10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557

update :28/2/2014 10:44
views : 1979
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/
ในช่วงรอบวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีเหตุการณ์ไหนที่น่าสนใจ ทีมงาน toptenthailand ได้ทำการรวบรวมข่าวที่น่าสนใจนำมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 หากไม่อยากตกข่าวห้ามพลาดเด็ดขาด
10.ทบ.ปัดเอี่ยวเหตุยิงเอ็ม 79 ยันระบบคุมอาวุธดี
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องอาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม79 ที่มีการใช้ก่อเหตุในขณะนี้ ว่า กองทัพบกยืนยันว่ากองทัพมีระบบมาตรการการดูแลควบคุมอาวุธในอัตราเป็นไปตามมาตรฐานอย่างดี ขอให้สังคมมั่นใจได้ แต่สำหรับบุคคลทั่วไปยังพบว่ามักมีการลักลอบแอบครอบครองอยู่เสมอ โดยมีการจับกุมได้อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ตามบริเวณชายแดน หรือพื้นที่ทางตอนในของประเทศ รวมทั้งที่ผ่านมาเมื่อสังคมมีความขัดแย้งก็มักจะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแอบนำอาวุธดังกล่าวมาใช้กระทำต่อบุคคลและสถานที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยที่ผ่านมามีการจับได้และอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์ล่าสุดเพื่อความชัดเจนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้สืบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป

แหล่งข่าวนายทหารจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาคที่ 2 (กอ.รมน.ภาคที่ 2 ) ได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ได้แก่ กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, นครพนม, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, สกลนคร, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี และ จ.เลย ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัดประชุมหารือร่วมกันที่ จ.ขอนแก่น ตามนโยบายและคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรอง ผอ.รมน. ที่มีคำสั่งให้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยกันติดตาม สอดส่องการยุยงปลุกปั่นให้คนในสังคมเพิ่มความเกลียดชัง แบ่งฝ่าย บางครั้งเลยเถิดพาดพิงสถาบัน เพราะยิ่งจะทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายขอบเขตออกไปเป็นวงกว้าง อันเป็นการเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมาทับซ้อนกับปัญหาทางการเมืองที่มีอยู่แล้ว โดยแต่ละจังหวัดขอให้พยายามทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ให้ยึดมั่นตามกรอบของกฎหมายเป็นหลัก และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการป้องกัน ป้องปราม ระงับ ยับยั้ง ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยไม่ละเว้น

“การหารือในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอย่างดี ที่จะลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น กรณีมีการใช้อาวุธสงครามมาก่อเหตุความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามการพูดคุยกันครั้งนี้ ไม่ได้เชิญตัวแทนของกลุ่ม กปปส. หรือกลุ่ม นปช.ในพื้นที่อีสานตอนบนมาร่วมหารือ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการใช้กำลังรุนแรงต่อสู้กัน โดยไม่ได้จับตาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นกรณีพิเศษ แต่ขอให้มั่นใจว่าทำให้เกิดความเรียบร้อยในทุกจังหวัด” แหล่งข่าวนายทหารกองทัพภาคที่ 2 ระบุ.
9.หมอวรงค์ มั่นใจ ปู ติดคุกคดีโกงจำนำข้าว
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่เวทีสีลม ในช่วงเย็น เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมการชุมนุมตามปกติ ส่วนบนเวทีมีการแสดงดนตรีสลับกับแกนนำ นักวิชาการ ปราศรัยโจมตีรัฐบาลเป็นระยะ ๆ โดยแกนนำ กปปส. ที่ได้นำมวลชนไปปิดยังพื้นที่ต่าง ๆได้ทยอยเดินทางกลับเวที ประกอบด้วย นายถาวร เสนเนียม นำมวลชลไปที่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมสรรพากร ขณะที่นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. นำผู้ชุมนุมเคลื่อนไปปิดล้อมธุรกิจในเครือชินวัตร 2 แห่ง คือ สำนักงานขายของคอนโดThe creat (เดอะ เครท)ในเครื่องของธุรกิจ sc asset ถนนสุขุมวิท และที่โครงการ คอนโด เดอะ เครท สุขุมวิท 49 ในเครือของ sc asset ของธุรกิจชินวัตร

จนกระทั่งเวลา 18.00 น. แกนนำกปปส.ได้ขึ้นเวทีเคารพธงชาติ จากนั้นผู้ชุมนุมได้ร่วมกันสวดมนต์ประจำวันเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต และรอฟังการปราศรัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะมีการปราศรัยเพื่อกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวต่อไป

ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัย ตอกย้ำถึงความผิดพลาดของรัฐบาลในนโยบายรับจำนำข้าวว่า วันนี้หลักฐานชัดเจน เชื่อว่า ป.ป.ช.จะชี้มูลว่ามีความผิดและทำให้นายกรัฐมนตรีติดคุกแน่นอน.
8.คณบดีรามาฯ ชี้ รพ.ถล่มเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่ลางไม่ดี
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ศ.นพ. วินิต พัวประดิษฐ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์“เดลินิวส์” ถึงเหตุการณ์ทรุดตัวของปล่องลิฟท์ระหว่างการก่อสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการซึ่งมีจำนวนผู้เสียชีวิต11 คน ว่า สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยได้เข้าไปตรวจสอบแล้วคาดว่าจะสรุปผลการตรวจสอบให้เสร็จภายใน1-2 เดือน ส่วนพื้นที่การก่อสร้างทางผวจ.สมุทรปราการเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนอยู่โดยให้ยุติการก่อสร้างไว้ก่อนจนกว่าจะมีการพิสูจน์อะไรต่างๆ ขณะที่ทางผู้รับจ้างก็มีกระบวนการที่จะทำให้เกิดความมั่นใจว่าของเดิมที่มีอยู่ปลอดภัยของใหม่จะต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

ศ.นพ.วินิตกล่าวต่อว่า สำหรับผู้บาดเจ็บทาง รพ.ได้ประสานงานกับ รพ.ในพื้นที่ดูแลตั้งแต่ต้นและรับมาดูแลที่ รพ.รามาธิบดี 2 คน คนเหล่านี้ถือว่าเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายมีกฎหมายประกันสังคมดูแลทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ รพ.ต้องขอขอบคุณมูลนิธิร่วมกตัญญูรพ.จุฬารัตน์ รพ.บางพลี รพ.สมุทรปราการที่ช่วยดูแลผู้บาดเจ็บ
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นลางไม่ดีหรือไม่ศ.นพ.วินิต กล่าวว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น คิดว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่มีคนงานก่อสร้างประมาณ 1,800 คน ทาง รพ.ก็คำนึงถึงชีวิตของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทุกคนเหมือนชีวิตของเราเอง ไม่ได้คิดว่าเขาเป็นคนงานต่างชาติ และคงปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นโครงการของเรา เหมือนกับเราเป็นเจ้าของบ้านให้ผู้รับเหมามาปลูกบ้านในพื้นที่บ้านของเรา พอมีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้นในบ้านเราแล้วจะบอกว่าเราไม่เกี่ยวไม่ได้

ต่อข้อถามว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะทำให้การก่อสร้างล่าช้าออกไปหรือไม่ ศ.นพ.วินิตกล่าวว่า การก่อสร้างจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยอย่างการก่อสร้างครั้งนี้ก็ได้บริษัทก่อสร้างที่มีชื่อเสียงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการทิ้งงานตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เดิมช้ากว่าแผน 60 วัน แต่ตอนนี้เข้ากับแผนแล้วหรือเร็วกว่าแผนนิดหน่อย ซึ่งจากการประเมินของสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยระบุว่าโครงสร้างส่วนอื่นไม่ได้มีปัญหา เพราะฉะนั้นหากจะมีการแก้ไขก็คงเป็นเพียงจุดนั้นจุดเดียวแต่ต่อไปต้องระมัดระวังความปลอดภัยอย่างมากเพราะเหตุการณ์แบบนี้เราถือว่ารุนแรง

“ที่ตั้งของโครงการมีทั้งชาวบ้านและโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ รพ.ที่จะรองรับการเจ็บป่วยบริเวณดังกล่าวก็ยังมีน้อยถ้า รพ.รามาธิบดีไปอยู่ตรงนั้นหากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นก็สามารถรองรับได้ วัตถุประสงค์ในการก่อสร้างก็เป็นเช่นนี้”ศ.นพ.วินิตกล่าว.
7.อย.บุกจับร้านขายยาปลุกเซ็กซ์-กาแฟลดความอ้วน
เมื่อวันที่27 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการ อย. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4บก.ปคบ.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมร้านขายยาลักลอบขายยาผิดกฎหมายหลายรายการโดย ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า อย.ได้รับเรื่องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรีว่ามีร้านขายยาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 2 จึงได้แจ้งตำรวจบก.ปคบ.ให้เข้าจับกุมร้านขายยาชื่อ ยาเภสัชกร เลขที่ 75ถนนสุดบรรทัด ต.ปากเพรียว อ.เมืองจ.สระบุรี พบว่ามีการลักลอบขายยาหลายรายการ ประกอบด้วย โคเดอีน 8,000 เม็ด ซึ่งยาดังกล่าวจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ออกฤทธิ์คล้ายกับมอร์ฟีนอย.อนุญาตให้มีการจำหน่ายใน รพ.ที่มีผู้ป่วยค้างคืนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบการจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และประเภท4 เช่น ยาแก้หวัดชนิดเม็ดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนที่ อย.ห้ามจำหน่ายไปเมื่อกลางปี 2555 และยังพบยาแผนปัจจุบันที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาได้แก่ วัตถุสีม่วงประมาณ 49,269 เม็ด และวัตถุสีเขียวอ่อนประมาณ 48,000 เม็ดบรรจุในภาชนะทึบแสงไม่มีฉลากแสง คาดว่าจะเป็นอัลปราโซแลม หรือยาเสียสาว ซึ่งต้องรอตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อยืนยันอีกครั้ง

รองเลขาธิการอย.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ 8 รายการซึ่งยาดังกล่าวอาจมีส่วนผสมของซิเดนาฟิลซึ่งเป็นยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ที่ผ่านมาอย.ได้ส่งยาเหล่านี้ไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่ายาปลอมที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่มีส่วนผสมของซิเดนาฟิล ขนาดตั้งแต่กว่า10 มก.– กว่า 100มิลลิกรัม ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ยาดังกล่าวเป็นยาอันตรายต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้นหากรับประทานเกินขนาดจะทำให้มีปัญหาต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ขณะเดียวกันยังตรวจพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีเลขอย.ได้แก่ กาแฟสำเร็จรูปชนิดผงยี่ห้อบูมส์ อ้างสรรพคุณ อกฟู รูฟิต ไม่มีกลิ่น ซึ่งอาจจะมีการผสมฮอร์โมนเพศหญิงคือเอสโตรเจนลงไป หากรับประทานเข้าไปอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงและกาแฟปรุงสำเร็จสลิม พลัส คอฟฟี่ อวดอ้างสรรพคุณว่าผอมขั้นเทพ ซึ่งอาจจะมีส่วนผสมของไซบูทรามีนรับประทานเข้าไปอาจส่งผลกระทบต่อหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมยึดของกลางมูลค่ากว่า 5 แสนบาทส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ยึดไว้จะนำส่งตรวจวิเคราะห์หาสารอันตรายที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภก.ประพนธ์กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นได้แจงความดำเนินคดีใน 7 ข้อหาคือ 1.มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท 2. ขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ฝ่าฝืนมาตรา 13 ทวิมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท3.ขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาท 4.ขายยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 5.เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการไม่อยู่ประจำณ สถานที่ขายยาแผนปัจจุบันตลอดเวลาที่เปิดทำการ มีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท6.จำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000บาทและ 7. จำหน่ายอาหารปลอมมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองเลขาธิการอย.กล่าวว่า ในส่วนของเภสัชกรประจำร้านทางอย.จะส่งชื่อไปยังสภาเภสัชกรรมเพื่อพิจารณาด้านจริยธรรม จรรยาบรรณของเภสัชกรต่อไปขณะเดียวกัน อย. จะดำเนินการพักใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันจนกว่าจะดำเนินคดีสิ้นสุดดังนั้น ขอให้ผู้ประกอบการร้านขายยาทุกร้านคำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมและความปลอดภัยของประชาชนด้วย รวมทั้งขอให้ประชาชนคนไทยหันมาซื้อยาจากร้านยาคุณภาพหรือร้านขายยาทั่วไปที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและต้องมีเภสัชกรประจำร้านให้บริการท่านในการแนะนำ ให้ใช้ยาอย่างปลอดภัยเพื่อมิให้ได้รับอันตรายหรือผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ยาเป็นอันขาดเมื่อถามว่ายาดังกล่าวมีต้นตอการผลิตจากที่ไหน ภก.ประพนธ์ กล่าวว่าโคเดอีนนำเข้าจากประเทศเวียดนามส่วนยาเสริมสมรรถภาพทางเพศคาดว่าลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดน ในขณะที่กาแฟอวดอ้างสรรพคุณลดความอ้วนคาดว่าผลิตในประเทศไทยตอนนี้กำลังสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ผลิตอยู่.
6.ปลื้มคนไทยนำหลักคิด สวดมนต์ข้ามปี ไปใช้ได้จริง
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่อาคารรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดภาพถ่ายสวดมนต์ข้ามปี 2556-2557 โดยนายนิคม กล่าวว่า รัฐสภา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และชมรมช่างภาพการเมือง จัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นสื่อกลางกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ ความสำคัญของการสวดมนต์ เชื่อว่าการที่ประชาชนเข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปี จะส่งผลให้เกิดสติ ปัญญา ช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของทั้งตนเองและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ นับตั้งแต่ปีใหม่ 57 เป็นต้นไป

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปีเริ่มต้นดี ชีวิตดี”ครั้งที่ 4 เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งรัฐและเอกชนกว่า 30 องค์กร เปิดพื้นที่การสวดมนต์ข้ามปีทั้งที่สนามหลวง และวัดต่างๆ ทั่วประเทศ พบว่ามีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1,923 คน โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม 98.8 % ระบุว่าจะนำข้อคิดที่ได้รับไปปฏิบัติ โดย 50.2 % จะนำไปปฏิบัติด้วยตนเอง และอีก 48.6 จะชักชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติด้วย โดยประชาชนให้ความเห็นว่า ภาพรวมการจัดกิจกรรมสวดมนต์เป็นกิจกรรมที่ดี ควรกำหนดจัดเป็นประจำทุกปี และเห็นว่าควรกระจายไปตามภูมิภาคให้ดำเนินการพร้อมกัน

รองผู้จัดการ สสส. กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น พบว่าในแต่ละปีมีประชาชนให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการตัดสินการประกวดภาพถ่าย พิจารณาโดยคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้อยู่ในวงการช่างภาพหนังสือพิมพ์ 10 คน โดยมีผู้ชนะการประกวดทั้งสิ้น 13 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ น.ส.กัลยา รักศิลป์ ชื่อภาพ “ได้บุญและสวยงาม” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 นายจามิกร ศรีคำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ นายเอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ รางวัลชนะเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ คือ น.ส.กัลยา รักศิลป์ และรางวัลชมเชยอีก 9 รางวัล.
5.รถเมล์ปรับอากาศสาย 137 คันเร่งค้าง พุ่งชนเก๋งเสยเกาะกลาง
เมื่อเวลา 18.20 น.วันที่ 27 ก.พ. ร.ต.ท.สมสักดิ์ ขอเทียม พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง รับแจ้งอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางปรับอากาศเฉี่ยวชนรถเก๋ง จนไปคาอยู่บนเกาะกลางถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาเข้า บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 8 แขวงและเขตห้วยขวาง จึงรุดไปตรวจสอบพบรถประจำทางปรับอากาศสาย 137 สีครีม-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 12-2718 กทม. หมายเลขข้างรถ 4-4021 วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง-ถนนลาดพร้าว-ถนนรัชดาภิเษก ที่จอดขวางถนนอยู่ในลักษณะพุ่งเข้าชนรั้วเกาะกลางถนนจนเสียหาย โดยมีรถเก๋งนิสสัน มาร์ช สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฎส 8902กทม.พลิกคว่ำหน้าทิ่มพื้นจนกันชนหน้าหลุด กระจกหน้าแตก นอกจากนี้ยังมีรถเก๋งมาสด้า 2 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กล 3200 กทม.ถูกเฉี่ยวชนบริเวณด้านซ้ายจนเสียหาย ยางล้อหน้าขวาแตก เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

จากการสอบสวนนายบุญเลิศ กาลกันหา อายุ 52 ปี พนักงานขับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศคันดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถออกจากลานจอดรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรมซึ่งเป็นท่าปล่อยรถ และยังไม่มีผู้โดยสารแต่อย่างใด เพื่อจะมุ่งหน้าไปถนนพระรามเก้า แต่รถเกิดคันเร่งค้างจึงทำให้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ช่องทางกลางกลาง และช่องทางขวาสุดจนได้รับความเสียหายดังกล่าว

ด้านนายณฤทัย สมรรถนาวิน อายุ 25 ปี เจ้าของรถนิสสัน มาร์ช ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังรอกลับรถเพื่อเข้าห้างเอสพลานาด ก็เห็นรถโดยสารปรับอากาศคันกบพุ่งออกมาจากทางออกลานจอดรถในสถานีรถไฟใต้ดิน ก่อนจะชนกับรถมาสด้าที่จอดอยู่ช่องทางกลาง แล้วไถลมาชนกับรถของตนที่อยู่ช่องทางขวาสุด จนรถพุ่งไปค้างอยู่บนเกาะกลางถนน ซึ่งโชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหายกับนายบุญเลิศ ก่อนทำการเปรียบเทียบปรับ 1.000 บาท ส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้นรถทั้ง 3 คันมีประกันทำการตกลงเรื่องค่าเสียหายต่อไป
4.สุเทพ ขู่ เสื้อแดง เกณฑ์คนเข้ากรุงถูกปราบแน่ ในฐานะเป็นกบฏต่อแผ่นดิน
เมื่อเวลา 19.00น.วันที่ 27 ก.พ. ที่การชุมนุม กปปส. เวทีปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า การที่กลุ่ม นปช.ประกาศจับอาวุธตั้งกองกำลังแล้วมาทำสงครามกลางเมืองกับพวกเรา และมีแผนแบ่งแยกประเทศเป็นแผนสอง และหากแยกไม่ได้ก็มีแผนจะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่ต่างประเทศ ซึ่งมีการประชุมกัน โดยมีแกนนำ นปช. อาทินายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ รวมทั้งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งสรุปการหารือรวมๆคือจะรักษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็จะไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออกและยังมีการระดมกำลังติดอาวุธจังหวัดละ 100 คนขึ้นไป และปลุกปั่นให้ญาติพี่น้องตำรวจลุกขึ้นสู้ ซึ่งเขาพูดกันเป็นขั้นตอนโดยหวังให้เรากลัว นอกจากนั้นก็บอกว่าจะปิดศาลและองค์กรอิสระทั้งหมด ที่ตนต้องเอามาพูดเพื่อต้องการให้เห็นว่า ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศคิดเพื่ออนาคต แต่คนบางกลุ่มยังสู้เพื่อทักษิณ สู้เพื่อเงินทักษิณ ทั้งที่ประเทศนี้ไม่ใช่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ

“หากคนเสื้อแดงยกกองทัพติดอาวุธมาในกรุงเทพ ก็จะเจอของแข็งแน่นอน เพราะเขาประกาศว่าจะแบ่งแยกดินแดน ถือว่าเป็นกบฏตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายที่ทำหน้าที่รักษาดูแลประเทศ ทั้งตำรวจ ทหารทุกเหล่าทัพ จึงอยากถามนายจตุพรว่ามีกองกำลังติดอาวุธกี่คน ซึ่งผมเชื่อว่ามีไม่เกิน 1,000 คน แต่ตำรวจทั้งประเทศมีถึง200,000 คน รวมทั้งทหาร และหน่วยปฏิบัติการอื่นๆ ที่ดูแลเรื่องความมั่นคง ซึ่งพวกเราจะรอดูว่าจะมีคนเป็นกบฏกี่คน นอกจากนั้นการที่นายณัฐวุฒิประกาศว่าคนเสื้อแดงจะอารยะขัดขืนต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าเป็นกบฏอีกเช่นกัน” เลขาธิการ กปปส.กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาเรียกร้องให้มีการเจรจานั้นหากเราไม่ไปเจรจา พวกสมุนลูกน้องของพวกเขาก็จะหาว่าเราไม่มีวัฒนธรรม ดื้อรั้น ไม่มีเหตุผล ซึ่งตนก็มีข้อเสนอเดียวคือให้เจรจาตัวต่อตัว ให้โทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดให้ประชาชนทั้งประเทศได้รู้ เพราะเป็นเรื่องของประเทศ ไม่ใช่เรื่องของตนคนเดียว ซึ่งเราจะเจรจาตามข้อเสนอนี้ซึ่งก็ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเตรียมตัวก่อน แล้วจะนัดเจรจาวันไหนก็ได้ต้องมีการตั้งเวทีเปิดเผยต่อหน้าประชาชน แต่การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าเห็นด้วยกับหลักการเจรจาแต่คงพูดคุยคนเดียวไม่ได้เพราะต้องมีผู้รู้เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบคำถามไม่ได้แล้วจะมาเรียกร้องให้เจรจาทำไม

การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าต้องเลิกชุมนุมก่อนค่อยเจรจากันนั้นแสดงให้เห็นว่าแค่ซื้อเวลา ซึ่งอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปคิดเลยว่าจะเจรจาหรือไม่หากคิดว่าจะตอบคำถามไม่ได้ก็ไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณมาให้เรียบร้อยแต่หากไม่เจรจาก็อย่ามาออดอ้อนอีก ซึ่งตนก็ไม่อยากคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่แล้วเพราะเอาประโยชน์ตระกูลตัวเองเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศชาติ

“หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์อยากเจรจาเราก็จะเจรจาแต่หากไม่เจรจาเราก็จะสู้ต่อไป เพราะพวกเราอยากเห็นนาทีสุดท้ายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในตำแหน่งและวิ่งหอบกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน ดังนั้นพวกเราจะไม่มีทางกลับบ้านจนกว่าจะเห็น นาทีสุดท้ายของคุณ” นายสุเทพกล่าว
3. คนร้ายยิงเอ็ม 79 ตกใกล้เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาน 22.00 น.วันที่ 28 ก.พ. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหลังปั๊มน้ำมันเชลล์ ตั้งอยู่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ตรงข้ามบริษัททีโอที ใกล้กับเวทีการชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ เบื้องต้นทราบว่าเป็นการยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดชนิด เอ็ม 79 ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง หน่วยอีโอดี และเจ้าหน้าที่ทหารได้เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว

ทั้งนี้สำหรับปั๊มน้ำมันดังกล่าวได้หยุดกิจการเป็นการชั่วคราวตั้งแต่มีการชุมนุมของม็อบ กปปส.
2.รถพ่วง 18 ล้อชนวินาศนับสิบคัน บาดเจ็บระนาวเกือบ 20 คน
เมื่อเวลา20.00 น.วันที่ 27 ก.พ. ร.ต.ท.พงษ์พันธ์ วิรัชอารีกุลย์ ร้อยเวร สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้ง มีรถพ่วง 18ล้อชนท้ายรถบัสรับส่งพนักงานแล้วเสียหลักชนรถกระบะรับส่งพนักงาน รถจักรยานยนต์และคนงานที่ยืนรอรถเพื่อกลับบ้านเกือบ 100คน ที่ถนนบางนา-ตราด ทางคู่ขนาน ขาเข้า กทม. ต.บางวัว อ.บางปะกง ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากรวมทั้งท่ได้รับความสียหายเสียหายอีกจำนวนมากจึงไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง 18ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาวหมายเลขทะเบียนตัวแม่82-7201กาญจนบุรี ทะเบียนตัวพ่วง 82-2140 กาญจนบุรี ชนท้ายรถบัสรับส่งพนักงาน ยี่ห้อนิสสัน สีส้ม ทะเบียน30-0034 ฉะเชิงเทราที่จอดรับส่งจนได้รับความเสียหาย และปิกอัพยี่ห้อมิตซูบิชิสีดำ ที่จอดส่งพนักงาน และรถจยย.อีกจำนวนมากที่จอดอยู่ข้างทาง จากนั้นได้พุ่งเข้าเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางทำให้มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 15 ราย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและพลเมืองดีช่วยกันนำส่ง ร.พ.จุฬารัตน์11 และร.พ.บางปะกง เป็นชาย 8ราย หญิง 7 ราย ภายในรถบรรทุกทุกมีผู้บาดเจ็บอยู่2รายจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนานเกือบ1ชั่วโมงจึงสามารถนำคนขับและผู้บาดเจ็บออกมาได้

จากการสอบสวนทราบว่ารถพ่วงบรรทุกคันดังกล่าวมีนายจักรพันธ์ อิ่มวัน อายุ 23ปีปี เป็นคนขับ แต่ยังไม่สามารถให้การได้เนื่องจากบาดเจ็บสาหัส โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์แจ้งว่ารถบรรทุกคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ชนท้ายเข้ากับรถบัสรับส่งพนักงาน แล้วเสียหลักไปชนเข้ากับรถปิกอัพที่จอดส่งพนักงานอีกคัน จากนั้นก็ชนรถ จยย.และรถที่จอดข้างทางอีกหลายคัน จากนั้นจึงชนเสาไฟฟ้าข้างทาง จนหม้อแปลงระเบิดและสายไฟฟ้าขาดร่วงลงมาที่พื้น ทำให้มีกระแสไฟฟ้าระเบิดช๊อตกับพื้นอยู่ตลอดเวลา ส่วนคนขับรถบรรทุกยังติดอยู่ภายในรถ จึงไม่มีใครเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ไฟฟ้ามาตัดไฟ ก่อนจะช่วยคนขับและผู้โดยสารในรถออกมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวคนขับรถบรรทุกไว้สอบสวนดำเนินคดีต่อไป
1.มือมืดปา ไปป์บอมบ์ ใส่บ้าน ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำกปปส.โชคดีระเบิดไม่ทำงาน
เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 28 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และเป็นแกนนำกลุ่ม กปปส. ได้โพสภาพวัตถุต้องสงสัยลักษณะทำจากท่อพีวีซี สีฟ้า ประกอบเป็นทรงคล้ายประทัดยักษ์พร้อมโพสข้อความว่า “เช้านี้หลังเที่ยงคืนเล็กน้อยหลังเวทีอโศกเลิก มีคนปาไปป์บอมม์เข้ามาในบ้าน โชคดีไม่ระเบิดคงเป็นผลพวงของ"นกหวีดกรีดหัวใจ" นี่คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงต้องเป่า พวกผมแตกต่างจากพวกคุณและที่แน่ๆไม่กลัว ไม่หนี ไม่ถอย ไม่เหมือนนายคุณและไม่รุนแรงแน่นอนครับ” ผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊คของตัวเอง เมื่อเวลาประมาณ 02.20 น.ที่ผ่านมาทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นาๆ

เบื้องต้นทราบว่าจุดเกิดเหตุเป็นบ้านพรรคของแกนนำรายดังกล่าวซึ่งพื้นอยู่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับเวทีผู้ชุมนุมกลุ่มกปปส.อโศก อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้แต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอทำการประสานการ์ดผู้ชุมนุมก่อน ทั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เช่นกัน เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออกได้ตามสะดวก โดยเฉพาะในยามวิกาล

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น