10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557

update :24/2/2014 10:58
views : 1783
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/
ในช่วงรอบวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีเหตุการณ์ไหนที่น่าสนใจ ทีมงาน toptenthailand ได้ทำการรวบรวมข่าวที่น่าสนใจนำมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 หากไม่อยากตกข่าวห้ามพลาดเด็ดขาด
10.กปปส.แห่คืนซิมเอไอเอส บริษัทฯแจงไม่ใช่ท่อน้ำเลี้ยง “ทักษิณ”
เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศโจมตีธุรกิจตระกูลชินวัตร เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงกดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลาออก โดยเชิญชวนกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. และประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือเครือข่ายเอไอเอส ที่ระบุเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้ตระกูลชินวัตร ยกเลิกการใช้โทรศัพท์เครือข่ายเอไอเอส โดยย้ายเครือข่าย แต่ใช้เบอร์เดิมนั้น ทำให้เช้าวันนี้ทันทีที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน ซึ่งใกล้กับเวที กปปส.ปทุมวัน เปิดให้ใช้บริการ ได้มีผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้าไปแจ้งขอย้ายเครือข่ายโทรศัพท์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะศูนย์เทเลวิชและเอไอเอสในห้างสรรพสินค้าที่อยู่โดยรอบพื้นที่การชุมนุม

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือเอไอเอส เป็นบริษัทในเครือ อินทัชคอร์ปอเรชั่น ได้ส่งข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอส มายังผู้ใช้โทรศัพท์ในเครือเอไอเอส ว่า “ เอไอเอส ขอเรียนว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องการเมืองและไม่ได้เป็นท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายใด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ได้ขายหุ้นทั้งหมดในกลุ่มบริษัทตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.49 และจากนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทฯอีก จึงเรียนมาเพื่อทราบ”
9.เตือน กกต. อย่าหลงเลือกตั้งต่อ
เมื่อวันที่ 23 ก.พ.นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีความเห็นต่างระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ว่า เรื่องนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีการหารือกัน เพราะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้น สุดท้ายก็ต้องวนกลับมาสู่จุดเดิม โดยพรรคชูการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

นายนิพิฎฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นว่าต่อปัญหานี้ ทาง กกต.ต้องยืนยันต่อรัฐบาลว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และไม่สามารถจัดการเลือกตั้งต่อไปได้อีกแล้ว เพราะบางเขตเลือกตั้งที่เลือกไปแล้ว มีการเปิดเผยผลคะแนนที่ออกมาแล้ว แม้จะไม่เป็นทางการ แต่ก็รู้ไปทั่วในสังคมว่าใครได้คะแนนนำเป็นว่าที่ ส.ส. จึงทำให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบ ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ระบุให้ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นในวันเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมาลงคะแนนหลังวันเลือกตั้ง ก็มีการโน้มน้าวผู้มีสิทธิลงคะแนน เพราะข้อเท็จจริงเจตนารมณ์ของการจัดเลือกตั้งต้องได้ ส.ส.เกิน 95% เพื่อจะสามารถเปิดสภาได้ภายใน 30 วัน แต่เมื่อไม่สามารถทำได้ตามที่กำหนด ก็ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อกกต.ยืนยันว่าการเลือกตั้งนี้เป็นโมฆะตามที่มีการโพสต์ในเฟซบุ๊ก ก็ยืนยันความเห็นต่อรัฐบาลว่าจะไม่จัดการเลือกตั้งต่อ แม้รัฐบาลจะแย้งว่าต้องจัด เพราะที่จัดมานั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงเกิดประเด็นว่าแล้วในการจัดเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่

"ผมมองว่าวันนี้ กกต.กำลังหลงทาง จึงขอเตือนว่าอย่าจัดการเลือกตั้งต่อไป เพราะสังคมกำลังแยกปลาออกจากน้ำ เอาคนทำผิด หากเห็นว่ารัฐบาลทำผิดแล้ว กกต.ยังไปร่วมด้วยอีก อาจจะมีคนไปฟ้องร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตั้งองค์คณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งปกติจะใช้เฉพาะกรณีการทำผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งหาก กกต.จัดเลือกตั้งต่อก็เข้าข่ายเป็นเครื่องมือในการทำผิดร่วมกับรัฐบาล" นายนิพิฏฐ์ กล่าว.
8.สาทิตย์ ซัดอำมหิต บึ้มราชประสงค์ ทำเด็กสาหัส 3ราย
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เวลา 18.00 น. ที่เวทีปทุมวัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า วันที่ 24 ก.พ. ต้องเดินหน้าขจัดระบอบทักษิณต่อไป นอกจากนี้การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หายหน้าหายตาไป 5 วัน แต่วันนี้กลับโผล่ไป จ.ระยอง ไปเคารพศพตำรวจที่เสียชีวิตจากการปะทะกันระหว่างการขอคืนพื้นที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และอยู่เพียง 10 นาที ก็หายตัวไป ถ้าเป็นแบบนี้ขอให้หายไปเลยจะดีกว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเคารพศพตำรวจก็สามารถทำได้ แต่ที่สงสัยคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยพูดถึงการเสียชีวิตของประชาชนเลย ซึ่งใจดำมาก ถือว่าเป็นรัฐบาลทรราชเต็มตัว ใช้อาวุธเข่นฆ่าประชาชน อย่างเหตุการณ์ที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีคนเจ็บทั้งสิ้น 40 คน เสียชีวิต 1 คนเป็นเด็กอายุ 5 ขวบ เป็นการกระทำที่เลวร้ายที่สุดในระบอบทักษิณ นอกจากนี้ยังมีแกนนำคนเสื้อแดงออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความดีใจที่มีผู้เสียชีวิตที่ จ.ตราด เป็นการแสดงความอำมหิตโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้หากมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นพวกเราก็มีสิทธิที่จะป้องกันตัวเองตามกฎหมายกำหนดไว้เช่นเดียวกัน

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการใช้ความรุนแรงในช่วงเย็นโดยขว้างระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ใกล้เวทีราชประสงค์ มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย และสาหัส 3 ราย โดย 3 รายนี้เป็นเด็กทั้งสิ้น ซึ่งหลังเกิดเหตุมีทหารเข้าไปดูในพื้นที่ชุมนุมแล้ว โดยเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกเวทีเราจะไม่ประมาท พวกเราดูแลผู้ชุมนุมอย่างเข้มงวดมีตรวจค้นกระเป๋า ตรวจการนำอาหารมาให้ผู้ชุมนุม ซึ่งจากวันนี้จะตรวจสอบอย่างเข้มงวดไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาทำร้ายเราได้เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม

"คนกลุ่มนี้ต้องการให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาด ให้เราถอยเพื่อจะได้ไม่มีการชุมนุม แต่สิ่งที่พวกเขาคิดจะไม่สำเร็จ เพราะเราก้าวข้ามความกลัวไปแล้ว เราจะยืนยัดต่อสู้ต่อไปด้วยความเข้มแข็ง ไม่มีสิ่งใดมาหยุดประชาชนให้ต่อต้านระบอบทักษิณได้อีกต่อไปเราจะต่อสู้โดยสงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ จนกว่าชนะ" นายสาทิตย์ กล่าว
ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมในช่วงเย็นที่เวทีปทุมวัน ยังคงเป็นด้วยความเรียบร้อย มีแกนนำสลับสับเปลี่ยนปราศรัยโจมตีรัฐบาลเป็นระยะ ๆ

ทางด้านเวทีสีลม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในช่วงเย็น ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กิจกรรมบนเวทียังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการแสดงดนตรีและการปราศรัย พร้อมกันนี้ทางแกนนำประจำเวทีได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมตื่นตัวและระมัดระวังตนเอง แต่อย่าตื่นตกใจ ภายหลังจากเกิดคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณเวทีราชประสงค์ ส่วนการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดมากขึ้น.
7.กปปส. ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาล
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เวลา 19.30 น. ที่เวทีปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแกนนำ กปปส. อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นำมวลชนยืนไว้อาลัยให้ด.ญ.ฬิฬาวัลย์ พรหมชัย ผู้เสียชีวิตในการชุมนุมเวทีกปปส.ที่ตลาดยิ่งเจริญ จ.ตราด เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศของการชุมนุมเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีประชาชนบางส่วนร่ำไห้กับการจากไปของด.ญ.ฬิฬาวัลย์ ในครั้งนี้ด้วย

จากนั้นนายสาทิตย์ ได้กล่าวแถลงการณ์หัวข้อ คำขาดต่อรัฐบาลทรราช หยุดเข่นฆ่าประชาชน ว่า จากเหตุการณ์ล่าสุดที่สมุนรัฐบาลทรราชน.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้ระเบิดขว้างใส่ประชาชนที่ห้างบิ๊กซี ราชดำริ เมื่อเย็นวันที่ 23 ก.พ. และการใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่ประชาชน ปาระเบิดที่เวทีชุมนุมกปปส. จ.ตราด เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก เป็นพฤติการณ์ก่อการร้ายที่อุจอาจ สะท้อนความอำมหิตไร้ปราณีของผู้ก่อเหตุ ด้วยความเหิมเกริมลำพองว่า มีผู้มีอำนาจรัฐที่อยู่เหนือกฎหมายคอยปกป้อง เป็นเรื่องสะเทือนใจประชาชนผู้ชุมนุมโดยสงบด้วยสองมือเปล่า ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยเฉพาะด.ญ.วัย 5 ขวบ ที่เสียชีวิตขณะวิ่งเล่นใกล้ร้านก๋วยเตี๋ยว

ในนามมวลมหาประชาชนกปปส.ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัว ญาติพี่น้องของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และขอประณามผู้ก่อเหตุซึ่งจะเป็นใครไม่ได้นอกจกสมุนบริวาร ทาสรับใช้ระบอบทักษิณความรุนแรงดังกล่าวที่จงใจก่อขึ้นต่อเนื่อง และกระชั้นถี่หลังศาลแพ่งมีคำสั่งห้าม 9 ข้อ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ให้ศรส.ใช้ความรุนแรง กับกลุ่มกปปส. กับปรากฏว่าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหลายครั้งรวมถึงการใช้อาวุธสงครามยิงร้านคาร์แคร์ใกล้ ศรส. ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ และเชื่อว่าจะมีเหตุรุนแรงตามมีอีกเรื่อยๆ เพราะรัฐบาลทรราชย์ยังคงบงการให้ท้ายสมุน สร้างสถานการณ์ให้สอดรับกับการพยายามใช้ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อปราบปรามประชาชนต่อไป ทั้งที่เราชุมนุมยึดแนวทางสันติ อหิงสา เหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้นตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนบาดเจ็บกว่า 700 คน เสียชีวิตแล้วกว่า 10 ราย แต่รัฐบาลทรราชย์ยังเพิกเฉย ไม่มีคำขอโทษ ไร้สำนึกความรับผิดชอบ แต่ปัดป้องโยนความผิดให้พ้นตัวว่าเป็นมือที่สาม ทั้งที่จงใจก่อความรุนแรง เพื่อหยุดยั้งทำลายขวัญมวลมหาประชาชนให้เกิดความหวาดกลัวต่ออำนาจรัฐที่ชั่วร้ายของตนและเหล่าสมุน หวังแค่จะครองอำนาจทุจริต ย่ำยีประเทศ และข่มเหงรังแกประชาชนคนไทยต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด

เราขอบอกว่าเหล่าทรราช ไม่สามารถหยุดยั้งมวลมหาประชาชนได้ เพราะมีเจตนาแน่วแน่ที่จะล้างระบอบทักษิณให้สิ้นจากแผ่นดินไทย พวกเรายังคงหนักแน่นมั่นคง เพื่อในที่สุดรัฐบาลทรราชจะต้องพ่ายแพ้ ด้วยน้ำมือของมวลมหาประชาชน เราจะเดินหน้าขจัดระบอบทักษิณ และรัฐบาลทรราชยิ่งลักษณ์ อย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคงต่อไป เพื่อให้อุดมการณ์ของวีรชนผู้พลีชีพทุกคนสัมฤทธิ์ผล ด้วยจิตคาราวะ กปปส. 23 ก.พ. 57

จากนั้น นายสุเทพ ได้นำมวลชนวางดอกไม้หน้าป้ายชื่อของผู้เสียชีวิต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า
6.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊กประณามเหตุรุนแรง
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เวลา 20.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เขียนข้อความในเว็บไซต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "Yingluck Shinawatra" ถึงเหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดและกราดยิงใส่เวทีของกลุ่ม กปปส. ที่ตลาดยิ่งเจริญ อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา และเหตุการณ์ยิงระเบิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ ที่อยู่ใกล้กับเวทีกลุ่มกปปส.ที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อเย็นวันที่ 23 ก.พ. ว่า ขอประณามการใช้ความรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งที่ จ.ตราดและสี่แยกราชประสงค์ เพราะทำให้มีเด็กเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและสะเทือนใจมาก ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่บาดเจ็บและต่อญาติมิตรของผู้ที่เสียชีวิต และการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการก่อการร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงชีวิตคน ดังนั้น รัฐบาลจะไม่ยินยอม และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการหาผู้กระทำผิดโดยเร็วและไม่มีข้อยกเว้น

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ขอวิงวอนต่อทุกฝ่ายว่าในทางการเมืองเราอาจเห็นต่างได้ และการแสดงออกเพื่อให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยนั้นทำได้หลายวิธี แต่การใช้ความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตไม่ใช่วิถีของอารยชน อีกทั้งไม่ใช่วิถีของคนไทยที่มีความเอื้ออาทรและเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมชาติ มากกว่าการคิดเข่นฆ่าประหัตประหารกัน ขอให้ทุกฝ่ายหันมาใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งตามครรลองของประชาธิปไตย จะเป็นการดีที่สุด
5.นปช.ลั่นกลองรบ สร้างนักรบไซเบอร์ ลุยซัตดาวน์องกรค์อิสระ
เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) ได้รวมตัวจัดเวทีที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ใน สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ใช้ชื่อการจัดงานว่า “นปช.ลั่นกลองรบ"วางยุทธศาสตร์รับมือฝ่ายตรงข้าม โดยเมื่อทาง นปช.ประชุมเสร็จ เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 23 ก.พ.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช. พาณิชย์ ได้เป็นตัวแทนแถลงแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.เป็นสองส่วนว่า ในส่วนแรก เป็นข้อเสนอต่อรัฐบาล อาทิ ไม่ให้รัฐบาลลาออกอย่างเด็ดขาด ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาข้าว และให้ทำการอารยะขัดขืนโดยไม่ต้องไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ ป.ป.ช.แจ้งมา เพราะนายกรัฐมนตรีถูกปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน เรียกร้องให้ตำรวจติดอาวุธเพื่อใช้ปราบปรามกองกำลังติดอาวุธ ไม่ใช่ปราบปรามประชาชน และหากสถานการณ์ร้ายแรงบานปลาย ให้จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเพื่อต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย
ส่วนอีกส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวของ นปช. คือ 1.หากมีการนัดหมายให้เข้ามาชุมนุมใหญ่ที่กทม. ให้นปช.เคลื่อนได้อย่างเสรีเหมือนที่ กปปส.ทำ เพราะแนวทางนี้ได้รับการคุ้มครองจากคำพิพากษาของศาลแพ่ง อยากล้อมบ้านใครก็ล้อม อยากปิดหน่วยงานไหนก็ปิด อยากประกาศกองกำลังไล่ล่าใครก็ล่า อยากปิดถนนก็ทำ 2.ให้เตรียมระดมพลคัดสรรชายฉกรรจ์เอาไว้ และติดต่อผู้เชี่ยวชาญให้มาช่วยอบรมเพื่อเตรียมทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 3 ให้ประสานงานกับกลุ่มนักวิชาการที่เคลื่อนไหวเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย 4 ให้จัดเวทีชุมนุมรอบปริมณฑล เพื่อไม่ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ 5 ให้ออกให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อจะได้เข้าไปเป็นนักรบไซเบอร์

6 ประกาศชัตดาวน์องค์กรอิสระทุกองค์กร 7 จัดตั้งองค์กรเงา เช่น กรรมการสิทธิมนุษยชนเงา ศาลรัฐธรรมนูญเงา ที่ประชุมอธิการบดีเงา 8 แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมประชาชนและต่อต้านเผด็จการ เตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ประกาศต่อต้านดาราเผด็จการ 9 รณรงค์ต่อต้านรัฐประหารเต็มรูปแบบ 10 ถ้ามีนัดชุมนุมใหญ่ในกทม. ต้องมีกำลังนปช. ในพื้นที่อยู่เฝ้าระวังค่ายทหาร 11 ถ้าสถานการณ์เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ให้เตรียมช่องทางล่าถอยและแหล่งหลบภัย
4.สาธิต ตั้งขบวนเดินเท้าต้านเนรเทศ
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่เวที กปปส.ปทุมวัน น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก แนวร่วม กปปส. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย มีมติเนรเทศนายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย และแกนนำ กปปส. ออกนอกประเทศตามที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. ชงเรื่องว่า ทราบว่าขณะนี้รอเพียงแค่ ร.ต.อ.เฉลิม หรือนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส. ลงนามก็จะมีผลทันที ดังนั้นวันที่24 ก.พ. นายสาธิต จะไปยื่นถวายฎีกาที่สำนักพระราชวัง จากนั้นจะจัดขบวนเดินเท้าจากกรุงเทพ เพื่อไปยื่นฎีกาถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าจะใช้การเดินเท้าวันละ 30 กม. และใช้เวลา 5-7 วันก็จะถึง จึงขอให้มวลชนที่ต้องการเดินทางสมทบร่วม เตรียมตัวเพื่อร่วมขบวนเดินเท้า พร้อมนำสัมภาระเครื่องใช้ส่วนตัว หมอน ที่นอนติดตัวไปด้วย ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนล
3. เทือก กร้าวเดินหน้าไลล่าปู – ตัดท่อน้ำเลี้ยง
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เวลา 20.10 น. ที่เวทีปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ในนามมวลมหาประชาชนขอแสดงความเสียใจสุดซึ้งและขออาลัยด.ญ.ฬิฬาวัลย์ พรหมชัย ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ระเบิดและยิงเวทีกปปส. จังหวัดตราด อย่างไรก็ตามตลอดการชุมนุมเกิดหลายเหตุการณ์รุนแรงทำให้มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ตนเห็นว่าทั้งหมดคงเป็นเรื่องจนตรอก รัฐบาลไม่สามารถใช้วิธีปราบปรามของเจ้าหน้าที่ได้ จึงได้ใช้คนร้ายออกมาก่อการเข่นฆ่าประชาชนแทน ในขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังโศกเศร้า ไม่นึกว่าคนที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะกระทำการโหดเหี้ยมอำมหิต และพวกเขากลับแสดงดีใจที่ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย โดยเห็นชัดจากการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏออกมาชัดเจนว่า มีคนดีใจ ที่ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย

นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ต้องการให้ประชาชนเคียดแค้นแล้วจับอาวุธสู้กับเขา อยากกราบเรียนว่าเหตุการณ์ที่จังหวัดตราดและเหตุการณ์ระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เวทีราชประสงค์เป็นการกระทำของสมุนระบอบทักษิณ ภายใต้การบงการของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ผู้ชุมนุมกปปส.เสียขวัญและกำลังใจจนเลิกชุมนุม ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ชุมนุมกปปส.บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขอให้ผู้ชุมนุมมีสติตั้งมั่น และยึดมั่นในแนวทางการต่อสู้ ไม่ใช้อาวุธ โต้ตอบความรุนแรง การต่อสู้แบบนี้เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว

“สิ่งที่คนพวกนี้ได้กระทำต่อประชาชนด้วยอาวุธสงครามด้วยความรุนแรง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะลำพองในอำนาจรัฐ เขาพยามยามก่อเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เพื่อยั่วยุให้เคียดแค้นจนเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้แบบสันติเป็นแบบใช้อาวุธ เราต้องกลืนเลือดกลืนน้ำตา อดทนอดกลั้น ให้คำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลัก แล้วค่อยดำเนินการทางกฎหมายกับคนเหล่านี้ต่อไป” นายสุเทพ กล่าวและว่า ภายในเจ็ดวันนี้ จากเหตุการณ์ปะทะกันที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ทางกปปส.จะยื่นฟ้องคดีอาญากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.), พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร., นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และจะให้ทนายความยื่นฟ้องคดีให้แก่ผู้บาดเจ็บทั้ง 60 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าวในข้อหาพยายามฆ่า

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือดูแลผู้เสียชีวิตทุกรายทุกที่ กปปส.จะช่วยเหลือครองครัวรายละ 1 ล้านบาท บุตรของผู้เสียชีวิตที่เหตุการณ์สะพานผ่านฟ้าทุกราย เราจะตั้งกองทุนศึกษาของเด็กเหล่านั้น คนละ 2 ล้านบาท เราจะดูแลเด็กกำพร้าเหล่านั้นแทนพ่อของเขาที่เสียชีวิตไป เราไม่สามารถคาดหวังที่จะให้ใครช่วยเหลือได้ หรือผู้หญิงใจทรามอย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะคำสั่งฆ่าประชาชนและเด็กนั้น โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ไม่น่าเชื่อว่าคนหน้าตาแบบนี้จะทำกับประชาชนได้ โดยไม่รู้สึกอะไรเลย

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นไป เราจะรณรงค์เรียกร้องประชาชนให้รวมกันปฏิบัติการณ์ตัดท่อน้ำเลี้ยงของตระกูลชินวัตร เพื่อไม่ให้ใช้เป็นทุนสามานย์ทำร้ายประเทศไทย เราจะประกาศให้โลกรู้ว่าธุรกิจและความร่ำรวยของตระกูลชินวัตร เป็นที่มาของความวิบัติบ้านเมือง ใช้อำนาจเงินในการซื้ออำนาจทางการเมือง และให้คนร่วมมือทุจริตทางการเมือง จากนั้นนำอำนาจมาฉ้อโกงประเทศ หรือที่นักวิชาการเรียกว่า “ระบอบทุนสามานย์”

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า แม้บริษัทเอไอเอสปฏิเสธว่าตระกูลชินวัตรไม่ได้อยู่ในบริษัทนี้แล้ว แต่ประชาชนสงสัยว่าบริษัทนอมินีที่ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้น มีตระกูลชินวัตรอยู่เท่าไหร่ นี่คือเหตุผลที่มวลมหาประชาชนลุกขึ้นโจมตี ประชาชนอย่าเราไม่สามารถสืบสวนรายละเอียดได้ว่าแท้จริงบริษัทนอมินีมีคนตระกูลชินถือหุ้นอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์และ พ.ต.ท.ทักษิณยอมให้ตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องยกระดับถึงขนาดนี้ แต่นี่เขาต้องการกดหัวคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในหัวใจของคนไทยนับแต่วันนี้จะจองเวรจองกรรมธุรกิจชินวัตร เพราะเราไม่มีทางเลือกอื่น เป็นไงเป็นกัน จำเป็นต้องล้มธุรกิจตระกูลชินวัตร

นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรุ่งนี้ขอบริจาครถยนต์ ใครก็ตามที่ต้องการร่วมขบวนสามารถนำรถยนตร์มาที่ทุกเวทีก่อนเวลา 08.00 น. เพื่อนำมวลมหาประชาชนออกไปปฏิบัติการตามล่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิบัติการตัดท่อน้ำเลี้ยง และปิดสถานที่ราชการ ตลอดสัปดาห์นี้ และจนกว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะออกไป
2.สุดสลดหนูน้อย6 ขวบตายเพิ่มเป็นศพที่ 3 สังเวยบึ้มหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานอาการของผู้บาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 ใส่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ ใกล้เวที กปปส.ราชประสงค์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย และเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน คือหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี เสียชีวิตที่ รพ.พญาไท 1 และเด็กชายอายุ 5 ขวบอีก 1 คน คือ ด.ช.กรวิทย์ ยศอุบล หรือน้องเคน เสียชีวิตที่ รพ.รามาธิบดี ล่าสุด ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล หรือน้องเค้ก อายุ 6 ขวบ พี่สาวของน้องเคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์เดียวกัน และเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี ได้เสียชีวิตลงแล้วเป็นรายที่ 3 เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของผู้เป็นพ่อแม่ เนื่องจากต้องเสียลูกทั้งสองคนไปในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน.
1.รามาแถลงผลสรุปเหยื่อระเบิดราชประสงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกแถลงการณ์ กรณีที่มีเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 23 ก.พ.57 นั้น ได้มีผู้บาดเจ็บมารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจำนวน 10 ราย ได้แก่

1.ด.ช.กรวิทย์ ยศอุบล อายุ 4 ปี เสียชีวิตที่ห้องฉุกเฉิน จากเนื้อสมองฉีกขาดและตกเลือดในช่องท้อง เมื่อ18.28 น. ในวันที่ เกิดเหตุ ขณะนี้รอการชันสูตรศพ

2.ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล อายุ 6 ปี เสียชีวิตจากสมองช้ำและตับแตก ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดและเสียชีวิตในช่วงของวันที่ 24 ก.พ.เมื่อเวลา 06.25 น.

3. ด.ช.ไม่ทราบชื่อ อายุ 9 ปี มีอาการหมดสติจากสมองบวมและปอดช้ำจากแรงอัดของระเบิดได้รับการดูและในห้องไอซียู และขณะนี้อาการสมองดีขึ้นเล็กน้อย

4.ชาย 4 คน รับไว้ในโรงพยาบาล มี 1 ราย บาดเจ็บจากตกเลือดในช่องปอด

5. หญิง 3 คน รับไว้ในโรงพยาบาล ทั้ง 3 ราย มี 1 รายกระดูกขาแตก อีก 2 ราย บาดเจ็บฉกรรจ์ที่แขนขา

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันนี้ ( 24กพ.) เวลา11.00 น. เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสภาวิชาชีพคณะบดีคณะแพทย์ 9 คณะคณะบดีคณะเภสัช 5 คณะ ร่วมแถลงข่าวประณามความรุนแรง ห้องโถงตึกอำนวยการชั้น 1 รพ.ศิริราช

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น