10 อันดับเรื่องน่ารู้ของเครื่องในหมู

update :17/2/2014 17:31
views : 29021
ที่มา : toptenthailand
วันนี้ทีางาน toptenthailand ขอนำเสนอ เรื่องน่ารู้ของอาหารที่คนส่วนใหญ่ชอบทานมาฝากกันคะ นั้นก็คือเครื่องในหมูนั้นเอง ว่าแต่ละส่วนมีประโยชน์และโทษต่อร่างกายอย่างไร ใน 10 อันดับเรื่องน่ารู้ของเครื่องในหมู ไปดูกันเลยคะ
10.ม้ามหมู
ประโยชน์
มีประโยชน์พอๆ กับเครื่องในหมูอย่างอื่น เพราะเครื่องในส่วนมากจะมี ธาตุเหล็ก บำรุงร่างกาย สายตา ได้ดีคะ
โทษ
ไม่ควรทานในปริมาณที่มาก และบ่อยจนเกินไป
9.ลำใส้ใหญ่
ประโยชน์
รสชาติอร่อย บำรุงร่างกาย ให้โปรตีนดีเยี่ยม
โทษ
ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีไขมันล้วนๆ ถึงไม่มีมันให้เห็น แต่ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของหมูโดยเฉพาะเครื่องใน รับรองว่าไม่ควรทานมาก ถ้าไม่อยากอ้วนนะคะ
8.ลิ้นหมู
ประโยชน์
มีรสชาติอร่อย มีโปรตีน
โทษ
เนื่องจากมีไขมันสูง ไม่ควรทานบ่อยหรือปริมาณมากเกินไป
7.ปอดหมู
ประโยชน์
ปอดหมูมีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด
โทษ
ไม่ควรทานเยอะเกินปริมาณ เพราะจะเป็นการเพิ่มไขมันโดยไม่รู้ตัว
6.กระเพาะหมู
ประโยชน์
มีประโยชน์ในการบำรุง โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วยบำรุงมดลูกได้ดี
โทษ
ไม่ควรทานมาก เพราะจะทำให้เป็นไขมันสะสม เบาหวาน หัวใจ
5.หัวใจหมู
ประโยชน์
แน่นอนคะว่าหัวใจหมูก็คือเครื่องในหมูอย่างหนึ่ง ซึ่งให้โปรตีนต่อร่างกายและธาตุเหล็กช่วยบำรุง แต่ก็ไม่ควรทานมากนะคะ
โทษ
ก็เพราะมีโปรตีนเยอะไงคะ เราจึงไม่ควรทานเยอะหรือทานบ่อย เพราะจะทำให้มีไขมันสะสมในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้นะคะ
4.เลือดหมู
ประโยชน์
ในเลือดหมูมีธาตุเหล็ก โปรตีนช่วยบำรุงร่างกาย
โทษ
คนที่เป็น เก๊า และ ธาลัสซีเมีย ไม่ควรทานเพราะในเลือดมีธาตุเหล็กสูง
3.ลำใส้เล็ก
ประโยชน์
อาจจะน้อยสักหน่อย แต่ใส้หมูก็มีโปรตีนและธาตุเหล็กช่วยบำรุงร่างกาย
โทษ
ใส้หมูเป็นไขมันชนิดเลวและคอลเรสเตอรอลสูงมาๆ ไม่ควรทานมากเป็นเวลานานๆหรือทานบ่อยๆคะ
2.ตับหมู
ประโยชน์
ตับหมู หนึ่งในอาหารยอดนิยมที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นตับหมูทอดกระเทียม ตับหวาน หรือจะเอามาผัดกับดอกกุยช่ายก็สุดแสนอร่อย ตับหมูมีธาตุเหล็กและวิตามิน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 2 และ

วิตามินบี 3 ที่สามารถช่วยบำรุงสุขภาพผิวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถช่วยบำรุงสายตาให้สามารถปรับการรับรู้ในที่แสงสว่างไม่เพียงพออีกด้วย กระตุ้นระบบกล้ามเนื้อร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังมีวิตามิน บี 12 ที่สามารถช่วยบำรุงประสาทและสมอง ให้เกิดการเรียนรู้และมีความจำที่ดี พร้อมทั้งช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้ร่างกายสามารถนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของระบบให้ดียิ่งขึ้น

โทษ
ในตับหมูมีปริมาณคอเลสเตอรอลในปริมาณที่สูงเป็นอย่างมาก เช่น ตับหมูน้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีปริมาณของคอเลสเตอรอลมากกว่า 400 มิลลิกรัม หากบริโภคเป็นระยะเวลานานหรือในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย ก็จะส่งผลเสียทำให้หลอดเลือดเกิดการแข็งตัว และเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการทำงานของวงจรเส้นเลือดก็จะมีปัญหา เส้นเลือดสมองมีโอกาสที่จะเกิดการตีบตัน ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเป็น อัมพฤกษ์หรืออัมพาตและหากใครที่มักจะเกิดอาการปวดหัวข้างเดียวอยู่เป็นประจำ

หรือผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ก็ควรที่หลีกเลี่ยงการบริโภคทั้งตับหมูและตับไก่ให้มากเท่าที่จะทำได้ เพราะธาตุเหล็กจะเข้าไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมไปถึงหัวใจ อาจจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลันได้!!

นอกจากนี้แล้ว ตับหมูตามท้องตลาดบางแห่งยังมีสารที่ชื่อว่าเลนดอลเจือปนอยู่ โดยสารดังกล่าวนี้เป็นสารเคมีที่ผู้เลี้ยงหมูนิยมใช้เพื่อลดปริมาณไขมันลง และทำให้เนื้อหมูมีสีอ่อนนุ่มน่ารับประทาน แต่หากผู้บริโภครับประมาน

สารตัวนี้เข้าไป สารเคมทีดังกล่าวจะเข้าไปขยายหลอดลมได้ และหากเกิดการตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายนานกว่า 6 ชั่วโมง อาจส่งผลให้ร่างกายต่อต้าน กล้ามเนื้อสั่นกระตุก หัวใจเต้นเร็ว และสามารถส่งผลให้มีอาการทางจิตประสาทได้เลยทีเดียว
1.เซี้ยงจี้
ประโยชน์
เซี้ยงจี้คือส่วนของไต ของหมู มีโปรตีนและวิตามิน
โทษ
ไม่ควรทานมากเพราะมีไขมันสูง

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น