10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 17 มกราคม 2557

update :17/1/2014 09:39
views : 1613
ที่มา :
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 17 มกราคม 2557
10. สหรัฐเล็งคว่ำบาตร-ถอนวีซ่าผู้นำยูเครน
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า สมาชิกรัฐสภาสหรัฐเตือนเมื่อวันพุธว่า สหรัฐอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรยูเครน และห้ามออกวีซ่าให้บรรดาผู้นำยูเครน ท่ามกลางการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนตะวันตก โดยนายบ็อบ เมเนนเดซ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้หูหนวกตาบอดที่จะไม่ได้ยินไม่เห็นประชาชนผู้กล้าหาญของยูเครนที่หวังและปรารถนาเสรีภาพ ออกมาเคลื่อนไหวตามท้องถนน โลกกำลังเผ้าดูอยู่ เขากล่าวหลังจากมวลมหาประชาชนชาวยูเครนประมาณ 50,000 คน ออกมาชุมนุมในกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงการทำร้ายร่างกายยูรี ลัตเซนโก อดีตรัฐมนตรีคนสำคัญและผู้นำฝ่ายค้าน

นับเป็นการใช้กำลังครั้งแรกต่อแกนนำของคลื่นผู้ประท้วงล่าสุดในยูเครน และจุดชนวนให้เกิดวิกฤติทางการเมืองของยูเครนเลวร้ายที่สุด ในการปกครอง 4 ปีของประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ทั้งนี้ สหรัฐแสดงความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง ที่นายยานูโควิชปฏิเสธข้อตกลงความร่วมมือทางการเมืองและการค้ากับสหภาพยุโรป หรืออียู เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา และหันไปผูกสัมพันธ์กับรัสเซีย ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าว จุดชนวนให้เกิดการประท้วงนานหลายสัปดาห์ในกรุงเคียฟ และทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐและอียู ร่วมมือกันอย่างสอดประสานในการเคลื่อนไหวต่อไป

ด้านวิกทอเรีย นูแลนด์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฝ่ายกิจการยุโรป กล่าวว่า เครื่องมือทั้งหมดของรัฐบาลวางอยู่บนโต๊ะแล้ว ซึ่งรวมทั้งมาตรการคว่ำบาตรด้วย แต่เมเนนเดซ เตือนว่า คณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์วุฒิสภา ซึ่งเขาเป็นประธานอนู่ อาจไม่รอให้กระทรวงต่างประเทศลงมือดำเนินการก่อน “หากรัฐบาลนายยานูโควิช ยังคงดำเนินการเป็นปรปักษ์กับประชาชน อย่างที่พวกเราเฝ้าดูอยู่ ก็ไม่แน่ใจว่า เราจะรอกระทรวงต่างประเทศให้พิจารณาคว่ำบาตร และถอนวีซ่าบรรดาผู้นำยูเครนหรือไม่

ที่มา เดลินิวส์
9. จีนเอาจริงปิดบริษัทกว่า 8,000 แห่งปล่อยมลพิษ
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า สำนักข่าวซินหัว รายงานวันนี้ว่า รัฐบาลจีนสั่งปิดบริษัทที่ก่อมลพิษรุนแรง จำนวน 8,347 แห่งเมื่อปีที่แล้ว ในมณฑลเห่อเป่ย์ ซึ่งมีสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในประเทศ ขณะที่ รัฐบาลจีนกำลังเดินหน้าจัดการกับปัญหาหนึ่งที่เป็นบ่อเกิดของความไม่พอใจรัฐบาล นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่น จะปิดโครงการใหม่อีกหลายโครงการ พร้อมลงโทษเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษรุนแรง เนื่องจากหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย โดยซินหัวรายงานอ้างคำกล่าวของนายหยาง ฉือหมิง รองผู้อำนวยการสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของมณฑลเหอเป่ย์

ทั้งนี้ ระดับมลพิษทางอากาศที่พุ่งสูง ก่อให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนอย่างแพร่หลาย และเจ้าหน้าที่ก็มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความวุ่นวายทางสังคม จึงต้องบังคับใช้นโยบายอย่างเข้มงวด

ที่มา เดลินิวส์
8. มูดีส์ชี้การประท้วงอาจทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว แต่ไม่ปรับลดเครดิต
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินยักษ์ใหญ่ของโลกแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ความไม่สงบทางการเมืองของไทย อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ยังไม่ถึงขั้นต้องปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย โดยนายสเตฟเฟน ไดค์ นักวิเคราะห์ของมูดีส์ แถลงว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้ ยังจำกัดอยู่ในกรุงเทพฯ และยังไม่ถึงจุดที่เป็นอันตรายต่อสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ แต่หากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง พัฒนาไปสู่ระดับที่ทำให้พื้นฐานของเครดิตอ่อนแอลงอย่างมาก มูดีส์ก็จะดำเนินการเรื่องอันดับความน่าเชื่อถือ หรือหากเห็นว่ามีการเบี่ยงเบนวินัยการคลังที่จะทำให้เกิดการขาดดุลการคลังมหาศาลและทำให้หนี้สาธารณะพอกพูน มูดีส์ก็จะดำเนินการลดอันดับเครดิตของไทย

ทั้งนี้ปัจจุบันมูดีส์ให้อันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ บีเอเอ1 (Baa1) และมีแนวโน้มทรงตัว

อย่างไรก็ดี มูดีส์แสดงความกังวลว่า การชุมนุมอาจกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย นายไดค์ระบุว่า การท่องเที่ยว แผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมอาจถูกกระทบ โดยผลของการชุมนุมน่าจะปรากฏในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยอาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 3-4 แทนที่จะขยายตัวร้อยละ 4.5 ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ของไทย เพราะช่วงรัฐประหารปี 2549 และเหตุไม่สงบทางการเมืองปี 2553 มูดีส์ก็ไม่ได้ลดอันดับเครดิตของไทย แต่เคยลดแนวโน้มเป็นลบเมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในปี 2551

ผู้ประท้วงจำนวนมากยึดถนนสายหลักหลายสายในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะปิดกรุงเทพฯ และบีบให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่ง มูดีส์หั่นอัตราการคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีของไทยในปี 2556 เหลืออยู่ที่ประมาณร้อยละ 3 จากร้อยละ 3.7 เพราะผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

ที่มา เดลินิวส์
7. ทลายแก๊งนิยมร่วมเพศเด็กในฟิลิปปินส์
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วโลก แถลงวันนี้ว่า พวกเขาได้ทลายแก๊งที่ชอบร่วมเพศกับเด็ก ซึ่งมีการถ่ายทอดสดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์กับบรรดาเด็ก ๆ ชาวฟิลิปปินส์อายุ 6 ปีขึ้นไป ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ให้กลุ่มสมาชิกได้ชมกันโดยมีพ่อแม่ของเด็กมีส่วนรู้เห็นด้วยในบางคดี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมแห่งชาติของอังกฤษ เปิดเผยว่า เหยื่อผู้เสียหาย 15 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 6-15 ปี ได้รับความช่วยเหลือ และมีผู้ถูกจับกุม 29 คน ซึ่งรวมทั้ง 11 คนในฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 คนที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในข้อหานิยมมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ซึ่งจ่ายเงินเพื่อชมการล่วงละเมิดทางเพศผ่านเว็บแคม ที่มีผู้ต้องสงสัยถึง 733 คน หน่วยงานแห่งนี้ เตือนว่า การล่วงละเมิดทางเพศเด็กในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญและปรากฏอย่างแพร่หลายในประเทศกำลังพัฒนา

ที่มา เดลินิวส์
6. "อเมริกัน ฮัสเซิล" ควง "กราวิตี" เข้าชิง 10 สาขา "ออสการ์ 2014"
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่าสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ ( เอเอ็มพีเอส ) ประกาศรายชื่อภาพยนตร์และนักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง "ออสการ์" ครั้งที่ 86 โดยรายชื่อในสาขาสำคัญมีดังต่อไปนี้

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม : "อเมริกัน ฮัสเซิล" "กราวิตี" "กัปตัน ฟิลลิปส์" "ดัลลัส บายเออร์ส คลับ" "เฮอ" "เนแบรสกา" "ฟิโลเมนา" "ทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ" และ "เดอะ วูลฟ์ ออฟ วอลล์ สตรีท"

ผู้กำกับยอดเยี่ยม : เดวิด โอ รัสเซล จากอเมริกัน ฮัสเซิล อัลฟองโซ กัวรอน จากกราวิตี อเล็กซานเดอร์ เพย์น จากเนแบรสกา สตีฟ แมคควีน จากทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ และมาร์ติน สกอร์เซซี จากเดอะ วูลฟ์ ออฟ วอลล์ สตรีท

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : คริสเตียน เบล จากอเมริกัน อัสเซิล บรูซ เดิร์น จากเนแบรสกา ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ จากเดอะ วูลฟ์ ออฟ วอลล์ สตรีท ชิเวเทล อีจิโอฟอร์ จากทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ และแมทธิว แมคคอร์นาเฮย์ จากดัลลัส บายเออร์ส คลับ

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : เอมี อดัมส์ จากอเมริกัน ฮัสเซิล เคท แบลนเชตต์ จากบลู จัสมิน แซนดรา บูลล็อค จากกราวิตี จูดี เดนช์ จากฟิโลเมนา และเมอร์ริล สตรีป จากออกัสต์ : ออเซจ เคาน์ตี

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : บาร์คาด อับดี จากกัปตัน ฟิลลิปส์ แบรดลีย์ คูเปอร์ จากอเมริกัน ฮัสเซิล ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ จากทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ โจนาห์ ฮิลล์ จากเดอะ วูลฟ์ ออฟ วอลล์ สตรีท และจาเร็ด เลโท จากดัลลัส บายเออร์ส คลับ

นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : แซลลีย์ ฮอว์กินส์ จากบลู จัสมิน เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ จากอเมริกัน ฮัสเซิล ลูปิตา นียอง โอ จากทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ จูเลีย โรเบิร์ตส จากออกัสต์ : ออเซจ เคาน์ตี และจูน สควิบบ์ จากเนแบรสกา

บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม : อเมริกัน ฮัสเซิล บลู จัสมิน ดัลลัส บายเออร์ส คลับ เฮอ และเนแบรสกา

บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม : บีฟอร์ มิดไนท์ กัปตัน ฟิลลิปส์ ฟิโลเมนา ทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ และเดอะ วูลฟ์ ออฟ วอลล์ สตรีท

ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม : เดอะ โบรคเคน เซอร์เคิล เบรคดาวน์ จากเบลเยียม เดอะ เกรท บิวตี จากอิตาลี เดอะ ฮันท์ จากเดนมาร์ก เดอะ มิสซิง พิคเจอร์ จากกัมพูชา และโอมาร์ จากปาเลสไตน์

สรุปอเมริกัน ฮัสเซิล เข้าชิงมากที่สุดใน 10 สาขา เท่ากับกราวิตี รองลงมาคือทเวลฟ์ เยียร์ส อะ สเลฟ เข้าชิง 9 สาขา และกัปตัน ฟิลลิปส์ เข้าชิง 6 สาขา

ผู้สนใจสามารถเข้าไปติดตามรายชื่อผู้เข้าชิงในทุกสาขาได้ที่ http://oscar.go.com/nominees

งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 86 จะมีขึ้นในวันที่ 2 มี.ค.นี้ ที่ดอลบี เธียร์เตอร์ ในนครลอสแองเจลิส ดำเนินรายการโดยเอเลน ดีเจเนอเรส

ที่มา เดลินิวส์
5. สหรัฐกล่อมฝ่ายต่อต้านซีเรียร่วมประชุมสันติภาพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่านายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเรียกร้องให้แนวร่วมแห่งชาติซีเรีย ( เอสเอ็นซี ) ซึ่งเป็นองค์กรกลางของฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมเจรจาสันติภาพในวันที่ 22 ม.ค. ร่วมกับอีก 35 ประเทศ ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่เมืองมองเทรอซ์ ในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนย้ายไปหารือกันต่อที่นครเจนีวา

แคร์รีกล่าวโน้มน้าวในฝ่ายต่อต้านรัฐบาลดามัสกัสว่า การปรุชมครั้งนี้คือโอกาสดีที่สุดที่จะบรรลุเปาหมายเพื่อชาวซีเรีย และเพื่อการปฏิวัติประเทศ นอกจากนี้ กระบวนการถ่ายโอนอำนาจการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย

ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอสเอ็นซีเผยว่า สหรัฐและอังกฤษส่ง "สัญญาณเตือน" เป็นการส่วนตัวมายังองค์กร ว่าหากไม่เข้าร่วมการประชุมในสัปดาห์หน้า ทั้งสองประเทศจะทบทวนการส่งมอบความช่วยเหลือและการสนับสนุนให้กับเอสเอ็นซี แต่กระนั้น เอสเอ็นซียังคงไม่แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรก ที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านร่วมโต๊ะหารือเดียวกัน นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนมี.ค. 2554 ซึ่งผลจากสงครามคร่าชีวิตประชาชนไปแล้วกว่า 100,000 ศพ และไรเที่อยู่อาศัยอีกกว่า 4.5 ล้านคน ในจำนวนนี้่ราว 3 ล้านคนขึ้นทะเบียขออยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น )

ที่มา เดลินิวส์
4. ดาราฝรั่งเศสฟ้องแท็บลอยด์ตีข่าวเป็นกิ๊กกับประธานาธิบดี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ว่าจูลี กาเยต์ นักแสดงหญิงวัย 41 ปี ยื่นคำร้องต่อศาลในกรุงปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50,000 ยูโร ( ราว 2.25 ล้านบาท ) ฐานละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และอีก 4,000 ยูโร ( ราว 180,000 บาท ) เป็นค่าดำเนินการทางกฎหมาย ต่อนิตยสารแท็บลอยด์ โกลเซ ซึ่งเป็นสื่อรายแรกที่รายงานว่าเธอมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งมีอายุมากกว่าถึง 18 ปี

หากกาเยต์เป็นฝ่ายชนะคดี โกลเซต้องนำคำพิพากษาของศาลขึ้นตีพิมพ์เป็นปกของนิตยสารทันที ขณะที่วาเลอรี ทริเยวาเยร์ คู่รักของผู้นำฝรั่งเศส ยังคงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หลังเดินทางไปพบแพทย์ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ข่าวดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ

ด้านออลลองด์แถลงด้วยตัวเองเมื่อวันอังคาร ยอมรับว่าเขาและทริเยวาเยร์กำลังตกอยู่ใน "ช่วงเวลาที่เจ็บปวดและยากลำบาก" ร่วมกัน พร้อมกับประณามนิตยสารโกลเซอย่างรุนแรงว่า เจตนาละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น แม้เขาจะเป็นผู้นำประเทศแต่ก็ต้องการมีสิทธิ์นี้เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ออลลองด์ยังคงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธข่าวฉาวที่ออกมา โดยกล่าวว่า เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องที่ต้องจัดการเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ ผู้นำฝรั่งเศสประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะดำเนินคดีทางกฎหมายกับนิตยสาร แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนการตัดสินใจ

แม้ออลลองด์จะเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่มีคะแนนนิยมต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวของออลลองด์ บุคคลภายนอกไม่ควรก้าวก่าย และควรปล่อยให้ผู้นำฝรั่งเศสแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

ที่มา เดลินิวส์
3. เอ็นเอสเอสอดแนมการส่งข้อความผ่านมือถือวันละ 200 ล้านครั้ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่าหนังสือพิมพ์ "เดอะ การ์เดียน" และสถานีโทรทัศน์ "แชนแนล โฟร์" ของอังกฤษ นำเสนอรายงานในเวลาใกล้เคียงกันเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ( เอ็นเอสเอ ) หน่วยงานด้านข่าวกรองสำคัญของสหรัฐ สอดแนมระบบการสื่อสารผ่านข้อความทางโทรศัพท์มือถือทั่วโลก และสามารถรวบรวมข้อความได้มากถึงวันละ 200 ล้านข้อความ

ภารกิจดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้รหัสปฏิบัติการ "ดิชไฟร์" ซึ่งเก็บข้อมูลจากข้อความทางโทรศัพท์ทุกประเภท รวมถึงข้อความแจ้งเตือนสายไม่ได้รับ และข้อความโฆษณาจากร้านค้า ซึ่งเอสเอ็นเอสามารถนำข้อมูลส่วนนี้มาวิเคราะห์และสืบค้นหาหมายเลขบัตรเครดิตของเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ได้

ทั้งนี้ อังกฤษประสานงานกับเอ็นเอสเอเพื่อให้ความช่วยเหลือในภารกิจนี้ด้วย โดยผ่านศูนย์บัญชาการติดต่อสื่อสารของรัฐบาล ( จีซีเอชคิว ) ซึ่งออกมาแถลงว่า ภารกิจทุกชิ้นของหน่วยงานอยู่ภายใต้กฎหมาย ขณะที่เอ็นเอสเอยังไม่มีปฏิกิริยาต่อข่าวล่าสุดที่ออกมา

รายงานของเดอะ การ์เดียน และแชนแนล 4 ซึ่งอ้างว่าได้รับข้อมูลมาจากนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตพนักงานสัญญาจ้างของเอ็นเอสเอ ซึ่งลี้ภัยอยู่ในรัสเซีย ได้รับการเผยแพร่ออกมาเพียง 1 วันก่อนประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ จะเผยร่างกฎหมายปฏิรูปและกำหนดกรอบการทำงานของเอ็นเอสเอ ซึ่งมีรายงานด้วยว่า โอบามาโทรศัพท์ไปบอกเล่ารายละเอียดโดยสังเขปกับนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ผู้นำอังกฤษแล้ว

ที่มา เดลินิวส์
2. รัสเซียปฏิเสธไม่ได้พาพันธมิตรฮั้วกันก่อนเจรจาสันติภาพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโกประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่16 ม.ค.ว่ากระแสข่าวที่สื่อมวลชนได้รับมานั้นกล่าวว่ารัสเซียและชาติพันธมิตรคือรัฐบาลซีเรียและอิหร่านมีการประชุมลับกันเพื่อปรึกษาหารือในประเด็นที่ต้องการรักษาอำนาจของนายบาชาร์อัล-อัสซาดประธานาธิบดีซีเรียไว้ในการถ่ายโอนอำนาจซึ่งก็คือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หากรัสเซียและพันธมิตรกระทำเรื่องดังกล่าวจริงก็จะยิ่งทำให้เกิดความวุ่นวายในการประชุมเจนีวารอบ 2นี้ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่22ม.ค.ที่นครเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามนายเซอร์เก ลาฟรอฟรมว.ต่างประเทศรัสเซียออกมากล่าวว่ามอสโกไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นใดๆไม่ได้พาพันธมิตรไปประชุมลับเพื่อจัดทำข้อตกลงระหว่าง3 ฝ่ายอย่างที่เป็นข่าว นอกจากนี้รัสเซียยังไม่มีสิ่งใดต้องปกปิดบนโต๊ะเจรจาสันติภาพครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้รัสเซียมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้อิหร่านขึ้นมาร่วงวงในโต๊ะเจรจาสันติภาพแต่ฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรไม่เห็นด้วยจนกระทั่งขณะนี้ ก็ยังมีความไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะได้ขึ้นมาร่วมเจรจาด้วยหรือไม่โดยรัสเซียต้องการให้อิหร่านมีส่วนร่วมก็เพราะเป็นพันธมิตรที่เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะรักษาอำนาจของนายอัสซาดไว้

ที่มา เดลินิวส์
1. จีนแสดงความวิตกต่อสถานการณ์ทางการเมืองในไทย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่านายหง เล่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในไทยหลีกเลี่ยงการกระทำใดที่อาจนำไปสู่การยกระดับความรุนแรง และทำให้เหตุไม่สงบทางการเมืองบานปลาย เนื่องจากปักกิ่งมีความกงัวลต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในไทยอย่างมาก สืบเนื่องจากมาตรการปิดกรุงเทพฯ หรือ "แบงคอก ชัทดาวน์" ของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันจันทร์

นอกจากนี้ หงยังกล่าวเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและสวัสดิภาพของพลเมืองเป็นสำคัญ ด้วยการใช้วิธีแก้ไขวิกฤตครั้งนี้อย่างเหมาะสม เพื่อฟื้นฟูบ้านเมืองให้กลับคืนสู่ความมีเสถียรภาพเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ที่มา เดลินิวส์

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น