10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557

update :11/2/2014 10:41
views : 1177
ที่มา : toptenthailand
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
10. เสือร้ายขย้ำชาวบ้านดับรายที่ 10 ที่อินเดีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองลัคเนาประเทศอินเดีย เมื่อวันที่11ก.พ.ว่านายสาเกต บาโดลารองผู้อำนวยการเขตอุทยานแห่งชาติจิม คอร์เบตต์ เปิดเผยว่าเสือเพศเมียซึ่งออกตระเวนล่าเหยื่ออยู่ตามหมู่บ้านในเขตอุทยานแห่งชาติจิมคอร์เบตต์เขตอุทยานแห่งชาติที่เก่าแก่ที่สุดของอินเดียซึ่งตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2479เพื่อใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างเสือเบงกอลแต่ปรากฏว่า เสือร้ายตัวนี้ได้ฆ่าผู้คนมาแล้ว10รายด้วยกันในช่วง 6สัปดาห์ที่ผ่านมาโดยเหยื่อรายล่าสุด เป็นชาวบ้านคือชายวัย 50ปี ซึ่งออกมาเก็บฟืนในป่าเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมานอกหมู่บ้านคัลการห์ในรัฐอุตตราขัณฑ์ทางตอนเหนือของอินเดียเสือร้ายตัวนี้ได้กัดกินส่วนขาและช่องท้องของเหยื่อเป็นอาหารก่อนที่จะหนีไปเพราะถูกชาวบ้านช่วยกันโห่ไล่โดยมีพลั่วและท่อนเหล็กเท่านั้นเป็นอาวุธ

นายพรานคนหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเสือตัวนี้เกือบจะหล่นลงไปในกับดักที่พวกนายพรานทำเอาไว้ล่าเสือโดยใช้ลูกวัวเป็นๆเป็นเหยื่อล่อแต่มันกลับไม่ยอมกินเหยื่อและ เดินหนีหายไปในป่า

อินเดียมีเสือที่อาศัยอยู่ในป่าในขณะนี้ราว1,600ตัว
9. ตากล้องบราซิลสมองตายโดนพลุเข้าที่หัว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองริโอเดอ จาเนโร ประเทศบราซิลเมื่อวันที่ 11ก.พ.ว่านายซันติอาโก อิลิดิโออันดราเด วัย 49ปีช่างภาพของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการขั้นโคม่าเพราะถูกยิงเข้าที่ศีรษะด้วยพลุในระหว่างการชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านการขึ้นราคาค่ารถโดยสารเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในเมืองริโอ เดอ จาเนโร

สำนักงานสาธารณสุขเมืองริโอเดอ จาเนโร แถลงว่าศัลยแพทย์ทางประสาทของโรงพยาบาลเทศบาลซูซาอากูเอียร์ แถลงว่า นายซันติอาโกอิลิอิโด อันดราเด คุณพ่อลูกหนึ่งมีอาการสมองตายแล้วส่วนภรรยาของเขาก็ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์โกลโบว่าสามีของเธอได้จากไปแล้วพวกเขาได้ทำลายครอบครัวที่เข้มแข็ง

มีผู้ต้องสงสัยวัย22ปีถูกจับกุมตัวในข้อหาฆ่าคนตายโดยประมาทเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากยอมรับว่าเป็นคนขว้างพลุเข้าไปจริงซึ่งมาทราบตอนหลังว่าถูกช่างภาพ

เหตุชุมนุมประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีผู้ได้รับบาดเจ็บไป 5คนแต่ก็ตอกย้ำให้เห็นถึงความวิตกกังวลเรื่องการรักษาความปลอดภัยซึ่งเคยมีการประท้วงใหญ่ในบราซิลช่วงที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย5ศพ และบราซิลก็กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างวันที่12มิ.ย.ถึง13ก.ค.2557
8. จีน-ไต้หวันเปิดฉากหารือฟื้นความสัมพันธ์ครั้งประวัติศาสตร์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองนานกิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ว่านายหวัง หยู-ฉี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะรัฐบาลไต้หวัน ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายที่เกี่ยวข้องกับจีน นำคณะเดินทางถึงเมืองนานกิง ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันจันทร์ เพื่อเตรียมพบกับนายจาง ฉือ-จุน ประธานสำนักงานฝ่ายกิจการไต้หวันของจีน ในการหารือระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีครั้งแรก นับตั้งแต่ไต้หวันแยกตัวออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อ 65 ปีที่แล้ว หรือหลังสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2492

การเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ดังกล่าวที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้ น่าจะกินเวลาถึงวันศุกร์ที่ 14 ก.พ. ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่เปิดเผยหัวข้อที่ต้องการนำเข้าหารือในที่ประชุม อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า น่าจะเป็นการหารือในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ ไต้หวันน่าจะหยิบยกประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและเสรีภาพสื่อ ขณะที่จีนน่าจะมองถึงเป้าหมายในระยะยาว นั่นคือการรวมไต้หวันกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการ
7.ศาลสูงสเปนออกหมายจับอดีตผู้นำจีนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทิเบต
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ว่าศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งสเปนมีคำสั่งเมื่อวันจันทร์ อนุมัติการออกหมายจับอดีตประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน แห่งจีน และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะรัฐบาลปักกิ่งอีก 4 คน รวมถึงนายหลี่ เผิง อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทรมานร่างกาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวทิเบต

คำสั่งออกหมายจับดังกล่าวเป็นผลมาจากการร่วมกันยื่นคำร้องขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อชาวทิเบตในสเปนหลายแห่ง ตาม "เขตอำนาจรัฐสากลเหนืออาชญากรรมระหว่างประเทศ" หลักการทางกฎหมายที่เปิดโอกาสและมอบอำนาจให้ผู้พิพากษาในประเทศหนึ่งสามารถไต่สวนคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ซึ่งในอดีตผู้พิพากษาบัลตาซาร์ การ์ซอน เคยใช้สิทธิ์นี้ไต่สวนพล.อ.ออกุสโต ปิโนเชต์ อดีตจอมเผด็จการแห่งชิลี เมื่อกว่า 2 ทศวรรษที่แล้ว
6.ปธน.ฝรั่งเศสเริ่มภารกิจเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้นำฝรั่งเศส บนเครื่องบินโบอิ้ง 757 แอร์ ฟอร์ซ วัน แล้วออกเดินทางร่วมกันจากสนามบินของฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส ในรัฐแมริแลนด์ ไปยังไร่มอนติเชลโล ในรัฐเวอร์จิเนีย เพื่อเยี่ยมชมสถานที่พำนักของอดีตประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน ผู้นำสหรัฐคนที่ 3

ทั้งนี้ ออลลองด์ถือเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกในรอบ 18 ปีที่เดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ หลังประธานาธิบดีฌาร์ก ชีรัค เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อปี 2539 ตรงกับสมัยการดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐของประธานาธิบดีบิล คลินตัน สื่อฝรั่งเศสหลายสำนักจึงมองว่า การเยือนสหรัฐของออลลองด์จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างวอชิงตันกับฝรั่งเศส พันธมิตรเก่าแก่ที่สุดในโลกของสหรัฐ

ขณะที่การหารือข้อราชการทั้งในประเด็นอิหร่านและซีเรีย จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันอังคารนี้ตามเวลาท้องถิ่น ภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว โดยผู้นำของทั้งสองประเทศจะแถลงข่าวร่วมกันด้วยตัวเอง
5.กูเกิ้ลผงาด มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมาเป็นที่ 2 ของโลก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่10 ก.พ.ว่าบริษัทกูเกิ้ลสามารถเอาชนะเอ็กซ์ซอนโมบิล ขึ้นมามีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับที่2 ของโลกรองจากบริษัท“แอปเปิ้ล”ได้แล้วถึงแม้ว่าหุ้นของกูเกิ้ลจะตกลงไปร้อยละ0.38 แต่หุ้นของเอ็กซ์ซอนโมบิลเองก็มูลค่าตกลงอย่างมากทำให้กูเกิ้ลสามารถขึ้นมาแซงหน้าไปได้

มูลค่าตลาดของกูเกิ้ลปิดตัวอยู่ที่394,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(13 ล้านล้านบาท)ขณะที่เอ็กซ์ซอนโมบิลปิดตัวอยู่ที่ 388,000ดอลลาร์สหรัฐ (12.8ล้านล้านบาท)และบริษัทแอปเปิ้ลปิดตัวอยู่ที่472,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(16 ล้านล้านบาท)

หุ้นของเอ็กซ์ซอนโมบิลตกลงร้อยละ 1.17มาอยู่ที่ 89.53ดอลลาร์สหรัฐ (ราว3,000 บาท)ขณะที่มูลค่าหุ้นของกูเกิ้ลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่1,172 ดอลลาร์สหรัฐ(39,000 บาท)
4.สหรัฐเตือนภัยก่อการร้ายบนเที่ยวบินจากกายอานา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกายอานาออกประกาศเตือนให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางกลับสหรัฐด้วยเครื่องบินของสายการบินแคริบเบียน แอร์ไลน์ส ( ซีเอแอล ) ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของตรินิแดดและโตเบโก ระหว่างวันที่ 10-12 ก.พ. เนื่องจากพบเบาะแสเบื้องต้นเกี่ยวกับการที่กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีเตรียมก่อวินาศกรรมในช่วงเวลาดังกล่าว

น.ส.มารี ฮาร์ฟ รองโฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงถึงเรื่องนี้เพียงว่า การเตือนภัยให้ประชาชนรับทราบและตื่นตัวกับภัยคุกคามด้านความมั่นคง ทันทีที่มีหลักฐาน เป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องทำ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้กล่าวว่า รัฐบาลกายอานามีแผนรับมือภัยก่อการร้ายอย่างไร

ขณะที่ผู้บริหารของซีเอแอลออกแถลงการณ์ยืนยันให้บริการตามปกติ แต่ยอมรับว่า ผลจากการประกาศของทางการสหรัฐส่งผลให้ผู้โดยสารยกเลิกการจองที่นั่งแล้ว 13% อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินของสายการบินที่ได้รับคำขู่อย่างเฉพาะเจาะจง คือเที่ยวบินที่ บีดับเบิลยู 84 เดินทางจากสนามบินในกรุงจอร์จทาวน์ เมืองหลวงของกายอานา มาลงจอดที่สนามบินจอห์น เอฟ.เคนเนดี ในนครนิวยอร์ก อย่างปลอดภัย
3.ผู้บริหารสวนสัตว์โคเปนเฮเกนถูกขู่ฆ่าหลังปลิดชีพยีราฟ "มาริอุส"
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ว่านายเบงท์ โฮลส์ท ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและอนุรักษ์ของสวนสัตว์กรุงโคเปนเฮเกน ได้รับโทรศัพท์และอีเมลข่มขู่เอาชีวิตอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มคนนิรนาม สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ใช้ปืนไรเฟิลยิง "มาริอุส" ยีราฟน้อยเพศผู้วัย 18 เดือน ตายคากรงเมื่อวันอาทิตย์ เพียงเพราะเกรงว่ามาริอุสจะผสมพันธุ์กับสมาชิกครอบครัวเดียวกันเมื่อโตเป็นหนุ่ม ในจังหวะที่มันกำลังก้มหัวลงกินขนมปังที่เจ้าหน้าที่เอามาให้เพื่อเบนความสนใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชำแหละเนื้อของมาริอุสต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก แล้วแจกจ่ายให้เสือและสิงโตในสวนสัตว์

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกตะลึงและเรียกเสียงประณามจากกลุ่มคนรักสัตว์ทั่วโลก โดยนักสัตววิทยาจากสหรัฐและอังกฤษพากันออกมาประณามสวนสัตว์กรุงโคเปนเฮเกนอย่างรุนแรง เนื่องจากมีสวนสัตว์หลายแห่งในโลกเสนอรับเลี้ยงมาริอุสเมื่อทราบข่าว แต่สวนสัตว์ยังคงปกป้องการตัดสินใจของตัวเอง ด้วยการอ้างกฏระเบียบของ สมาคมสวนสัตว์และสวนสัตว์น้ำยุโรป ( อีเอแซดเอ ) ที่ห้ามการผสมพันธุ์ในพวกเดียวกันของยีราฟ และการทำหมันนั้นโหดร้ายเกินไป เนื่องจากจะทำให้เกิดผลกระทบ "ไม่พึงประสงค์" ตามมา
2.อียูเรียกร้องยูเครนเลือกตั้งจัดรัฐบาลใหม่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อวันที่10 ก.พ.ว่ากลุ่มรมว.ต่างประเทศของอียูออกแถลงการณ์ร่วมกันเรียกร้องให้ยูเครนจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ที่เป็นธรรมตั้งรัฐบาลที่เป็นตัวแทนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริงและทำการปฏิรูปรัฐธรรมนูญเพื่อนำความสมดุลของอำนาจของประเทศกลับมาไปพร้อมกับรัฐบาลที่จะสามารถทำงานอย่างมีเสถียรภาพภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่นี้ทั้งนี้ อียูกล่าวว่าทางกลุ่มยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ยูเครน

อียูยังคงอดทนไม่ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่อาจประกอบไปด้วยการห้ามเข้ามาท่องเที่ยวการระงับการทำธุรกรรมทางการเงินของเหล่าผู้นำยูเครนแต่การเรียกร้องครั้งนี้ของกลุ่มก็แสดงให้เห็นได้ชัดว่าทางกลุ่มกำลังจะหมดความอดทน

อียูออกมาเสนอข้อเรียกร้องดังกล่าวกับรัฐบาลยูเครนเนื่องจากได้รับรายงานการใช้ความรุนแรงการละเมิดสิทธิมนุษยชนการจับตัวผู้ประท้วงไปทรมานขู่คุกคามลักพาตัวและสภาพเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวอย่างมาก จึงเห็นว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีวิคเตอร์ยานูโควิช กำลังล้มเหลวในการบริหารประเทศ

สาเหตุของการประท้วงจนเกิดเป็นความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่มีผู้ประท้วงเสียชีวิตจำนวนมากในยูเครนขณะนี้คือนายยานูโควิชปฏิเสธการเข้าเป็นสมาชิกของอียูแต่หันไปรับเงินช่วยจากรัสเซียมูลค่า15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 500,000ล้านบาท) แทนแต่ขณะนี้รัสเซียเองก็หยุดชะงักที่จะให้เงินจำนวนนี้แก่ยูเครนอีกด้วย
1.ยูเอ็นยืดเวลาอพยพประชาชนซีเรียหนีตายออกจาก “ฮอมส์”
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดามัสกัสประเทศซีเรีย เมื่อวันที่10 ก.พ.ว่ายูเอ็นประกาศยืดเวลาในการอพยพประชาชนซีเรียออกจากสมรภูมิเมืองฮอมส์สมรภูมิสู้รบดุเดือดทางตะวันตกของประเทศไปจนถึงคืนวันพุธที่จะถึงนี้โดยนางวาเลอรี เอมอสผู้อำนวยการโครงการด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นได้กล่าวแสดงความยินดีกับการยืดเวลาการปฏิบัติการครั้งนี้ซึ่งมีขีดจำกัดเวลาต้องอพยพให้เสร็จสิ้นภายใน3 วัน ทั้งนี้การอพยพเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือยังคงต้องเผชิญกับอันตรายจากการโจมตี

การอพยพเริ่มขึ้นมาตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วและขณะนี้มีประชาชนราว 800คน จากราว 3,000คนส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิงและคนชราที่ติดอยู่ในเมืองดังกล่าวตั้งแต่มิ.ย.2555เดินทางออกมาจากเมืองฮอมส์แล้ว

เมืองฮอมส์เป็นฐานที่มั่นหนึ่งของเหล่ากบฎซีเรียแต่ถูกกองกำลังของประธานาธิบดีบาชาร์อัล-อัสซาดผู้นำซีเรียโอบล้อมและเข้าโจมตีเป็นเวลานานจนประชาชนในเมืองเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำทำให้หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนทั้งหลายต่างพากันเรียกร้องให้มีการหยุดยิงแล้วนำประชาชนออกมาจากเมือง

ภารกิจอพยพครั้งนี้เกิดขึ้นจากการต่อรองของยูเอ็นให้กองกำลังทั้งจากฝ่ายรัฐบาลซีเรียและกบฎหยุดยิงชั่วคราวเปิดทางให้ประชาชนอพยพแต่ก็คงยังมีการโจมตีเข้าใส่กันเป็นระลอกๆทำให้ทั้ง 2ฝ่ายต่างออกมากล่าวโทษกันและกันว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น