10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557

update :21/2/2014 10:56
views : 1174
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/
ในช่วงรอบวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีเหตุการณ์ไหนที่น่าสนใจ ทีมงาน toptenthailand ได้ทำการรวบรวมข่าวที่น่าสนใจนำมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 หากไม่อยากตกข่าวห้ามพลาดเด็ดขาด
10.กปปส.ประกาศชัย-ทิ้งขยะหน้าตึก ทำหุ้นชินร่วง 15จุด
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก แกนนำ กปปส. และแกนนำรายอื่น ได้นำมวลชนจากเวทีลุมพินีและเวทีปทุมวันมาชุมนุมบริเวณหน้าตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ทำการของบริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน ) หลังมีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาอยู่ที่ชั้น 28 ของตึกดังกล่าว ซึ่ง กปปส.ได้ชุมนุมอยู่จนกระทั่งเวลาเกือบ 15.00 น. ก็เคลื่อนขบวนกลับ ซึ่งเป็นการกลับภายหลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศยกระดับตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มบริษัทในเครือของตระกูลชินวัตร

นางอัญชะลีกล่าวว่าหลังจากที่นำมวลชนเข้าปิดล้อมอาคารชินวัตร 3 ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงทางธุรกิจตระกูลชินวัตร ทำให้หุ้นในเครือชินฯตกลง 15จุด และปิดทำการซื้อขายไปแล้ว จึงถือว่าประสบผลสำเร็จ และจากนี้จะนำมวลชนเคลื่อนขบวนรถยนต์กลับยังเวทีปทุมวันและลุมพินีเพื่อเตรียมดำเนินการใหม่ในครั้งต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้แยกย้ายขึ้นรถยนต์เพื่อกลับเวที ขณะเดียวกันยังมีมวลชนบางส่วนได้นำถุงขยะจำนวนมากมาทิ้งไว้หน้าประตูโดยให้เหตุผลว่าคนสกปรก ควรอยู่กับสิ่งสกปรก ส่วนการจราจรถนนวิภาวดีขาเข้าเส้นคู่ขนาน รถยนต์ยังไม่สามารถวิ่งได้เนื่องจากมวลชนจอดรถปิดถนน
9.ปภ.สั่งจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือคุมเข้มไม่ให้มีการเผาเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่าจากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศของ 9จังหวัดภาคเหนือกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.57 พบว่า ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 9 - 98 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ผ่านมาโดยพื้นที่ที่ตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้สูงสุดได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง จังหวัดลำปาง มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM1098 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 86) รองลงมา ได้แก่ สถานีอุตุนิยมวิทยาแพร่ จังหวัดแพร่ มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( ค่า PM10 78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)ดัชนีคุณภาพอากาศ (ค่า AQI อยู่ที่ 74)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือคุมเข้มมิให้มีการเผาอย่างเด็ดขาดเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ในอากาศไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นซึ่งจะช่วยควบคุมสถานการณ์มิให้รุนแรงจนถึงขั้นวิกฤตรวมถึงบูรณาการทุกภาคส่วนสนธิกำลังในการระดมวัสดุอุปกรณ์ควบคุมไฟป่าและหมอกควันสำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานานเพราะจะสูดดมฝุ่นละอองจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวรวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกายหลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มปริมาณหมอกควันในอากาศ เช่นเผาขยะ จุดธูปเทียนสูบบุหรี่เป็นต้น
8.คุณหญิงหมอซัด ‘เหลิม’ ป้ายสีม๊อบปาบึ้มใส่ตำรวจ
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.เวลา 19.15น.ที่เวทีชุมนุม กปปส.สีลม พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาขึ้นปราศรัยโดยกล่าวจินหนึ่งว่า รัฐบาลประกาศสลายชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาล แต่กลับไปสลายอยู่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศในวันทีี 18ก.พ.57 แม้เกิดเหตุเวลาผ่านไป 2 วัน กลับไม่มีหน่วยงานพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานในฐานะ ผอ.ศรส.กลับสรุปสาเหตุว่าผู้ชุมนุมเป็นคนขว้างระเบิดใส่ตำรวจ ถือว่าสรุปแบบไม่มีหลักการ และไม่มีหลักฐาน รวมถึงขณะนี้ตำรวจกลับไม่มีข้อมูลตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตที่ชัดเจนเลย ดังนั้นตนเอง และนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองสิทธิทางการเมือง ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในวันที่ 20 ก.พ.เบื้องต้นพบว่าจุดที่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ถูกทำร้ายบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีทั้งถูกยิงจากมุมสูง และแนวระนาบ และบาดเจ็บด้วยระเบิด ส่วนระเบิดคาดว่าเป็นระเบิดอานุภาพไม่รุนแรงแบบสังหาร แต่ต้องเก็บชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดติดบาดแผลผู้ได้รับบาดเจ็บมาตรวจอีกครั้ง

"วันนี้ข้าราชการ ไม่กล้าออกมาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการของตัวเอง เพราะกลัวหลุดจากตำแหน่ง รัฐบาลไทยไม่เข้าใจหลักประชาธิปไตย สร้างให้เกิดความไม่เสมอภาค นำเงินมาใช้เป็นประชานิยม และวันนี้ข้าราชการไทยถูกทำลายลงด้วยระบอบทักษิณแล้ว"พญ.คุณหญิง พรทิพย์ กล่าว
7.ศุลกากรรุดตรวจกระสอบข้าวหวั่นใช้ใส่ข้าวนอกมาสวมสิทธ์
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่มีข่าวมีผู้พบกระสอบข้าวมีเครื่องหมายองค์การคลังสินค้า ( อคส.) และองค์การตลาดเพื่อการเกษตร ( อตก.) ตกอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมย ท่าข้ามไปฝั่งเมียนมาร์ ซึ่งอาจเป็นกระสอบนำไปบรรจุข้าวเมียนมาร์เพื่อนำมาสวมสิทธิ์การจำนำข้าวไทย ทำให้เมื่อเวลา18.30 น นายพงษ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลกากรแม่สอด พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งได้เข้าตรวจสอบโกดังคลังสินค้าที่4 ท่าเรือที่ 1 บ้านห้วยม่วง ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด เพื่อทำการตรวจสอบกระสอบข้าวสารจำนวนมากที่เก็บอยู่ในคลังสินค้า ซึ่งมีนับหมื่นกระสอบ เบื้องต้นพบว่า เป็นกระสอบบรรจุข้าวสารที่ใช้แล้วขนาดบรรจุ 100 กิโลกรัม

นายพงษเทพ กล่าวว่า กระสอบเก่าใช้แล้วจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าส่งออก ที่พ่อค้าได้ทำใบสำแดงสินค้ากับทางด่านศุลกากรแม่สอดซึ่งตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้ทำใบส่งออกกระสอบเก่าที่ใช้แล้วกว่า10 ราย การที่มีการกล่าวอ้างว่าอาจจะนำไปบรรจุข้าวสารเพื่อนำเข้ามาสวมสิทธิย่อมเป็นไปไม่ได้น่าจะเข้าใจผิด รวมทั้งหากมีการจะนำไปสวมสิทธิจริงโกดังแห่งนี้จะต้องเป็นโกดังปิด แต่ปรากฏว่าโกดังนี้เปิดโล่งและกองกระสอบอย่างเปิดเผย ส่วนกระสอบที่พ่อค้าเมียนม่าร์สั่งนำเข้าสันนิษฐานคงนำไปใส่สินค้าเกษตร อาทิ ถั่วเขียว หมาก หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ รวมทั้งกระสอบข้าวที่พ่อค้าเคยนำเข้ามาเสียภาษีศุลกากรนั้นจะเป็นกระสอบพลาสติกขาวขนาดบรรจุ50 กิโลกรัม เพราะง่ายต่อการขนส่งในประเทศพม่า เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก
6.เทือกขึ้นเวที ประกาศเดินหน้าไล่ล่า ยิ่งลักษณ์ไม่เลิก
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.เวลา 20.00 น.ที่เวที กปปส.ราชประสงค์ นายสุเทพเทือกสุบรรณ เลขาฯ กกปส. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโดยได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวชาวนาที่ฆ่าตัวตายจำนวน2.1 แสนบาท จากนั้นนายสุเทพ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า พี่น้องเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรงไหนให้แจ้งมายังบลูสกายทันที เจอตรงไหนไล่ตรงนั้นให้มันเหมือนหมาหอบแดด แล้วอุ้มส่งโรงพยาบาล ไล่ออกไปให้พ้นจากการมีอำนาจในการปกครองประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกช้าเท่าไรยิ่งเดือดร้อนกับประเทศ น.ส. ยิ่งลักษณ์ออกวันนี้ พรุ่งนี้ตั้งรัฐบาลของประชาชน อีก 3 วันชาวนาก็ได้ทันเงินทันที วันที่ 21 ก.พ.นี้ ขอให้นายกฯ ออกมาแถลงข่าวใหม่ เราจะได้รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน ไม่ถึง 20 นาทีเราจะไปถึงอย่ามุดดินนานเกินไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอให้มวลชนเตรียมนกหวีดให้พร้อมและไปทันที เพราะตอนนี้เราใช้ถนนได้ทุกสายในประเทศไทยนี้ ใครก็สกัดเราไม่ได้
“วันที่ 21 ก.พ. นี้ เราจะติดตามไล่ล่า น.ส. ยิ่งลักษณ์กันต่อไป ไปบริษัทของตระกูลชินฯ กันต่อ แต่ยังไม่บอกว่าไปที่ไหนกินข้าวปลาอาหารเสร็จแล้ว ให้รอผู้บริหารเวทีบอกว่าจะไปที่ไหน บอกก่อนไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน ”นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เรามวลมหาประชาชนเกี่ยวข้องกับธนาคารออมสินเพียงครั้งเดียวคือครั้งที่ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.นำมวลชนไปที่ธนาคารออมสิน เพื่อจอไม่ให้นำเงินของเด็กไปใช้อย่างเสียหาย เมื่อเกิดปัญหาคนฝากเงินเขาก็ไม่ชอบใจเขาก็ไปถอนเงิน แต่กลับโยนความผิดมาที่พวกเรา ทั้งนี้ต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารออมสิน ที่ทำให้ธนาคารออมสินเสียหายต้องถูกดำเนินคดีอาญาติดคุกทุกคน บอกไว้เลยอย่ามากล่าวหาว่าพวกมวลมหาประชาชนไปทำเรื่องให้ออมสินเสียหายหรือเจ๊ง เราไม่เคยพูดจาบนเวทีนี้ว่าให้คนไปถอนเงิน เขาไปถอนกันเองเพราะเขาไม่พอใจการกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และผู้บริหารธนาคารออมสิน

เราเห็นใจพนักงานที่แต่งดำประท้วงแต่ผู้บริหารอวดดี ประชาชนจึงเข้าไปสั่งสอน และมี ส.ส.เพื่อไทยระบุว่าจะนำเงินไปฝาก วันนี้ปรากฏว่าจำนวนเงินที่นำไปฝากเพิ่มน้อยกว่าจำนวนที่ถอนคือ7 หมื่นล้านบาท แน่จริงให้ท้าประชาชนอีก รอ 3 วันแล้วดูว่าธนาคารออมสินที่ตั้งมากว่า100 ปีจะล้มหรือไม่ พวกเขากำแหงเหลือเกิน โกงชาวนา เบี้ยวชาวนามาครึ่งปีแทนที่จะแสดงความรับผิดชอบแต่โยนความผิดว่าเพราะพวกเรามาชุมนุมจึงจ่ายเงินชาวนาไม่ได้

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า มีคนร่วมมือกับพวกเรามาก โดยมีชมรมส่งเสริมและพัฒนาชีวิตคนตาบอด วันนี้เขาให้สมาชิกของสมาคมซึ่งเป็นคนตาบอดให้โทรศัพท์ไปที่บริษัทเอไอเอสทั้งวัน เพื่อโทรไปถามว่ามีโปรโมชั่นอะไรบ้างและพรุ่งนี้จะโทรใหม่อีกพี่น้องประชาชนให้ใช้วิธีเดียวกับคนตาบอดก็ได้ ให้ทุกบ้านโทรไปทุกบริษัทของตระกูลชินวัตร เพื่อไม่ให้คนอื่นโทรไปใช้บริการได้ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยให้บทเรียนบริษัทเอไอเอสเหมือนธนาคารออมสิน โดยเอาซิมการ์ดไปคืน และใช้บริการยี่ห้ออื่นตามความสมัครใจ ใครมีหุ้นบริษัทในเครือชินวัตรก็ให้รีบขาย คนจนอย่างเราจะได้ยึดครองบริษัทในเครือชินวัตรและช่วยกันสืบหาบริษัทในเครือตระกูลชินและโค่นให้เป็นระบบ พี่น้องอย่าใจอ่อน เราไปบริษัทในตระกูลชินทุกวันๆ 3 เดือน ไม่มีคนอื่นไปหุ้นก็ตก ตนก็จะชวนพี่น้องไปช้อนซื้อหุ้นเพื่อให้บริษัทเป็นของพวกเรา

นายสุเทพ กล่าวว่า คนที่คิดว่าระบอบทักษิณจะอยู่ได้ต่อไปและออกมาพูดจาแสดงความเห็นนั้น คุณตั้งใจประกาศตัวเป็นศัตรูกับมวลมหาประชาชนหรืออย่างไร ตนเตือนไปที่พรรคชาติไทยพัฒนา คือ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองเอาใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าม็อบชาวนาจะมาร่วมกับ กปปส.และสร้างความวุ่นวาย

“ นายสมศักดิ์ผมรู้ว่าเข้าข้างคนชนะ ตอนพวกผมมีอำนาจคุณก็มาซบพวกผม ตอนทักษิณมีอำนาจคุณก็ไปซบตีน พ.ต.ท.ทักษิณ บังอาจมาดูถูก กปปส. ผมไม่เว้นคุณจะดูว่านายสมศักดิ์จะเป็น ส.ส.อ่างทองได้อีกหรือไม่ ผมจะบอกคนอ่างทองว่านายสมศักดิ์อยากเป็นรัฐบาลออกมากล่าวหาชาวนา แต่ กปปส.ไม่เคยคิดใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือ เราชุมนุมมาก่อน มารู้ปัญหาทีหลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อยู่กับพวกคุณแต่ก็ยังออกมาพูด อย่ามาแหยมอีก เจ้าพ่อเจ้าแม่จังหวัดไหนก็แล้วแต่ อย่ามาหยาม มวลมหาประชาชนไม่ได้คิดเป็นขี้ข้าใคร”นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่าเรื่องของชาวนาเราคงทำได้แค่นี้ มีคนเสนอให้ตั้งกองทุนจำนวน 2 หมื่นล้านขึ้นมาช่วยชาวนา ก็เป็นเรื่องที่ตนคิด แต่ขอไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเสียก่อน เอาเป็นว่าเรามอบเงิน 25 ล้านให้สภาทนายความไปช่วยทำคดีให้ชาวนา และช่วยเหลือครอบครัวชาวนาโดยในระยะนี้เราคงดูแลชาวนาในแง่นี้ แต่เรื่องที่ชาวนายกขบวนมา กทม. นั้น จะไปปักหลักชุมนุมที่ไหนให้เป็นเรื่องของชาวนา แต่ถ้าจะมาเวทีเราก็ยินดีต้อนรับมีที่พัก มีอาหาร แต่ต้องเคลื่อนไหวตามแนวทางของเราคือสันติปราศจากอาวุธ ตนและมวลมหาประชาชนจะไม่เข้าไปแทรกแซงการเรียกร้องของชาวนา เพราะกลัวคนอย่างนานสมศักดิ์จะมากล่าวหาว่าใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือ ถ้าพวกเรามวลมหาประชาชนไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกได้เร็วที่สุดเมื่อไร ชาวนาก็จะได้เงินเร็วเท่านั้น

นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม ซึ่งเขามีครอบครัวและบุตรต้องดูแลให้การศึกษาดังนั้นจะฝากเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้บุตรของผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คนๆ ละ 2ล้านบาทรวมเป็น 12 ล้านบาท เพราะถือเป็นญาติพี่น้องร่วมอุดมการณ์จะไม่ทอดทิ้งกัน โดยจะมีการเปิดบัญชีขึ้นมาใหม่เพื่อให้พี่น้องได้ร่วมช่วยเหลือกันด้วย
5.ระทึก! เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิด คาดปองร้าย ศรส.
เมื่อวันที่ 20 ก.พ.เวลา 22.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดไม่ทราบขนาด วัตถุระเบิดตกมาตรงปั๊มน้ำมันบางจากริมถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้บ้านพักหรูของนักการเมืองดังคนหนึ่งและสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ห่างจากสโมสรตำรวจวิภาวดี ซึ่งใช้เป็นกองบัญชาการ ศรส.ประมาณ 150 เมตร โดยระเบิดทะลุหลังคาสถานรับบริการล้างรถในปั๊มน้ำมัน ก่อนตกลงพื้นแรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์เสียหายไป 1 คัน คือรถฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กธ-7472 นนทบุรี กระจกหน้าแตก และอาคารเสียหายบางส่วน เบื้องต้น สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นระเบิด เอ็ม 79 ซึ่งคนร้ายน่าจะยิงมาเพื่อสร้างสถานการณ์

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จึงเดินตระเวนดูภายในปั้มจนพบหลังคาจุดล้างรถได้รับความเสียหายดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะยิงลงมาจากทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ โดยเป้าหมายน่าจะเป็น ศรส.แต่พลาดเป้า.
4.ม๊อบชาวนาปักหลักค้างคืนรอฟังท่าทีรัฐบาล 21 ก.พ.
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานการเดินทางของกลุ่มเกษตรกรทำนาจาก จ.อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และจังหวัดข้างเคียงกว่า 5 พันคน ที่เดินทางมาเพื่อทวงถามเงินจำนำข้าวจากรัฐบาล นำโดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในช่วงค่ำ กลุ่มชาวนาได้นำรถอีแต๋นและรถในขบวนไปจอดไว้ริมถนนสายเอเชีย เส้นทางมุ่งหน้า กทม. บริเวณด่านไม่เก็บเงินบางปะอิน ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่เคลื่อนขบวนมาในช่วงกลางวัน โดยรถได้จอดในช่องทางคู่ขนาน และเปิดให้การจราจรวิ่งได้ในช่องทางด้านซ้าย 1 ช่องทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางสายเอเชียในการเข้า กทม. โดยให้ใช้เส้นทางโรจนะตัดเข้าถนนพหลโยธินมุ่งหน้าเข้า กทม.ได้

ในช่วงหยุดพัก กลุ่มผู้ชุมนุมได้แยกย้ายกันประกอบอาหารและทำภาระกิจส่วนตัว โดยแกนนำคือนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ยังคงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม มีการประชุมย่อย โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่นายชาดา กล่าวเพียงว่าวันนี้จะปักหลักค้างคืนบริเวณดังกล่าว จนถึง 12 .00 น.ของวันที่ 21 ก.พ. เพื่อรอฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลว่าจะมีหนทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาอย่างไร และหากไม่มีการชี้แจงหรือความคืบหน้าก็จะเดินทางต่อเข้า กทม.ทันที ในส่วนของเกษตรกรชาวนาที่ร่วมชุมนุมขณะนี้มีประมาณ 5 พันกว่าคน

พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกาญจน์ ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ได้นำกำลังตำรวจกว่า 30 นายมาดูแลความสงบเรียบร้อย และป้อนกันอุบัติเหตุบนถนน โดยยังไม่มีการปราศรัยหรือโจมตีรัฐบาล ซึ่งหลังจากประชุมแล้วนายชาดา บอกว่าอาจจะมีการชี้แจงกับผู้ร่วมขบวนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปอีกครั้งในช่วงเช้า
3.กกต.งัดรัฐบาล! ไม่ยอมจัดเลือกตั้ง 28 เขต
วานนี้ (20ก.พ.) ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งหนังสือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีที่รัฐบาลตอบจดหมาย กกต.โดยอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ไม่เห็นด้วยกับการนำความกราบบังคมทูลพระราชกฤษฎีกา ( พ.ร.ฎ.) ให้ กกต.ออกประกาศรับสมัคร ส.ส.เพิ่มเติมใน28 เขตเลือกตั้ง และจัดวันลงคะแนนใหม่ ว่า เตรียมทำหนังสือสอบถามกลับไปยังรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากมี กกต.บางคน ตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อหาสาระที่รัฐบาลตอบกลับมานั้น ยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่ได้บอกจุดยืนของรัฐบาลว่าคิดอย่างไร ดังนั้น กกต.จะทำหนังสือไปยังรัฐบาลให้ตอบมาให้ชัดเจน ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ประธาน กกต. อย่างไรก็ตาม กกต.จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

นายสมชัย กล่าวต่อว่า คงไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตได้ภายในเดือน มี.ค. นี้ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังไม่ลงตัว ยังมีความขัดแย้งอยู่ ดังนั้นถ้าเลยวันที่ 4 มี.ค.ซึ่งจะเริ่มเปิดรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ไปแล้ว จะไม่จัดการเลือกตั้ง ส.ส. ในช่วงดังกล่าว เพราะ กกต.ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งซ้อนกัน เนื่องจากประเมินว่าหากเกิดการคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. จะกระทบกับการเลือกตั้ง ส.ว. ทำให้การเลือกตั้งเสียไป ดังนั้นการเลือกตั้งใน 28 เขตน่าจะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย. สำหรับ

ข้อเรียกร้องให้การจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ภายหลังจากวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. เพื่อให้เปิดประชุมรัฐสภาได้ตามรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชัย กล่าวว่า กกต.คงทำไม่ได้ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบ ถ้าจัดการเลือกตั้งจะทำให้เหตุการณ์รุนแรง แต่เมื่อไหร่บ้านเมืองสงบจะจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ถ้าอยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว ฝ่ายการเมือง และผู้ชุมนุมต้องคุยกัน หากจัดเลือกตั้งในขณะนี้ นอกจากจะดำเนินการไม่สำเร็จแล้วยังจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่.

รายงานข่าวจาก กกต.แจ้งว่า สาเหตุที่ กกต.ต้องส่งหนังสือกลับไปยังรัฐบาลอีกครั้งเนื่องจาก กกต.เห็นว่าหนังสือที่รัฐบาลส่งกลับมายัง กกต.นั้นไม่ได้ระบุว่า รัฐบาลหรือนายกฯในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการและรักษาการตาม พ.ร.ฎ.ให้มีการยุบสภาและมีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. นายกฯมีความเห็นที่แตกต่างจาก กกต.อย่างไร แต่เนื้อหาหนังสือเป็นเพียงการอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่ได้บอกว่านายกฯ เห็นด้วยกับคณะกรรม การกฤษฎีกา จึงเกรงว่าหากนำหนังสือดังกล่าวยื่นประกอบคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมองว่ายังไม่เป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. ด้านสืบสวนสอบสวน พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและร่วมประชุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.จังหวัดสมุทรสงคราม หลังจากที่ กกต.กลางมีมติให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 2 มี.ค. 57 ใน 5 จังหวัดที่ตกค้าง ประกอบด้วยจังหวัดเพชรบุรี ระยอง เพชรบูรณ์ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม โดยมี น.ส.ปิยนาฏ กลางพนม ผอ.กกต.จ.สมุทร สงครามและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง โดย น.ส.ปิยนาฏ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ส.ส. ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ส่วนกรณีมีผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง เท่าที่ประเมินได้เบาบางลงแล้ว และทาง กกต.จังหวัดได้เตรียมขอกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ซึ่งจังหวัดมีกำลังอาสาสมัคร (อส.) และยังมีตำรวจ นอกจากนี้ยังได้ประสานขอกำลังทหารจากจังหวัดทหารบกราชบุรีมาร่วมดูแลการลงคะแนนล่วงหน้าในวันดังกล่าวอีกด้วย
2.ผบ.ทบ.จี้สอบกองกำลังไม่ทราบฝ่ายโผล่เหตุปะทะผ่านฟ้า
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ. ได้เดินทางไปร่วมพิธีปิดการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ 2014 ที่ จ.จันทบุรี โดยมอบหมายให้ พ.อ.หม่อมหลวงกุลชาต ดิศกุล รองเลขานุการกองทัพบก ชี้แจงสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือผู้ชุมนุมจากเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการขอคืนพื้นที่ ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมาว่าผบ.ทบ. ฝากชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่าไม่มีใครทราบเรื่องนี้และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตรวจสอบรายละเอียด การจะพูดอะไรต้องมีหลักฐานด้วย ไม่ใช่พูดกันลอยๆ ทั้งนี้ผบ.ทบ.มีความเป็นห่วงเรื่องการใช้ความรุนแรงและอาวุธต่างๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะอาวุธสงคราม รวมถึงเรื่องการบาดเจ็บและสูญเสียที่ผ่านมา โดยขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งไม่ควรละเมิดกฎหมาย เพราะบ้านเมืองต้องมีความสงบเกิดขึ้น.
1.คนกรุงชี้ดารา-นักแสดงขึ้นเวทีม๊อบ ไม่เกี่ยวติดตามผลงาน
เมื่อวันที่21 ก.พ. ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพล)ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง“บทบาทของศิลปินและละครไทยในปัจจุบัน”เนื่องในวันที่ 24ก.พ.ที่จะถึงนี้เป็นวันศิลปินแห่งชาติโดยสอบถามกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวน 1,197คนระหว่างวันที่ 13-17ก.พ.ที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ84.5เห็นว่าศิลปินไทย (นักร้องนักแสดง)ในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนมากถึงมากที่สุดขณะที่ร้อยละ 15.5เห็นว่ามีอิทธิพลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีน้อยถึงน้อยที่สุด

เมื่อถามถึงแบบอย่างที่ไม่ดีของศิลปินไทย(นักร้องนักแสดง)ที่อาจเป็นตัวอย่างให้เยาวชนทำตามหรือเลียนแบบคือ แต่งตัวโป๊วาบหวิว(ร้อยละ79.0)รองลงมาคือสร้างกระแสให้ตัวเองผ่านสังคมออนไลน์ (ร้อยละ53.5)และดื่มเหล้าสูบบุหรี่ (ร้อยละ41.8)สำหรับศิลปินนักแสดง นักร้อง ชายและหญิงที่เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุดในสายตาประชาชนอันดับแรกคือธงไชย แมคอินไตย์ (ร้อยละ14.0)รองลงมาคือแอน ทองประสม (ร้อยละ7.5)พงษ์พัฒน์วชิรบรรจง (ร้อยละ7.3)อาทิวราห์คงมาลัย (ตูนบอดี้สแลม)(ร้อยละ5.1)และณเดชน์คูกิมิยะ (ร้อยละ4.1)

นอกจากนี้เมื่อถามว่าการที่นักแสดงนักร้อง ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองมีผลทำให้ไม่ติดตามผลงานใช่หรือไม่ร้อยละ 65.1บอกว่า“ไม่ใช่” ขณะที่ร้อยละ 26.4บอกว่า“ใช่” และร้อยละ 8.5บอกว่าไม่แน่ใจ

ด้านความเห็นต่อภาพลักษณ์ละครไทยปัจจุบันประชาชนร้อยละ 94.5เห็นว่ามักมีเนื้อหาแย่งชิงผู้ชาย/ชิงดีชิงเด่นมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ74.6เห็นว่ามีการสอดแทรกวัฒนธรรมประเพณีไทยประวัติศาสตร์น้อยถึงน้อยที่สุดสำหรับแนวละครที่อยากชมมากที่สุดในปีนี้คือแนวประวัติศาสตร์ไทย (ร้อยละ57.1)รองลงมาคือแนวตลก (ร้อยละ51.6)และแนวชีวิตดราม่า (ร้อยละ20.6)

สุดท้ายเมื่อถามว่า“ท่านคิดว่าอุตสาหกรรมละครไทยในปัจจุบันสามารถแข่งขันกับ ซีรี่ย์เกาหลี ญี่ปุ่น ได้หรือไม่ร้อยละ 49.7บอกว่ายังไม่สามารถแข่งขันได้ขณะที่ร้อยละ 33.4บอกว่าสามารถแข่งขันได้และร้อยละ 16.9ไม่แน่ใจ.

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น