10 ร้านราเม็งในเขตกรุงเทพมหานคร

update :6/2/2014 14:55
views : 9433
ที่มา : toptenthailland.com
ร้านอาหารญี่ปุ่นหรือที่รู้จักกันดีดีในเมนู ราเม็ง ที่เลือกน้ำซุปราเม็งในแบบที่คุณชอบ สามารถเลือกขนาดเส้น, ความแข็งหรือนิ่มของเส้น หรือถ้าอยากลิ้มลองรสชาติต้นตำรับสูตรออริจินัลจากโตเกียวแล้วล่ะก็ สามารถเลือกได้จากเมนูแนะนำที่ทางร้านคัดสรรมาให้ ทีมงาน toptenthailand.com ขอเสนอ 10 ร้านราเม็งในกรุงเทพมหานคร มาดูกันเลยค่ะว่ามีร้านไหนกันบ้าง
10.ทงเมน (Tonmen)
Operation hour : Mon, Wed - Sun 11:00 - 02:00 (หยุดวันอังคาร)
Address : 786/15-16 Thonglor Tower, Thonglor 18, Sukhumvit Rd., Klongtan Nua, Wattana, Bangkok 10110
Access : ร้าน Tonmen Ramen อยู่ในซอยทองหล่อ 18 เข้าซอยไปประมาณ 150 เมตรร้านจะอยู่ซ้ายมือ

ราเมนร้านนี้นั้นก็มีให้เลือกหลากหลายน้ำซุปเช่นเดียวกัน น้ำซุปหลัก ๆ เช่น Shio, Miso, Shoyu นั้นมีให้เลือกครบครัน และเพิ่มเติมพวกน้ำซุปพิเศษเช่น น้ำซุปต้มยำกุ้ง, น้ำซุปงา เข้าไปด้วย ตัวราเมนของทางร้านราคาค่อนข้างมาตรฐานคือ 200 บาทโดยประมาณ และเมนูนอกเหนือจากราเมนก็จะเป็น side menu เช่นพวกไก่คาราเกะ, เกี๊ยวซ่า, เต้าหู้ และก็มีข้าวหน้าต่าง ๆ ที่เป็นการเอา topping ของราเมนไปวางโปะข้าว เช่นพวกข้าวหน้าหมูชาชู, ข้าวหน้าหมูสับ อะไรพวกนี้ ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านราเมนแบบ typical ราเมนสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่บริหารงานโดยคนญี่ปุ่นก็ว่าได้ล่ะครับ (เจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นเป็นคนรับออเดอร์และมาคุยกับลูกค้าเองเลย)
9.มาโงโคโระ ราเมน (Magokoro Ramen)
Operation hour : Mon - Fri 11.30 -24.30 และ Sat - Sun 11.00 - 24.00
Address : 95/9 Thonglor Soi 3, Sukhumvit 55, Bangkok 10110
Access : ร้าน Magokoro Ramen อยู่ในซอยทองหล่อ 3 ใกล้ ๆ กับร้าน Maru

ร้านราเมนในซอยทองหล่อ 3 เปิดมาหลายปีดีดัก ทางทีมงานเคยไปกินมา 3-4 ครั้ง ครั้งแรก ๆ ประทับใจมาก ทางร้านมีน้ำซุปให้เลือกกินหลายแบบ และก็มี sidedish มากมายให้เลือก แต่พวก sidedish จะเป็นแนวอาหารจีนๆ เป็นหลัก ราคาราเมนของร้านนี้จะถูกกว่าร้านส่วนใหญ่ใน list เล็กน้อยคือจะชามละไม่ถึง 200 บาท และเป็นร้านที่สามารถไปได้หลายรอบได้ไม่มีเบื่อเนื่องจากความหลากหลายของเมนูนั่นเอง
8.บังคารา ราเมน(Bankara Ramen)
Operation hour : Mon - Sun 11:00 - 23:00
Address : The Manor, 32/1 ซอยสุขุมวิท 39 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
Access : ร้าน Banakra Ramen อยู่ในโครงการ The Manor ซอยสุขุมวิท 39 สามารถเข้าได้หลายทาง มาจากสุขุมวิทเลี้ยวเข้าซอย 39 ตรงมาประมาณ 300-400 เมตรอยู่ขวา มีที่จอดรถ

ร้านนี้คงไม่ต้องบรรยายกิตติศัพท์อะไรกันมาก เนื่องจากว่าทุก ๆ ท่านคงเคยได้ไปลิ้มลองกันมาหมดแล้ว ร้าน Bankara แห่งนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นร้านราเมนที่ดังที่สุดในหมูคนไทยและคนญี่ปุ่นในกรุงเทพแล้วก็ว่าได้ จากจำนวนคิว, จำนวนลูกค้าที่ถ้าไปวันเสาร์-อาทิตย์ช่วงมื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นที่จะต้องแบบรอคิวกันเป็นครึ่งชั่วโมง - หนึ่งชั่วโมง และจากการ check-in ของเพื่อนๆ ทีมงานที่เห็นร้านนี้บ่อยที่สุดแล้ว ตัวราเมนของร้านนี้จะเป็นน้ำซุปกระดูกหมูแบบเข้มข้น และก็แตกต่างกันไปที่ตัว topping เป็นหลัก และก็ยังมี Tsukemen ที่ลูกค้าหลายๆ คนชอบเช่นเดียวกันกับตัวราเมนด้วย ร้านนี้มีบริการน้ำดื่มฟรี ใครจะไปก็เผื่อๆ เวลาที่อาจจะต้องไปรอคิวกันสักหน่อยก็ดีนะครับ
7.คุจาคุโด (Kujaku Doh)
Operation hour : Mon - Fri 18.00 - 03.00 และ Sat 11.30 - 03.00 (ปิดวันอาทิตย์)
Access : ร้าน คุจาคุโด Kujaku Doh อยู่ในซอยทองหล่อ 18 สุดซอย
Address : ชั้น 2 อาคารเบนซ์ทองหล่อ ทองหล่อ 18

อีกหนึ่งร้านราเมนที่เปิดมาหลายปีแล้ว ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 18 แม้ว่าหน้าร้านจะดูเก่า ๆ และร้านอาจจะดูเข้าถึงยาก แต่ก็เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นไปอุดหนุนและไปกินกันอยู่เรื่อยๆ ตัวน้ำซุปของร้านนี้ก็มีหลากหลายแบบเช่นกันมี Miso, Shoyu, Tonkatsu รวมถึงยังมีพวกบะหมี่แห้ง บะหมี่เย็นอีกหลากหลายชนิดให้เลือกด้วย
6.คิตะ ยูตะคาเทะ(Chita Yutakatei)
Operation hour : Mon - Fri 11:00 - 15:00, 17:00 - 22:00 และ Sat - Sun 11:00 - 22:00
Address : Terminal Plaza ชั้น G ซอยสุขุมวิท 24 ถนนสุขุมวิท คลองเตย กรุงเทพฯ
Access : ร้านราเมน Chita Yutakatei อยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 24 อาคาร Terminal ติดกับ Emporium

อีกหนึ่งร้านราเมนเก่าแก่ในเมืองกรุงของเราที่ลูกค้าคนไทยอาจจะไม่ค่อยรู้จักนัก เนื่องจากด้วยทำเลของทางร้าน และอะไรต่าง ๆ นา ๆ (ทางทีมงานไม่ค่อยเห็น check-in หรือ รีวิวสักเท่าไรด้วย) ชื่อร้านนี้นั้นไม่ได้ตั้งมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่เป็นชื่อที่บ่งบอกถึงชนิดของราเมนของทางร้าน ที่จะนำซอสมิโซะ หรือเกลือมาจากแหลม Chita จังหวัด Aichi ประเทศญี่ปุ่น มาใช้ปรุงตัวน้ำซุปของทางร้าน ร้านนี้นอกจากตัวน้ำซุปที่ทางทีมงานว่าอร่อยโดดเด่นแล้ว ตัวหมูชาชูของร้านนี้ทางทีมงานก็ยังให้เป็นอันดับ 1 ในเมืองกรุงอีกด้วย จากความหนา, ความนุ่ม, ความมันและความใหญ่ของตัวชาชูที่ยากจะหาผู้ใดต่อกรได้จริง ๆ ร้านนี้บรรยากาศอาจจะทึม ๆ และเจ้าของร้านอาจจะไม่ค่อยต้อนรับแขกสักหน่อย แต่ถ้าคิดว่าแค่อยากจะไปกินราเมนอร่อย ๆ สักชามนึง ก็ถือว่าร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าจะโดนใจทุกท่านล่ะครับ
5.ทง จิง คัง ราเมน(Ton Chin Kan Ramen)
Operation hour : Tue - Sun 11.30 - 14.00 , 17.00 - 23.00
Address : 553 Soi Sukhumvit 22, Klong Toei Wattana Bangkok, Thailand Bangkok, Thailand 10110
Access : ร้านใหม่ล่าสุด (สุดท้าย) ตั้งอยู่บนซอย สุขุมวิท 22 (ใกล้ๆแยกทางลัด 24ตัด22) ขับทะลุมาจากเดอะ เดวิส เมื่อถึงแยกซอย 22 เลี้ยวซ้ายเจอเลยครับ
** ล่าสุดเห็นว่าเปิดสาขาใหม่ที่ซอยอารีย์แล้วนะครับ ที่อยู่ก็ตามนี้เลย >>
ที่อยู่สาขาอารีย์ :ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ ถนนพหลโยธิน 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

ร้าน ทง จิง คัง ราเมน แห่งนี้ เป็นร้านเก่าแก่คู่ฟ้าเมืองกรุงเทพมาร่วม ๆ 10 ปีแล้ว ร้านนี้จะเรียกว่าเป็นร้านพเนจรก็ไม่ผิดนักเนื่องจากย้ายทำเลร้านมาเยอะ หลายรอบ แต่ล่าสุด ณ ทำเลปัจจุบัน บริเวณกลาง ๆ ซอยสุขุมวิท 22 ทางร้านบอกว่าทำเลนี้จะเป็นทำเลถาวรแห่งสุดท้ายของทางร้านแล้ว ร้านนี้แม้ว่าเจ้าของจะไม่ใช่คนญี่ปุ่นแท้ๆ แต่ทุกๆ อย่างของทางร้านไม่ว่าจะบรรยากาศร้าน, ตัวรสชาติราเมน หรืออะไรต่างๆ นาๆ นั้นล้วนแต่แสดงออกมาได้ญี่ปุ่นจ๋าสุดๆ ราเมนของร้านนี้มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย และจุดเด่นอย่างนึงที่ทางทีมงานชื่นชอบคือตัว กุ้งลายเสือเทมปุระที่แบบใหญ่ และอร่อย คุ้มค่าสุด ๆ และราคาราเมนของร้านนี้ก็ค่อนข้างเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์เมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
4.ราเมน โกรักคุเอ็น (เกทเวย์ เอกมัย) Ramen Kourakuen (Gateway Ekamai)
Operation hour : 11.00 - 22.00
Address : 982/22 Sukhumvit street Prakanong Bangkok Thailand 10110
Access : ร้าน Ramen Kourakuen อยู่ที่ห้าง Gateway Ekamai ปากซอยสุขุมวิท 42 ติดกับรถไฟฟ้า BTS เอกมัย

ร้านราเมนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานพร้อมๆ กับห้าง Gateway Ekamai แต่ถ้านับประวัติจริงๆ ของร้านนี้นั้น ตัวร้านไม่ได้เป็นร้านน้องใหม่แต่อย่างใดเลย เพราะที่ประเทศญี่ปุ่น ร้านนี้มีสาขาเยอะมากๆ เป็นหลายร้อยสาขา ราเมนของทางร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีราเมนให้เลือกหลากหลายน้ำซุป หลากหลายแบบ ทั้งราเมนแห้ง และราเมนน้ำ ร้านนี้ช่วงแรกๆ ที่เปิดคิวยาวมากรอกันเป็น 2-3 ชั่วโมง แต่ ณ ปัจจุบันก็ซาๆ ลงไปจนไม่ต้องรอคิวแล้ว ร้านนี้อาจจะเป็นร้านที่เด่นที่สุดใน list นี้ในแง่การเดินทางไปกิน เพราะว่านั่งรถไฟฟ้าไปลงป้ายเอกมัยก็จะถึงเลย
3.Daikichi Ramen (Nihonmachi)
Operation hour : 11.00 - 22.00
Address : Nihonmachi ซอยสุขุมวิท 26, คลองเตย , กรุงเทพมหานคร 10110
Access : ชั้น 1 Nihonmachi (หลัง K-Viillage)

ร้านราเมนน้องใหม่ที่ตั้งอยู่ในเมืองญี่ปุ่นเล็กๆ (Nihonmachi) ในซอยสุขุมวิท 26 แห่งนี้ ก็เป็นร้านราเมนที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากร้านอื่นเล็กน้อย คือจะเป็นกึ่งๆ แนว Izakaya หน่อย ราเมนของร้านนี้ก็มีให้เลือก 4 แบบ หน้าตาราเมนอาจจะดูบ้านๆ ไม่ค่อยน่ากินเท่าไร แต่รสชาตินั้นทางทีมงานคิดว่าอร่อยอยู่ในระดับแนวหน้ากันเลยทีเดียว นอกจากราเมนธรรมดาแล้ว ทางร้านยังมีราเมนเย็นที่แบบกินแล้ว เย็นสดชื่นไว้บริการอีกด้วย
2.เมนยะ โคจิ(Menya Kouji)
Operation hour : Mon - Fri 11.30 - 14.00 , 17.30 - 22.00 และ Sat - Sun 11.30 - 22.00
Address : 39, 39 Boulevard Bldg, Soi Sukhumvit 33(Daeng Udon) Sukhumvit Rd,Klongton-Nua,Wattana Bangkok 10110
Access : ร้านราเมน Menya Koji อยู่ที่ 39 Boulevard ในซอยที่เชื่อมระหว่างซอยสุขุมวิท 39 กับ 33

ร้านราเมนน้องใหม่ที่เพิ่งตัวไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านมา ร้านนี้เป็นร้านที่ตัวเชฟนั้นเคยเป็นลูกศิษย์ของเทพเจ้าแห่งราเมนมาก่อน (คนคิดค้นตัว Tsukemen) และตัวร้าน Menja Koji ที่ญี่ปุ่นนั้นก็เป็นร้านที่ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ราเมนของร้านนี้จะมีให้เลือกแค่ 2 อย่างเท่านั้นคือ Ramen และ Tsukemen ซึ่งส่วนใหญ่ร้านที่มั่นใจในตัวเองสูง มีราเมนให้เลือกแค่อย่างเดียวหรือ 2 อย่างนั้นก็มักจะมีราเมนที่อร่อยโดนใจจริง ๆ ไม่งั้นก็คงไม่บังคับลูกค้ากันขนาดนี้ น้ำซุปของทางร้านจะเป็นน้ำซุปกระดูกหมูที่ค่อนข้างซับซ้อนและไม่เข้มข้นเหมือนร้านอื่น แต่ก็อร่อยถูกปากทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น ร้านนี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ที่ทางทีมงานอยากจะเรียกซอยนี้ว่าซอยแห่งราเมนจริง ๆ
1.ฟูจิยามะ โก โก (Fujiyama go go)
Operation hour : 11.00 - 23.00
Address : สุขุมวิท 39, กรุงเทพฯ 10120
Access: ร้าน Fujiyama GoGo อยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เวิ้งเดียวกันกับร้าน Romana เข้าซอยมาประมาณ 300 เมตรจะเห็นร้านอยู่ขวามือ

ร้านนี้เมื่อแปลเป็นไทยจะแปลได้ว่า ภูเขาไฟฟูจิ 55 ซึ่งคำว่า 55 ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการจะล้อกับเสียงหัวเราะของคนไทยรึเปล่า แต่ตัวคำว่า Fujiyama นั้นมีที่มาจากที่ทางลูกค้าสามารถเลือกเพิ่มปริมาณเส้นได้ตามใจอยาก และปริมาณเส้นที่เยอะที่สุดนั้นทางร้านจะตั้งชื่อว่า "เพิ่มเส้นให้สูงดั่งภูเขาไฟฟูจิ" จึงเป็นที่มาของชื่อร้านนั้นเอง ร้านนี้ทางร้านเหมือนจะเน้นไปที่ตัว Tsukemen เพราะว่าจะมีเตาไฟฟ้าไว้ให้อุ่นชามซุปของ Tsukemen ด้วย แต่จากที่ทางทีมงานไปกินมา 2-3 ที ตัวราเมนแบบปกติของร้านนี้ก็เด็ดและอร่อยไม่แพ้กับตัว Tsukemen เช่นเดียวกัน ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ อยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ใกล้ ๆ กับ Bankara ใครที่ขี้เกียจรอคิวที่ Bankara ก็อาจจะแวะไปกินที่ร้านนี้แทนก็ได้ครับ สำหรับทางทีมงานแล้วรสชาติไม่หนีกันสักเท่าไร

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น