10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557

update :20/2/2014 09:55
views : 1428
ที่มา : toptenthailand
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557
10.อัตราว่างงานอังกฤษไตรมาสุดท้าย เพิ่มขึ้น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่19ก.พ.ว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษแถลงเมื่อวันพุธว่าอัตราการว่างงานของอังกฤษเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2ในไตรมาสสุดท้ายถึงเดือนธ.ค.ผ่อนคลายแรงกดดันต่อธนาคารกลางอังกฤษหรือแบงก์ ออฟ อิงแลนด์หรือบีโออี ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้โดยอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ5ปีที่ร้อยละ 7.1ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนพ.ย.

ทั้งนี้บีโออี กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากตลาดเงินเพื่อให้เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสำคัญจากระดับต่ำสุดร้อยละ0.50ขณะที่เศรษฐกิจอังกฤษ เริ่มฟื้นตัว

9.เกาหลีเหนือรวบตัวมิชชั่นนารีคริสเตียน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 19ก.พ.ว่านายจอห์น ชอร์ต มิชชั่นนารีชาวออสเตรเลียวัย 75ปีถูกเกาหลีเหนือจับกุมตัวทำให้เขาเป็นมิชชั่นนารีชาวคริสเตียนต่างประเทศรายที่2แล้วที่ถูกรวบตัวในเกาหลีเหนือโดยเขาเพิ่งเดินทางไปเกาหลีเหนือครั้งที่2กับกรุ๊ปทัวร์เมื่อถูกจับกุมในกรุงเปียงยางเมืองหลวงเกาหลีเหนือภรรยาของเขา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขาเข้าไปทำงานเผยแพร่ศาสนาด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวว่ารัฐบาลออสเตรเลียรับรู้ถึงการจับกุมตัวนายชอร์ตแล้ว

นายชอร์ตอาศัยอยู่ในฮ่องกงซึ่งเขาเป็นเจ้าของโรงพิมพ์หนังสือคริสเตียนอยู่แห่งหนึ่งภรรยาของเขากล่าวว่า นายชอร์ตก็รู้ว่าเกาหลีเหนือไม่ใช่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวแต่เขาก็แคร์ประชาชนและต้องการช่วยเหลือพวกเขาขณะที่ออสเตรเลียก็ไม่มีสำนักงานตัวแทนการทูตในเกาหลีเหนือด้วย

ทั้งนี้กิจกรรมเผยแผ่ศาสนาถูกจำกัดในเกาหลีเหนือและเจ้าหน้าที่ก็ได้จับกุมมิชชั่นนารีมาแล้วในหลายโอกาสในอดีตที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ นายเคนเนธ แบชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้บริหารบริษัทท่องเที่ยวและขณะเดียวกัน ก็เป็นมิชชั่นนารีขณะนี้ ถูกลงโทษจำคุก 15ปีในเกาหลีเหนือหลังจากถูกจับในเดือนพ.ย.2555
8.จีน-ปากีสถานลงนามข้อตกลงเศรษฐกิจ
สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีมัมนูน ฮุสเซน ของปากีสถาน และคณะ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เป็นเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 18 - 21 ก.พ. โดยในวันนี้นายมัมนูนได้ประชุมสุดยอดกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ก่อนจะมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ และปรับปรุงทางหลวงสานสำคัญในปากีสถาน นายมัมนูน กล่าวให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มการประชุม ว่า ความเป็นมิตรกับจีนถือเป็นแกนหลักสำคัญที่สุด สำหรับนโยบายต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงของปากีสถาน ขณะที่นายสี กล่าวว่า ประชาชนจีนชื่นชมมิตรภาพอันลึกซึ้งต่อประชาชนปากีสถาน

อิสลามาบัดกับปักกิ่งซึ่งต่างก็เป็นปรปักษ์กับอินเดีย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมานาน มีความร่วมมือทางด้านการทหารและการทูต แต่ยังล้าหลังทางด้านเศรษฐกิจ สาเหตุหลักเกิดจากอุปสรรคด้านการเมืองภายในของปากีสถาน ตัวเลขมูลค่าการค้า 2 ทาง เพิ่งจะผ่านหลัก 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555 ถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับตัวเลขการค้าทั้งหมดของจีนกับทั่วโลก

ส่วนหนึ่งของความตกลงที่ลงนามกันในวันนี้คือ การก่อสร้าง "ระเบียงเศรษฐกิจ" เส้นทางขนส่งความยาว 2,000 กม. เชื่อมต่อเมืองคาชการ์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน กับเมืองท่ากวาดาร์ ริมฝั่งทะเลอาระเบียนของปากีสถาน ซึ่งอยู่ใกล้เขตแดนอิหร่าน ซึ่งอาจจะมีการก่อสร้างทางรถไฟ และท่อส่งน้ำมัน คู่ขนานเส้นทางด้วย โครงการนี้มีความคืบหน้าหลังจากทางการปากีสถานส่งมอบการควบคุมท่าเรือกวาดาร์ให้บริษัท ไชน่า โอวเวอร์ซี พอร์ต โฮลดิ้ง จำกัด ของรัฐบาลจีน ในเดือน ก.พ. 2556 หลังจากคนงานจีนก่อสร้างท่าเรือดังกล่าวและเปิดใช้ตั้งแต่ปี 2550 ตามข้อตกลงจะมีการขยายท่าเรือกวาดาร์ ให้เป็นท่าเรือน้ำลึกขนส่งสินค้าเต็มรูปแบบ

และตามข้อตกลง จีนจะก่อสร้างท่าอากาศยานนาชาติแห่งใหม่ที่เมืองกวาดาร์ และปรับปรุงทางหลวงสายคาราโครัม ระยะทาง 1,300 กม. ที่เชื่อมต่อกวาดาร์กับเมืองหลวงอิสลามาบัดของปากีสถาน

เมื่อโครงการระเบียงเศรษฐกิจเริ่มดำเนินการ น้ำมันจากตะวันออกกลางจะถูกขนขึ้นจากเรือที่ท่ากวาดาร์ และขนส่งทางบกต่อไปยังจีน โดยผ่านเทือกเขาคาราโครัมและจังหวัดบาลูชิสถานของปากีสถาน ซึ่งจะย่นทั้งระยะทาง เวลา และประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับจีนได้เป็นอย่างมาก จากที่ปัจจุบันเรือบรรทุกน้ำมันจากตะวันออกกลางต้องใช้ระยะทางประมาณ 12,000 กม. กว่าจะถึงท่าเรือต่างๆ ที่อยู่ริมฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกของจีน.
7.ฝรั่งเศสเผยบัญชีเงินฝากลับเกือบ 16,000 ราย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า นายแบร์นาร์ด กาซีเนิฟ รัฐมนตรีกระทรวงงบประมาณฝรั่งเศส เผยต่อที่ประชุมกรรมาธิการการคลังของสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ว่า ชาวฝรั่งเศสแจ้งการถือครองบัญชีเงินฝากลับในต่างแดนเกือบ 16,000 คน หลังจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ยุตินโยบายเก็บความลับลูกค้าเงินฝากธนาคาร และสถาบันการเงินต่างๆ ในประเทศ ภายใต้การกดดันอย่างหนักจากประชาคมโลก

นายการซีเนิฟ กล่าวอีกว่า ในบรรดาผู้ที่แจ้งมีบัญชีเงินฝากลับในต่างแดนใหม่ 80 % ฝากไว้ในสวิตเซอร์แลนด์ 7 % ที่ลักเซมเบิร์ก ส่วนที่เหลือฝากไว้ทมี่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

เดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศลดโทษให้เบาลง สำหรับผู้ที่สมัครใจรายงานการมีบัญชีเงินฝากลับในต่างประเทศ การเปิดเผยกำลังจะทำให้รัฐได้เงินเข้าคลัง 230 ล้านยูโร จากผู้รายงาน 2,621 ราย แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดรายได้เข้าคลังจะสูงถึง 1,000 ล้านยูโร.
6.เพิ่งพบศพมหาเศรษฐีจีน ฮ.ตกที่ฝรั่งเศส
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า ตำรวจฝรั่งเศสเผยเมื่อวันพุธว่า ศพที่พบริมฝั่งแม่น้ำดอร์ดอญ ในเมืองบอร์กโดซ์ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ผลการตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอ ยืนยันว่า คือ นายแลม ก๊อค มหาเศรษฐีวัย 46 ปีชาวจีน ที่สูญหายไปหลังเกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกลงในแม่น้ำสายดังกล่าว เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา

นายแลม นักธุรกิจชาและอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของบริษัทบริลเลียนท์ในฮ่องกง เพิ่งตกลงซื้อไร่ปลูกองุ่นพร้อมคฤหาสน์ "ชาโต เดอ ลา ริเวียร์" เนื้อที่ 65 เฮคตาร์ (396.5 ไร่) ด้วยราคา 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,500 ล้านบาท) โดยหวังจะแปลงโฉมให้เป็นไร่ชิมชาและไวน์ระดับหรู ในวันที่ 20 ธ.ค. เขาเชิญสื่อมวลชนทั้งจากจีนและนานาชาติ เดินทางไปชมไร่ดังกล่าว ก่อนที่ นายเจมส์ เกรกัวร์ นักธุรกิจชาวฝรั่งเศส เจ้าของไร่ จะนำนายแลมบินชมทัศนียภาพไร่ทางอากาศ โดยเขาเป็นผู้ขับเฮลิคอปเตอร์พาชมด้วยตนเอง และมีลูกชายวัย 12 ปีของนายแลม กับนายเผิง หวัง ล่ามและที่ปรึกษาด้านการเงินของแลม ขึ้นไปด้วย ขณะที่ภรรยาของแลมเกิดเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย โดยบอกว่าเธอกลัวการนั่งเฮลิคอปเตอร์

รายงานระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ตกลงในแม่น้ำดอร์ดอญ หลังบินขึ้นฟ้าได้ไม่นาน ผลการสอบสวนยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้จนถึงขณะนี้ หลังเกิดเหตุศพลูกชายของแลมถูกพบเป็นรายแรก ตามด้วยนายเผิงและนายเกรกัวร์ การค้นหายังดำเนินต่อมาจนกระทั่งพบศพนายแลมในที่สุด

นายเกรกัวร์ซื้อไร่พร้อมคฤหาสน์ ชาโต เดอ ลา ริเวียร์ เมื่อปี 2546 หนึ่งปีหลังจากเจ้าของไร่คนก่อนเสียชีวิต จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเช่นเดียวกัน.
5.ศรีลังกาซื้อคืนเงินเหรียญบริจาควัดในอินเดีย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า ทางการศรีลังกาคาดหวังจะซื้อคืนเงินเหรียญรูปีของประเทศ น้ำหนักรวมกว่า 10 ตัน ที่นักแสวงบุญชาวศรีลังกา นำไปหย่อนตู้บริจาคตามวัดพุทธ โบสถ์ฮินดูหรือโบสถ์คริสต์ในประเทศอินเดีย เพื่อนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ในท้องตลาด ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการปั๊มเหรียญรูปีใหม่ได้มาก

แถลงการณ์ของธนาคารกลางศรีลังกา เมื่อวันพุธ ระบุว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานกษาปณ์ศรีลังกาใช้โลหะนิเกิล และทองเหลือง ในการปั๊มเหรียญเงินรูปี ซึ่งบางครั้งค่าใช้จ่ายสูงกว่ามูลค่าหน้าเหรียญ จึงพยายามหาแนวทางลดค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมถึงการใช้เหล็กกล้าไร้สนิม หรือ สเตนเลส สตีล เป็นวัตถุดิบ

ในแต่ละปี ชาวพุทธศรีลังกาหลายหมื่นคน เดินทางไปสักการะและทำบุญ ที่วัดพุทธหลายแห่งในประเทศอินเดีย ที่ซึ่งเชื่อกันว่าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพอยู่เมื่อกว่า 25 ศตวรรษก่อน ขณะที่ชาวศรีลังกาเชื่้อสายทมิฬจะไปสักการะโบสถ์ฮินดู และชาวคริสต์ไปโบสถ์ของศาสนาตน

แถลงการณ์ระบุอีกว่า ทางการศรีลังกาได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปอินเดีย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ในการนำเอาเหรียญเงินรูปีศรีลังกา รวมน้ำหนักประมาณ 10 - 20 ตัน จากศาสนสถานต่างๆ กลับประเทศ

นายอชิต นิวาร์ด คาบราล ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกา กล่าวว่า ธนาคารฯ จะซื้อเงินเหรียญเหล่านี้ตามราคาหน้าเหรีญ ไม่ใช่ตามมูลค่าโลหะของมัน และอาจมีการเสนอของขวัญแถมให้เพิ่มเติม เพื่อเป็นแรงจูงใจ.
4.สองฝ่ายยูเครนตกลง "สงบศึก" ชั่วคราว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ผู้นำยูเครน แถลงเมื่อวันพุธ บรรลุข้อตกลง "สงบศึกชั่วคราว" กับแกนนำฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่าย ในการหาทางยุติวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือนพ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งบานปลายกลายเป็นเหตุนองเลือด ทำให้กรุงเคียฟลุกเป็นไฟและมีสภาพไม่ต่างจากสมรภูมิรบมาตั้งแต่วันอังคาร

ถ้อยแถลงของยานูโควิชมีขึ้นไม่นาน หลังประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ กล่าวเตือนรัฐบาลยูเครนซึ่งฝักใฝ่รัสเซีย ให้คำนึงถึง "ผลกระทบ" ที่จะตามมา เนื่องจากวอชิงตันกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับเรียกร้องไปยังกองทัพยูเครน ว่าอย่าแทรกแซงทางการเมือง หลังยานูโควิชสั่งการให้กองทัพเข้ามาปฏิบัติภารกิจปราบปราม "กลุ่มก่อการร้าย"

ขณะที่สหภาพยุโรป ( อียู ) เรียกประชุมฉุกเฉินรัฐมนตรีต่างประเทศทั้ง 28 ประเทศในวันนี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า อาจำนำไปสู่การออกมาตรการคว่ำบาตรต่อยูเครน ด้านรัฐบาลรัสเซียยังไม่แสดงท่าทีชัดเจน แต่ออกแถลงการณ์ประณามเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า เป็นความพยายามก่อ "รัฐประหาร" ของกลุ่มประเทศจากตะวันตก

ตำรวจปราบจลาจลยูเครนยกกำลังเข้าทลายค่ายของผู้ชุมนุมที่จัตุรัสเอกราช ฐานที่มั่นหลักใจกลางกรุงเคียฟ เมื่อวันอังคาร ส่งผลให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ศพ ซึ่งมีทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 400 คน
3."เฟซบุ๊ค" ทุ่ม 19,000 ล้านดอลลาร์ซื้อ "ว็อทสแอปป์"
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่ามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของเฟซบุ๊ค เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับ 1 ของโลก ประกาศบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับผู้บริหารของบริษัท ว็อทสแอปป์ ผู้ให้บริการสนทนาด้วยข้อความบนสมาร์ทโฟน เป็นมูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 627,000 ล้านบาท )

ซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า แม้เฟซบุ๊คจะมีผู้ใช้บริการทั่วโลกมากถึง 1,200 ล้านคนในปัจจุบัน ขณะที่สถิติของว็อทสแอปป์อยู่ที่ 450 ล้านคน แต่หากเทียบการบริหารงานในช่วงเวลาเดียวกันจะพบว่า ว็อทสแอปป์ขยายตัวมากกว่าเฟซบุ๊คหลายเท่า นอกจากนี้ การที่ตนรู้จักและสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับทีมงานบางส่วนของว็อทสแอปป์มานาน จึงเชื่อมั่นว่า การซื้อกิจการครั้งนี้จะนำไปสู่การขยายเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

ทั้งนี้ ภายใต้สัญญาการซื้อขายระบุ เฟซบุ๊คจะชำระเป็นเงินสด 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 132,000 ล้านบาท ) ส่วนที่เหลือจะเป็นในเรื่องของการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

การซื้อกิจการว็อทสแอปป์ของเฟซบุ๊คในครั้งนี้ ถือว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในวงการเทคโนโลยีระดับโลก และสูงทำลายสถิติที่เฟซบุ๊คซื้อ อินสตาแกรม บริการถ่ายภาพและแบ่งปันบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 715.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 23,604.9 ล้านบาท )
2.สหรัฐเตือนภัย "ระเบิดรองเท้า"
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ( ดีเอชเอส ) ออกแถลงการณ์เตือนสายการบินทั่วโลก ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นสัมภาระและร่างกาย ตลอดจนการสังเกตพฤติกรรมผู้โดยสารที่มีพิรุธ เนื่องจากหน่วยข่าวกรองได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมด้วยการซุกซ่อนระเบิดเอาไว้ในรองเท้า

ทั้งนี้ ดีเอชเอสพบความเป็นได้ของการก่อการร้ายในลักษณะดังกล่าวมากที่สุดบนเที่ยวบินจากต่างประเทศ ที่มุ่งหน้าเข้ามาลงจอดตามสนามบินในสหรัฐ

ปัจจุบันสนามบินหลายแห่งในโลกเพิ่มมาตรการตรวจค้นผู้โดยสารด้วยการให้ถอดรองเท้า หลังนายริชาร์ด ไรด์ ชาวอังกฤษ พยายามจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนเอาไว้ในรองเท้า บนเที่ยวบินจากกรุงปารีสมุ่งหน้าเมืองไมอามี ในรัฐฟลิริดา เพียง 3 เดือน หลังเหตุวินาศกรรม "9/11"เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 และนายอูมาร์ ฟารุค อับดุลมูตัลลับ สัญชาติไนจีเรีย พยายามระเบิดเครื่องบินที่โดยสารมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัม มุ่งหน้าเมืองดีทรอยต์ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2552

ประกาศดังกล่าวของดีเอชเอสถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือน หลังการประกาศเตือนภัย "ระเบิดยาสีฟัน" บนเที่ยวบินเข้า-ออกรัสเซีย ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิ กระตุ้นให้รัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามนำของเหลว ครีม และเจลทุกชนิด ขึ้นเครื่องบินเป็นการชั่วคราว
1.เวเนซุเอลาเดินหน้าประท้วงแม้แกนนำถูกจับ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ว่าประชาชนหลายร้อยคนเดินทางมารวมตัวกันหน้าศาลยุติธรรมในกรุงการากัส เพื่อให้กำลังใจและแสดงความสนับสนุนนายเลโอโปลโด โลเปซ หัวหน้าพรรคป็อปปูลาร์ วิลล์ พรรคฝ่ายค้านซึ่งเป็นแกนนำจัดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ ซึ่งมอบตัวต่อตำรวจเมื่อวันอังคาร โดยอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายและฆาตกรรม ที่เกี่ยวโยงกับการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างน้อย 4 ศพ ในการสลายชุมนุมเมื่อต้นสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม พรรคป็อปปูลาร์ วิลล์ เผยผ่านทวิตเตอร์ในเวลาต่อมาว่า เจ้าหน้าที่ย้ายตัวโลเปซไปรับการไต่สวนที่เรือนจำทหาร โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของโลเปซเอง ซึ่งเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมต่อ โดยแต่งกายสีขาวเป็นสัญลักษณ์

ประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ทายาททางการเมืองของอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ผู้ล่วงลับ กำลังเผชิญความท้าทายต่อหน้าที่ครั้งใหญ่ จากการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาและชนชั้นกลางจำนวนมาก ซึ่งไม่พอใจนโยบายกักตุนและควบคุมราคาสินค้าของรัฐบาล ตลอดจนนโยบายคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ผลจากการสลายการชุมนุมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ หนึ่งในนั้นคือน.ส.เจเนซิส กาโมนา วัย 22 ปี นักศึกษาสาวซึ่งเป็นนางงามระดับท้องถิ่นด้วย

ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ แถลงประณามเหตุรุนแรงในเวเลซุเอลา พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และเรียกร้องให้รัฐบาลการากัสปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทั้งหมด

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น