10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557

update :19/2/2014 11:11
views : 1637
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/
ในช่วงรอบวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีเหตุการณ์ไหนที่น่าสนใจ ทีมงาน toptenthailand ได้ทำการรวบรวมข่าวที่น่าสนใจนำมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 หากไม่อยากตกข่าวห้ามพลาดเด็ดขาด
10.”ถาวร”ลั่นปิดมท.ต่อ ไม่คืนพื้นที่
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลา 18.30 น. ที่เวทีชุมนุม กปปส.สีลม นายถวาร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ห้าแยกลาดพร้าว ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโดยได้นำมวลชนยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม กปปส. ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยนายถาวร กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนนำมวลชนไปสมทบรักษาพื้นที่ร่วมกับ สรส.ที่ทำการปิดกระทรวงมหาดไทยอยู่ เพราะตำรวจเข้าสลายการชุมนุม ก่อนที่ตำรวจเริ่มเคลื่อนขบวนประชิดใกล้กับสะพานสะพานมัฆวานรังสรรค์ จุดที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประจำอยู่ เพื่อทำการจับกุม แต่มีมวลชนบางส่วนที่ปิดล้อมกระทรวงมหาดไทย อาสาไปสกัดกั้นตำรวจ และเกิดการปะทะกัน ทำให้นายศรัทธา แซ่ด่าน อายุ 43 ปี ชาว จ.ยะลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณหน้าอกเสียชีวิต ที่รพ.วชิรพยาบาล เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทั้งนี้นายศรัทธา เป็นผู้ชุมนุมเวที กปปส.สีลม ซึ่งเดินทางร่วมถึง 5 ครั้งแล้ว

“การสูญเสียครั้งนี้ศพแล้วศพเหล่า ก็ไม่ทำให้เราย่อท้อต่อรัฐบาลทรราชย์ และยิ่งเป็นพลังให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้ สำหรับผู้สูญเสียจะเป็นวีรบุรุษในใจของพวกเราเสมอ ผมอยากถามกลับไปที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ว่าวันนี้เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด หากลูกกระสุนไปถูกลูกชายของคุณจะทำอย่างไร ” นายถาวร กล่าว

นายถาวร กล่าวอีกว่า ตนได้รับรายงานว่าตำรวจคงมีความพยายามจะสลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง จึงมีมวลชนจากสีลมไปปักหลักค้างคืนปิดทำกระทรวงมหาดไทยอยู่ จำนวน 600 คน และในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ตนก็จะนำมวลชนเดินทางไปสมทบอีก 1,500 คน เพื่อยืนยันว่าจะไม่ให้รัฐบาลสามารถทำงานได้อีก.
9.ปชช.ทยอยร่วมชุมนุมเวที กปปส.สีลม-ปทุมวัน
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมเวทีกปปส.สีลม ในช่วงเย็นว่า เริ่มมีประชาชนทยอยมาร่วมการชุมนุมเพิ่มขึ้น ภายหลังจากเลิกงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์การขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า ขณะที่กิจกรรมบนเวทีจะเน้นไปที่การรายงานสถานการณ์ของ ศรส.ขอคืนพื้นที่การชุมนุม เป็นระยะ ๆ ควบคู่กับการรายงานข่าวประชาชนแห่ถอนเงินจากธนาคารออมสิน เป็นวันที่ 2 รวมถึงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรีปล่อยโกงจำนำข้าว นัดให้ปากคำ วันที่ 27 ก.พ.นี้ ซึ่งมีผู้ชุมนุมได้เป่านกหวีดแสดงความพอใจเสียงดังลั่น

ขณะที่เวทีกปปส. บริเวณแยกปทุมวัน บรรยากาศช่วงเย็น เป็นไปอย่างคึกคักเช่นเดียวกัน ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทยอยเดินทางเข้าสมทบในพื้นที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยเสื้อผ้าและสัมภาระเพื่อพักค้างคืนขณะที่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็ได้กลับถึงเวทีแล้ว โดยนายสุเทพ พร้อมแกนนำคนอื่น ๆ ได้เข้าเต้นท์วอร์มรูมหลังเวที เพื่อพักผ่อนและเตรียมตัวขึ้นปราศรัยในคืนนี้ขณะที่กิจกรรมบนเวที มีแกนนำขึ้นเวทีปราศรัยรายงานข่าวสารสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. และความเคลื่อนไหวของรัฐบาล ให้ผู้ชุมนุมได้รับฟัง สลับกับการแสดงดนตรีจากกลุ่มศิลปินหลากหลายแนว ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากการ์ดประจำเวที ที่คอยตรวจตราอย่างเข้มงวด.
8.พุทธะอิสระ ชี้ต้องเจรจาเพื่อลดเงื่อนไขสู่ความรุนแรง
เมื่อวันที่18 ก.พ. ที่เวทีกปปส.ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวถึง การปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ ของกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม บริเวณสะพานผ่านฟ้า ซึ่งส่งผลให้เกิดการปะทะและสูญเสียว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นพร้อมระบุว่า ต้องการฝากส่งสัญญาณไปยังเวทีอื่นๆ ว่า ควรใช้ยุทธวิธีมากกว่าการใช้แรงและกำลัง เพราะมีแต่จะสูญเสียโดยยืนยันว่า เวทีแจ้งวัฒนะยังยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรง และเห็นว่า การเจรจาคือแนวทางสำคัญและเวทีแจ้งวัฒนะก็ยึดวิธีดังกล่าวมาตลอด อย่างไรก็ตาม หลังมีการรื้อแนวบังเกอร์และกระชับพื้นที่ชุมนุมเพื่อเปิดพื้นที่จราจรเพิ่มยอมรับว่า เป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยเพราะแนวปะทะถูกเคลื่อนย้ายออกไปทั้งหมด คืนนี้จึงถือเป็นคืนวัดใจว่าตำรวจจะให้การดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมได้ตามข้อตกลงที่เจรจาร่วมกันไว้ ผลการเจรจามีแนวโน้มที่ดีไม่มีสัญญาณการเข้าสลายชุมนุม ที่สำคัญยังได้รับการยอมรับว่า เป็นเวทีชุมนุมที่ดีเนื่องจากมีการเจรจาและปฏิบัติตามข้อเจรจาซึ่งกันและกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผลการเจรจา กับตำรวจภูธรภาค 1 รอบ 2 มีข้อตกลงให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุม เปิดการจราจรเพิ่มอีก1 ช่องทาง คือเส้นทางจราจรที่ต้องผ่านพื้นที่ชุมนุม โดยจะเปิดในช่วงเวลากลางวัน แบบวิ่งได้ทางเดียวคือเข้าเมืองส่วนรถที่วิ่งออกนอกเมืองยังต้องวิ่งอ้อมด้านหลังศูนย์ราชการเหมือนเดิม ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือว่าจะเปิดช่องทางได้ในช่วงเวลาใด เนื่องจากต้องประสานให้ตำรวจและทหารเข้ามาตั้งจุดตรวจดูแลความปลอดภัยร่วมด้วย ทั้งนี้ วันเดียวกันนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะเดินทางเข้าพบหลวงปู่ฯเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานที่ศูนย์ราชการอาคารบี ผลการเจรจาหลวงปู่ฯยอมเปิดให้เข้าทำงานได้ทันทีในวันพรุ่งนี้( 19 ก.พ.) แต่ให้กำหนดห้วงเวลาในการเข้าและออกจากที่ทำงานเหลื่อมกับหน่วยงานอื่นเพื่อให้สะดวกในการใช้เส้นทางเข้าออกพื้นที่ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลฯระบุเวลาเข้าทำงานช่วง09.00-15.00 น.โดยเงื่อนไขการเข้าออกเหมือนกันหน่วยงานอื่นคือเข้าทำงานได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีรายชื่อให้ตรวจสอบเท่านั้น.
7. “เทือก” กร้าวประกาศไล่ล่า “นายกฯยิ่งลักษณ์”
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่เวที กปปส.ปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า วันนี้เป็นวันที่หดหู่น่าเศร้าใจ เราต้องสูญเสียชีวิตพี่น้องร่วมอุดมการณ์ไป 3 รายตนขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัววีรชนที่เสียชีวิตในวันนี้

คือ นายสุพจน์ บุญรุ่ง อายุ 52 ปี นายธนูศักดิ์ รัตนคช อายุ 29 ปี อีกรายชื่อนายศรัทธา แซ่ด่าน ชาว จ.ยะลา และตำรวจอีก 1 ราย คือ ด.ต.เพียรชัย ภารวัตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 64 รายอยู่ตามรพ.ต่าง ๆ ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคำสั่งของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และศรส.ทั้งสิ้น ตนขอให้สงบนิ่งไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย

จากนั้นนายสุเทพได้เล่าเหตุการณ์ในวันนี้และนำภาพถ่ายเหตุการณ์มาแสดงพร้อมทั้งอธิบายให้ประชาชนฟัง เริ่มจากภาพขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวประจันหน้ากับประชาชนที่นั่งสวดมนต์อยู่ ภาพการใช้โล่กระแทกหลังผู้หญิง ภาพการยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตา ทำให้ประชาชนตกใจร้องไห้ เพราะไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะทำรุนแรง รวมทั้งภาพประชาชนสู้กับแก๊สน้ำตา ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ถืออาวุธการเคลื่อนกำลัง คราบเลือดที่เกิดขึ้น และภาพจากซีเอ็นเอ็นที่ชี้ให้เห็นว่าตำรวจยิงปืนสั้นใส่ประชาชนซึ่งประชาชนสามารถยึดปืนมาได้
นอกจากนี้นายสุเทพยังเปิดวิดีโอภาพที่ตำรวจใช้กำลังให้ประชาชนดูด้วย “มีภาพแบบนี้เป็นร้อย ๆ ภาพผมอยากให้คนไทยได้เห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นฝ่ายประชาชนไม่ได้เริ่ม แต่เจ้าหน้าที่เริ่มและกระทำกับประชาชนอย่างโหดร้าย ผมได้ข้อมูลจากเพื่อนที่เป็นตำรวจว่าตอนแรกก็เจรจากันดี ๆ แต่พอน.ส.ยิ่งลักษณ์อ่านคำแถลงเสร็จ รัฐบาลโดยศรส.สั่งทันทีว่าไม่ต้องเจรจาต่อให้ลุยทันที และคนที่สั่งให้นำกำลังเข้ามาลุยเป็นผู้บังคับการตำรวจชลบุรี ประชาชนได้นำปลอกกระสุนที่ตกเรี่ยราดมาให้ผม ตอนนี้หลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งทะเบียนรถ ป้ายหาเสียง ได้มอบให้ ส.ว.ไปแล้ว เพื่อให้สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ

การกระทำที่เกิดขึ้นในวันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผอ.ศรส. และผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบโดย กปปส.จะช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตทุกราย
และจัดหาทนายดำเนินคดีกับทั้ง 3 คนข้อหาฆ่าคนตายกปปส.” นายสุเทพ กล่าว

เลขาธิการ กปปส. กล่าวต่อว่าเห็นพิษภัยของการใช้อำนาจรัฐโดยเผด็จการชัดเจนหรือไม่ ตั้งแต่ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความรุนแรงที่เกิดขึ้น 20-30 ครั้งไม่มีเหตุการณ์ไหนที่พวกเราก่อขึ้น ทั้งนี้ นายถาวร เสนเนียมได้ไปร้องศาลแพ่งเพื่อให้ยกเลิก

พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งศาลได้เปิดไต่สวนและนัดที่จะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 19 ก.พ.เวลา 15.00 น. อยากจะบอกน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าระยำจริง ๆ เป็นนายกฯที่มือเปื้อนเลือด บังอาจสั่งการให้สมุน บริวาร เข่นฆ่าสังหารประชาชน โกงชาวนา ทำให้ชาวนาน้ำตาตก ทำให้ชาวนาต้องฆ่าตัวตาย 11 รายแล้ว แต่ไม่ดูดำดูดี ไม่มีความเห็นใจให้กับครอบครัวชาวนาที่เสียชีวิต ทำให้ชาวนาไม่ได้เงิน บัดซบจริง ๆ เป็นหนี้ชาวนามาครึ่งปีแล้วไม่จ่ายเงิน ไม่มีใครเลวทราม ต่ำช้า บัดซับเท่าอีกแล้ว เพราะมันไม่ได้เกิดกับตระกูลชินวัตร ไม่ได้เกิดกับลูกคุณ ทั้งที่เกิดขึ้นจากน้ำมือตัวเองแท้ ๆ

“มีคนส่งข่าวมาหาผมบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมจะลาออก แต่ต้องให้คนกลางมาเป็นนายก ฯ เป็นคนกลางที่เขาเห็นชอบด้วย
แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าถ้าลาออกเพราะแพ้ประชาชนไม่ยอม ผมบอกกับคนที่มาส่งข่าวว่าประชาชนก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน พวกเราไม่มีอะไรจะสูญเสียอีกแล้ว ชีวิตพวกเรามันยังทำกับเราได้ขนาดนี้ ผมจะไม่ยอมตระกูลชินวัตรอีกต่อไป ถ้าจะให้พวกเรามีชีวิตในสภาพเป็นขี้ข้าตระกูลชินวัตรให้ตายเสียดีกว่า ญาติของเราศพแล้วศพเล่าสังเวยเพราะการกระหายอำนาจ ไม่มีอะไรจะสูญเสียกว่านี้อีกแล้วไม่มีการเจรจา ต่อรอง “นายสุเทพ กล่าว

เลขาธิการ กปปส. กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.จะยกระดับการต่อสู้ให้ถึงตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนจะนำประชาชนไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมในวันที่ 19 ก.พ. เดินทางโดยรถยนต์ ขอวิงวอนพี่น้องที่รักชาติรักแผ่นดินใครมี รถสิบล้อ รถหกล้อขอให้ช่วยจัดรถให้พวก ตอน 9 โมงเช้าทั้ง 4 เวที 10 โมงล้อหมุน ทุกเวทีมุ่งหน้าไปสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หาก

น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีมาทำเนียบรัฐบาลรถทุกคันจะหันมาที่ทำเนียบไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหนตามไปไล่ที่นั่น ทุกวัน ต้องไล่ออกไปให้พ้นจากอำนาจโดยเร็วที่สุด ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.เป็นต้นไป ไม่ต้องนั่งเฝ้าเวที ตามล่า ตามไล่ทุกวัน ทุกหนทุกแห่ง หนีไป จ.เชียงใหม่ ก็จะตามไป ตอนนี้เดินไม่ทัน ต้องอาศัยรถแล้ว จะเตรียมอาวุธไว้ฆ่าอีกกี่คนก็เตรียมไว้เลยไม่กลัวแล้ว

วันนี้ขนาดระเบิดลงบึ้ม ๆ ประชาชน ยังวิ่งเข้าหาระเบิด ทำกับประชาชนจนไม่สามารถทนทานได้แล้ว ใครจะทนก็ทนไปแต่เราจะไม่ทนอีกต่อไป

นายสุเทพ กล่าวว่า วันที่ 19 ก.พ.พี่น้องกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงตนขอบินฑบาตรรถมาช่วยไล่มารร้าย หากพี่น้องชาวกรุงเทพ ฯ ท่านใดเห็นเหมือนกับเราว่าต้องการไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปโดยเร็วไปร่วมกับเราที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มีรถยนต์ส่วนตัว รถมอเตอร์ไซต์ไปเลย หากมวลมหาประชาชนไม่สามัคคีก็คงไม่สามารถไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์

ออกไปได้ ในวันที่ 19 ก.พ. ตนจะยืนบนหลังคารถ ถ้าเตรียมสไนป์เปอร์ก็ยิงได้เลย ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว มันฆ่าพี่น้องของเรา อยู่ไม่ไหวแล้ว.
6.ผ่านฟ้าระอุ ตร.ขอคืนความสง จับ “สมเกียรติ” กลางดงปืน-ระเบิด
เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. วันนี้ ( 18 ก.พ.) หลังกำลังตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ขอคืนความสงบสุบให้กรุงเทพฯ พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม กปท. และกองทัพธรรม ที่ตรึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในที่สะพานผ่านฟ้า ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยตำรวจทำตามลำดับขั้นตอนการปฏิบัติครบถ้วน แต่การเจรจากับกลุ่มแกนนำไม่เป็นผล โดยกลุ่มผู้ชุมตั้งแถวเป็นกำแพงมนุษย์ และส่วนใหญ่นั่งสวดมนต์ เผชิญหน้ากับกำลังตำรวจ กระทั่งสุดท้ายตัดสินใจรุกคืบเข้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางจนเกิดเหตุชุลมุน ตำรวจตัดสินยิงแก๊สน้ำตาเพื่อให้ผู้ชุมนุมโดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ จนสามารถจับกุมผู้ชุมนุมได้จำนวนมาก และมีรายงานว่า นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.ถูกจับกุมตัวด้วย คาดว่าจะถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี

อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น และมีเสียงปืนดังขึ้น โดยมีรายงานว่ามีตำรวจถูกยิงและถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บหลายราย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยทั้งหมดถูกลำเลียงส่งรพ.เรียบร้อยแล้ว แต่ความวุ่นวายในบริเวณนี้ยังมีอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ยังคงตรึงเครียด ทั้งนี้หลังมีเสียงระเบิด ตำรวจต้องถอยร่นกลับมาตั้งแนวใหม่

ต่อมา เรือตรี แซมดิน เลิศบุศย์ แกนนำ กองทัพธรรม ระบุว่า มีเสียงระเบิดและเสียงปืนดังขึ้น เป็นระยะแต่ไม่ได้มาจากฝั่งผู้ชุมนุม มาจากใครไม่ทราบ ทำให้ตำรวจและผู้ชุมนุมบาดเจ็บหลายราย สถานการณ์ยังตรึงเครียด พร้อมกันนี้ ยังกล่าวหาว่า ตำรวจเข้ารื้อค้นขอคืนพื้นที่แบบไม่ถูกต้อง เหยียบย่ำประชาชนที่ชุมนุมกันโดยสงบ

ขณะที่ สมณะโพธิรักษ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเสียงระเบิดเสียงปืนมาจากฝั่งไหน แต่ทันทีที่มีเสียงระเบิดขึ้นก็เห็นตำรวจถอยร่นและบาดเจ็บ ผู้ชุมนุมเองก็บาดเจ็บ เป็นไปได้ว่า มีผู้หวังดีมาช่วยผู้ชุมนุม หรือเป็นฝีมือของตำรวจอีกชุดเอง แต่เรื่องนี้ทำให้เห็นความรุนแรง จึงอยากให้เสนอข่าวให้ทั่วโลกทราบความจริงว่าเมืองไทยมีความรุนแรงแล้ว พร้อมตั้งคำถามว่า จะมายึดผ่านฟ้าคืนทำไม จะมายึดทำเนียบคืนทำไม
5.ยอดดับสังเวยศึกผ่านฟ้า 4 ศพ ทั้งสองฝ่ายเจ็บระนาวหนีบึ้มวุ่น
วันนี้ (18 ก.พ.) ศูนย์เอราวัณ รายงานเหตุขอคืนพื้นที่ แยกสะพานผ่านฟ้า ข้อมูล ณ เวลา 12.20 น.มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 25 ราย นำส่ง รพ.กลาง 15 ราย หัวเฉียว 2 ราย รามา 2 ราย และวชิรพยาบาล 6 ราย

สำหรับรายชื่อตำรวจบาดเจ็บจากการปะทะรักษาตัวอยู่ที่รพ.สงฆ์กำลังย้ายมารักษาต่อที่รพ.ตำรวจ มีดังนี้

1.ด.ต.กัมปนาทพรสวัสดิ์ โดนสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา

2.ด.ต.วัฒนพงษ์พระสุรัตน์ โดนสะเก็ดระเบิดที่ต้นขาขวา

3.ด.ต.พรชัยรินทร์อายุ 42ปีโดนสะเกิดระเบิดที่แขนซ้าย

4.ส.ต.ท.สุพลบุตรดี อายุ 35ปี โดนสะเกิดระเบิดที่ต้นแขนขวาหัวไหล่ขวา ปลายหูขวา

5.ส.ต.ต.พงศกร แสงกลม ผบ.หมู่ฯ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะบาดเจ็บสาหัส

ขณะที่ บริเวณสะพานผ่านฟ้า ยังตึงเครียดโดยล่าสุดตำรวจต้องถอยร่นอลหม่านไม่เป็นขบวน และมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดทาง และสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนพากันกรูกันเข้าใส่เพื่อทำร้าย เพราะโกรธแค้นที่มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้ตำรวจทั้งหมดถอยไปปักหลักที่สนามหลวงหมดแล้ว ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงแล้วในเวลา 13.30 น.

ล่าสุด ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร(กทม.) รายงานว่า จากสถานการณ์การเข้าขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศในช่วงเช้าวันนี้(18 ก.พ.57) มีผู้บาดเจ็บจากการปะทะจำนวน 64 คน เสียชีวิตจำนวน 4 คน รวมเป็น 68 คน โดยผู้บาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลต่างๆดังนี้ รพ.วชิระพยาบาลจำนวน 19 คน รพ.กลาง จำนวน 15คน รพ.หัวเฉียว จำนวน 14 คน รพ.รามาธิบดีจำนวน 8 คน รพ.สงฆ์ จำนวน 4 คน รพ.ตำรวจ จำนวน 1 คน รพ.จุฬาลงกรณ์1 คน รพ.พระมงกุฎฯ2คนส่วนผู้เสียชีวิตจำนวน 4 คน คือ 1.นายสุพจน์ บุญรุ่ง อายุ 52 ปี มีบาดแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.กลาง 2.ด.ต.เพียรชัย ภารวัตร อายุ 45 ปี มีบาดแผลที่หน้าอก เสียชีวิตที่รพ.กลาง 3.นายธนูศักดิ์ รัตนคช อายุ 29 ปี มีบาดแผลที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ.วชิรพยาบาล และ 4.ชายไทย ไม่ทราบชื่อ มีบาดแผลใต้ราวนม เสียชีวิตที่รพ.วชิรพยาบาล

ทั้งนี้ยอดผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่เหตุที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2556 จนถึงขณะนี้ มีผู้บาดเจ็บแล้ว 682 คน ผู้เสียชีวิต จำนวน15 คน รวมเป็น 697 คน
4.มติ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา “นายกฯยิ่งลักษณ์” ปล่อยโกงจำนำข้าว
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ ในฐานะโฆษก และกรรมการ ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่ประธานวุฒิสภา ให้ส่งคำร้องขอให้วุฒิสภา ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่ามีพฤติการส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย และกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีเหตุควรสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปล่อยให้มีการทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าว โดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่นั้น ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะองค์คณะไต่สวน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้มีหนังสือเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาให้มาพบ และแจ้งข้อกล่าวหา ตามระเบียบการไต่สวนทุจริต ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 14.00 น.
3.ปปช.แจ้งข้อหานายกฯ ทุจริตจำนำข้าว
มติ ป.ป.ช.เอาผิดนายกฯ

วานนี้ (18ก.พ.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ ในฐานะโฆษก และกรรมการ ป.ป.ช.แถลงว่า ตามที่ประธานวุฒิสภา ให้ส่งคำร้องขอให้วุฒิสภาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย และกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีเหตุควรสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปล่อยให้มีการทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวโดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะองค์คณะไต่สวนได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้มีหนังสือเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาให้มาพบและแจ้งข้อกล่าวหา ตามระเบียบการไต่สวนทุจริต ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 14.00 น.

ป.ป.ช.แจ้งจับ 5 แกนนำ

ต่อมา นายวิชา พร้อมนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการและรองโฆษก ป.ป.ช. แถลงด้วยว่า กรณีกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) นำโดยนายศรรักษ์ มาลัยทอง นำมวลชนมาชุมนุมปิดกั้นขัดขวางการทำงานของ ป.ป.ช.อย่างต่อเนื่องหลายครั้ง โดยมีท่าทีข่มขู่คุกคามไม่ให้กรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนคดีทุจริตจำนำข้าวและปราศรัยโจมตีการทำงานของคณะกรรมการฯอย่างเสียหายสร้างความเสื่อมเสียแก่องค์กร อีกทั้งเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ยังบุกเข้ามาขัดขวางให้ยุติการไต่สวนกรณีทุจริตจำนำข้าว โดยปีนรั้วและใช้ค้อนทุบกุญแจล็อกประตูหน้าสำนักงาน จึงให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความฐานบุกรุกและทำลายทรัพย์สินที่ สภ.เมืองนนทบุรี ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรีขออนุมัติออกหมายจับแกนนำ 5 คนแล้ว

มติบอร์ดยกเลิกปล่อยกู้

ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด ถนนรัชดา นางชูจิรา กองแก้ว ประธานคณะกรรมการธนาคารออมสิน (บอร์ด) ได้เรียกประชุมบอร์ดหารือถึงปัญหาการแห่ถอนเถินของลูกค้าจากนั้น นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ บอร์ดออมสิน ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมบอร์ดมีมติ 3 เรื่อง คือให้ยกเลิกวงเงินกู้อินเตอร์แบงก์กับ ธ.ก.ส. วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยจะออกเป็นหนังสือแจ้ง ธ.ก.ส. วันที่ 19 ก.พ. พร้อมเรียกคืนวงเงินที่อนุมัติไปแล้ว 5 พันล้านบาท รวมทั้งให้ ธ.ก.ส. ออกมาชี้แจงสาธารณชนถึงการใช้เงินดังกล่าวด้วย สำหรับเรื่องการถอนเงินของลูกค้าถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่คาดว่ามติดังกล่าวจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้าประชาชนและพนักงานกลับคืนมา

ผอ.ออมสินยื่นลาออก

ต่อมาบอร์ดและผู้บริหารธนาคารออมสินได้กลับไปที่สำนักงานใหญ่เพื่อชี้แจงกับพนักงานถึงมติดังกล่าว แต่พนักงานไม่พอใจ ยืนยันให้นายวรวิทย์แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก กระทั่งนายวรวิทย์ได้หารือกับบอร์ดและตัวแทนพนักงานออมสินกว่า 300 คน เป็นเวลา 10 นาที และได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งให้ประธานบอร์ดต่อหน้าพนักงานกว่า 300 คน

นายวรวิทย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า การยื่นหนังสือลาออกครั้งนี้เป็นเป็นการยื่นล่วงหน้า 30 วัน หากพนักงานให้โอกาสและคิดว่าตนดำเนินการต่อไปก็พร้อมจะมากอบกู้ศักดิ์ศรีของธนาคารออมสินต่อไปโดยขอให้พนักงานทุกคนหยุดกดดันให้คณะกรรมการธนาคารลาออกเพราะรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ได้.
2.เอกนัฏ โพสต์สารภาพผิด ขอโทษแทน สุเทพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 23.17 น.ของวันที่ 18 ก.พ. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง)" มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า " มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีภาพและคลิปตำรวจทำระเบิดตก หลังจากศึกษาภาพและคลิปทั้งหมดยอมรับว่าไม่ชัดเจนจริง ๆ หากผิดพลาดผมต้องขออภัยแทนลุงกำนัน เพราะเป็นคนจัดเตรียมข้อมูลให้ลุงกำนันพูดบนเวที เราต้องการเสนอข้อมูลเร็วที่สุด เพราะที่ผ่านมาศรส. บิดเบือนข้อมูล ผมขออภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนั้นที่ต้องบาดเจ็บจากวีรกรรมที่กล้าหาญ อยากให้ตำรวจทุกคนเป็นเช่นนี้ ขณะเดียวกันต้องขอประณามการสั่งการของศรส.ที่ให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังและอาวุธทำร้ายประชาชนบริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยม จนทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 3 คน ผมไม่อยากให้คนชั่วนำกรณีนี้ไปสร้างประเด็นเพื่อบิดเบือนหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ศรส. ใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อผู้ชุมนุมที่บริสุทธิ์ ผมคิดว่าเราต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลและความคิดเห็นที่นำเสนอ เราจะสู้ด้วยข้อมูลที่เป็นความจริงเท่านั้น หวังว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะทำเช่นเดียวกัน"
1.กปปส.สีลม คึกคัก เคลื่อนพลไล่ “ยิ่งลักษณ์”
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่เวทีสีลม นายถาวร เสนเนียม พร้อมด้วยนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศระดมมวลชนรวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าเวที เพื่อเคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์และรถบัสไปขับไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) ถ.แจ้งวัฒนะ ร่วมกับมวลชนจากทุกเวที ภายหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ประกาศยกระดับเดินสายขับไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พร้อมกันนี้ทางแกนนำกปปส.ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมนำไม้กวาดไปกวาดตะปูเรือใบ เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีนำไปโรยไว้บริเวณถ.แจ้งวัฒนะ ทางเข้า-ออก สป.กห.ด้วย และกำชับให้ทุกคนระมัดระวังตนเอง

ทั้งนี้นายถาวร กล่าวว่า วันนี้เราจะยกคณะไปสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อขับไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์ นอกจากนี้ในวันนี้ (19 ก.พ.) ศาลแพ่งได้นัดพิจารณาคดีที่ตนยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กรณีการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้าวันนี้คดีชนะ หมายจับทั้งหมดก็ยกเลิก ดังนั้นในเวลา 15.00 น. ขอให้ทุกคนรอลุ้นด้วยกัน หากศาลแพ่งตัดสินว่าการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม และพล.ต.อ.อดุลย์ เตรียมเข้าคุกทั้งหมด หรือไม่นายกฯก็ต้องหนีออกนอกประเทศเหมือนกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี ซึ่งเป็นพี่ชาย

โดยในเวลา 09.20 น. กลุ่มชุมนุมกปปส.เวทีปทุมวันรายงานว่า ผู้ชุมนุมได้ตั้งขบวนเพื่อเคลื่อนไปยังสำนักปลัดกลาโหม โดยกองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.)แจ้งกปปส.เคลื่อนขบวนโดยรถยนต์ จำนวน 137 คันมุ่งหน้าไปสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมใช้ถนนอังรีดูนังต์ขึ้นทางด่วน หัวลำโพงมุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะ นำโดยนายจุมพล จุลใส แกนนำกปปส.เคลื่อนขบวนไป

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่สำนักงานปลัด กลาโหม เมืองทองธานีรายงานว่าเช้านี้ยังไม่มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มีเพียงเพิ่ม แนวลวดหนามเท่านั้น
มีรายงานข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่มีกำหนดการเดินทางไปสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมในวันนิ้

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น