10 อันดับข่าวเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์

update :12/3/2014 13:41
views : 4526
ที่มา : toptenthailand
เรื่องบ้านเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจที่สุดในตอนนี้คือ เรื่องของเครื่องบินของมาเลเซียแอร์ไลน์ตก ซึ่งตอนนี้ก็สามารถระบุอะไรได้อย่างแน่ชัด ต้องรอการพิสูจน์หรือค้นหาตัวเครื่องบินให้พบก่อน ดังนั้นทางทีมงาน toptenthailand ขอนำเสนอ 10 อันดับข่าวเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ตก ไปดูกันเลยค่ะ
10.เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ขาดการติดต่อ ล่าสุดพบคราบน้ำมันในทะเลจีนใต้
เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุม ยังไม่ทราบชะตากรรม 239 ชีวิต ส่วนทางการมาเลเซียยังไม่ยืนยัน แต่นิวยอร์ก ไทม์ รายงานว่า พบคราบน้ำมันบริเวณทะเลจีนใต้ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่มีกำหนดเดินทางจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียไปที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้ขาดการติดต่อเมื่อเวลา 02.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งบนเครื่องบินลำนั้นมีผู้โดยสารกว่า 239 คน
9.มาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 พบผู้ต้องสงสัย 2 คนใช้พาสปอร์ตปลอมและใช้เงินไทยซื้อ
มาเลเซียแอร์ไลน์ ขาดการติดต่อ ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซีย แถลงยืนยัน ข่าวเครื่องบินมาเลเซียตก พบผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย ใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยหรือพาสปอร์ตปลอมขึ้นเครื่องบินลำดังกล่าว และยังใช้เงินไทยซื้อตั๋ว

พร้อมกันจากสายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น แอร์ไลน์ส จากกรณีที่เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 กัวลาลัมเปอร์-ปักกิ่ง ขาดการติดต่อสูญหายไปจากเรดาร์ของหอบังคับการการบิน ประเทศเวียดนาม ภายหลังบินออกจากสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าไปลงจอดยังสนามบินกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น
8.ไทย-นานาชาติส่งทีมช่วยเหลือ ค้นหามาเลเซียแอร์ไลน์ MH370
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2557 มีรายงานว่า การค้นหาเครื่องบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2557 นั้น ยังคงดำเนินต่อไป โดยนานาชาติ ได้ส่งทีมกู้ภัยมาช่วย รวมถึงประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยนั้น อธิบดีกรมพลเรือน ได้ระดมเครื่องบิน 22 ลำ และจากของกองทัพอากาศไทยอีก 1 ลำ เตรียมสมทบกับหน่วยกู้ภัย เพื่อเร่งค้นหาเครื่องบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ นอกจากนี้ ประเทศสิงคโปร์ ได้ส่งเครื่องบินขนส่งทหาร C-130 เฮลิคอปเตอร์ เรือรบ 2 ลำ เรือดำน้ำ และเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ เพื่อช่วยในการค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าว และทางเวียดนามเอง ก็ได้ทำสัญญาให้ ความช่วยเหลือในเขตน่านน้ำ เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะพบกับร่องรอยของเครื่องบินในเวียดนาม พร้อมกับที่ทางการเวียดนาม ได้ส่งชุดปฏิบัติการทั้งทางเรือและทางอากาศการออกค้นหาเครื่องบินลำดังกล่าว และทางการจีนเอง ก็ได้ยืนยันที่จะส่งทีมช่วยเหลือในปฏิบัติการครั้งนี้ ด้วยการส่งเรือกู้ภัยทางน้ำ 2 ลำออกร่วมปฏิบัติการด้านสหรัฐอเมริกานั้น ก็ได้ให้ความช่วยเหลือผ่านทางทหารเรือของสหรัฐฯ ที่ตกลงจะส่งเครื่องบินค้นมาช่วยในปฏิบัติการ และประเทศฟิลิปปินส์เอง ก็ได้ปล่อยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ 3 ลำและเรือสำรวจทางน้ำ ออกปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
7.ชาวอิตาลีที่มีชื่อบนมาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 ยันพาสปอร์ตหายที่ภูเก็ต
ล่าสุด นายมาราลดี ลุยจิ (MARALDI LUIGI) อายุ 37 ปี ชาวอิตาลี ซึ่งมีชื่อที่ถูกระบุว่า อยู่บนเครื่องบินมาเลเซีย เข้าพบ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 โดย นายมาราลดี ลุยจิ ยืนยันไม่ได้อยู่บนเครื่องบินดังกล่าว ระบุไม่เคยเดินทางไปจีนหรือมาเลเซีย แต่เมื่อปี 2556 ตนได้เดินทางมาท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต และเอาพาสปอร์ตไปเช่ารถ ที่บริษัท บริการรถเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลป่าตอง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2556
6.จนท. มาเลย์คาด เครื่องบิน mh370 ระเบิดกลางอากาศ จนแทบไม่เหลือชิ้นส่วน
เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ mh370 หาย เจ้าหน้าที่สืบสวนมาเลเซียคาด มาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 อาจระเบิดกลางอากาศ จึงพบชิ้นส่วนในทะเลได้ยาก ยกเทียบกับเหตุ​ระเบิดแอร์อินเดียเมื่อ พ.ศ. 2528 และระเบิดเครื่องบินแพน แอม ที่ล็อกเกอร์บี้ เมื่อ พ.ศ. 2531
5.ต่างชาติ ชี้ ไทยเป็นแดนสวรรค์ทำพาสปอร์ตปลอม ผบ.ตร. สั่งเร่งสอบ
จากเหตุการณ์สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน MH370 หายไประหว่างการเดินทาง พร้อมกับมีชื่อผู้โดยสาร 2 รายใช้พาสปอร์ตปลอมซึ่งเป็นชื่อของนายลุยจิ มารัลดี้ (Luigi Maraldi) ชาวอิตาลี ที่ได้เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 มีหนังสือเดินทางหมายเลข YA3189197 และนายเชียสตัน โคเซล (Cheiston Kozel) ชาวออสเตรีย ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อ วันที่ 8 มีนาคม 2555 มีหนังสือเดินทางหมายเลข T2979523 โดยทั้งสองคนได้แจ้งพาสปอร์ตหายที่ จ.ภูเก็ต ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากสถานที่ต่าง ๆ เช่น สภ.ภูเก็ต, สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และตำรวจสากล ก็ต่างมีข้อมูลการสูญหายของหนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่ม และมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลตำรวจสากลด้วย นักวิเคราะห์ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์การขโมยพาสปอร์ตด้วยว่า สหรัฐอเมริกา จับตามองประเทศไทยมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในการผลิตหนังสือเดินทางปลอม อีกทั้งยังมีการจับกุมเครือ ข่ายทำพาสปอร์ตปลอมบ่อยครั้ง และแก๊งปลอมหนังสือเดินทางมักเลือกใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ผิดกฎหมาย แล้วประเทศไทยก็ยังคงเป็นฐานการผลิตพาสปอร์ตปลอมต่อไป หากเจ้าหน้าที่ภาครัฐไม่ยอมเปิดแผนความเข้มข้น เพื่อปราบปรามกลุ่มดังกล่าวอย่างจริงจัง
4.mh370 มาเลเซีย แอร์ไลน์ส หายสาบสูญ นาซ่าพบวัตถุสีดำในทะเลจีนใต้
วิศวกรทางทะเลรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อได้กล่าวกับเว็บไซต์ Astro AWANI ว่า จากประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปีของเขา เขามั่นใจ 100% เลยว่าคราบน้ำมันที่พบนั้น ไม่ใช่คราบน้ำมันที่ไหลออกมาจากเชื้อเพลิงของเครื่องบินแน่นอน แต่เป็นคราบน้ำมันเตาที่ออกมาเรือ ซึ่งพบได้เป็นปกติ ขณะที่ทางการมาเลเซียได้เก็บตัวอย่างคราบน้ำมันที่พบไปตรวจสอบในห้องทดลองแล้ว ก่อนที่โฆษกหน่วยตำรวจน้ำมาเลเซีย จะออกมาแถลงยืนยันว่า คราบน้ำมันที่พบนั้นเป็นคราบน้ำมันเตาที่ใช้กับเรือจริง ๆ ไม่ใช่น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบินแต่อย่างใด ทั้งนี้ การค้นหาเครื่องบิน MH370 ที่ขาดติดต่อไปนานกว่า 3 วันแล้วนั้น ยังคงไม่มีวี่แววใด ๆ ซึ่งล่าสุด ทางการมาเลเซียได้ขยายพื้นที่การค้นหาออกไปแล้ว โดยจะเข้าไปค้นหาทางตอนใต้ของโกตาบารู ในทะเลจีนใต้ หลังจากมีภาพวัตถุสีดำมีขนาดยาวอยู่ในทะเลปรากฏบนภาพถ่ายดาวเทียมของนาซ่า
3. เผยภาพชาวอิหร่าน ที่ใช้พาสปอร์ตปลอมขึ้นเครื่อง MH370
สำนักข่าวบีบีซีในอิหร่าน ได้รับการติดต่อจากเพื่อนของผู้โดยสารชาย 2 รายที่ใช้พาสปอร์ตปลอมในการเดินทาง และทราบว่า ผู้โดยสารที่ถือพาสปอร์ตปลอมซึ่งได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกในขณะนี้ เป็นชาวอิหร่านทั้งคู่ พวกเขาเพิ่งเดินทางมาจากกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน มาลงกัวลาลัมเปอร์ จากนั้นได้ซื้อพาสปอร์ตปลอมในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพราะต้องการจะเดินทางไปยุโรป โดยจะไปต่อเครื่องที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
2.ปูดภาพนักบิน MH370 เคยชวนสาวไปนั่งคุย-ถ่ายรูปในห้องนักบิน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เทเลกราฟ รายงานว่า นักท่องเที่ยวสาวชาวแอฟริกาใต้แฉ นักบินผู้ช่วยบนเที่ยวบิน MH370 เคยชวนเธอเข้าไปนั่งเล่นในห้องนักบินและถ่ายรูปกันสนุกสนานเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ทางสาย การบินและชาวเน็ตต่างช็อกไปตาม ๆ กัน ด้านสายการบินออกแถลงการณ์ ไม่อยากให้เรื่องนี้มาเบี่ยงเบนความสนใจจากการค้นหาซากเครื่องบินที่หายไป สาวแอฟริกาใต้รายนี้ มีชื่อว่า โจนตี้ รูส เธอได้ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อ 2 ปี ก่อน เธอได้เดินทางโดยเครื่องบินจากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย และระหว่างการเดินทาง สองนักบินซึ่งหนึ่งในนั้นคือ

นายฟาริก อับ ฮามิด นักบินผู้ช่วยที่อยู่บนเที่ยวบิน MH370 ได้ให้สจวร์ดมาชวนเธอและเพื่อนสาว คือ จาแอน มารี เข้าไปนั่งภายในห้องนักบินตลอดการเดินทาง ตั้งแต่นำเครื่องขึ้นยันนำเครื่องลงจอด โดยระหว่างที่สองสาวนักท่อง

เที่ยวอยู่ภายในห้องนักบินนั้น นักบินก็ได้หันมาพูดคุย ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน และนายฟาริกเองก็ได้สูบบุหรี่ภายในห้องนักบินด้วย "ตลอดการเดินทางบนเครื่องบิน นักบินทั้งสองคนพูดคุยกับเรา แถมยังสูบบุหรี่ด้วยทั้งที่ในห้องนักบินนั้นพื้นที่จำกัดและค่อนข้างแคบ ซึ่งฉันไม่คิดว่าพวกเขาสามารถทำอย่างนั้นได้ในสถานการณ์แบบนั้นนะ ฉันเองก็ไม่รู้จะบอกเขา ให้หยุดสูบบุหรี่อย่างไร แล้วทั้งสองนักบินก็ยังมีการจับมือเพื่อนฉันไปดูลายมือ แล้วก็วิจารณ์สีเล็บด้วย"

นอกจากนี้ โจนตี้ รูส ยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนั้นสองนักบินได้ชวนให้เธอและมารี เปลี่ยนแผนการท่องเที่ยว ให้พักอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์นานขึ้นอีก เพื่อที่จะได้ออกไปตระเวนราตรีด้วยกัน

ทั้งนี้ หลังจากภาพถ่ายและคำบอกเล่าจากปากนักท่องเที่ยวสาว ได้ถูกเผยแพร่ไปตามสื่อต่าง ๆ ทั่วโลก ก็ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ทำให้ผู้คนพุ่งเป้ามาโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของนักบิน ที่ดูจะไม่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยเอาเสียเลย
1.MH370 พบพิรุธบินวกกลับ FBI ยังสงสัยก่อการร้าย
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2557 สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบสวนเหตุเที่ยวบิน MH370 หายไปอย่างไร้ร่องรอยว่า แม้จะยังไม่พบหลักฐานว่าเครื่องบินจะหายไปจากการก่อการร้าย แต่หน่วยสืบสวนก็ไม่ได้ละทิ้งข้อสันนิษฐานนี้ หลังพบว่าเครื่องบินกลับลำ เดินทางย้อนกลับแล้วสัญญาณก็หายไป ก่อนที่จะจับสัญญาณได้อีกครั้งหลังจากหายไป 1 ชั่วโมง ที่บริเวณเหนือช่องแคบมะละกา ขณะที่ทางด้านไชน่า แอร์ไลน์ส ออกมาเผย มีชายนิรนามโทรมาขู่ก่อการร้ายที่สนามบินปักกิ่ง 4 วันก่อนเที่ยวบิน MH370 หายไป

รายงานระบุว่า หลังจากมีการเปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดของ 2 ผู้โดยสารชายชาวอิหร่านที่ใช้พาสปอร์ตปลอม เดินทางบนเที่ยวบิน MH370 ออกมาแล้ว และพบว่าไม่มีแนวโน้มที่จะก่อการร้ายบนเครื่องบินแต่อย่างใด

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ทางทีมสืบสวนก็ยังไม่ปัดข้อสันนิษฐานใดให้ตกไปได้ในตอนนี้ และยอมรับว่าการก่อการร้าย ยังเป็นหนึ่งในข้อสันนิษฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการหายไปของเที่ยวบิน MH370 อยู่ ในช่วงที่ยังไม่สามารถหาคำตอบใดๆ ได้ เพราะยังไม่พบซากเครื่องบินในตอนนี้

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น