10 เรื่องน่ารู้ของ นิรุตติ์ ศิริจรรยา

update :30/4/2014 16:15
views : 20636
ที่มา : ทีมงาน Toptenthailand
ดาวค้ำฟ้า ผู้มากประสบการณ์ในวงการบันเทิง คงไม่มีใครไม่รู้จักดารารุ่นใหญ่อย่าง นิรุตติ์ ศิริจรรยา แน่นอน ด้วยฝีมือในวงการบันเทิงที่แสดงออกให้ทุกคนได้เห็นทั้งในละครหรือภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่การันตีความสามารถของดารารุ่นใหญ่อย่าง นิรุตติ์ ศิริจรรยา ได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้ทางทีมงาน toptenthailand จึงได้จัดรวบรวม 10 เรื่องน่ารู้ของ
นิรุตติ์ ศิริจรรยา มาให้ชมกัน เราไปชมกันเลยดีกว่าว่ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับอาหนิงที่คุณยังไม่รู้กันบ้าง
10. ประวัติ
ขอบคุณภาพจาก topicstock.pantip.com
นิรุตติ์ ศิริจรรยา เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 เป็นชาวกรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของร้อยตำรวจโท บุญยง กับนางมัลลิกา ศิริจรรยา เริ่มต้นการศึกษาระดับประถมและมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญ แล้วเดินทางไปเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรที่ประเทศออสเตรเลีย วิชาการบริหารธุรกิจ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม และที่ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
อีก 2 ปีครึ่ง หลังกลับมาจากต่างประเทศ เข้าทำงานที่ AM PAC ตำแหน่งหน้าที่เอ็นจิเนียร์ จากนั้นย้ายไปทำงานตามสายการบินต่าง ๆ สุดท้ายคือบริษัทสายการบินอาลิตาเลีย
9. เข้าสู่วงการบันเทิง
ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com
นิรุตติ์ เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการชักชวนของเทิ่ง สติเฟื่อง สู่วงการแสดงละครทีวี โดยละครเรื่องแรก คือ แสงสูรย์ รับบทพระรอง โดยมีภิญโญ ทองเจือ เป็นพระเอก คู่กับ อภันตรี ประยุทธเสนี อดีตนางสาวไทย ออกฉายทางทีวีช่อง 7 ขาว – ดำ นิรุตติ์เริ่มรับบทพระเอกละครเรื่องแรกคือ แค่ขอบฟ้า ของศรีไทยการละคร แสดงคู่กับผาณิต กันตามระ เรื่องนี้ออกอากาศทางช่อง 3 ผลงานเรื่องต่อมาก็คือ กุลปราโมทย์ ออกอากาศทางช่อง 7 สี เรื่อง เพลงชีวิต แสดงคู่กับชัชฎาภรณ์ รักษนาเวศ เรื่อง ทองประกายแสด แสดงคู่กับรัชนี
จันทรังษีและผลงานละครที่สร้างชื่อเสียงและเป็นที่ติดตราตรึงใจมากที่สุด คือ บทของจะเด็ด จากเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ทางช่อง 4 บางขุนพรหม จากนั้นได้มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกคือ ดาร์บี้ นับแต่นั้นนิรุตติ์ ก็มีผลงานการแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลงานภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นบทพระรอง อย่างเรื่อง ผยอง, เสาร์ห้า, คู่กรรม, ผู้กองยอดรัก และยอดรักผู้กอง, น้ำผึ้งขม, ขุนแผน รวมไปถึงงานกรรมการตัดสินรายการ ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ พรสวรรค์ บันดาลชีวิต ฯลฯ
8. ชีวิตคู่
ขอบคุณภาพจาก www.weloveshopping.com
ทางด้านชีวิตส่วนตัวเคยครองคู่อยู่กับ โขมพัฒน์ อรรถยา ก่อนเลิกรากัน และต่อมาได้สมรสกับ อรวรรณ ศิริจรรยา อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทั่งภรรยาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อปี พ.ศ. 2540 จึงเดินทางไปอยู่ที่ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา นาน 5 ปีก่อนจะกลับสู่ประเทศไทยใช้ชีวิตอยู่ในบ้านสวนจังหวัดจันทบุรี
7. ผลงานภาพยนตร์
ขอบคุณภาพจาก www.manager.co.th
อาหนิงผ่านผลงานภาพยนตร์มาแล้วนับไม่ถ้วน โดยฝีมือที่ขั้นเทพขึ้นจอภาพยนตร์ใน ทวิภพ, มหาอุตม์, ซุ้มมือปืน, โอปปาติก เกิดอมตะ, อาจารย์ใหญ่ บทกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาใน THE KING MAKER, องค์บาก 2, คนโขน และที่เขย่าวงการสะท้านจอหนังไทยอีกครั้งในปี 2549 กับฝีมือตีบทแตกเป็นกะเทยเฒ่าช้ำรัก ใน เพลงสุดท้าย หนังรีเมคของ พิศาล อัครเศรณี ที่ตั้งใจสะท้อนสังคมมายาของแวดวงสาวประเภทสองและรักร่วมเพศ ซึ่งนิรุตติ์ก็เคยผ่านบทสาวแตกแบบนี้มาแล้วจาก ไอ้ควายเหล็ก หนังปี 2520 ที่เขาต้องแต่งสาวยั่วยวนสวาททั้ง สรพงศ์ ชาตรี และสมบัติ เมทะนี กำกับโดย ชนะ คราประยูร จากบทบาทนี้เอง ทำให้นิรุตติ์ได้รับรางวัลดาราสมทบชายยอดเยี่ยม รางวัลสุพรรณหงษ์ทองคำ ปี 2549
6. ผลงานละคร
ขอบคุณภาพจาก www.entertainmenttree.com
นิรุตติ์แสดงผลงานละครผ่านจอแก้วมาแล้ว ทั้งช่อง 3,5,7,9 หรือแม้กระทั่ง 11 โดยละครเรื่องแรกของนิรุตติ์ คือ แสงสูรย์ ในปี 2515 รับบทพระรอง โดยมี ภิญโญ ทองเจือ เป็นพระเอก คู่กับ อภันตรี ประยุทธเสนีย์ อดีตนางสาวไทย ทางทีวีช่อง 7 ขาว – ดำ และได้รับบทพระเอกละครเรื่องแรกคือ แค่ขอบฟ้า ของศรีไทยการละคร แสดงคู่กับ ผาณิต กันตามระ ทางช่อง 3 ผลงานเรื่องต่อมา กุลปราโมทย์ ทางช่อง 7 สี เพลงชีวิต คู่กับ ชัชฎาภรณ์ รักษนาเวศ เรื่อง ทองประกายแสด แสดงคู่กับ รัชนี จันทรังษี ฯลฯ
5. รางวัลที่ได้รับ
ขอบคุณภาพจาก www.eakkampee.com
สำหรับรางวัลที่อาหนิงได้รับนั้น ก็คือรางวัล ท็อปอวอร์ด 2003 ดาราสมทบชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง ทับตะวัน ช่อง3 , คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 3 ดารานำชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง เลดี้เยาวราช ช่อง3 , ท็อปอวอร์ด 2006 ดาราสมทบชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง สุดรักสุดดวงใจ ช่อง3และ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 16 รางวัลผู้แสดงประกอบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง เพลงสุดท้าย
4. จินตนาการถึงวัย 80 ปี
ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com
“ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะมีอายุถึงเท่าไร ไม่เคยคิดถึงเรื่องความเป็นความตาย แต่พออายุเลย 40 มาถึงสัก 45 – 46 ปีกลับเริ่มคิด ผมไม่ได้กลัวความตาย แต่คิดว่าเราจะอยู่ได้สักกี่ปีนะ ตอนนี้พออายุ 62 ผมก็เริ่มคิดแล้วว่าอาจจะตายวันนี้พรุ่งนี้หรือเปล่า ก็หมั่นตรวจเช็คร่างกายตัวเองว่าเจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน เป็นอะไรหรือเปล่า
แต่ทุกวันนี้ ไม่มีอะไรที่ผมอยากทำอีกแล้ว เหลือแต่ทำตัวเรา ให้เป็นตัวของตัวเอง และทำตัวให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น ก็เท่านั้นเอง” อาหนิงเปิดใจ
3. เคล็ดลับของการอยู่เป็นโสด...แต่มีความสุข ในแบบของนิรุตติ์ ศิริจรรยา
ขอบคุณภาพจาก www.oknation.net
อาหนิงได้เผยเคล็ดลับของการอยู่เป็นโสดมาว่าเราจะต้อง รู้จักเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆ จากสิ่งใกล้ตัว เช่นอาหารอร่อยๆ เพื่อนร่วมงานดีๆ ธรรมชาติที่สวยงาม และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพื่อรบกวนตัวเองและคนอื่นให้น้อยที่สุด นอกจากนั้นควรจะแบ่งเวลาทำประโยชน์เพื่อสังคม เข้าใจสัจธรรมของชีวิตว่าทุกข์สุขไม่จีรัง เพื่อละวางจากความยึดติด ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย เพื่อความสำเร็จของงาน และจะต้องให้ความสำคัญและมีความสุขกับผลของงานมากกว่าตัวงานที่ต้องทำ
2. สิ่งที่ชอบทำแล้วมีความสุขที่สุด
ขอบคุณภาพจาก www.naewna.com
อาหนิง นิรุตติ์ กล่าววว่า “สิ่งที่ตนชอบแล้วมีความสุขที่สุด คือ การปลูกต้นไม้ ตนรู้จักต้นไม้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เติบโตมาพร้อม ๆ กับการปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของธรรมชาติ ซึ่งตนศึกษาจากประสบการณ์ตรง และการปฏิบัติจริง ทำให้ตนมีความรู้ที่มากกว่าในหนังสือ หรือ ทฤษฎีต่าง ๆ “ต้นไม้คือเรา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าไม่มีต้นไม้ เราก็ไม่สามารถหายใจได้” ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตนตระหนักถึงความสำคัญกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและรักต้นไม้มาก”
1. ลูกครึ่ง
ขอบคุณภาพจาก www.mju.ac.th
หนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา ดาราวัย 64 ปี คนนี้มีเชื้อสายฝรั่งเศสจากคุณแม่ โดย หนิง นิรุตติ์ ได้ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ และระดับอุดมศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย และมาเลเซีย ทางด้านการบริหารธุรกิจ ซึ่งหลังจากเรียนจบแล้ว หนิง นิรุตติ์ ได้เข้าทำงานตามสายการบินต่าง ๆ ซึ่งสายการบินสุดท้ายที่ทำคือสายการบินอาลิตาเลีย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น