10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557

update :21/2/2014 10:09
views : 1186
ที่มา : toptenthailand
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557
10.ปักกิ่งประกาศเตือนมลพิษในอากาศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 21ก.พ.ว่ามลภาวะในอากาศในกรุงปักกิ่งประเทศจีนแม้จะยังไม่ถึงระดับที่ไม่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยแต่ทางการก็ได้ออกมาตรการมากมายมาเพื่อหาทางที่จะปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ปักกิ่งก็ยังคงเผชิญกับกลุ่มหมอกควันหนาทึบมาโดยตลอด

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครปักกิ่งแถลงผ่านทางเว็บไซต์โดยออกประกาศเตือนภัยสีเหลือง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกสำหรับการเตือนภัยโดยใช้รหัสสีซึ่งเริ่มนำมาใช้เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้วโดยคำเตือนนี้เป็นคำเตือนร้ายแรงระดับสองของคำเตือนรหัสสีซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด4สีเมื่อสามารถวัดอนุภาคในอากาศได้2.5PMซึ่ง

ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพแม้จะยังไม่ถึงระดับที่เป็นอันตราย

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครปักกิ่ง แจ้งเตือนว่าปัญหาหมอกควันหนาทึบจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อย3วันรัฐบาลจึงขอเตือนประชาชนว่าหากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการอยู่นอกสถานที่และหากจำเป็นก็ควรจะเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังมีการก่อสร้างควรมีการฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย

นายกเทศมนตรีของนครปักกิ่งได้ให้สัญญาไว้เมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมาว่าจะใช้งบประมาณ 1,500ล้านหยวน หรือ2,400ล้านดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นเงินไทยราว 79,200ล้านบาทเพื่อยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
9.วันรวมญาติ 2 ชาวเกาหลีพบหน้าครั้งแรกรอบหลายสิบปี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 20ก.พ.ว่าญาติชาวเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หลายร้อยคนได้พบหน้ากันและกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีในงานวันรวมญาติของครอบครัวที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเกาหลีโดยชาวเกาหลีใต้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า100 คนเดินทางเข้าไปในเกาหลีเหนือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเพื่อเข้าร่วมงานรวมญาติซึ่งมีขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือเรียกร้องปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นระหว่าง2 เกาหลีงานนี้ จะจัดขึ้นที่รีสอร์ทคุมกังในเกาหลีเหนือ จากวันที่20-25 ก.พ.ก่อนแผนการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันจันทร์นี้

ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือ ออกมาขู่ว่าจะยกเลิกงานวันรวมญาติหากการซ้อมรบระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ยังเดินหน้าต่อ

รายงานข่าวระบุว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาผู้สูงอายุชาวเกาหลีใต้ 82คน พร้อมกับสมาชิกในครอบครัว58 ครอบครัวเดินทางเข้าไปในเกาหลีเหนือโดยรถบัสและหลายสิบคนต้องนั่งอยู่ในรถวีลแชร์และยังมี 2คนต้องเดินทางไปด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินเนื่องจากสุขภาพไม่ดีต้องมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด
8.ปากีฯห้ามเปิดเพลงในรถขนส่งสาธารณะ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองการาจีประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่21ก.พ.ว่าตำรวจจราจรในเมืองการาจีของปากีสถานได้เริ่มการรณรงค์ห้ามเปิดเพลิงในรถขนส่งสาธารณะเพราะได้รับการร้องเรียนมาจากผู้หญิงแต่ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นตามที่มีรายงานข่าวว่ากลุ่มกบฏตาลีบันต่างหากที่สั่งห้ามไม่ให้เล่นดนตรีเพราะพวกเขาถือว่าเป็นบาป

นายอารีฟฮานิฟ หัวหน้าตำรวจจราจรเมืองการาจีกล่าวว่าไม่มีใครมาข่มขู่ตำรวจจราจรทั้งนั้นในเรื่องห้ามเปิดเพลงในรถขนส่งสาธารณะเพียงแต่ตำรวจได้รับการร้องเรียนมาจากผู้หญิงที่เดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะและการรณรงค์ของตำรวจก็เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น

ถนนที่คับแคบของเมืองการาจีซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่20ล้านคนจึงมีรถขนส่งสาธารณะหลายแบบทั้งรถบัสรถสามล้อ และ แท็กซี่หากผู้ใดฝ่าฝืนเปิดเพลงขณะขับรถขนส่งสาธารณะจะต้องถูกปรับ และยึดอุปกรณ์เครื่องเสียงไป

7.อียูคว่ำบาตรยูเครน ลงโทษเหตุรุนแรงในการประท้วง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อวันที่20 ก.พ.ว่าเจ้าหน้าที่ทางการทูต กล่าวว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรปหรืออียูตัดสินใจใช้มาตราการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ในยูเครนซึ่งมีส่วนรับผิดชอบต่อความรุนแรงในยูเครนโดยมาตรการคว่ำบาตรซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอียูลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาประกอบด้วยการห้ามเดินทางเข้าประเทศสมาชิกอียู28 ประเทศและอายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ยูเครนที่อยู่ในประเทศอียูทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายอยู่ที่เจ้าหน้าที่ยูเครนที่ถูกระบุว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการกวาดล้างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในยูเครน

เจ้าหน้าที่ทูตซึ่งไม่เปิดเผยชื่อก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการกล่าวว่าจะมีการประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะถูกคว่ำบาตรต่อไปซึ่งเอมอน กิลมอร์รัฐมนตรีต่างประเทศไอร์แลนด์ ยืนยันการตัดสินใจดังกล่าว
6.ออสเตรเลียเห็นด้วยระเบียบปฏิบัติลดพิพาททะเลจีนใต้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่21ก.พ.ว่านางจูลี บิชอพ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเยือนประเทศฟิลิปปินส์แถลงว่าได้หารือเรื่องข้อพิพาทดินแดนทางทะเลในเขตทะเลจีนใต้กับ นายอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์แล้ว

ทั้งนี้เพราะความตึงเครียดระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงฟิลิปปินส์เพราะความขัดแย้งเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนในเขตทะเลจีนใต้

รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวว่าเธอเองก็เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของอาเซียน(สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เสนอให้ร่างระเบียบปฏิบัติซึ่งถือว่าเป็นการจัดการปัญหาที่ดีในเรื่องนี้โดยเฉพาะข้อพิพาททางทะเลในเขตทะเลจีนใต้และหวังว่าจะมีความคืบหน้าในเรื่องนี้โดยอยากให้ทุกฝ่ายอย่าไปทำให้สถานการณ์ตึงเครียดไปกว่านี้

อาเซียนพยายามมากว่า10ปีแล้วที่จะทำข้อตกลงกับจีนโดยให้มีระเบียบปฏิบัติซึ่งมีผลผูกมัดในทางกฎหมายเพื่อลดสถานการณ์ตึงเครียดและความรุนแรงในเขตทะเลจีนใต้

สมาชิกในกลุ่มอาเซียนซึ่งมีบรูไน,มาเลเซีย,ไต้หวัน,ฟิลิปปินส์และ เวียดนาม เช่นเดียวกับจีนซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนบางส่วนหรือเกือบทั้งหมดในเขตทะเลจีนใต้
5.ผู้นำยูเครนอาจยอมจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ว่านายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสค์ แห่งโปแลนด์ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือร่วมกับประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเยอรมนีและฝรั่งเศสเข้าร่วมด้วย ว่าผู้นำยูเครนเริ่มมีท่าทีผ่อนปรนในหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการยอมจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดภายในปีนี้ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ปะทะนองเลือดระหว่างตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล

อย่างไรก็ตาม นายวิทาลี คลิท์ชโก หนึ่งในแกนนำฝ่ายต่อต้านซึ่งเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย กล่าวว่ายังไม่ข้อสรุปแน่ชัดเกี่ยวกับการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้น จากที่กำหนดเอาไว้คือเดือนมี.ค.ปีหน้า พร้อมกับกล่าวอย่างมีนัยยะว่า หนทางเดียวที่จะสามารถหยุดยั้งวิกฤตครั้งนี้ได้ อยู่ที่ตัวของ "ยานูโควิช" คนเดียวเท่านั้น

การหารือดังกล่าวมีขึ้นในเวลาเดียวกับที่ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป ( อียู ) 28 ประเทศ มีมติเอกฉันท์ ให้มีการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อยูเครน ซึ่งรวมถึงการขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่รัฐบาลเคียฟห้ามเดินทางเข้าประเทศสมาชิกอียู และการแช่แข็งทรัพย์สินที่มีอยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพ เพื่อเป็นการลงโทษรัฐบาลยูเครนฐาน "มือเปื้อนเลือด" หลังการปะทะครั้งใหม่ระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันพฤหัสบดีวันเดียวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 75 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 500 คน แต่หน่วยกู้ชีพเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเกิน 100 ศพแล้ว
4.ยูเอ็นขอทหารอีกอย่างน้อย 3,000 นายกู้วิกฤตแอฟริกากลาง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ว่านายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) แถลงต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ขออนุมัติกำลังทหารเพิ่มอีกอย่างน้อย 3,000 นาย เพื่อปกป้องประชาชนและฟื้นฟูความสงบในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ( ซีเออาร์ ) เนื่องจากสถานการณ์สู้รบระหว่างทหารรัฐบาลกับกลุ่มกบฏขยายวงกว้างไปแทบทั้งประเทศแล้ว

นอกจากนี้ บันยังขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลกผ่านยูเอ็นเอสซี ในการระดมทุนบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวซีเออาร์ราว 1.3 ล้านคน หรือ 25% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งกำลังประสบ "วิกฤตด้านมนุษยธรรม" ในหลายด้านที่รวมถึงการขาดแคลนเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นอย่างรุนแรง

ท่าทีของบันมีขึ้นหลังสหภาพยุโรป ( อียู ) เผยเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ว่าจะให้ความสนับสนุนด้วยการส่งทหารไปยังซีเออาร์อย่างน้อย 1,000 นาย ขณะที่ฝรั่งเศสซึ่งส่งทหารไปประจำการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ในฐานะประเทศที่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากยูเอ็นเอสซี เผยเพิ่มกำลังทหารเป็นอย่างน้อย 2,000 นายแล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับทหารจากกองกำลังผสมของสหภาพแอฟริกา ( เอยู ) จะอยู่ไม่ต่ำกว่า 6,000 นาย

วิกฤตสู้รบในซีเออาร์ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 2555 เมื่อกลุ่มกบฏซึ่งเป็นชาวมุสลิมโค่นอำนาจรัฐบาลในเวลานั้น ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ ต่อมากลุ่มทหารที่ยังคงพักดีต่ออดีตรัฐบาลรวมตัวกันเพื่อยึดอำนาจคืน ซึ่งจนถึงเวลานี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวมกันหลายพันคน
3.ไนเจีเรียปลดฟ้าผ่าผู้ว่าแบงก์ชาติเอี่ยวปริศนาเงินหายหมื่นล้าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีโจนาธาน กู๊ดลัค ผู้นำไนจีเรีย มีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดี ให้ปลดนายลามิโด ซานูซี ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางทันที ทั้งที่วาระการดำรงตำแหน่งกำลังจะหมดลงในเดือนมิ.ย.นี้ โดยให้เหตุผลว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเงินวัย 52 ปีผู้นี้ ประพฤติมิชอบในหน้าที่อย่างรุนแรง เป็นผลให้เงิน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 660,000 ล้านบาท ) จากกองทุนสาธารณะของบริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติไนจีเรีย ( เอ็นเอ็นพีซี ) หายไปอย่าง "ไร้ร่องรอย"

ซานูซีเป็นนักการเงินที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากทั้งในและต่างประเทศ จากผลงานการกอบกู้ภาคการธนาคารของไนจีเรียที่ย่ำแย่มาตลอด ให้ฟื้นคืนและกลับมามีเสถียรภาพได้อีกครั้ง ซานูซีได้รับรางวัลผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งปีและผู้ว่าการธนาคารกลางในแอฟริกาแห่งปี จากนิตยสารเดอะ แบงเกอร์ ในเครือของไทม์ เมื่อปี 2553 นอกจากนี้ไทม์ยังจัดให้ซานูซีรวมอยู่ใน 100 อันดับบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ประจำปี 2554 ด้วย
2.บุรุนดีน้ำท่วมใหญ่ดับแล้ว 69 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบูจุมบูรา สาธารณรัฐบุรุนดี เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ว่าสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ( ไอเอฟอาร์ซี ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ระบุพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 69 ศพ ในจำนวนนี้มีทั้งเด็กและผู้หญิง นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 180 คน และไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 20,000 คน ซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่ในบุรุนดีตั้งแต่ต้นเดือน

ทั้งนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังอยู่ในพื้นที่เพื่อค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงบูจุมบูราและเมืองโดยรอบ ไอเอฟอาร์ซีจึงขอระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อนำไปใช้ในการสร้างที่พักชั่วคราว ตลอดจนจัดหาอาหาร น้ำสะอาด เสื้อผ้าและยารักษาโรคให้กับชาวบุรุนดีที่ได้รับผลกระทบต่อไป
1.ยูเอ็นชี้ อิหร่านเอาจริงลดเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่20 ก.พ.ว่าทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(ไอเออีเอ)ในสังกัดยูเอ็นออกมาเปิดเผยว่าการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมในระดับกลางของอิหร่านไม่มีอยู่แล้วในขณะนี้ทั้งนี้เตหะรานกำลังปฏิบัติตามข้อตกลงเจรจานิวเคลียร์ที่ลงนามร่วมกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)ซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐ รัสเซีย จีน อังกฤษฝรั่งเศส ร่วมด้วยเยอรมนี(พี5+1)เมื่อเดือนพ.ย.2556และมีผลบังคับใช้วันที่20 ม.ค.ที่ผ่านมา

อิหร่านกำลังลดการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์และสร้างสถานที่สำหรับเปลี่ยนสถานะแร่ยูเรเนียมให้มีสถานะเป็นยูเรเนียมออกไซด์ซึ่งยากที่จะสามารถนำมาผลิตอาวุธได้นอกจากนี้ ไอเออีเอยังกล่าวว่าอิหร่านไม่มีการติดตั้งเครื่องหมุนเหวี่ยงวัสดุนิวเคลียร์ที่เป็นการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งในเมืองฟอร์โดและเมืองนาทานซ์

ขณะเดียวกันที่เมืองอารักซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์น้ำมวลหนักก็ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และไม่มีการเดินหน้าทดสอบเชื้อเพลิงของเตาปฏิกรณ์แล้ว

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น