10 สุดยอดอาชาที่สง่างามที่สุดในโลก

update :11/4/2014 13:49
views : 8675
ที่มา : spokedark , coolthingsworld
ปีนี้เป็นมะเมียหรือปีม้า ตัวแทนของความทะเยอทะยานและความก้าวหน้า ซึ่งเหลืออีกครึ่งปีว่าประเทศไทยจะควบทะยานไปข้างหน้าเหมือนม้าได้แรงแค่ไหน วันนี้เราได้รวม 10 ม้าสายพันธุ์ต่างๆที่มีความสง่ามงามมากที่สุดในโลกมาให้ดูกัน ไปดูกันเลยดีกว่า
10. Rocky Mountain Horse
ม้าป่าสายพันธุ์แท้แห่งอเมริกาที่ได้รับการยืนยันเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 หลังจากที่เคยคิดว่ามันได้สูญพันธุ์ไปจากอเมริกาแล้วในช่วงศตวรรษที่ 19 แต่จากการค้นพบม้าฝูงใหม่ในรัฐเคนตักกี้ ที่มีลักษณะสีพิเศษที่ไม่พบในม้าชนิดใดในโลกนั่นคือสีแชมเปญโดดเด่นสะดุดตา จึงทำให้อเมริกันชนเริ่มต้นโครงการขยายพันธุ์ Rocky Mountain เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ และนำม้าบางส่วนมีฝึกเพื่อใช้งานในปศุสัตว์ และทำให้พวกมันเริ่มมีสีใหม่ๆ มากขึ้น เช่น สีช็อคโกแลต สี chestnut และสี cremello หรือบางครั้งก็เป็นกลุ่มสีดังกล่าวกระจายอยู่ทั่วตัว
9. American Saddlebreds
อีกหนึ่งสายพันธุ์อาชาแห่งแดนเสรีชนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "Peacocks of the Show Ring" เพราะธรรมชาติของ American Saddlebreds นั้นถูกฝึกให้อวดร่างกายอันสูงโปร่งใต้แสงไฟ และด้วยลักษณะการวิ่งเหยาะๆ ที่พิเศษกว่าม้าสายพันธุ์อื่นนั่นคือการวิ่งขณะที่ลำคอตั้งตรง ที่ทำให้พวกมันสง่างามเป็นพิเศษขณะที่กำลังลากเลื่อนให้รถฟักทอง
8. Haflinger
นอกจากบทบาทด้านการสงครามและการแสดงแล้ว ม้ายังเป็นผู้ช่วยด้านการเกษตรที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ราบสูงอย่างเทือกเขาแอลป์ Haflinger จึงเป็นยอดอาชาที่เป็นเสมือนสายใยชีวิตของผู้คนในพื้นที่แห่งนั้น เพราะไม่เพียงแต่ช่วยในการทำการเกษตร และขนส่งสินค้า แต่ขนที่สั้นและหนานุ่มยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มที่ปกป้องร่างกายจากความหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี และยังมีนมกับเนื้อที่นำมาใช้เป็นอาหารในยามฉุกเฉิน ที่แม้คนนอกแบบเราอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่เราจะใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้ แต่สำหรับผู้คนบนเทือกเขาแอลป์แล้ว Haflinger คือตัวแทนแห่งการมีชีวิตเลยทีเดียว
7. Paso Fino
นี่คือม้าสายพันธุ์สเปนที่หาได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการศึกสงครามไม่ แต่เป็นม้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อความงดงามในการก้าวย่างและความสามารถในการยืนสองขาที่ไม่สร้างภาระให้ร่างกายมากเท่าม้าสายพันธุ์อื่น และผลที่ได้คืออาชานักแสดง Paso Fino ที่มีการเดินเป็นจังหวะกล้ายการก้าวเหยาะๆ เป็นจังหวะสวยงาม และยังเป็นม้าที่มีการเคลื่อนไหวน้อยมาก แต่ถึงกระนั้นก็อย่าได้คิดดูเบาฝีเท้าของ Paso Fino เพราะนี่คือนักวิ่งระยะสั้นฝีเท้าจัดที่หาตัวจับยาก
6. Marwari
อาชากับสงคราม คือของคู่กันอย่างปฏิเสธไม่ได้ และนี่คือม้าศึกแห่งแดนภารตะที่ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งและทนทานต่อสภาพอากาศ แต่ยังแสนรู้มากซะจนสามารถจดจำคำสั่งและทริกพิเศษๆ ที่เจ้าของต้องการสอนให้ได้เป็นอย่างดี และยังเป็นม้าสายพันธุ์เดียวในโลกที่มีใบหูบิดงอเข้าหากันโดยธรรมชาติอีกด้วย
5. Friesians
แม้ทุกวันนี้ม้า Friesians จะเป็นดาวเด่นในโลกของละครสัตว์ แต่หากย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน Friesians คือยอดอาชาแห่งสนามรบอันหนาวเหน็บของเนเธอร์แลนด์ และมีเพียงอัศวินชั้นสูงที่ได้รับการคัดเลือกแล้วเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้ขี่อาชาสีดำตัวนี้
4. Gypsy Vanners
ด้วยความที่ชาวยิปซีเป็นเผ่าเร่ร่อนที่ออกเดินทางไปเรื่อย เขาจึงต้องการอาชาคู่ใจที่ไม่เพียงแต่จะเชื่องกับคน จนสามารถนำมาใช้ในการแสดงได้เท่านั้น แต่ยังต้องมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงสง่างาม และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสายพันธุ์สุดยอดอาชาที่มีความคล่องตัวสูงในการเคลื่อนไหว ที่มาพร้อมร่างกายอันทรงพลังที่ปกคลุมด้วยขนแผงคอและกีบเท้าที่พริ้วไหว ราวกับผ้าคลุมของชาวยิปซีที่กำลังเต้นรำใต้แสงจันทร์
3. Andalusians
อีกหนึ่งอาชาจากยุคสงครามยุโรปที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นยอดม้าศึกที่เก่าแก่ที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก ด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกายที่หาได้ยากในม้าสายพันธุ์อื่น และสภาพจิตใจที่มั่นคงไม่ตื่นกลัวง่าย Andalusians คืออาชาคู่ใจอัศวินโดยแท้ และยังมีความหายากในระดับที่เรียกว่าเป็นแรร์ไอเทมแห่งอาชา เนื่องจากม้าสายพันธุ์นี้ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักเป็นลูกผสมที่สายเลือดไม่เข้มข้นอย่างบรรพบุรุษ ทำให้สีส่วนใหญ่ของ Andalusians ที่พบได้ทุกวันนี้จึงเป็นสีเทาหรือขาว ไม่ใช่สีดำสนิทตามมาตรฐานสายพันธุ์
2. Akhal-Teke
หากม้าอาหรับคือตัวแทนของความแข็งแกร่งของชาวอาหรับ ม้า Akhal-Teke ก็คงเป็นอาชาตัวแทนความแข็งแกร่งและความบริสุทธิ์ ของชาว Teke ที่อาศัยอยู่ในเติร์กเมนิสถาน ที่โดดเด่นเหนือม้าทุกสายพันธุ์บนโลกนี้ด้วยขนเรียบสั้นสีทองบริสุทธิ์ตลอดทั้งตัว ราวกับชุดเกราะของนักรบโบราณแห่งราชสำนัก ที่สวมใส่ขณะออกรบบนพื้นทรายใต้แสงตะวันเพื่อปกป้องบ้านเกิด
1. Arabians
หนึ่งในอาชาสายพันธุ์เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ม้าอาหรับมีถิ่นกำเนิดตามชื่อของมัน นั่นคือบริเวณคาบสมุทรอาหรับที่มีทัศนียภาพเพียงผืนทรายกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และเวิ้งมหาสุทรอันว่างเปล่าที่ถูกแผดเผาใต้แสงตะวันตลอดเวลา ทำให้ม้าอาหรับเป็นม้าขนสั้นและสีเข้มเป็นเงาเพื่อป้องกันความร้อนแรงของดวงอาทิตย์ ด้วยความปราดเปรียวและโครงสร้างที่แข็งแกร่ง นี่คือยอดอาชาที่นักรบชาวอาหรับในอดีตปรารถนาจะครอบครอง

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น