10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 21 มกราคม 2557

update :21/1/2014 10:06
views : 2020
ที่มา : www.toptenthailand.com
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 21 มกราคม 2557
10.สหรัฐฯ ขู่คว่ำบาตรยูเครน หากประท้วงยืดเยื้อ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทางทำเนียบขาว ได้ออกมาเรียกร้องให้ยุติการประท้วงโดยด่วน เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดย เคทลิน เฮย์เดน โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่า สหรัฐฯ รู้สึกกังวลต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกรุงเคียฟอย่างมาก ขอให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้งรุนแรงครั้งนี้ แล้วหันหน้าคุยกันด้วยสันติวิธี หากความขัดแย้งยังไม่ยุติ สหรัฐฯ จะพิจารณาสิ่งที่จะทำในก้าวต่อไป ซึ่งหมายรวมถึงการคว่ำบาตรด้วย เพื่อตอบโต้ความรุนแรงครั้งนี้

ทั้งนี้ การประท้วงครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นขึ้นพร้อม ๆ กับการประท้วงในไทย แถมยังมีวัตถุประสงค์เดียวกันอย่างบังเอิญ คือ การล้มรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยผู้ประท้วงชาวยูเครนได้ออกมาชุมนุมต่อเนื่องเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลอย่างหนักและต้องการขับไล่รัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิค หลังจากที่รัฐบาลไม่ยอมบรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางการเมืองและการค้ากับสหภาพยุโรป และหันไปกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียให้แนบแน่นยิ่งขึ้น และหลังจากที่มีผู้ประท้วงออกมาชุมนุมต่อเนื่องนับเดือน รัฐบาลก็มีการออกกฎหมายห้ามแสดงออกทางการเมืองในที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิประชาชน ทำให้ประชาชนออกมาประท้วงกันต่อเนื่องจากการประท้วงล้มรัฐบาลที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้
9.ฟ้าผ่ารูปปั้นพระเยซูคริสต์ในบราซิล นิ้วหัวแม่มือหัก
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2557 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ซึ่งตั้งอยู่เหนือยอดเขากอร์โกวาโด ในนครริโอเดอจาเนโร ของบราซิล ถูกฟ้าผ่าอย่างรุนแรงจนนิ้วหัวแม่มือข้างขวาหัก หลังเกิดพายุฝนกระหน่ำเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า รูปปั้นพระเยซูคริสต์ขนาด 38 เมตร ถือเป็นสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดของเมืองริโอเดจาเนโรในบราซิล และจากการที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงจึงทำให้ถูกฟ้าผ่าอยู่บ่อยครั้ง โดยนิ้วกลางข้างขวาเองก็หักไปเมื่อเดือนที่แล้วจากพายุฝน อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อโอมาร์ ราพอโซ แห่ง รีโอ เดจาเนโร กล่าวว่า จะดำเนินการซ่อมแซมรูปปั้นในเร็ววันนี้

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยด้านอวกาศแห่งชาติบราซิล (INPE) กล่าวว่า เหตุพายุฝนฟ้าคะนองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดฟ้าผ่ามากถึง 40,000 ครั้งในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นและน้ำท่วมถนนหลายสาย อีกทั้งยังส่งผลให้สนามบินแห่งหนึ่งในเมืองริโอต้องปิดบริการชั่วคราว รวมถึงเรือที่จะแล่นข้ามอ่าวกัวนาบาราก็ต้องหยุดชะงักไปเช่นกัน
8.ม็อบยูเครนปะทะเดือดตำรวจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟประเทศยูเครน เมื่อวันที่20 ม.ค.ว่าตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและระเบิดควันเพื่อสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงหลายร้อยคนซึ่งหาทางที่จะฝ่าแนวป้องกันของตำรวจใกล้กับอาคารรัฐสภาใจกลางกรุงเคียฟหลังมีมวลมหาประชาชนร่วม2แสนคนออกมาเดินขบวนต่อต้านกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งห้ามการชุมนุมประท้วง

ผู้ชุมนุมประท้วงบางคนเอากรงและตะแกรงมาสวมหัวบางคนก็สวมหน้ากาก ทั้งหน้ากากสกีหน้ากากอนามัยและหน้ากากขาวเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงเพราะกฎหมายใหม่ห้ามผู้ประท้วงปกปิดใบหน้าขณะเดียวกันแกนนำผู้ชุมนุมก็ถูกหัวเราะเยาะในระหว่างการชุมนุมใหญ่บริเวณจัตุรัสอิสรภาพเพราะผู้ชุมนุมเริ่มไม่เชื่อถือในความสามารถของแกนนำที่จะสร้างความกดดันอย่างหนักให้กับประธานาธิบดีวิคเตอร์ยานุโควิช

นอกจากนั้นผู้ประท้วงยังไม่พอใจที่แกนนำไม่สามารถยกระดับหรือกำหนดนโยบายชัดเจนในการต่อต้านหลังเดินขบวนประท้วงในช่วงเกือบ2 เดือนที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลไม่ได้ทำข้อตกลงกับสหภาพยุโรปเพราะอยู่ภายใต้แรงกดดันจากรัสเซีย

ผู้ชุมนุมประท้วงยังได้ขว้างรถตำรวจบริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภาและยังได้จุดไฟเผารถตำรวจคันหนึ่งโทษฐานที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมปรากฏว่า มีผู้ชุมนุมประท้วง2 คนได้รับบาดเจ็บอย่างไรก็ตาม นายวิตาลีคลิทช์โก แกนนำฝ่ายต่อต้านและอดีตแชมป์มวยโลกได้ขอร้องฝูงชนว่าอย่าไปยั่วยุตำรวจแต่หลายคนก็ไม่ฟังพยายามฝ่าแนวป้องกันของตำรวจเข้าไปใกล้อาคารรัฐสภาและอาคารที่ทำการรัฐบาล

7.เอพีวิเคราะห์นายกฯไทยกำลัง ดิ้นรน เพื่ออยู่ในอำนาจ
สำนักข่าวเอพีประจำประเทศไทยรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่าวอร์รูมของกระทรวงกลาโหม คือสถานที่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการของไทย ซึ่งควบตำแหน่งรมว.กระทรวงกลาโหม ใช้เป็นห้องสังเกตการณ์และหารือแนวทางรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ที่ในเวลานี้กระจายกำลังกันปักหลักอยู่ทั่วเมืองหลวง เพื่อโค่นอำนาจเธอและรัฐบาล

กลุ่มผู้ชุมนุมปิดกั้นถนนสายสำคัญหลายแห่งในกรุงเทพฯ พร้อมกับนำกระสอบทรายและแท่งคอนกรีตมาตั้งเป็นแนวป้องกัน พวกเขาปฏิเสธการเจรจาทุกรูปแบบ แผ่นป้ายหาเสียงของพรรครัฐบาลที่ส่วนใหญ่จะมีรูปใบหน้าของน.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกปลดออกและถูกทำลายไปไม่น้อย ยิ่งก่อให้เกิดความสงสัยว่า การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.จะเกิดขึ้นได้จริงหรือ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงไม่ออกคำสั่งใช้กำลังตำรวจในการสลายการชุมนุม ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เธอกำลังหวั่นเกรงว่าอาจเป็นการกระตุ้นให้กองทัพออกมาทำรัฐประหาร ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) มีมติให้ไต่สวนผู้นำหญิงของไทย ว่าเธออาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวอันอื้อฉาว ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าเธอผิดจริง น.ส. ยิ่งลักษณ์อาจต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีการแถลงข่าว เธอยังคงขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น และอย่างเพิ่งแตกตื่นกับสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่
ประเทศไทยเผชิญกับเหตุไม่สงบทางการเมืองที่บานปลายกลายเป็นการปะทะและนองเลือดหลายครั้ง นับตั้งแต่กองทัพทำรัฐประหารรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2549 ท่ามกลางกรณีอื้อฉาวว่าพ.ต.ท.ทักษิณคอร์รัปชั่นและดูหมิ่นราชวงศ์ แต่การแทรกแซงทางการเมืองของทหารในครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของความแตกแยกในสังคมไทยที่ร้าวลึกลงมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ระหว่างประชาชนในต่างจังหวัดทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่วนใหญ่สนับสนุนตระกูลชินวัตร กับชนชั้นกลางและผู้มีอันจะกินในเมืองหลวง ซึ่งมองว่าตระกูลชินวัตรคอร์รัปชั่นต่อประเทศ

3 ปีที่แล้วแทบไม่มีใครรู้จักและสนใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่จากการเป็นนักธุรกิจหญิง สู่การเป็นนักการเมืองอ่อนหัดที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน ปัจจุบันเธอกำลังต่อสู้เพื่อ "เอาชีวิตรอด" ทางการเมือง เธอและคณะรัฐมนตรีแทบไม่สามารถทำงานในทำเนียบและกระทรวงต่างๆได้ เนื่องจากไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะตามไปปิดล้อมและขัดขวางเธอทุกแห่ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมรับว่า รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขนานใหญ่ ไม่ต่างกับการทำงานในระบบทางไกล เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่าเธอกลัวหรือไม่ หลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนสำคัญของกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศกร้าวเมื่อกลางสัปดาห์ ว่าจะ "จับ" ตัวเธอทันทีที่พบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า เธอใช้วิธีหลีกเลี่ยงการเดินทางไปตามสถานที่สุ่มเสี่ยงแทน

นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.เป็นต้นมา กลุ่มผู้ชุมนุมของนายสุเทพยกระดับการชุมนุมโดยใช้มาตรการ "ปิด" กรุงเทพฯ เพื่อกดดันน.ส.ยิ่งลักษณ์ แม้บรรยากาศในภาพรวมจะเป็นไปอย่างสงบ แต่เหตุรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังมีการโยนระเบิดใส่การเดินขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ปฏิเสธอยู่เบื้องหลัง และยืนยันว่า เธอทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย ด้วยการนำประเทศให้ไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ให้ได้ แม้สถานการณ์ข้างหน้าเหมือนจะ "เข้าตาจน" แล้วก็ตาม
6.มลพิษทางอากาศจีนลอยไกลถึงสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่21 ม.ค.ว่ามลพิษทางอากาศจากจีนได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปสิ้นสุดที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ทำให้ชาวอเมริกันบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยหลายวันมานี้มลพิษทางอากาศเกือบ1 ใน 4ที่ปกคลุมรัฐแคลิฟอร์เนียรัฐออริกอน รัฐวอชิงตันและเมืองพอร์ทแลนด์เป็นมลพิษทางอากาศที่มาจากจีนในระหว่างการส่งออกโทรทัศน์ของเล่น โทรศัพท์มือถือและสินค้าอื่น

นายสตีฟเดวิส นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเปิดเผยผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ22ของก๊าซคาร์บอน มอนออกไซด์และร้อยละ 17จากคาร์บอนดำที่เกิดขึ้นในจีนได้ติดมาพร้อมกับสินค้าส่งออกของจีน โดยเฉพาะคาร์บอนดำได้สร้างความวิตกเพราะสามารถทนอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นาน แม้ฝนตกก็ไม่สามารถชะล้างได้ อีกทั้งคาร์บอนดำ สามารถเดินทางได้ไกล และเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงรวมไปถึงโรคหัวใจ โรคปอดและหืด
5.สหรัฐพร้อมส่งทูตไปโสมแดงช่วยชาวมะกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่21 ม.ค.ว่า สหรัฐพร้อมส่งทูตพิเศษไปเกาหลีเหนือเพื่อนำตัวนายเคนเนธ แบ ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้ที่ถูกคุมขังอยู่ในแดนโสมแดงกลับประเทศ น.ส.เจนซอคกี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐแถลงว่า รัฐบาลยังคงมีความวิตกอย่างยิ่งเกี่ยวกับสุขภาพของนายแบและกำลังดำเนินการเพื่อนำไปสู่การปล่อยตัว ที่ผ่านมาเราได้เรียกร้องต่อทางการเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่องให้อภัยโทษและปล่อยตัวนายแบ

เจ้าหน้าที่อีกคนของสหรัฐกล่าวว่านายโรเบิร์ต คิง ทูตพิเศษสหรัฐฝ่ายกิจการสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ เตรียมการที่จะนำตัวนายแบกลับสหรัฐ และนายคิง จะเดินทางไปกรุงเปียงยางเพื่อช่วยเหลือนายแบซึ่งเราได้เรียกร้องต่อเกาหลีเหนือไปแล้วและกำลังรอคอยการตอบสนองจากโสมแดง ทั้งนี้ นายแบ หรือนายแพจุน-โฮ ถูกจับกุมในระหว่างเดินทางเข้าสู่เมืองราซอนทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ และศาลพิพากษาจำคุกเขาเป็นเวลา15 ปีเมื่อปีที่แล้วด้วยข้อหาพยายามโค่นล้มรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นซึ่งเข้าไปสัมภาษณ์นายแบวัย45 ปี บอกว่านายแบยอมรับว่าทำผิดและเรียกร้องรัฐบาลสหรัฐให้ช่วยเหลือเขาด้วยเพื่อกลับไปพบครอบครัวอีกครั้งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเพิ่งปล่อยตัวนายเมอร์ริลนิวแมน ชาวอเมริกันวัย 85ปี หลังนายนิวแมนยอมรับสารภาพว่าทำผิดในสมัยที่เขาเป็นทหารอเมริกันมารบในสงครามเกาหลี

4.สหรัฐเสนอส่งเรือรบช่วยปกป้องโอลิมปิกรัสเซีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่21 ม.ค.ว่า สหรัฐพร้อมส่งเครื่องบินและเรือรบไปช่วยรัสเซียเพื่อเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิในรัสเซีย หลังมีการขู่โจมตีจากผู้ก่อการร้าย พลเรือตรีจอห์น เคอร์บี แถลงที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐว่า สหรัฐเสนอความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อรัฐบาลรัสเซียโดยจะส่งเครื่องบินและเรือรบไปยังทะเลดำเพื่อสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัย หากมีการเรียกร้องมา

คำกล่าวของพลเรือตรีเคอร์บีมีขึ้นหลังจากสหรัฐแสดงความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองตากอากาศโซชิในทะเลดำซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ก่อนหน้านั้น นายชัค ฮาเกลรมว.กลาโหมสหรัฐเคยเสนอการสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยให้แก่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิในระหว่างการโทรศัพท์พูดคุยกับนายเซอร์เก ชอยกูรมว.กลาโหมรัสเซียเมื่อวันที่ 4ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธในสาธารณรัฐแถบคอเคซัสเช่นสาธารณรัฐดาเกสถานได้ประกาศก่อกวนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเพื่อพยายามบ่อนทำลายประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย
3.ระเบิดถล่มทั่วกรุงแบกแดด สังเวย 26 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรักเมื่อวันที่ 20ม.ค.ว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิรักเปิดเผยว่าเกิดระเบิดต่อเนื่องหลายระลอกทั่วกรุงแบกแดดเป้าหมายโจมตีตลาด และอาคารศาล2แห่งมีผู้เสียชีวิต 26 ศพ และบาดเจ็บ 67 คน โดยระเบิดมีขึ้นขณะที่กองทัพอิรักกำลังโจมตีโจมตีกลุ่มอัลกออิดะห์และกลุ่มหัวรุนแรงพันธมิตรในพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงแบกแดดเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเหตุระเบิดที่นองเลือดที่สุดวันนี้อยู่ที่ตลาดทางตอนใต้ของกรุงแบกแดดมีผู้เสียชีวิต 7คนและได้รับบาดเจ็บ 13คนนอกจากนี้ยังเกิดระเบิดในถนนย่านธุรกิจที่อยู่ใกล้เคียงอีกครั้งหนึ่งตายเพิ่มอีก 2ศพและอีก 2ศพเสียชีวิตและบาดเจ็บ7คนในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ขณะเดียวกันก็เกิดระเบิดอีกครั้งหนึ้งในชานเมืองทางตอนเหนือมีผู้เสียชีวิต 3คนและบาดเจ็บ 6คน
รายงานข่าวระบุว่ายังมีระเบิดรถยนต์ หรือคาร์บอมบ์อีก 2ครั้งใกล้อาคารศาลตายอีก 7คนและเจ็บ 22คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ
2.ข้อมูลบัตรเครดิตของชาวเกาหลีใต้ถูกขโมยเกือบ 20 ล้านคน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 20ม.ค.ว่ารายละเอียดบัตรเครดิตของชาวเกาหลีใต้เกือบครึ่งหนึ่งถูกขโมย และขายให้บริษัทการตลาดโดยข้อมูลถูกขโมยโดยบริษัทผู้รับเหมาแห่งหนึ่งที่ทำงานให้บริษัทที่เรียกว่าสำนักงานสินเชื่อเกาหลีซึ่งผลิตบัตรเครดิตจำนวนมากทั้งนี้ ทั้งชื่อ,หมายเลขsocialsecurity number ซึ่งเป็นหมายเลขที่ออกให้เฉพาะบุคคลเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ และรายละเอียดบัตรเครดิตของชาวเกาหลีใต้ 20ล้านคนถูกพนักงานไอที ถ่ายสำเนาไป การโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิตดังกล่าวแดงขึ้น หลังจากผู้รับเหมาซึ่งเป็นศูนย์กลางของการกระทำความผิดถูกจับกุมได้

บรรดาผู้จัดการของบริษัทการตลาดหลายแห่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าขายข้อมูลดังกล่าวก็ถูกจับกุมตัวด้วยรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าผู้รับเหมาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ของสำนักงานสินเชื่อเกาหลีเพื่อเจาะฐานข้อมูลซี่งบริหารโดยบริษัทเครดิตการ์ดขนาดใหญ่ 3แห่งของเกาหลีใต้ผู้รับเหมาขโมยข้อมูลของลูกค้าด้วยการก็อปปี้ใส่ยูเอสบี

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมกฎเกณฑ์กำลังตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยที่บริษัท3แห่งคือเคบี คุคมิน การ์ด,ล็อตเตการ์ด และเอ็นเอช นงฮัพ การ์ดเพื่อรับประกันข้อมูลว่าจะมีความปลอดภัยทางการได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นเพื่อสอบสวนถึงผลกระทบต่อการขโมยข้อมูลดังกล่าว ส่วนผู้บริหาร 3คนของบริษัทเครดิตการ์ดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกมาขอโทษประชาชนเกี่ยวกับความผิดดังกล่าว
1.ตำรวจฮ่องกงจับตัวแม่บ้านที่ทรมานสาวใช้ชาวอินโดนีเซีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากฮ่องกง เมื่อวันที่20ม.ค.ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยที่สนามบินเช็กแลป ก๊ก ของฮ่องกงจับกุมตัวผู้หญิงคนหนึ่งในวันนี้ข้อหาทรมานสาวใช้ชาวอินโดนีเซีย2คนหนึ่งวันหลังจากแม่บ้านในฮ่องกงหลายพันคนเดินขบวนประท้วงเรียกร้องให้ทางการฮ่องกงดูแลสิทของธิแรงงานต่างด้าวให้ดีกว่าที่เป็นอยู่โดยผู้หญิงไม่ทราบชื่อซึ่งเป็นแม่บ้านวัย 44ปีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายเออร์เวียนาสุลีสเตียนิงซีห์ และแม่บ้านอีกคนหนึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินเช็กแลป ก๊ก ขณะที่เธอพยายามจะขึ้นเครื่องบินเดินทางมายังประเทศไทย
เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของนางสาวเออร์เวียนาและทำร้ายแม่บ้านชาวอินโดนีเซียอีกคนหนึ่งในฮ่องกงเธอพยายามที่จะหลบหนีออกจากฮ่องกงไปยังประเทศไทย

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น