10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 15 มกราคม 2557

update :15/1/2014 10:26
views : 1389
ที่มา : www.toptenthailand.com
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 15 มกราคม 2557
10.ไฟไหม้โรงงานรองเท้าในจีนย่างสด 16 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีน เมื่อวันที่ 14ม.ค.ว่า สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวีของจีนรายงานว่าเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานร้องเท้าในเมืองเหวินหลิงมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศในวันนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย16 คนโดยเพลิงปะทุขึ้นที่โรงงานต้าตงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลาประมาณ3 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิงและช่วยเหลือประชาชนฝ่าเปลวเพลิงออกมาได้มากกว่า20 คน อย่างไรก็ตามรายงานไม่ได้ว่าไฟเริ่มโหมไหม้ได้อย่างไรซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบรายละเอียด

ทั้งนี้มาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ทำงานของจีนด้อยมาตรฐานจจีนมักเกิดอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมบ่อยครั้งและมีผู้เสียชีวิต 121คน ในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานสัตว์ปีกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้วซึ่งไฟไหม้ครั้งนั้นเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรแต่เจ้าหน้าที่สอบสวนพบว่าทางออกฉุกเฉินของโรงงานถูกปิดตายทำให้คนงานติดอยู่ภายใน
9.อดีตนายกรัฐมนตรีชิงผู้ว่าฯโตเกียว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ว่า นายจุนอิชิโร โคอิซูมิ อดีตนายกรัฐมนตรีขวัญใจชาวญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันอังคารว่า เขาสนับสนุนให้อดีตนายกรัฐมนตรีโมริฮิโร โฮโซกาวา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี2536-2537 ขณะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่ขณะนี้ยุบไปแล้วในการลงแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงโตเกียวโดยเขาประกาศจะลงสมัครในนามอิสระและได้รับการสนับสนุนจากนายโคอิซูมิที่ทรงอิทธิพลซึ่งทั้งสองคนมีท่าทีต่อต้านนิวเคลียร์

นายโฮโซกาวา กล่าวว่า เขาได้ตัดสินใจที่จะลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงโตเกียวเขารู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าประเทศมีวิกฤติมากมายที่ต้องแก้ไขโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหานิวเคลียร์ซึ่งถือเป็นความอยู่รอดของประเทศ

ทั้งนี้ผู้ว่าการกรุงโตเกียวต้องดูแลควบคุมงบประมาณประมาณ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐและควบคุมดูแลศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นตำแหน่งนี้ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในญี่ปุ่น.
8.ภูเขาไฟซินาบุงในอินโดนีเซีย ปะทุอีก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคาโรประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่14 ม.ค.ว่าศูนย์บรรเทาภัยพิบัติจากภูเขาไฟและธรณีวิทยาของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ภูเขาไฟ “ซินาบุง”ในอินโดนีเซียปะทุพ่นลาวาและเถ้าถ่านเป็นบริเวณกว้างมากกว่า30 ครั้งเมื่อวานนี้ขณะที่มีประชาชนมากกว่า26,000 คนถูกบีบให้ต้องหลบหนีออกจากบ้านภูเขาไฟ ซินาบุง ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะสุมาตราทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินโดนีเซียพ่นหินร้อนและเถ้าถ่านขึ้นสูงอากาศสูง5 กิโลเมตรขยายเถ้าถ่านร้อนออกไปในรัศมี4.5 กิโลเมตร

เถ้าถ่านจำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นจากภูเขาไฟขณะที่เก้าถ่านสีเทาจำนวนมากปลิวกระจายแผ่ปกคลุมเรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงทั้งนี้ ภูเขาไฟปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประชาชนจำนวนมากซึ่งหลบหนีออกจากบ้านเรือนตัวเองตั้แต่ภูเขาไฟซินาบุงเริ่มปะทุขึ้นในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาล้มป่วย

ภูเขาไฟเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเป็นประจำต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ภูเขาไฟในอินโดนีเซียซินาบุง เป็นหนึ่งในภูเขาไฟจำนวน129 ลูกในอินโดนีเซียที่ยังมีชีวิตอยู่

7.น้ำท่วมบราซิลตาย 10 ศพ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซาเปาลูประเทศบราซิล เมื่อวันที่14 ม.ค.ว่าเจ้าหน้าที่บราซิล เปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิต 10คน และอีก 10คนสูญหาย ในเหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มในเมืองชนบทเล็ก ๆแห่งหนึ่งในรัฐเซาเปาลูทางตะวันออกเฉียงใต้โดยสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนของรัฐออกแถลงการณ์ในวันนี้ว่ามีประชาชนมากกว่า 300คน ถูกบีบให้ต้องทิ้งบ้านเรือนในเมืองอิเตาคาเมื่อแม่น้ำพัลมิตัล เอ่อล้นฝั่งและไหลทะลักเข้าท่วมชุมนุมหลังจากฝนตกหนักติดต่อกันกว่า5 ชั่วโมงจากวันอาทิตย์ถึงวันจันทร์ซึ่งผู้ไร้ที่อยู่ก็ต้องไปพักในที่พักผิงชั่วคราวเช่นในโบสถ์และโรงเรียน

ถนนหลายสายที่เชื่อมต่อเมืองอิเตาคาถูกตัดขาด และชุมชนไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อปีที่แล้วเกิดเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในรัฐเอสปีรีตูซันตูและมีนัสเซไรส์ มีผู้เสียชีวิต41 ศพ

6.IEAE เตรียมจัดประชุมหารือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน 24 ม.ค.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่14 ม.ค.ว่าเจ้าหน้าที่ทูตแถลงวันนี้ว่าทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือไอเออีเอ จะจัดการประชุมกันในวันที่24 ม.ค.ของประเทศระดับแกนนำในไอเออีเอเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงสำคัญที่บรรลุความเห็นชอบระหว่างอิหร่านและ6 ประเทศมหาอำนาจโลกซึ่งเป็นข้อตกลงที่ถูกประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่าเป็นการยอมจำนนของมหาอำนาจตะวันตกต่อข้อเรียกร้องของอิหร่าน

ข้อตกลงเมื่อวันที่24 พ.ย.ปีที่แล้วกำหนดให้อิหร่านหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของตนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรในเบื้องต้นเป็นเวลา6 เดือนขณะเดียวกัน ทั้ง 2ฝ่ายก็ยังต้องทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดข้อตกลงถาวรนอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังกำหนดให้ไอเออีเอเป็นผู้กำกับดูแลให้อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลงคณะกรรมการไอเออีเอ 35ชาติคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบรับบทบาทดังกล่าวในการประชุมในวันที่24 ม.ค.นี้
5.หวิดเสียวเที่ยวบิน เจแปน แอร์ไลน์ โตเกียว-กรุงเทพฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่า แผนกช่างซ่อมบำรุง สายการบินเจแปน แอร์ไลน์ ของญี่ปุ่น ตรวจพบควันและของเหลวไม่ทราบชนิด รั่วไหลออกจากแบตเตอร์รีหลักของเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 787 ลำหนึ่ง ซึ่งเตรียมจะให้บริการผู้โดยสาร ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ชานกรุงโตเกียว มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย เมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร และการตรวจสอบระบบควบคุมในห้องนักบินก็พบสัญญาณอุปกรณ์ขัดข้อง ที่กล่องพลังงานและตัวชาร์จเช่นกัน การตรวจพบมีขึ้น 2 ชั่วโมง ก่อนที่เที่ยวบินดังกล่าวจะออกเดินทาง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ เจแปน แอร์ไลน์ ต้องระงับการบินของเครื่องบินลำนี้ และสับเปลี่ยนให้ผู้โดยสาร 158 คน เดินทางโดยเครื่องบินโบอิ้ง 787 อีกลำหนึ่งของสายการบิน

เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินโดยสาร 787 ดรีมไลเนอร์ ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดของบริษัทโบอิ้งแห่งสหรัฐ มีขึ้น 1 ปีหลังเกิดปัญหาแบตเตอร์รี่ของเครื่องบินรุ่นนี้ร้อนจัด จนทำให้คณะเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลการบินของประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีคำสั่งระงับการบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์นาน 3 เดือน เบื้องต้นเจแปน แอร์ไลน์ ยังไม่ทราบสาเหตุของเหตุการณ์ล่าสุด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญกำลังทำการตรวจสอบ
4.รถไฟสวีเดนชนแหลกฆ่ากวาง48ตัว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์มประเทศสวีเดน เมื่อวันที่15 ม.ค.ว่า กวางเรนเดียร์จำนวน 48ตัว ถูกรถไฟความเร็วสูงพุ่งชนตายในทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากพยายามวิ่งแซงรถไฟ

นายอิงมาร์ ไบล์ด เจ้าหน้าที่การขนส่งของสวีเดนเปิดเผยว่า การตายของกวางเรนเดียร์หลายสิบตัวไม่ใช่เรื่องที่น่าชวนมองเลย ทั้งนี้กวางเรนเดียร์มีอยู่มากมายในทางเหนือสุดของสวีเดน แต่พวกมัน 48ตัวต้องประสบชะตากรรมเมื่อวันเสาร์ใกล้หมู่บ้านไคตัมในภูมิภาคลาโปเนีย ก่อนหน้านี้ก็เกือบมีเหตุการณ์ดังกล่าวหลายครั้งเนื่องจากกวางเรนเดียร์จะออกมาอาหารในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม นายเฟรดริค โรเซนดาล์หล์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบำรุงรักษาของการขนส่งระดับภูมิภาคในสวีเดนบอกว่า กวางเรนเดียร์มีสัญชาตญานที่ชอบวิ่งไปตามรางรถไฟ ก่อนที่รถไฟจะพุ่งชนพวกมัน หากคุณขับรถไล่ตามกวางเรนเดียร์ พวกมันจะวิ่งแซงไปอยู่ที่ด้านรถของคุณ
3.ทะเลาะเรื่องข้อความสั้นชักปืนยิงตายในโรงหนังสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเวสลีย์ชาเพล ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐเมื่อวันที่ 15ม.ค.ว่า เกิดการทะเลาะวิวาทเกี่ยวกับข้อความสั้นในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งของรัฐฟลอริดาสุดท้ายจบลงเมื่อตำรวจวัยเกษียนชักปืนยิงคู่กรณีที่นั่งอยู่แถวหน้าของเขาจนเสียชีวิต โดยศาลสั่งให้นายเคอร์ติส รีฟส์ ผู้ต้องหาวัย 71ปีขึ้นศาลเมื่อบ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นโดยไม่ให้ประกันตัวในข้อหาฆ่าคนตายด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

นายชาร์ลส์ คัมมิ่งส์ ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งนั่งอยู่ในโรงหนังดูภาพยนตร์เรื่อง”โลนเซอร์ไวเวอร์”เมื่อวันจันทร์ บอกว่า เขาไม่อยากเชื่อเลยว่ามีคนนำอาวุธปืนเข้ามาในโรงหนังและไม่อยากเชื่อว่าเขาทั้งสองจะโต้เถียงกันและอีกคนใช้อาวุธปืนสังหารผู้อื่นเพียงแค่กรณีส่งข้อความสั้นทางมือถือ

เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานนายอำเภอเขตปาสโกบอกว่าเหตุเกิดขึ้น เนื่องจากนายรีฟขอร้องให้นายแชดอูลสัน วัย 43ปี หยุดส่งข้อความสั้นในโรงหนัง ในขณะที่นายรีฟกับภรรยานั่งอยู่แถวหลังของนายอูลสันที่มาดูหนังกับภรรยาเช่นกัน แต่นายอูลสันตอบนายรีฟไปว่า เขาส่งข้อความสั้นไปให้ลูกสาววัย3 ขวบจากนั้นทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันรุนแรงขึ้นและมีการขว้างข้าวโพดคั่ว ทำให้นายรีฟชักปืนออกมายิงที่บริเวณหน้าอกของนายอูลสันจนบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนภรรยาของนายอูลสันได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ร้ายแรง ขณะที่มือปืนไม่ได้คิดหนี ทั้งนี้ นายรีฟ เป็นนายตำรวจยศร้อยเอกและเกษียณอายุจากราชการเมื่อปี2536
2.ส.ส.มะกันเล่นบทแข็งกร้าวกรณีจีนอ้างสิทธิทางทะเล
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่15 ม.ค.ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐเรียกร้องให้รัฐบาลต้องไม่อดทนต่อการใช้คำขู่ทางทหารของจีนเพื่ออ้างสิทธิเหนืออาณาเขตในทะเลเอเชียตะวันออก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเคยเตือนว่า การกระทำดังกล่าวของจีนกำลังสร้างความหวาดผวาให้แก่ประเทศเพื่อนและท้าทายผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของอเมริกา

นายสตีฟ ชาบอต ส.ส.พรรครีพับลิกัน ได้เรียกการกระทำของจีนว่าก้าวร้าวที่อันตรายเพราะเป็นความพยายามที่จะยึดอาณาเขตที่ขัดแย้งด้วยกำลังด้วยความหวังที่ผิดๆ ว่าญี่ปุ่นและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางชาติจะยอมรับ เช่นเดียวกับเอมีบีร่า ส.ส.พรรคเดโมแครตระบุว่า การข่มขู่และการยั่วยุของจีนเพื่ออ้างสิทธิเหนืออาณาเขตทางน้ำเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ส่วนแรนดี้ ฟอร์บส์ส.ส.รีพับลิกันบอกว่าสหรัฐต้องไม่อดทนต่อการอ้างสิทธิดังกล่าวของจีน

ทั้งนี้สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐเล่นบทแข็งกร้าวในนโยบายต่างประเทศมากกว่าฝ่ายบริหารอย่างรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัคโอบามา เสียอีก และการแสดงความเห็นของพวกเขาสะท้อนออกมาว่ามีความวิตกเป็นวงกว้างเกี่ยวกับเจตนาของจีนที่กำลังท้าทายอำนาจทางทหารของสหรัฐที่เคยแผ่ปกคลุมเอเชียมาก่อน ก่อนหน้านั้นจีนประกาศเขตป้องกันทางอากาศเหนือพื้นที่ในทะเลจีนตะวันออกเมื่อปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา

1.อียูทุ่มเงินหนุนเกษตรกรหลังจำนวนลดลง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยี่ยม เมื่อวันที่14 ม.ค.ว่าคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่าภาคเกษตรของยุโรปกำลังหดตังและขาดแคลนแรงงานทำให้ทางกลุ่มหันมาให้ความสำคัญโดยการเพิ่มค่าตอบแทนให้กับเกษตรกรปีละร้อยละ1.8 เป็นเวลา10 ปี จนถึงปี2566แรงงานในภาคเกษตรในกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู)จะได้เงินค่าตอบแทนจากรัฐสูงกว่าปี 2546-2550 ถึงร้อยละ46.8ต่อคน

คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่าทางกลุ่มต้องทำเช่นนี้เพราะแรรงานในภาคดังกล่าวมีจำนวนลดลงเรื่อยๆทำให้พืชผลทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวได้ลดลงร้อยละ15.1 อย่างไรก็ตามพืชหลักของยุโรปยังคงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระดับสูงและยังมีความต้องการในตลาดที่ดีทั้งนี้ ประเทศที่เป็นลูกค้ารายใหญ่คือจีน

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์นมและชีสก็ยังคงมีระดับการผลิตที่สูงแต่สินค้าจำพวกเนื้อสัตว์เริ่มมีอัตราการผลิตลดลงโดยในปี 2556การผลิตเนื้อของอียูลดลงต่ำสุดในรอบ11 ปี

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น