10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557

update :20/2/2014 10:29
views : 1749
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/
ในช่วงรอบวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีเหตุการณ์ไหนที่น่าสนใจ ทีมงาน toptenthailand ได้ทำการรวบรวมข่าวที่น่าสนใจนำมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 หากไม่อยากตกข่าวห้ามพลาดเด็ดขาด
10.ผบ.ตร.เสียใจเหตุปะทะแยกผ่านฟ้า
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.พ.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ผบ.ตร.ได้แสดงความเสียใจต่อตำรวจและประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุความรุนแรงบริเวณสะพานผ่านฟ้า ซึ่งเหตุนี้ปรากฎภาพหลักฐานชัดเจน ว่ามีการใช้อาวุธร้ายแรงจึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ตรวจสอบพยานหลักฐานและจัดทำแผนที่เหตุการณ์เพื่อหาตัวผู้เริ่มก่อเหตุความรุนแรงดังกล่าวแต่ยอมรับว่าขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้พร้อมเรียกร้องให้มีการเจรจากันทั้งสองฝ่ายเนื่องจากไม่ว่าฝ่ายใดจะเข้ามาเป็นรัฐบาลตำรวจก็ต้องทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยซึ่งต้องมีการทบทวนยุทธวิธีให้รอบคอบมากขึ้นหากภารกิจต่างๆไม่มีความปลอดภัยต่อตำรวจผู้ปฏิบัติงานและคงไม่จำเป็นต้องขอกำลังทหารเพิ่มเพราะมีกำลังทหารร่วมปฏิบัติมากเพียงพอแล้วเพียงแต่การทำหน้าที่เป็นคนละส่วนกันพร้อมเรียกร้องไปยังหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติมากขึ้น

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า สรุปจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กระทรวงพลังงานจำนวน 151 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 102 คน และผู้หญิง 49 คน ส่วนที่ควบคุมตัวได้ที่สะพานผ่านฟ้าจำนวน 41 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 37 คน ผู้หญิง 4 คน รวมทั้งสิ้น 192 คนซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว ยกเว้น 9 คนที่ยังอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ซึ่งพรุ่งนี้ตำรวจจะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง โดยในจำนวนนั้นมีแกนนำ 2 คน คือนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล และนายทศพล แก้วทิมา ส่วนอีก 7 คน เป็นบุคคลที่มีหมายจับ ซึ่งตำรวจท้องที่ต่างๆได้แจ้งอายัดตัวไว้แล้ว

โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า เหตุปะทะที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 25 คน อาการสาหัส 12 คน ซึ่งยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจโดยอีก 2 คน พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระพยาบาลและอยู่ระหว่างเคลื่อนย้ายมาที่โรงพยาบาลตำรวจ หนึ่งในนั้นคือ ด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ผบ.หมู่ สภ.แสนสุข จว.ชลบุรี ซึ่งมีภาพปรากฎตามสื่อว่าเป็นผู้เตะระเบิดที่ถูกโยนเข้าใส่กลุ่มตำรวจโดยอาการขณะนี้กระดูกขาหักทั้งสองข้างบาดแผลเปิด และเสียเลือดมาก นอกจากนี้ในช่วงการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมามีตำรวจได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 311 คน อาการสาหัส 18 คน และเสียชีวิต 3 คน.
9.’เหลิม’ เฮศาลไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุนเฉินฯ
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ในสโมสรตำรวจ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. กล่าวว่าขอบคุณศาลแพ่งที่เข้าใจ เรื่องการสลายการชุมนุมถึงศาลไม่สั่งก็ไม่คิดจะทำอยู่แล้ว เพราะศรส.ไม่ทำสิ่งที่ขัดกฏหมาย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดของคำตัดสินทั้งหมด

ผอ.ศรส. กล่าวว่า ส่วนเรื่องการปฏิบัติการคืนความสงบให้กทม. ถ้ามีแหล่งซ่องสุมผู้ต้องหาที่ไหน ต้องดำเนินการ ยกตัวอย่างบริเวณรอบทำเนียบได้รับรายงานว่ามีอาวุธเต็มไปหมด การ์ด กปปส.ก็พกพาอาวุธทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ศรส.ไม่รู้สึกฮึกเหิมและรู้สึกไม่ถูกลดอำนาจ ทำงานได้ง่ายขึ้น การเอาคืนสถานที่ราชการยังคงเดินหน้า เพราะเป็นคนละเรื่องกับการชุมนุม ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อไปขนาดไหน ก็ไม่สามารถประเมินได้ แต่นายสุเทพทำไม่สำเร็จแน่นอน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า มีหนังสือพิมพ์ประเทศแคนาดา ได้วิเคราะห์ว่าจุดจบของ นายสุเทพ จะถูกฆาตกรรม ซึ่งเห็นว่าเป็นไปได้ เพราะสังเกตได้ว่าไม่เห็นหน้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ค่อยๆหายหน้าไป จากเวที กปปส.
8.ถาวร เย้ยรัฐมีปืนแต่ยิงไม่ได้
เมื่อวันที่19ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การชุมนุมเวทีกปปส.สีลม ตลอดทั้งวันผู้ชุมนุมได้นั่งพักผ่อน โดยกิจกรรมบนเวทีจะเน้นไปที่การรายงานเกาะติดภารกิจของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ไปบุกหานายกรัฐมนตรี ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ภายในเมืองทองธานี รวมถึงบุกไปหา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.ที่สโมสรตำรวจ สลับกับการปราศรัยโจมตีการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล อาทิ นโบายรับจำนำข้าว เป็นต้น นอกจากนี้บนเวทีก็ยังมีการแสดงดนตรีเพื่อให้ความบันเทิง สลับการปราศรัยโจมตีรัฐบาลเป็นระยะ ๆ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นประชาชนทะยอยมาร่วมการชุมนุมเพิ่มขึ้น ภายหลังจากเลิกงาน จนกระทั่งเวลา 17.15 น. นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ห้าแยกลาดพร้าว ได้ขึ้นเวทีพบปะกับผู้ชุมนุม โดยกล่าวถึงกรณีที่ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่ถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่สั่งห้ามจำเลยทั้ง 3 คือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรมว.แรงงานในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศรส.)และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.นำข้อกำหนดตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุม ว่า ถือว่าเราได้ประโยชน์แทบทุกข้อมีเพียงข้อเดียวที่เราไม่ชนะคือ ศาลไม่ถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตนขอขอบคุณศาล และเมื่อศาลมีคำวินิจฉัยเช่นนี้ก็เปรียบเสมือนว่า "ศาลให้ปืนรัฐบาลไว้หนึ่งกระบอก แต่รัฐบาลต้องเก็บไว้ที่บ้านอย่างเดียวไม่สามารถนำมาใช้ยิงได้" ดังนั้นหลังจากนี้ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีการสั่งการให้มีการดำเนินการเหมือนเมื่อวันที่18ก.พ.ก็ทำไม่ได้อีกแล้ว ส่วนที่มีการสั่งการให้ดำเนินการไปแล้วนั้นก็ถือเป็นความผิด ซึ่งสิ่งที่เราต้องดำเนินการต่อไปนั้นเราจะประสานญาติผู้เสียชีวิตให้นำทนายไปฟ้องดำเนินคดีกับผู้สั่งการ 4 คนคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.อดุลย์ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ต่อไป

" ทั้งนี้โทษของคดีฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต ดังนั้นผมจึงกลัวว่า บุคคลเหล่านี้จะหนีไปอยู่ดูไบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และหลังจากที่ศาลแพ่งมีคำสั่งออกมาเช่นนี้แล้วผมประสานผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี และภาค5 จ.นครราชสีมา และมีการพูดคุยกัน ทุกคนแจ้งว่า จะไม่ยอมไปติดคุก เพราะรับคำสั่งของ ศรส.เข้าสลายการชุมนุมเด็ดขาด และรับปากกับผมว่า จะไม่ยอมออกมาปฏิบัติหน้าที่ในการสลายการชุมนุม สรส.ที่ปิดกระทรวงมหาดไทย " นายถาวร กล่าวและว่าอย่างไรก็ตามเมื่อศาลสั่งว่า รัฐบาลไม่สามารถสั่งให้มีการสลายชุมชุมได้ ดังนั้นการชุมนุมของเราก็ยังคงต้องดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ

นายถาวร ยังกล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐบาลประกาศว่า ผู้ใดได้รับผลกระทบจากการชุมนุมให้ไปแจ้งกับศรส.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือนั้น เกิดขึ้นในระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง และเป็นการสัญญาว่า จะให้อันคำนวณค่าได้ ซึ่งถือว่าขัดกับกฎหมายเลือกตั้งที่ระบุว่า " ห้ามมีการสัญญาว่าจะให้เพื่อให้มีส่วนได้เปรียบเสียบเปรียบกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง" กรณีนี้จึงเข้าข่ายที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยยุบพรรคได้ ตนและพวกเคยยื่นยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนมาแล้ว ครั้งนี้ตนจะขอยื่นยุบพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ได้อย่างแน่นอน

" นับจากนี้ฝ่ายกฎหมายจะมีการทำงานหนักยิ่งขึ้นควบคู่กับฝ่ายปฏิบัติการในการขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยการทำงานของเราจะมีการประสานงานกันเพื่อให้เกิดความสำเร็จและการนำมาซึ่งการตั้งรัฐบาลของประชาชนตามมาตรา 3 ต่อไป " นายถาวร กล่าว
7.ศาลไม่เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุนเฉินฯ
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ห้องพิจารณาคดี 712 ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ 275/2557 ที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะรองผอ.ศรส. เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด จากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม. และใน จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ในบางอำเภอ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 57 ซึ่งให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. 57 และออกข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 และ 11 เมื่อวันที่ 23ม.ค. โดยมิชอบและยังไม่มีเหตุจำเป็น โดยการออกประกาศและข้อกำหนดดังกล่าวเพื่อเป็นเครื่องกีดกั้น ใช้สิทธิของโจทก์ในการชุมนุมรวมทั้งเมื่อจำเลยที่ 1 มีการประกาศยุบสภาแล้วเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 56 จึงได้เป็นเพียงรักษาการณ์ประกอบกับเมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งซึ่งจำเลยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยย่อมได้รับประโยชน์ทับซ้อน จึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม

ศาลพิเคราะแล้ว พิพากษาว่า ห้ามจำเลยทั้งสามนำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงมาใช้บังคับ เพื่อจะออกประกาศและข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยให้ข้อบังคับตามประกาศและข้อกำหนดดังกล่าวไม่มีผลบังคับต่อโจทก์และประชาชนนับแต่วันที่ 21 ม.ค.57 รวมทั้งไม่ให้จำเลยทั้งสามกระทำการดังต่อไปนี้ รวม 9 ข้อ 1. ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามใช้หรือสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ใช้กำลังและหรืออาวุธเข้าสลายการชุมนุมของโจทก์และประชาชน ที่ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ม.63 วรรคหนึ่ง 2.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามมีคำสั่งยึดหรืออายัดสินค้า เครื่องอุบโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นใดที่ได้ใช้หรือจะใช้สิ่งนั้น เพื่อการกระทำการหรือสนับสนุนของโจทก์และประชาชน 3.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคารสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวางของโจทก์และประชาชน 4. ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามสั่งการ ให้การซื้อขาย ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งอาจใช้ในการชุมนุมของโจทก์และประชาชน

5.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามสั่งการ ห้ามกระทำการอย่างใดๆ ที่เป็นการปิดการจราจร ปิดเส้นทางคมนาคม หรือกระทำการอื่นใดที่ทำให้ไม่อาจใช้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติในทุกเขตพื้นที่ที่โจทก์และประชาชนใช้ในการชุมนุม 6.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามประกาศกำหนดพื้นที่ที่ห้ามมีการชุมนุมของโจทก์และประชาชนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 7.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามสั่งการห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขในการใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะของโจทก์และประชาชนในการชุมนุม 8.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามสั่งห้ามโจทก์และประชาชนใช้อาคาร หรือเข้าไป หรืออยู่ในสถานที่ หรือห้ามเข้าไปในพื้นที่ใดๆ และ 9.ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามสั่งห้ามให้อพยพโจทก์และประชาชนออกจากพื้นที่การชุมนุม และห้ามมิให้ออกคำสั่งห้ามโจทก์และประชาชนเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม

อย่างไรก็ดีในองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 5 คน มีผู้พิพากษาเสียงข้างน้อย 2 คน มีความเห็นแย้ง โดยเห็นว่า ควรจะมีคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศและข้อกำหนดทุกฉบับที่อาศัยอำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 57 เนื่องจาก เห็นว่าข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการออกมาเพื่อมุ่งใช้บังคับบุคคลบางกลุ่ม คือโจทก์และผู้ชุมนุม ซึ่งในการชุมนุมศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมของโจทก์และผู้ชุมนุมที่ออกมาคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมทั้งมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ที่เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงเป็นการลิดรอนสิทธิของโจทก์และผู้ชุมนุมตามกฎหมาย
6.กกต.ยังไม่พิจารณาครม.อนุมัติงบกลาง 712 ล้านบาท
เมื่อเวลา17.10 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่ตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนยรังสิต นายภุชงค์นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กรณีที่มีการส่งเรื่องมาให้กกต.พิจารณาอนุมัติงบกลาง 712ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนา นั้นในวันนี้ทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ประสานงานมายังสำนักงาน กกต.ขอนำเรื่องกลับไปแก้ไขก่อนเพราะมีข้อความไม่ถูกต้องหลายประเด็น กกต.จึงยังไม่พิจารณาเรื่องนี้

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งสมชัย กล่าวว่า รัฐบาลได้ถอนเรื่องออกไปก่อน เพราะจดหมายที่ส่งมายังกกต.มีสาระสำคัญไม่ครบถ้วน แล้วจะส่งมาใหม่ภายหลัง ส่วนจะเป็นเมื่อใดยังไม่รู้ ดังนั้นไม่ใช่ กกต.ไม่พิจารณาเรื่องนี้.
5. “เทือก” นำม๊อบบุกศรส.ท้าต่อย “เหลิม”
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ขบวนของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.เคลื่อนมาถึงด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศรส.พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ1,000 คน โดยแกนนำได้สลับกันปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผอ.ศรส.พร้อมเรียกร้องให้มาเจรจา ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของมวลชน

"เชื่อว่าเหตุการณ์ณืที่ผ่านฟ้าเมื่อวานนี้เป็นการสั่งเข่นฆ่าประชาชนขณะที่นั่งสวดมนต์อยู่โดยผอ.ศรส.จะดำเนินคดีกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และร.ต.อเฉลิม ข้อหาสั่งฆ่าประชาชนแน่จริงมาชกกันต่อหน้าตำรวจตรงนี้เลย ตัวต่อตัว ถ้าน็อกตนเองได้ก็จะมอบตัวเลยเมื่อวานนี้ทำเกินกว่าเหตุถ้ามีอย่างนี้อีกคราวหน้าผมจะมารื้อศรส.ทันทีฝากบอก ร.ต.อ.เฉลิม ให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีจะได้อยู่ดูจุดจบของ พ.ต.ท.ทักษิณ และขอประกาศจะจัดการกับกิจการของตระกูลชินวัตรให้หมดสิ้น"เลขาธิการกปปส. กล่าว
4.ว่อนเน็ตคลิปม๊อบรวมชายคาดเป็นตำรวจ
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ปะทะเดือดที่สะพานผ่านฟ้า หลัง ศรส. ประกาศขอคืนพื้นที่ 5 จุด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์ ลงยูทูบ โดยใช้ชื่อ ผ่านฟ้าปะทะเดือดทักษิณสั่งตร.ฆ่าปชช. พร้อมระบุว่าตำรวจยิงประชาชน! สะพานผ่านฟ้า แม้ว เหลิม สั่ง!! ดับ 5 เจ็บ65 โดยเหตุการณ์ในคลิปมีหญิงคนหนึ่งวิ่งตะโกนบอกผู้ชุมนุมว่าตำตรวจยิงประชาชนพร้อมชี้ไปยังชายหนุ่มที่แต่งตัวคล้ายข้าราชการชุดครึ่งท่อน ก่อนที่ผู้ชุมนุมรายอื่นจะวิ่งไล่จับชายคนดังกล่าวได้พร้อมอาวุธปืน ก่อนพยามสอบถามว่าเป็นตำรวจใช่หรือไม่ขณะที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวพยายามปฎิเสธพร้อมยืนยันว่าไม่ใช่เตำรวจ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไป.
3.สุเทพ ประกาศจัดม๊อบล่านายกฯ-บุกตึกชินวัตร 3 อีก
เมื่อวันที่ 19 ก . พ . เวลา 20.30 น . ที่เวทีปราศรัยของกลุ่มกปปส . สี่แยกปทุมวันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส . กล่าวปราศรัยว่าวันนี้ (19 ก. พ.) ขณะที่ผู้ชุมนุมของเรากำลังเดินทางกลับหลังออกจากตึกชินวัตรทาวเวอร์ 3 ถนนวิภาวดีรังสิตปรากฏว่ามีรถของผู้ชุมนุมที่มาจากจ. ชลบุรีถูกยิงรัว 5 นัดบนโทลล์เวย์บริเวณใกล้ห้าแยกลาดพร้าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คนคือนายสัญญา รอกธยอยถูกที่ยิงขาซ้าย และนายสมเกียรติพรมทอง ซึ่งถูกยิงต้นขาขวาโดยเป็นการเจตนายิงคนขับรถ แต่กลับถูกคนที่นั่งด้านข้างคนขับรถทั้งนี้ถือเป็นความอำมหิตของคนในระบอบทักษิณที่ไม่เลิกทำร้ายประชาชนและตามจองเวรอาฆาตพยาบาทลอบกัดพวกเราจึงต้องระมัดระวังมากขึ้น

นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนขอนัดหมายว่าพรุ่งนี้ (20 ก. พ.) เวลา 10.00 น . ขอให้ผู้ชุมนุมจำนวนไม่มากแต่งตัวภูมิฐานดูท่าทางมีเงินแล้วเดินทางไปบริษัทเอสซี แอสเสท ที่ตึกชินวัตร 3 อีกครั้ง เพื่อไปทำธุรกิจกับบริษัทชินวัตรทุกวันจนกว่าจะเจ๊งและจะหาว่าบุกรุกก็ไม่ได้เพราะเราไปเจรจาธุรกิจ โดยจะนั่งซักถามรายละเอียดทั้งวันจนลูกค้าคนอื่นก็จะไม่ได้มาติดต่อธุรกิจกับบริษัทดังกล่าวทั้งนี้ตนยืนยันว่าจะเล่นงานธุรกิจทั้งหมดของตระกูลชินวัตรโดยใช้วิธีที่ไม่ผิดกฎหมายรวมทั้งจะรอดูว่าหุ้นจะเหลือเท่าไหร่ใครที่รักชาติต้องเลิกอุดหนุนสินค้าธุรกิจตระกูลชินวัตรอีกทั้งในวันพรุ่งนี้ให้ผู้ชุมนุมอีกส่วนให้ขึ้นรถไปทำเนียบรัฐบาลและอีกส่วนเตรียมขึ้นรถไปสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว . กลาโหมไปทำงานที่ดังกล่าวและหากรู้ว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ไหนก็ขอให้มุ่งไปหาทันที นายสุเทพกล่าวต่อว่า

นอกจากนี้การที่ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาที่นายถาวรเสนเนียม แกนนำ กปปส . ฟ้องให้ยกเลิกการประกาศใช้พ . ร . ก . การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นอำนาจฝ่ายบริหารประกาศได้ศาลไม่ได้สั่งยกเลิกแต่ศาลบรรยายละเอียดว่ารัฐบาลประพฤติมิชอบอย่างไรบ้างเช่น การออกกฎหมายนิรโทษกรรมและสรุปได้ว่าเมื่อรัฐบาลมีพฤติกรรมชั่วร้ายทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจึงเป็นสิทธิของพลเมืองที่จะลุกขึ้นต่อสู้รัฐบาลทรราชและแม้จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารแต่ข้อกำหนดข้อห้ามได้ห้ามไม่ให้ใช้กับพวกเราที่ชุมนุมครั้งนี้เช่น การห้ามไม่ให้ชุมนุมพวกเราก็ชุมนุมได้ห้ามไม่ให้เดินถนนสายต่างๆพวกเราก็เดินได้และไม่ผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

ทั้งนี้ในวันที่ 20 ก. พ. นี้เราจะนำคำพิพากษาไปยื่นต่อศาลอาญาเพื่อให้ยกเลิกหมายจับข้อหาผิดพ. ร . ก . ฉุกเฉินฯแกนนำที่ถูกออกหมายจับก็สบายใจได้
2.สลด น.ศ.สาวดิ่งตึกดับสยอง
เมื่อวันที่ 20ก.พ. ร.ต.ท.ภรัณยู ไชยวงศ์พงส.สน.พหลโยธินได้รับแจ้งมีผู้พลัดตกจากที่สูงเสียชีวิตภายในหอพักหญิงบ้านแสงเดือนเลขที่ 98/123 ซอยงามวงศ์วาน 52แยก 11 แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.ท.สุชัยแสงส่องพง ส.นพ.เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนแพทย์เวรจาก รพ.ตำรวจเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง4ชั้น บริเวณด้านหลังพบศพน.ส.จุรีลักษณ์ค่ำวง อายุ 21ปีนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมการเกษตรชั้นปีที่ 2มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่บ้านเลขที่ 79หมู่ 1 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิต สภาพนอนหงาย มีเลือดท่วมใบหน้าและลำตัวและพบว่าหลังคามีรอยทะลุคาดว่าผู้ตายตกลงมากระแทกหลังคาจนทะลุก่อนที่จะเสียชีวิต

จากการสอบสวนน.ส.พิจิตราสีสุข อายุ 20ปี เพื่อนร่วมห้องของผู้ตายให้การว่าตนและผู้ตายพึ่งกลับมาจากการไปสังสรรค์กับเพื่อนเมื่อมาถึงหอพักผู้ตายมีอาการเมาจึงได้ตามเพื่อนอีกคนหนึ่งให้มารับเพื่อขึ้นไปส่งที่ห้องพักก่อนที่ตัวเองจะขับรถจักรยานไปส่งเพื่อนคนอื่นที่อยู่หอใกล้เคียงเมื่อกลับมาก็พบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้วจากการตรวจสอบห้องพัก ดี2ชั้น4ซึ่งเป็นห้องของผู้ตายพบว่าบริเวณเตียงนอนมีข้าวของกระจัดกระจายภายในห้องน้ำหน้าต่างบานเลื่อนถูกเปิดออกสอบสวนเพื่อนผู้ตายที่พาขึ้นมาส่งที่ห้องให้การว่าเมื่อมาถึงห้องผู้ตายก็ขอตัวเข้าห้องน้ำผ่านไปสักครู่จึงเคาะประตูเรียกผู้ตายก็มีเสียงตอบกลับมาจึงคิดว่าเพื่อนไม่เป็นอะไรเมื่อผ่านไปอีกระยะหนึ่งจึงเคาะประตูอีกครั้งแต่ครั้งนี้เพื่อนไม่ได้ตอบก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งได้ยินเสียงข้าวของในห้องน้ำหล่นกระจัดกระจายจึงเปิดประตูเพื่อเข้าไปดูก็พบว่าเพื่อนไม่อยู่ในห้องน้ำแล้วและสำหรับสภาพห้องที่ไม่เป็นระเบียบถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ตาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเกิดจากการที่ผู้ตายดื่มมากเกินไปและพลัดตกลงไปจากห้องพักเนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่ร่าเริงไม่มีเรื่องเครียดทั้งนี้ต้องรอผลการตรวจจากแพทย์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนจะสรุปการเสียชีวิตในครั้งนี้ต่อไป
1.ชาวนาปิด พาณิชย์ บี้ทวงเงินจำนำข้าว
ความคืบหน้าปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาทั่วประเทศ ตามโครงการรับจำนำข้าวฤดูการผลิต 56/57 แล้วรัฐบาลยังไม่สามารถหาเงินมาจ่ายให้กับชาวนาได้ จนกลายเป็นปัญหาคาราคาซัง ทำให้ชาวนาต่างรวมกลุ่มเคลื่อนขบวนประท้วงไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ปิดกระทรวงพาณิชย์

ล่าสุด เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่กระทรวงพาณิชย์ ถนนสนามบินน้ำ อ.เมือง จ.นนทบุรี กลุ่มชาวนาที่ปักหลักอยู่ภายในกระทรวงฯ ภายใต้การนำของ นายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก นายณัฐวัตร ชั้นอินงาม นายก อบต.บางเลน จ.นครปฐม ทำการคล้องโซ่ปิดทางเข้า-ออก กระทรวงฯทุกประตูไม่ให้ข้าราชการเข้าทำงาน โดยเปิดให้ผ่านเข้า-ออกได้เพียงชาวนาและสื่อมวลชนเท่านั้น ในขณะที่ข้าราชการที่เดินทางเข้ากระทรวงตั้งแต่ช่วงเช้าได้ถูกกันให้ทยอยเดินทางออกจากกระทรวงทั้งหมด ทั้งนี้หากชาวนายังไม่ได้เงินครบถ้วน จะปักหลักปิดประตูเข้า-ออก และห้ามข้าราชการเข้ามาทำงานโดยไม่มีกำหนด

ชวนโยกเงินฝากไปธ.ก.ส.

ที่ภัตตาคารแวร์ซาย พาเลส รัตนาธิเบศร์ นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้หารือกับสมาคมโรงสีข้าวไทย และกระทรวงพาณิชย์ หาแนวทางช่วยเหลือชาวนา ได้ข้อสรุปแนว ทางช่วยเหลือออกมา 3 แนวทาง คือ การเชิญชวนให้ชาวนาและพี่น้องประชาชน โยกบัญชีเงินฝากจากสถาบันการเงินอื่น ไปฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ ธ.ก.ส. มีเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ช่วยเหลือชาวนา ส่วนแนวทางที่ 2 ให้มีการจัดตั้งกองทุนชาวนาไทย โดยเปิดบัญชีออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชื่อกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาไทย เลขที่บัญชี 020033119718 สาขา จ.นนทบุรี เพื่อขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวนา โดยรายละเอียดแนวทางการช่วยเหลือและการใช้เงินจะมีการจัดทำรายละเอียดต่อไป และแนวทางที่ 3 ผลักดันให้มีการจัดตั้งธนาคารชาวนาไทย เพื่อให้เป็นธนาคารของชาวนาอย่างแท้จริง

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำ ก็คือ การระดมเงินฝากไปช่วย ธ.ก.ส. โดยขอชักชวนให้ประชาชนย้ายบัญชีเงินฝากจากแบงก์ที่ไม่ช่วยชาวนา ไปฝากที่ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารที่ช่วยชาวนาแทน และตนเองก็จะโยกเงินจากบัญชีเงินฝากจากแบงก์ที่มีอยู่ 2 แบงก์ ไปฝากที่ ธ.ก.ส. เช่นเดียวกัน ซึ่งการขอความร่วมมือลักษณะนี้เชื่อว่าไม่กระทบต่อวงการสถาบันการเงินแน่นอน

ยังแห่ฝาก-ถอนเงิน

อีกด้านหนึ่ง บรรยากาศการฝากถอนเงินที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ยังคงมีประชาชนและนักธุรกิจ รวมถึงนักการเมืองเข้ามาฝากและถอนเงินกันอย่างต่อเนื่อง แต่บางตาลงกว่าที่ผ่านมา ขณะที่พนักงานธนาคารส่วนใหญ่ยังคงใส่ชุดดำมาทำงานตามการนัดหมายของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์แสดงความไม่เห็นด้วยกับการปล่อยเงินกู้อินเตอร์แบงก์ให้ ธ.ก.ส. โดยผู้ที่มาฝากเงินส่วนใหญ่ ต้องการมาเพื่อแสดงสัญลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วไป ขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วนยังมองว่าการฝากเงินและซื้อสลากออมสิน โดยเฉพาะฝากออมทรัพย์พิเศษ 5 เดือน จะให้อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2.6% จึงถือเป็นประโยชน์สำหรับผู้ออมอีกด้วย โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำเงินสดมาฝากวงเงิน 3.5 ล้านบาท และนายปรีชา ธรรมพิภพ อดีตประธานสมาคมการค้าและกลุ่มธุรกิจบันเทิงและการสื่อสารนักธุรกิจได้นำเงินมาฝากกับธนาคาร 4 ล้านบาท รวมทั้งกลุ่มแพทย์พยาบาลเพื่อประชาธิปไตยนำเงินมาฝากจำนวนหนึ่งด้วย

2 วันถอนเงิน 6.8 หมื่นล.

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ กรรมการธนาคารออมสิน สรุปยอดการถอนและฝากเงินของประชาชนว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พบมีการฝากเงิน 10,800 ล้านบาท และถอนเงิน 38,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับวันที่ 17 ก.พ. ที่มียอดฝาก 10,000 ล้านบาท และถอน 30,000 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมีเงินไหลออกรวม 2 วันนี้ ประมาณ 48,000 ล้านบาท
ขณะที่สภาพคล่องของธนาคารก่อน วันที่มีการถอนเงินอยู่ที่ 200,000 ล้านบาท ทั้งนี้คาดหวังว่าสถานการณ์การถอนเงินของประชาชนในวันนี้ และวันต่อ ๆ ไป จะเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ยื่นหนังสือลาออกจากผู้อำนวยการธนาคาร เพื่อยุติความขัดแย้งภายในองค์กร และสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าธนาคาร หลังจากให้กู้อินเตอร์แบงก์กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 20,000 ล้านบาท ขณะนี้ธนาคารได้เตรียมเงินสดให้เพียงพอกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการจะถอนเงินออกอย่างต่อเนื่อง

สหภาพฯยื่น3เงื่อนไข

นายลิขิต กลิ่นถนอม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน กล่าวภายหลังการประชุมสหภาพฯ ว่า ที่ประชุมสหภาพฯ มีมติ 3 ข้อ ที่จะเสนอให้คณะกรรมการธนาคารออมสิน ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ พิจารณา คือ 1.เรียกร้องให้คณะกรรมการทุกคนออกมาขอโทษลูกค้าที่ทำให้ธนาคารเกิดวิกฤติ 2.ห้ามนำธนาคารออมสินเข้าสู่การเมือง และ 3.ธนาคารออมสินต้องหลีกเลี่ยง ละเว้นการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงด้านการเมือง ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารออมสิน ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ จะพิจารณาหาแนวทางเร่งด่วน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับคืนมาโดยเร็ว ยืนยันว่าธนาคารออมสินไม่ได้ยืนอยู่ข้างฝ่ายใด และขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าการทำธุรกรรมทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โดยเชื่อว่าเมื่อผู้บริหารยื่นใบลาออกแล้วสถานการณ์จะดีขึ้น

นายลิขิต กล่าวด้วยว่า สหภาพฯยังเป็นห่วงเรื่องที่ลูกค้าได้ถอนเงิน 2 วัน รวม 70,000 ล้านบาท เพราะถือเป็นวิกฤติการเงินที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งต้องการเรียกร้องให้คณะกรรมการธนาคารออมสินออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับคืนมาโดยเร็ว และมองว่าอาจยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมหากคณะกรรมการธนาคารลาออก เพราะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ได้ เบื้องต้นสหภาพฯได้ทำหนังสือชี้แจ้งไปยังสาขาและลูกค้าเพื่อสร้างเข้าใจและเรียกความเชื่อมั่นกลับมา เช่น ออมสินยังให้อัตราดอกเบี้ยที่สูง เงินฝากเพื่อเรียก ดอกเบี้ย 1.5% และรัฐบาลประกันเงินฝากเต็มจำนวน

ยกเว้นค่าเทอมลูกชาวนา

ฝั่ง ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิด เผยว่า จากกรณีปัญหาโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล นั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีแนวคิดที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการทำนา เพื่อประหยัดรายจ่าย ต่าง ๆ ให้กับเกษตรกร โดย สอศ. จะระดมวิทยาลัยเกษตรทั่วประเทศ มาช่วยผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพให้กับเกษตรกร โดยจะมีการทำความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการข้าว ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีศูนย์เมล็ดพันธ์ุชุมชน มาช่วยกันส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ สอศ. ยังได้รับข้อมูลว่าบุตรหลานของชาวนาที่เดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าว ที่อยู่ในภาคกลางและภาคเหนือ ส่วนใหญ่กำลังศึกษา ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง (ปวส.) อยู่ในวิทยาลัยสังกัด สอศ. และต้องลงทะเบียนเรียนภาคเรียนละประมาณ 3,000-5,000 บาท โดย สอศ.จะมีการผ่อนผันค่าเล่าเรียน หรืออาจจะมีการยกเว้นค่าเล่าเรียนให้กับลูกหลานชาวนาด้วย ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถานศึกษา ซึ่งบางวิทยาลัยอาจช่วยเหลือในรูปแบบของการให้ทุน อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจให้กับผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ได้นำไปปฏิบัติพร้อมกัน

ร่ำไห้วอนรัฐเร่งจ่ายเงิน

ส่วนบรรยากาศความทุกข์ของชาวนา ตามต่างจังหวัด เริ่มที่ จ.อำนาจเจริญ บริเวณพุทธอุทยานเขาดานพระบาท ด้านหน้าองค์พระมงคลมิ่งเมือง ชาวนากว่า 200 คน นำโดย นายวานิช บุตรี ประธานเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน นายวิรัตน์ สุขกุล ผู้ประสานงานองค์กรสภาชุมชน จัดเวทีเสวนาความเดือดร้อนของชาวนา จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพื่อหาทางออก นายวิรัตน์ แกนนำชาวนา กล่าวว่า ยังมีชาวนากว่า 20,000 ครัวเรือน จาก 56 ตำบล ใน จ.อำนาจเจริญ เดือดร้อนไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว โดยชาวนาส่วนใหญ่อยากรู้ว่าจะได้เงินเมื่อใด ทั้งนี้ชาวนาบางคนถึงกับร่ำไห้ วอนขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือชาวนาเป็นการด่วน ด้าน นายวิชิต แก้วกอ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.อำนาจเจริญ ชี้แจงว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้โอนเงินให้แก่ชาวนาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 15 ล้านบาท ซึ่งยังไม่พอ ทั้งนี้ยืนยันว่าถ้ารัฐบาลโอนเงินมาเมื่อใด ทาง ธ.ก.ส.จะทยอยจ่ายให้จนครบแน่นอน

ทัพอีแต๋นพร้อมบุกกรุง

ที่ จ.นครสวรรค์ กลุ่มชาวนาภาคเหนือตอนล่างจาก จ.น่าน สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี กว่า 1,000 คน พร้อมรถเครื่องมือทางการเกษตร อาทิ รถอีแต๊ก รถอีแต๋น รถไถนา นับ 100 คัน เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 1 นครสวรรค์-กรุงเทพ ฝั่งขาล่อง ในเขตพื้นที่ อ.พยุหะคีรี เพื่อเคลื่อนพลไปสมทบกับชาวนาในจังหวัดกลุ่มภาคกลาง อาทิ จ.ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และปราจีนบุรี ในการเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อทวงถามเงินจากโครงการรับจำนำข้าว โดยการรวมตัวเข้ากรุงเทพมหานครครั้งนี้ ยืนยันว่าจะชุมนุมจนกว่าจะได้เงินครบทุกบาททุกสตางค์

อุทัยธานีรวมตัวประท้วง

ที่ จ.อุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์อดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อม นายก อบจ. และนายก อบต. จาก 8 อำเภอ ในจังหวัด นำชาวนา 8,000 คน ขึ้นรถเครื่องมือทางการเกษตร อาทิ รถอีแต๊ก รถอีแต๋น รถไถนา 800 คัน มุงหลังคาป้องกันแดดและฝน มารวมตัวกันที่ศูนย์โอทอป อ.เมืองอุทัยธานี เพื่อลงทะเบียนก่อนเดินทางตามถนนมิตรภาพมาสมทบกับม็อบชาวนาของ จ.พิจิตร และนครสวรรค์ ที่มุ่งหน้ามาสมทบกับชาวนา จ.ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนาโดยเร็ว ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ มีการเตรียมความพร้อมจัดตั้งชุดการ์ดรักษาความปลอดภัย 200 คน ขี่รถจยย. ดูแลความเรียบร้อยด้วย

เมืองคอนปิดบัญชีต่อเนื่อง

ที่ จ.นครศรีธรรมราช บริเวณ ธ.ก.ส. สาขาทุ่งใหญ่ ปรากฏว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนแห่ไปปิดบัญชีกันอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่พอใจที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศใช้บริการ ธ.ก.ส. จ่ายเงินชาวนาตามโครงการรับจำนำข้าว โดย นายองอาจ เมฆาสุวรรณรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาทุ่งใหญ่ ได้มอบหมายให้ นายเฉลิมชัย ร่างเล็ก ผู้ช่วยผู้จัดการ และนายเฉลิมพร พนาลี หัวหน้าหน่วย ตั้งจุดประชา สัมพันธ์ พูดคุยกับลูกค้าผ่านเครื่องเสียง อธิบายถึงเหตุผลและจุดยืนของธนาคาร โดยยืนยันชัดเจนว่า ธ.ก.ส. ไม่นำเงินฝากพี่น้องไปจ่ายเงินจำนำข้าวแน่นอน

บุรีรัมย์ยิ้มได้รับทรัพย์

ที่ จ.บุรีรัมย์ ชาวนากว่า 60 ราย หลายตำบล ในเขต อ.เมือง แห่นำสมุดบัญชีมาปรับเช็กยอดและเบิกเงินที่ ธ.ก.ส. สาขาอิสาณ ตั้งอยู่บ้านหัวลิง ต.อิสาณ อ.เมือง หลังจากทาง ธ.ก.ส.จังหวัด ได้กระจายเงินในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 108 ล้านบาท ที่ได้รับการจัดสรรมางวดล่าสุด หรือครั้งที่ 14 แจกจ่ายให้กับทั้ง 22 สาขาในจังหวัด เพื่อจ่ายเงินให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงิน สร้างความปลาบปลื้มใจแก่ชาวนาที่ได้รับเงินเป็นอย่างมาก.

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น