10 อันดับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ปี 2014

update :28/4/2014 18:05
views : 10307
ที่มา : ทีมงาน Toptenthailand
นิตยสารไทม์ได้ออกมาเผยถึงบุคคล 100 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ซึ่งก็ได้มีบุคคลหลากหลายท่านที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำงานหรือผลงานที่แตกต่างกันออกไป ทางทีมงาน toptenthailand จะขอยกตัวอย่างบุคคลบางท่านมาเพื่อทำการจัดอันดับในหัวข้อ 10 อันดับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ปี 2014 มาให้ทุกคนได้รู้จักกันว่ามีใครบ้าง ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปีนี้ ถ้าพร้อมแล้วเราไปรู้จักพวกเขาพร้อมๆกันเลยค่ะ
10. แมร์รี่ บาราร์
Barra ในวัย 51 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานบริหาร ดูแลด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดซื้อ ได้รับการคัดเลือกจากบอร์ดบริหารให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนต่อไป หลังจากทำงานกับ จีเอ็ม มา 33 ปี มีประสบการณ์ด้านการวิศวกรรมการผลิต และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฟื้นฟูบริษัทหลังประสบภาวะล้มละลาย ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีการตอบรับที่ดีหลังการเปิดตัว


9. โรเบิร์ต เรดฟอร์ด
โรเบิร์ต เรดฟอร์ด เขาได้แสดงนำในเรื่อง Legal Eagles (1986) แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก เขาจึงหันไปรับบทผู้กำกับอีกครั้ง กับเรื่อง The Milagro Beanfield War (1988) และต่อมาในเรื่อง Havana (1990) และ Sneakers (1992) และในปี 1992 เขาได้กำกับภาพยนตร์เรื่อง A River Runs Through It นำแสดงโดยแบรด พิตต์ เขามีผลงานอีกเรื่อง คือ Indecent Proposal แล้วตามด้วยงานกำกับอีกเรื่องที่นักวิจารณ์ยกย่อง คือ Quiz Show (1994) ต่อมาเขาได้แสดงภาพยนตร์แนวรักโรแมนติกเรื่อง Up Close and Personal (1996) หลังจากนั้น เขารับหน้าที่ทั้งแสดงนำและกำกับเอง ในเรื่อง The Horse Whisperer ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไร ในปี 2000 เขารับหน้าที่อำนวยการสร้างและกำกับ The Legend of Bagger Vance ที่นำแสดงโดย วิล สมิธ และ แมทท์ เดมอน ในปี ค.ศ.2014 เรดฟอร์ดมีผลงานภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรก คือ กัปตันอเมริกา: มัจจุราชอหังการ โดยรับบทเป็น อเล็กซานเดอร์ เพียร์ซ เลขาธิการสภาความมั่นคงโลก และเพื่อนสนิทของ นิค ฟิวรี่ (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน)
8. บียอนเซ่ โนลว์
จากความสำเร็จอย่างสูงของการเป็นศิลปินเดี่ยวของโนวส์ ทำให้เธอได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินคนสำคัญคนหนึ่งของอุตสาหกรรมดนตรีในยุคปัจจุบัน และเธอก็ยังขยายงานอาชีพของเธอไปสู่งานทางการแสดงและเซ็นสัญญากับบริษัทสินค้าต่างๆ เธอได้เริ่มอาชีพทางการแสดงของเธอเมื่อปี ค.ศ. 2001 ใน ภาพยนตร์เพลงเรื่อง Carmen: A Hip Hopera ในปี ค.ศ. 2006 เธอได้รับบทนำในภาพยนตร์ทำใหม่ของละครบรอดเวย์ปี 1981 เรื่องดรีมเกิร์ลส และทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 2 รางวัล โนวส์ได้มีธุรกิจสายงานแฟชั่นที่เธอได้ร่วมกับครอบครัว โดยใช้ชื่อว่า "เฮาส์ออฟเดเรออน" และได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทต่างๆ เช่น เป๊ปซี่, ทอมมี ฮิลฟิกเจอร์, อาร์มานิ และลอเรอัล และในปี ค.ศ. 2009 นี้ นิตยสารฟอร์บยังได้จัดอันดับให้เธออยู่ในอันดับ 4 ของคนดังที่มีอิทธิพลมากที่สุด, อันดับ 3 ของนักดนตรีที่มีรายได้มากที่สุด, และอันดับหนึ่งของคนดังอายุต่ำกว่า 30 ที่มีรายได้มากที่สุด ด้วยรายได้กว่า 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่างปี ค.ศ. 2008 - ค.ศ. 2009
7. นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน
นายสโนว์เดนเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างมาก เห็นได้จากหน้าเดสท็อปคอมพิวเตอร์ของเขา มีภาพสติ๊กเกอร์สนับสนุนองค์กรเสรีภาพบนอินเทอร์เน็ตหลายหน่วยงาน แต่เขากลับเป็นคนไม่ค่อยสนใจโลกดิจิตอลมากนัก เพราะในโซเชียลมีเดียของเขามีความเคลื่อนไหวน้อยมาก ไม่ค่อยอัพโหลดรูป หรือเปลี่ยนสเตตัส นอกจากนี้ เขายังเป็นพวกที่ไม่นิยมพรรคการเมืองใหญ่ และดูเหมือนจะไม่ค่อยนิยมในตัวนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯมากนัก เห็นได้จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 เขาลงคะแนนให้กับผู้สมัครจากพรรคเล็ก เพราะเชื่อว่า นายโอบามา คงจะไม่แตกต่างจากนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช และพอมาถึงการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว เขาก็ลงคะแนนให้กับนายรอน พอล ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน คู่แข่งของนายโอบามา
6. เจสัน คอลลินส์
เจสันพอลคอลลิน เป็นชาวอเมริกันศูนย์บาสเกตบอลมืออาชีพ ของสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติ (เอ็นบีเอ) คอลลินเข้าร่วมมหาวิทยาลัยที่เขาเป็นชาวอเมริกันใน 2000-01 เขาได้รับเลือกในรอบแรกกับผลการคัดเลือกในวันที่ 18 ปี 2001 เอ็นบีเอร่าง หลังจากที่เอ็นบีเอฤดูกาล 2012-13 สรุปคอลลินเปิดเผยออกมาเป็นเกย์ เขากลายเป็นอิสระและไม่ได้เล่นอีกเลยจนกระทั่ง 23 กุมภาพันธ์ 2014 เมื่อเขาเซ็นสัญญากับอวนและกลายเป็นครั้งแรกที่นักกีฬาเกย์อย่างเปิดเผยในการเล่นในทุกสี่ที่สำคัญในทวีปอเมริกาเหนือกีฬาลีกอาชีพ ในเดือนเมษายน 2014 คอลลินเป็นจุดเด่นบนหน้าปกของไทม์ 100 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก
5. นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น
ชินโซ อะเบะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 90 ของประเทศญี่ปุ่น อะเบะเกิดที่เมืองนะงะโตะ จังหวัดยะมะงุชิ และได้ศึกษาด้านรัฐศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัยเซเก และศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา ภายหลังจบการศึกษา ได้ทำงานกับบริษัท โกเบสตีล และได้ลาออกในปี 2525 เพื่อเข้ามาเล่นการเมือง เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2550 นายอะเบะได้ประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเขาและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะได้ลาออกพร้อมกันในวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตามนายอะเบะก็ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ครอบครัวของอะเบะเป็นครอบครัวนักการเมือง โดยปู่ คัง อะเบะ และ พ่อ ชินตะโร อะเบะ ทั้งคู่เป็นนักการเมือง ด้วยการทำงานของ ชินโซ อะเบะ ที่ผ่านมาถือว่าได้สร้างผลงานเอาไว้ให้กับประเทศญี่ปุ่นอย่างหลากหลายในทีเดียว จึงไม่แปลกที่ เขาจะได้รับเลือกเป็น 100 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก
4. วลาดิเมียร์ ปูติน
วลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปู เป็นนักการเมืองรัสเซียผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียคนที่สี่และคนปัจจุบัน เช่นเดียวกับประธานพรรคยูไนเต็ดรัสเซียและประธานสภารัฐมนตรีสหภาพรัสเซียและเบลารุส เขารักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เมื่อประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซินลาออกจากตำแหน่งในการเคลื่อนไหวอันน่าประหลาดใจ ปูตินชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ศ. 2543 และใน พ.ศ. 2547 เขาได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นสมัยที่สอง ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เพราะถูกจำกัดสมัยการดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ ปูตินจึงไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สาม หลังชัยชนะของผู้สืบทอดเขา ดมีตรี เมดเวเดฟ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ศ. 2551 เมดเวเดฟ ได้เสนอชื่อปูตินเป็นนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ปูตินดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 ปูตินและเมดเวเดฟตกลงกันว่าปูตินจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สามไม่ติดต่อกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย พ.ศ. 2555
3. นางฮิลลารี คลินตัน
หลังจากที่บิล คลินตันได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม ค.ศ. 1993 เท่ากับว่า ฮิลลารีมีตำแหน่งเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไปโดยปริยาย ฮิลลารีนับเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนแรกที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต และมีอาชีพเป็นทางการก่อนได้รับตำแหน่ง เธอยังเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนแรกที่มีสำนักงานของตัวเองอยู่ในปีกฝั่งตะวันตกของทำเนียบขาว ซึ่งก่อนหน้าที่ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจะดูแลปีกฝั่งตะวันออกเท่านั้น โดยเธอยังเป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นหนึ่งในสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดเคียงคู่กันกับ เอลินอร์ รูสเวลท์ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ ถึงแม้ว่า ฮิลลารีจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในการที่เธอเข้ามามีบทบาทในการทำงานของคณะรัฐบาล แต่ฝ่ายที่สนับสนุนก็ออกมาโต้แย้งว่า ประชาชนที่เลือกบิล คลินตันให้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีย่อมรู้ถึงข้อนี้ดี
2. จอห์น แคร์รี่
จอห์น แคร์รี่รัฐมนตรีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง จาก บารัค โอบามา ซึ่งแคร์รี่ วัย 69 ปี วุฒิสมาชิกจากรัฐแมสซาชูเซตส์ พรรคเดโมแครต ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐคนใหม่ โดยกล่าวว่า ไม่ต้องใช้เวลาศึกษางานกันมากสำหรับนายแคร์รี่ เพราะมีเพียงไม่กี่คนหรอกที่รู้จักผู้นำประเทศ ทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ได้มากมาย รวมทั้งยังศึกษานโยบายของรัฐบาลมาแล้วอย่างถ่องแท้ ชีวิตของเขานั้น เตรียมการมาเพื่อตำแหน่งนี้อยู่แล้ว
1. บารัค โอบามา
บารัค โอบามา ได้ขึ้นมามีบทบาททางการเมืองระดับชาติหลังชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกแห่งสหรัฐฯ จากมลรัฐอิลลินอยส์ (Illinois) อย่างถล่มทลายในชื่อพรรคเดโมแครตในเดือนพฤศจิกายน 2004 บารัค โอบามาได้กลายมาเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนสหรัฐฯ และของโลก และเป็นวุฒิสมาชิกที่โดดเด่นคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้ในปี 1996 เขาได้ชนะเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกแห่งมลรัฐอิลลินอยส์นี้ การกล่าวปราศรัยในที่ประชุมตัวแทนพรรคเดโมแครต (Democratic National Convention) ของเขาในปี 2004 ถือเป็นจุดที่สร้างความโดดเด่นทางการเมืองให้กับบารัค โอบามาทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ก่อนที่เขาจะได้ชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของสหรัฐอเมริกาได้เป็นครั้งแรกต่อมาดังกล่าว โดยในฐานะวุฒิสมาชิกแห่งสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามามีประวัติการลงมติออกเสียงอย่างมั่นคงในแนวทางเสรีนิยม (liberal) แต่เช่นกันได้เห็นด้วยร่วมงานกับทางฝั่งพรรคริพับลิกันในประเด็น เช่นว่าการให้การศึกษาและการป้องกันโรคเอดส์

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น