10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557

update :25/2/2014 10:01
views : 1282
ที่มา : toptenthailand
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557
10.นายกฯอียิปต์ลาออก ฐานไร้ความสามารถ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์เมื่อวันที่ 24ก.พ.ว่านายฮาเซม เบบลาวีนายกรัฐมนตรีรักษาการของอียิปต์ได้ประกาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ลาออกจากตำแหน่งอย่างคาดไม่ถึงโดยที่ไม่ให้เหตุผลใด ๆทั้งสิ้น แต่การลาออกก็มีขึ้นท่ามกลางการผละงานประท้วงซึ่งรวมทั้งการประท้วงของเจ้าหน้าที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่เก็บขยะหนังสือพิมพ์อัล-อาห์รัมของรัฐบาล กล่าวว่าเขาได้รับการขอร้องให้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นายเบบลาวีได้รับการแต่งตั้งในเดือนก.ค.ปีที่แล้วหลังจากกองทัพโค่นอำนาจประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ดมอร์ซี หลังการประท้วงของฝ่ายค้านในการกล่าวปราศรัยผ่านทางสถานีโทรทัศน์เขายอมรับว่าอียิปต์มีแนวโน้มการผละงานประท้วงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแต่กล่าวว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนในโลกที่จะทำตามข้อเรียกร้องของประชาชได้ทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆ

เขากล่าวว่าคณะรัฐมนตรีได้ใช้เวลา 6หรือ7เดือนที่แล้วแบกรับความรับผิดชอบที่ยากลำบากอย่างมากในหลายกรณีส่วนใหญ่ก็ส่งผลในทางที่ดีเขากล่าวเพิ่มเติมว่าเป้าหมายเพื่อที่จะนำเอาอียิปต์ให้หลุดออกจาก“อุโมงค์แคบ ๆ”ซึ่งมีสาเหตุมาจากแรงกดดันด้านความมั่นคง,การเมืองและเศรษฐกิจ

นายเบบลาวีถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับการตัดสินใจที่ไม่มีความเด็ดขาดและไร้ความสามารถในการจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

หนังสือพิมพ์อัล-อาห์รัมซึ่งอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อรายงานว่า นายอิบราฮิม มีห์ลิบรัฐมนตรีการเคหะจะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน
9.ยูกันดาลงนามกฎหมายลงโทษกลุ่มรักร่วมเพศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัมปาลาประเทศยูกันดา เมื่อวันที่24 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนีของยูกันดาตวัดปากาลงนามในร่างกฎหมายลงโทษประชาชนผู้มีพฤติกรรมรักร่วมเพศเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายไปเรียบร้อยแล้วโดยโฆษกรัฐบาล กล่าวว่าประธานาธิบดีมูเซเวนีต้องการยืนยัน“เอกราชของยูกันดาในการเผชิญหน้ากับความกดดันของชาติตะวันตก”

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ผู้นำสหรัฐ เตือนว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ประเทศยูกันดาถอยหลังลงคลองซึ่งก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีมูเซเวนีก็ตกลงว่าจะชะลอกฎหมายนี้ออกไปเพื่อรอคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์จากสหรัฐ

หลังการลงนามดังกล่าวพฤติกรรมรักร่วมเพศก็ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้วในยูกันดาซึ่งกฎหมายใหม่ฉบับนี้จะลงโทษจำเลยเป็นครั้งแรกด้วยการจำคุก14 ปีและอนุญาตให้จำคุกตลอดชีวิตได้สำหรับผู้ที่พฤติกรรมรักร่วมเพศรุนแรงนอกจากนี้ ยังจะถือว่าเป็นการกระทำผิดในคดีอาญาหากไม่รายงานว่าตัวเองเป็นเกย์มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มีพฤติกรรมรักร่วมเพศจะใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยได้ในยูกันดาอีกทั้งจะมีการลงโทษความผิดอาญาสำหรับผู้ที่ส่งเสริมและแม้แต่ยอมรับของความสัมพันธ์รักร่วมเพศ

เลสเบียนก็ครอบคลุมอยู่ในกฎหมายฉบับนี้เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งนักเคลื่อนไหวของกลุ่มรักร่วมเพศกล่าวว่า พวกเขาจะท้าทายกฎหมายฉบับใหม่นี้ในศาล

อย่างไรก็ตามเดิมทีนั้น ร่างกฎหมายนี้เสนอให้ลงโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศแต่ในเวลาต่อมาได้มีการลดหย่อนท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ
8.รัสเซียจำคุก 4 ปีนักเคลื่อนไหวต่อต้านปูติน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัมปาลาประเทศยูกันดา เมื่อวันที่24 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนีของยูกันดาตวัดปากาลงนามในร่างกฎหมายลงโทษประชาชนผู้มีพฤติกรรมรักร่วมเพศเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายไปเรียบร้อยแล้วโดยโฆษกรัฐบาล กล่าวว่าประธานาธิบดีมูเซเวนีต้องการยืนยัน“เอกราชของยูกันดาในการเผชิญหน้ากับความกดดันของชาติตะวันตก”

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ผู้นำสหรัฐ เตือนว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ประเทศยูกันดาถอยหลังลงคลองซึ่งก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีมูเซเวนีก็ตกลงว่าจะชะลอกฎหมายนี้ออกไปเพื่อรอคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์จากสหรัฐ

หลังการลงนามดังกล่าวพฤติกรรมรักร่วมเพศก็ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายไปแล้วในยูกันดาซึ่งกฎหมายใหม่ฉบับนี้จะลงโทษจำเลยเป็นครั้งแรกด้วยการจำคุก14 ปีและอนุญาตให้จำคุกตลอดชีวิตได้สำหรับผู้ที่พฤติกรรมรักร่วมเพศรุนแรงนอกจากนี้ ยังจะถือว่าเป็นการกระทำผิดในคดีอาญาหากไม่รายงานว่าตัวเองเป็นเกย์มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มีพฤติกรรมรักร่วมเพศจะใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยได้ในยูกันดาอีกทั้งจะมีการลงโทษความผิดอาญาสำหรับผู้ที่ส่งเสริมและแม้แต่ยอมรับของความสัมพันธ์รักร่วมเพศ

เลสเบียนก็ครอบคลุมอยู่ในกฎหมายฉบับนี้เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งนักเคลื่อนไหวของกลุ่มรักร่วมเพศกล่าวว่า พวกเขาจะท้าทายกฎหมายฉบับใหม่นี้ในศาล

อย่างไรก็ตามเดิมทีนั้น ร่างกฎหมายนี้เสนอให้ลงโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศแต่ในเวลาต่อมาได้มีการลดหย่อนท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ
7.สะพานแขวนขาดในเวียดนาม ดับอย่างน้อย 7 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนามเมื่อวันที่ 24ก.พ.ว่าเกิดอุบัติเหตุสะพานแขวนขาดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย7 ศพ และบาดเจ็บอีก37 คน เมื่อวันจันทร์ขณะที่พวกเขากำลังเคลื่อนย้ายโลงศพเพื่อที่จะฝังยังสุสานในเขตตัม ดวง จังหวัดไลชอทางภาคเหนือของประเทศ

ปุง กวง ตูเยนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่าสายเคเบิลด้านหนึ่งของสะพานที่เพิ่งสร้างได้เพียง1 ปี เกิดขาดทำให้ประชาชนกลุ่มหนุ่ตกลงจากสะพานลงไปกระแทกกับหินเบื้องล่างประมาณ20 เมตรซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสด้วย 23คน ส่วนโลงศพที่บรรจุศพของเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านก็ร่วงตกลงไปในลำธานตื้นๆ เบื้องล่าง

เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้
6.นายกฯคนใหม่อิตาลี โชว์วิสัยทัศน์ต่อวุฒิสภา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 25ก.พ.ว่านายมัตเตโอ เรนซีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิตาลีแถลง “วิสัยทัศน์การปฏิรูปอย่างกล้าหาญ”ก่อนวุฒิสภาลงมติไว้วางใจรัฐบาลชุดใหม่ของเขาไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการเลือกตั้ง,การตัดลดภาษี และการลงทุนเพื่อสร้างงานเขากล่าวด้วยว่าเขาต้องการล้มเลิกให้วุฒิสภาเป็นองค์การยกร่างกฎหมาย

นายเรนซีผู้นำพรรคประชาธิปไตยซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยอมรับว่า เขา ซึ่งมีอายุเพียง39 ปีไม่ได้มีอายุมากพอที่จะเป็นสมาชิกของสภาสูงซึ่งสมาชิกวุฒิสภาต้องมีอายุอย่างน้อย40 ปีขึ้นไปเขากล่าวต่อวุฒิสภาว่าเขาต้องการเริ่มต้นการปฏิรูปกับวุฒิสภาอย่างเร็วสุดในเดือนหน้า

นายเรนซีซึ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาคาดว่าจะได้รับการลงมติไว้วางใจจากวุฒิสภาแม้ว่าเขาจะต้องการคะแนนเสียงมากกว่านายเอนริโกเลตตา คู่แข่งร่วมพรรคซึ่งเพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อต้นเดือนนี้โดยนายเลตตา ได้คะแนน 173คะแนน จากจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น320 เสียงส่วนการลงคะแนนครั้งที่ 2จะเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรในวันอังคารนี้
5."ซัมซุง" เผยโฉม "กาแล็กซี เอส 5"
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่านายเจ.เค.ชิน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมของบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิค จากเกาหลีใต้ เปิดตัว "กาแล็กซี เอส 5" สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของบริษัท เมื่อวันจันทร์ ในงานโมบาย เวิล์ด คองเกรส งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิคด้านการสื่อสารใหญ่ที่สุดในโลก ที่นครบาร์เซโลนา

กาแล็กซี เอส 5 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียด 1920x1820 พิกเซล ความคมชัดของกล้องหน้าอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด 4.2.2 คิทแคท ขณะที่แม้ส่วนประกอบของตัวเครื่องเกือบทั้งหมดจะเป็นพลาสติก แต่ซัมซุงยืนยันว่า ได้รับการพัฒนาให้สามารถกันทั้งน้ำและฝุ่นได้

ทั้งนี้ พัฒนาการสำคัญสำหรับกาแล็กซี เอส 5 คือการติดตั้งระบบสแกนรอยนิ้วมือเอาไว้ที่ปุ่มกดหลักของเครื่องซึ่งอยู่ตรงส่วนล่าง ที่ซัมซุงยืนยันว่า ต่างจากสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่น ตรงที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการออนไลน์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ สำหรับผู้ที่กังวลในสุขภาพของตัวเอง

กาแล็กซี เอส 5 มีให้เลือก 4 สี คือ ดำ ขาว ทอง และน้ำเงิน จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 เม.ย.นี้ ที่เกาหลีใต้เป็นประเทศแรก อย่างไรก็ตาม ซัมซุงยังไม่ได้เผยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่แน่นอน
4.สหรัฐหนุน-รัสเซียประณามรัฐบาลรักษาการยูเครน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ว่านายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงเรียกร้องให้นายโอเล้กซานเดอร์ เทอร์ชินอฟ ประธานาธิบดีรักษาการยูเครน จัดตั้งรัฐบาล "เทคโนแครต" ที่เป็นการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการจากหลากหลายด้านให้เข้ามาร่วมบริหารประเทศ จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ ที่กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 25 พ.ค.นี้

ต่อข้อซักถามที่ว่า เทอร์ชินอฟเป็นผู้นำที่ "ชอบธรรม" หรือไม่ คาร์นีย์ตอบเพียงว่า เทอร์ชินอฟได้รับการคัดเลือกและรับรองจากรัฐสภายูเครนอย่างสมบูรณ์แล้ว เมื่อมีผู้ยิงคำถามต่ออีกว่า สหรัฐทราบหรือไม่ว่า อดีตประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช หลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด คาร์นีย์กล่าวว่า ยานูโควิชอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถบริหารประเทศได้อีกต่อไป แต่สหรัฐไม่ทราบว่า อดีตผู้นำยูเครนรายนี้หลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ แห่งรัสเซีย ออกมากล่าวประณามรัฐบาลรักษาการยูเครน ว่าเป็น "กองกำลังติดอาวุธยึดอำนาจ" ที่ไม่มีความโปร่งใสและชอบธรรมในการบริหารบ้านเมือง ประเทศใดก็ตาม โดยเฉพาะมหาอำนาจตะวันตกที่ให้การยอมรับคณะรัฐบาลชุดนี้ เรียกได้ว่าคิดผิดอย่างมาก

ถ้อยแถลงของเมดเวเดฟมีขึ้นหลังกระทรวงมหาดไทยยูเครนขออำนาจศาลให้ออกหมายจับยานูโควิช เมื่อวันจันทร์ ฐานอยู่เบื้องหลังการ "สังหารหมู่ประชาชน" ซึ่งหมายถึงการสลายการชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 82 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 570 คน ขณะที่นายยูริ เซอร์เกเยฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) แถลงว่าสถานการณ์ในประเทศ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ "การปฏิวัติ" และการที่ยานูโควิชเลือกที่จะหลบหน้าจากสังคม เท่ากับเป็นการ "ทำร้ายตัวเอง"
3.ส.ว.อิตาลีลงมติไว้วางใจนายกฯใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่าที่ประชุมวุฒิสภาอิตาลีมีมติเสียงข้างมากเมื่อวันจันทร์ 169 ต่อ 139 เสียง ให้การรับรองคณะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซี ผู้นำหนุ่มไฟแรงวัยเพียง 39 ปี ซึ่งแถลงต่อที่ประชุมก่อนรับการลงมติ ว่าจะเร่งปฏิรูปประเทศอย่างเป็นระบบ โดยเน้นในกระบวนการที่สำคัญก่อน โดยเฉพาะในนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัว อันจะนำไปสู่การลดปริมาณหนี้สาธารณะและลดอัตราการว่างงานในประเทศ แม้หลายฝ่ายจะตั้งข้อสังเกตว่า เรนซีไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดของนโยบายแต่ละข้อมากนักก็ตาม

ด้านนักลงทุนค่อนข้างขานรับการแสดงวิสัยทัศน์ต่อวุฒิสภาของเรนซี โดยดัชนีหลักทรัพย์เอฟทีเอสอีของอิตาลี ปิบวก 0.48% หลังผู้นำอิตาลีคนใหม่เสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์ อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยยังคงแสดงความกังวล โดยกล่าวว่า การเร่งฟื้นฟูธุรกิจขนาดย่อมในเวลานี้ต้องการเม็ดเงินลงทุนขั้นต่ำ 100,000 ล้านยูโร ( ราว 4.52 ล้านล้านบาท )
2.ม็อบเวเนฯปิดถนนกดดันรัฐบาล
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเวเนซุเอลานำรั้วเหล็กและสิ่งกีดขวางอื่นมาสร้างเป็นแนวแบร์ริเออร์ปิดกั้นถนนสำคัญหลายสายในกรุงการากัส ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลเริ่มตั้งแนวรุกคืบเพื่อรื้อถอนสิ่งกีดขวาง แต่ยังไม่มีรายการการปะทะกันกันเกิดขึ้น

วิกฤตการเมืองที่ตึงเครียดและเลวร้ายที่สุดของเวเนซุเอลา นับตั้งแต่สิ้นสุดยุคของประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อปีที่แล้ว เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนก.พ. จากการชุมนุมที่มีฝ่ายค้านเป็นแกนนำและมีนักศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อต้องการแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศของประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ซึ่งลุกลามผู้ชุมนุมมองว่าล้มเหลวในนโยบายเศรษฐกิจ ที่มีการควบคุมและกักตุนสินค้าจำเป็นมากเกินไป และมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ผลจากการสลายการชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 130 คน และมีแนวโน้มทวีความรุนแรง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้แกนนำ คือนายเลโอโปลโด โลเปซ ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ แม้มาดูโรจะเชิญชวนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมการประชุมวางแผนยุทธศาสตร์แก้ไขสถานการณ์ในวันพุธนี้ แต่นายเอ็นริเก้ คาปริเลส ผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ยืนยันจะเข้าร่วมหรือไม่
1.แควนตัสระส่ำหนักอาจเลิกจ้าง 5,000 ตำแหน่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ว่านายแอนดรูว์ แมคกินเนส โฆษกของแควนตัส สายการบินแห่งชาติของออสเตรเลีย แถลงเกี่ยวกับแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายสูงสุด 2,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ( ราว 59,400 ล้านบาท ) ภายใน 3 ปีนับจากนี้ พร้อมกับจะมีการปรับลดพนักงานในทุกภาคส่วนตามสำนักงานทุกแห่งในโลก "จำนวนหนึ่ง" แต่ปฏิเสธจะเผยจำนวนที่แน่นอนในตอนนี้ เนื่องจากสายการบินจะออกรายงานฉบับเต็มในวันพฤหัสบดี

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของแควนตัส เผยกับหนังสือพิมพ์ เดอะ เฮรัลด์ ซัน และซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ ว่าจำนวนพนักงานที่ต้องออกจากตำแหน่งอาจสูงถึง 5,000 ตำแหน่ง ในจำนวนนี้รวมถึงฝ่ายบริหาร และ 1,000 ตำแหน่งต้องออกจากงานภายใน 12 เดือน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวหากเป็นความจริงจะถือว่าเพิ่มขึ้นมากจากที่เคยมีการเผยเมื่อเดือนธ.ค. ว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงาน 1,000 ตำแหน่งเท่านั้น

นอกจากนี้ แหล่งข่าวเผยด้วยว่า แควนตัสอาจประกาศขายเทอร์มินัลของตัวเองตามสนามบินบางแห่ง ซึ่งอาจเป็นสนามบินเมลเบิร์น เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้ในการชำระค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก และวางแผนกู้สถานการณ์หลังถูกคู่แข่งในประเทศตีตื้นอย่างรวดเร็ว

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น