10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วงเฉลียง

update :16/5/2014 11:38
views : 3737
ที่มา : ทีมงาน toptenthailand
เป็นชื่อของวงดนตรีไทย ที่มีผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2534 ทั้งหมด 6 ชุด
วงเฉลียงเป็นวงดนตรีวงแรก ๆ ที่บุกเบิกเพลงแนวแปลกใหม่ ทั้งด้านเนื้อหาและท่วงทำนอง ให้กับวงการเพลงไทย ผู้ก่อตั้งและผู้แต่งเพลงส่วนใหญ่ของเฉลียงคือ ประภาส ชลศรานนท์ นี่เป็นเพียงเรื่องราวคร่าวๆ ที่นำมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบกัน ถ้าใครอยากจะรู้จักวงเฉลียงมากกว่านี้ ทางทีมงาน toptenthailand จึงขอนำเสนอ 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วงเฉลียง ไปดูกันค่ะว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง
10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วงเฉลียง
ขอขอบคุณที่มาจาก:eamulet.com
เป็นอัลบั้มรวมเพลงที่รวบรวมศิลปินมาร้องเพลงของเฉลียง มีชื่อว่า คนอื่นๆอีกมากมาย ต่างบ้าน ต่างคน บนเฉลียง อำนวยการผลิตโดย โรจน์ชนา วโรภาษ ตัวอย่างศิลปินที่ขับร้อง
บุ๋มบิ๋ม สามโทน ในเพลงเที่ยวละไม
มาม่า บลูส์ ในเพลง ถ้าโลกนี้มีเราเพียงสองคน
ระวิวรรณ จินดา ในเพลง เข้าใจ
วิยะดา โกมารกุล ณ นคร ในเพลง ฝากเอาไว้
เล็ก วงพราว ในเพลง กว่าจะถึงพรุ่งนี้
สี่เต่าเธอ ในเพลง เก็บใจ
เชษฐา ยารสเอก ในเพลง ยังมี
สครับ ในเพลง เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
9.เฉลียงเฉพาะกิจ
ขอขอบคุณที่มาจาก:bloggang.com
นอกจากผลงานเพลงเฉลียง 6 ชุดแล้ว เฉลียงยังคงมีผลงานอื่นๆ ที่เฉลียงรวมตัวกันแม้จะไม่ครบวง เช่น งานเพลงประกอบภาพยนตร์ งานคอนเสิร์ต และ เพลงประกอบสารคดี
8.เอกลักษณ์ของคอนเสิร์ตเฉลียง
ขอขอบคุณที่มาจาก:bloggang.com
คอนเสิร์ตเฉลียงมีรูปแบบพิเศษเฉพาะตัวคือมีการพูดคุยหลังจากจบเพลง เรื่องที่คุยมันจะเป็นเรื่องหยอกล้อกันระหว่างสมาชิกภายในวง หรือวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ในสังคมในมุมมองที่แตกต่างและขบขัน แฟนเพลงเฉลียงบางส่วนที่เข้าไปชมคอนเสิร์ตจึงให้ความสนใจส่วนพูดคุยมากพอๆ กับการฟังเพลง นอกไปจากนั้นระหว่างการแสดงบางบทเพลง เช่น นิทานหิ่งห้อย ร้องโดยศุ จะมีการเล่านิทานโดยวัชระสลับระหว่างท่อน
ในยุคก่อนหน้าคอนเสิร์ตแก้คิดถึง เฉลียงจะใช้บทเพลงอื่นๆ อีกมากมายเป็นเพลงปิดคอนเสิร์ต โดยบางครั้ง มีการแก้เนื้อเพลงสร้างความแปลกใจให้กับผู้ชม
7.คอนเสิร์ต
หลังจากออกผลงานอัลบั้มสุดท้ายคือตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า วงเฉลียงกลับมารวมตัวอีกครั้งหนึ่งใน คอนเสิร์ตแก้คิดถึง...ฉลองสิบกว่าปีเฉลียง นำรายได้เพื่อการกุศล แสดงในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2537 ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นิติพงษ์ แต่งเพลงใหม่คือ ไม่รักแต่คิดถึง แสดงเป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตนี้
ต่อมาในวันที่ 2-3 ธันวาคม พ.ศ. 2543 วงเฉลียงได้มารวมตัวกันจัดคอนเสิร์ตสั่งลาอีกครั้งในชื่อ คอนเสิร์ตเรื่องราวบนแผ่นไม้ แสดงที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้ออกผลงานอีกชุดเป็นชุดพิเศษที่มีจำหน่ายหน้าคอนเสิร์ต คือ ชุด นอกชาน และอำลาแฟนเพลงว่าจะไม่รวมตัวเล่นคอนเสิร์ตกันอีก การแสดงรอบสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้อาจเป็นประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ใช้เวลาหลังจากจบการแสดงยาวนานที่สุด เนื่องจากภายหลังแสดงเพลงสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว แฟนเพลงเฉลียงปรบมือต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน นิติพงษ์ ได้ออกมาประกาศว่าจะไม่ลงจากเวทีจนกว่าแฟนเพลงคนสุดท้ายที่ต้องการลายเซ็นจะเดินทางกลับ นอกจากนั้นวงยังออกมาแสดงเพลง เรื่องราวบนแผ่นไม้ เพลงประจำคอนเสิร์ตอีกครั้งหนึ่ง โดยมี ประภาส ผู้แต่งร่วมร้องด้วยเป็นครั้งแรก
พ.ศ. 2550 สมาชิกวงเฉลียงทั้ง 6 รวมตัวจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งเพื่อจัดหารายได้ให้กับสมาคมนิสิตเก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสนับสนุนด้านการศึกษาของคณะ มีชื่อว่า เหตุเกิด...ที่เฉลียง และมีนิยามว่า "ดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์" ที่ ศุ เป็นผู้ตั้ง แสดงที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี สองรอบในวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เวลา 13.00 น. และ 19.00 น.
6.ยุคที่สาม
ขอขอบคุณที่มาจาก:bloggang.com
หลังจาก เฉลียงหลังบ้าน ศุ ที่งานส่วนตัวเริ่มรัดตัวได้ตัดสินใจของยุติบทบาทกับวง ประภาส จึงชักชวนให้ ฉัตรชัย ดุริยประณีต นักแต่งเพลงที่เคยส่งเพลงมาให้เขาพิจารณาเข้ามาเพิ่มเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งในเฉลียงยุคที่สาม ที่มีสมาชิก 4 คน ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2532 ผลงานชุดแรกในยุคที่สามคือ แบ-กบาล มิวสิกวีดีโอที่มีชื่อเสียงของชุดนี้คือ ใจเย็นน้องชาย ที่ได้รับรางวัลชมเชยประเภทมิวสิกวีดีโอดีเด่นของคณะกรรมการโทรทัศน์ทองคำ เฉลียงมี คอนเสิร์ตปิดท้ายทอย ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2532
ผลงานชุดสุดท้ายของเฉลียงออกใน พ.ศ. 2534 คือ ตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า ที่มีเนื้อหาหลักเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ มีบทเพลงที่ได้รับรางวัลสีสันอวอร์ดสาขาเพลงยอดเยี่ยมคือ โลกาโคม่า และเฉลียงยังได้รับรางวัลศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมจากรางวัลสีสันอวอร์ดอีกด้วย เนื่องจากภาระและหน้าที่การงานส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนทำให้การทำการตลาดและการออกแสดงคอนเสิร์ตเป็นไปได้ยาก ทำให้เฉลียงยุติบทบาทลง
5.ยุคที่สอง
ขอขอบคุณที่มาจาก:bloggang.com
ในปี พ.ศ. 2529 ประภาสมีผลงานเพลงอยู่ชุดหนึ่งที่เคยมีความคิดให้ เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ รุ่นน้องที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่เคยร่วมร้องเพลงประกอบโฆษณาที่ประภาสแต่ง ออกผลงานเป็นศิลปินเดี่ยว แต่เนื่องจากอุปสรรคด้านผู้สนับสนุน จึงทำให้โครงการไม่เกิดขึ้น จนกระทั่งศุ บุญเลี้ยง หนึ่งในผู้ได้เป็นเจ้าของ ปรากฏการณ์ฝน และมีความประทับใจในเพลงเที่ยวละไม จึงติดต่อกับประภาสเพื่อนำผลงานเพลงของตัวเองไปให้พิจารณา จึงเกิดความคิดที่จะรวมตัวเป็นศิลปินคู่ในชื่อ ไปยาลใหญ่ แต่ประภาสยังไม่พอใจในผลงานบางเพลง จึงเสนอให้วัชระ กลับมารวมตัวอีกครั้ง และเนื่องจากในหลายบทเพลงมีเสียงของแซกโซโฟน จึงชักชวนให้ ภูษิต ไล้ทอง นักดนตรีเครื่องเป่าที่เคยร่วมงานกันเมื่อครั้งยังเป็นนิสิตมาร่วมกันเป็นวงเฉลียงในยุคที่สอง ผลงานชุดแรกในยุคที่สองกับค่ายครีเอเทียคือ อื่นๆ อีกมากมาย อำนวยการดนตรีโดย ทรงวุฒิ จรูญเรืองฤทธิ์ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักฟังเพลงมีการออกแสดงคอนเสิร์ตและมิวสิกวีดีโอ
ต้นปี พ.ศ. 2530 เฉลียงออกผลงานเพลงชุดที่สามกับค่ายคีตาแผ่นเสียงและเทป (ต่อมาคือคีตา เรคคอร์ดสและคีตา เอนเตอร์เทนเมนท์) ในชุด เอกเขนก มีเพลง เร่ขายฝัน ที่ถูกทำเป็นมิวสิกวีดีโอยาว 9 นาที และได้รับรางวัลมิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้กำกับศิลป์กรุงเทพฯ (B.A.D. Awards) ประจำปี 2530 นอกจากผลงานบทเพลงแล้ว ชื่อเสียงของเฉลียงทำให้ได้เล่นโฆษณาของน้ำอัดลมเป๊ปซี่ ที่เพลงประกอบโฆษณาที่ดัดแปลงจากเพลง รู้สึกสบายดี ได้รับรางวัลจากสมาคมผู้กำกับศิลป์กรุงเทพฯเช่นเดียวกัน
ปลายปี พ.ศ. 2530 เฉลียงออกผลงานเพลงชุดที่สี่คือ เฉลียงหลังบ้าน ที่ผลงานเพลงส่วนใหญ่เป็นบทเพลงประกอบละครเรื่องต่างๆ ที่ประภาสเป็นผู้แต่ง และแสดงคอนเสิร์ต หัวบันไดไม่แห้ง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531
4.ยุคที่หนึ่ง
ขอขอบคุณที่มาจาก:bloggang.com
เฉลียงเกิดจากการรวมกันของกลุ่มนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ประภาส ชลศรานนท์ และวัชระ ปานเอี่ยม ทำเพลงตัวอย่าง นำไปขอให้ เรวัต พุทธินันทน์ อำนวยการผลิตให้
หลังจากเรวัตได้ฟังและพบว่านิติพงษ์ร้องเสียงเพี้ยนต่ำไม่เหมาะกับการเป็นนักร้องนำ จึงเสนอให้ สมชาย ศักดิกุล ที่ขณะนั้นเป็นนักดนตรีอาชีพอยู่มาเป็นนักร้องคู่กับวัชระ ในผลงานชุดแรก ในปี พ.ศ. 2525 ที่แท้จริงไม่มีชื่อชุด แต่เนื่องจากหน้าปกที่ออกแบบโดยประภาสมีรูปฝน จึงถูกเรียกว่าชุดปรากฏการณ์ฝน ตามชื่อเพลงหนึ่งในชุดนั้น หลังจากผลงานชุดแรกออกมาไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และเสียงตอบรับ มียอดขายไม่เกิน 4000-5000 ม้วน เฉลียงจึงไม่ได้ออกผลงานอีกเป็นระยะเวลา 4 ปี
3.สมาชิก
ขอขอบคุณที่มาจาก:bloggang.com
แบ่งออกเป็น 3 ยุค
ยุคแรก อัลบั้ม ปรากฏการณ์ฝน มีสมาชิกสามคน คือ
นิติพงษ์ ห่อนาค วัชระ ปานเอี่ยม สมชาย ศักดิกุล
ยุคที่สอง อัลบั้ม อื่นๆ อีกมากมาย เอกเขนก เฉลียงหลังบ้าน มีสมาชิกห้าคน คือ
เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ ภูษิต ไล้ทอง นิติพงษ์ ห่อนาค วัชระ ปานเอี่ยม ศุ บุญเลี้ยง
ยุคที่สาม อัลบั้ม แบ-กบาล ตะไคร่น้ำสุดขอบฟ้า มีสมาชิกสี่คน คือ
เกียรติศักดิ์ เวทีวุฒาจารย์ ฉัตรชัย ดุริยประณีต ภูษิต ไล้ทอง วัชระ ปานเอี่ยม
2.ที่มาของชื่อวงเฉลียง
ขอขอบคุณที่มาจาก:clipmass.com
ประภาส ชลศรานนท์มีความต้องการชื่อที่สื่อถึงมนุษย์ เป็นบ้าน เป็นจิตใจ และต้องการสื่อถึง ตรงกลาง ที่อยู่ระหว่างข้างนอกและข้างใน(จิตใจ)จึงนึกถึงชื่อเฉลียงที่เป็นส่วนที่เชื่อมต่อข้างนอกกับข้างในบ้าน ประกอบกับชื่อเฉลียงมีเสียงคล้ายกับ เฉียงๆ ไม่ค่อยตรง เป็นการสะท้อนภาพ แต่ไม่ใช่สะท้อนภาพสังคมแต่เป็นการสะท้อนภาพจิตใจ
1.เฉลียง
ขอขอบคุณที่มาจาก:recordhouse.com
เป็นชื่อของวงดนตรีไทย ที่มีผลงานระหว่างปี พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2534 ทั้งหมด 6 ชุด เฉลียงเป็นวงดนตรีวงแรก ๆ ที่บุกเบิกเพลงแนวแปลกใหม่ ทั้งด้านเนื้อหาและท่วงทำนอง ให้กับวงการเพลงไทย ผู้ก่อตั้งและผู้แต่งเพลงส่วนใหญ่ของเฉลียงคือ ประภาส ชลศรานนท์
ภายหลังจากออกผลงานชุดสุดท้ายในปี พ.ศ. 2534 เฉลียงยังคงมีการรวมตัวกันเล่นคอนเสิร์ตและออกผลงานเพลงเฉพาะกิจเป็นครั้งคราว

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น