่วนแก้วสิริทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไทย ทางด้านชีวิตครอบครัว อนันดาเล่าว่า "ถูกเลี้ยงมาแบบอิสระมาก ๆ ปล่อยให้เราอิสระมาก ๆ คืออย่างจะทำอะไรก็ไปทำซะ ให้เราค้นหาเอาเอง" โครงการสำหรับครอบครัว คือซื้อบ้าน เนื่องจากตั้งแต่เด็กมาไม่เคยซื้อบ้าน มีแต่บ้านเช่า จึงอยากซื้อบ้านอาจเป็นที่เชียงใหม่หรือกรุงเทพเพื่อเป็นศูนย์รวมของครอบครัว
4.สู่วงการบันเทิง (2540-2550)
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
ภาพยนตร์เรื่องแรก เรื่อง อันดากับฟ้าใส กำกับโดยหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล แสดงร่วมกับ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง และ สินจัย เปล่งพานิช ในตอนนั้นอนันดายังพูดภาษาไทยไม่ได้เลย แต่อนันดาก็เล่าถึงตัวเองว่า ผมเข้าใจภาษาไทยนะ แต่ว่าไม่ได้ใช้และเพื่อนฝูงเป็นฝรั่งหมด หลังจากนั้นอนันดาก็มีงานเข้ามาเรื่อย และเป็นที่รู้จัก แต่ด้วยความเป็นคนรักในการท่องเที่ยว จึงหายไปจากวงการช่วงหนึ่ง
3.ชีวิตช่วงแรก
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
อนันดา เกิดในประเทศไทย เป็นลูกชายของ จอห์น เอเวอริงแฮม ช่างภาพชาวออสเตรเลีย กับ แก้ว สิริสมพร หญิงชาวลาว ที่เคยสร้างตำนานรักข้ามโขงที่ฮือฮาในอดีต เมื่อจอห์นว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงพาแก้วข้ามมาฝั่งไทย ในยุคที่ประเทศลาวกลายสภาพเป็นคอมมิวนิสต์เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันอนันดาถือสัญชาติไทย (เดิมถือสัญชาติออสเตรเลีย) เขาใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย หลังจากนั้นกลับมาประเทศไทยเมื่ออายุได้ 9 ปี เข้าศึกษาที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา และกลับไปบริสเบนระหว่างปิดเทอมที่ประเทศไทย สมัยเด็กๆ เป็นคนดื้อมาก เรียนหนังสือเก่งแต่ไม่ยอมเรียน จนเมื่ออายุได้ 13-14 ปี โดนไล่ออกจากโรงเรียน ทำให้คุณพ่อต้องการดัดนิสัยโดยจะส่งไปเรียนโรงเรียนประจำที่ประเทศอินเดีย แต่มีวันหนึ่งขณะรอเดินทางไป อนันดาได้ช่วยงานร้านอาหารอินเดียชื่อ “หิมาลัย ชา ช่า” ที่คุณพ่อเปิดอยู่ย่านสุริวงศ์ ได้พบคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เข้ามาเรียกแล้วถามตรงๆ ว่าอยากเป็นดาราหรือเปล่า และด้วยความที่ไม่อยากไปอินเดียจึงตอบตกลง คุณมิ่งขวัญจึงคุยกับพ่อ อนันดาจึงเข้าสู่วงการบันเทิงโดยเริ่มงานกับแกรมมี่ เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ จากนั้นก็ได้มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ อันดากับฟ้าใส
2.ด้านธุรกิจ
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
ทางด้านธุรกิจ ได้ร่วมทำธุรกิจกับ ตั้งบริษัท เฮโล โปรดักส์ชั่น รับทำงานอีเวนต์เกี่ยวกับงานศิลปะ อีกทั้งยังเคยมีธุรกิจร้านอาหารกึ่งผับกึ่งรีสอร์ตที่เกาะเสม็ด (ปิดไปแล้ว) อนันดายังได้ร่วมลงทุน รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ และยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโฆษณาจักรยานยนต์ ซูซูกิ รุ่น “มาโช โชกุน 125” และเป๊ปซี่ แม็กซ์
1.อนันดา เอเวอริงแฮม
ขอขอบคุณรูปภาพจาก:teenee
ชื่อเต็ม ๆ ของเขาก็คือ อนันดา แม็ตธิว เอเวอร์ริ่งแฮม หรือชื่อเล่นว่า “บักจ่อย” เป็นลูกครึ่ง ออสเตรเลีย-ลาว มีคุณพ่อชื่อ จอห์น เอเวอร์ริ่งแฮม เป็นนักข่าว ส่วนแม่ของ แก้ว สิริสมพร เป็นชาวลาว เข้าวงการเมื่ออายุ 14 ปี โดยคำชักชวนของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กับภาพยนตร์เรื่องแรก อันดากับฟ้าใส ร่วมแสดงกับนักแสดงชั้นนำ อย่างพงษ์พัฒน์, นก สินจัย หลังจากนั้นได้หายหน้าจากวงการไปพักใหญ่ และได้กลับมาอีกครั้งกับละคร เรื่องทะเลฤๅอิ่ม ของหม่อมน้อย หลังจากนั้นก็มีผลงานการแสดงเรื่อยมา

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น