10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 11 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 21.00 - 0.00น.

update :12/1/2014 01:12
views : 2071
ที่มา : toptenthailand
เรื่องเด่นประเด็นร้อนทางทีมงาน toptenthailand จึงได้รวบรวมและนำเสนอมาใน "10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 11 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 21.00 - 0.00น."
10.“ยิ่งลักษณ์” พูดอย่างทำอย่าง หลักฐานชัดฝ่าไฟแดงเสียเอง?
าทกรรมอันสวยหรูของยิ่งลักษณ์เป็นแค่คำพูดหลอกประชาชน แต่รัฐบาลทำตรงกันข้ามไม่เคารพกฎหมาย กระทำการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แถมยังเดินหน้าเลือกตั้งนำประเทศไปสู่วิกฤต ทั้งที่เห็นแล้วว่าจะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาทั้งจากการเลือกตั้งไม่ครบ และคนที่ส่งลงรับสมัครอาจเจอบทลงโทษตัดสิทธิทางการเมือง กลายเป็นการละเลงงบเลือกตั้ง 3,885 ล้านบาทเล่น ปัญหานี้จะยุติได้ต้องยุบพรรคอีกครั้งหนึ่ง!
9.ประชากรช้างในแทนซาเนียลดลงมาก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดาเรสซาลามประเทศแทนซาเนีย เมื่อวันที่11 ม.ค.ว่าลาซาโร เอ็นยาลันดูรัฐมนตรีช่วยทรัพยากรธรรมชาติและท่องเที่ยวของแทนซาเนีย เปิดเผยวันนี้ว่าประชากรช้างในแทนซาเนียซึ่งถูกรุมเร้าจากการถูกฆ่าเอางาลดลงประมาณ 2ใน 3 ในช่วง30 ปีครึ่งที่ผ่านมาโดยการค้นพบดังกล่าวเป็นผลมาจากการสำรวจประชากรช้างเมื่อสิ้นปีที่แล้วในอุทยานแห่งชาติของประเทศเนื่องจากมีช้างจำนวนมากที่สุด

เอ็นยาลันดู กล่าวว่าผลการสำรวจระบบนิเวศในอุทยานแห่งชาติเซโลอุส,มิคูมิ, รัวฮาและรูอังวา พบว่าประชากรช้างลดลงถึงร้อยละ66 ระหว่างปี2519 ถึงเมื่อปีที่แล้วรัฐมนตรีระบุว่า ระบบนิเวศเซโลอุส-มิคูมิมีช้างอยู่ 109,419ตัว ในปี 2519แต่จำนวนเหลืออยู่ที่13,084 ตัวในปัจจุบันนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก
8. แบงก์ชี้การเมืองเดือดบาททะลุ34บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
นายสุธีร์ โล้ว์โสภณกุลผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทมีโอกาสแตะที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถ้าการชุมนุมทางการเมืองของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือกปปส. ในวันที่ 13 ม.ค.มีความรุนแรง เพราะจะทำให้มีเงินทุนไหลออก แต่เชื่อว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้นเนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง และที่ผ่านมานักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเคยเห็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทยแล้ว

“ถ้าการเมืองยืดเยื้อไม่จบเหมือนอียิปต์ก็กระทบเศรษฐกิจระยะยาว โดยปัจจัยมีผลต่อค่าเงินบาทนอกจากปัญหาการเมืองในประเทศแล้วยังมาจากการดุลการค้าปีนี้จะขาดดุลต่อเนื่องหรือไม่หลังจากปี 56 ขาดดุลกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ทำให้สภาพคล่องส่วนเกินที่อยู่ในต่างประเทศไหลกลับไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจากเฟดส่งสัญญาณการลดคิวอี ลง 10,000ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เหลือเพียง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน พบว่า นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นและนำเงินออกไปแล้วกว่า200,000 ล้านบาท ขณะที่เงินต่างชาติที่ลงทุนในตลาดพันธบัตรเหลืออยู่ที่ 700,000 ล้านบาท ดังนั้นการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศจะไม่มากไปกว่านี้แล้ว”



สำหรับค่าเงินบาทของไทยหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังอ่อนค่าในทิศทางเดียวกัน เช่น อินเดียอ่อนค่าลง 11% ญี่ปุ่น 15% อินโดนีเซีย 19% มาเลเซียและฟิลิปปินส์เฉลี่ยอยู่ที่ 7-8%ขณะที่ไทยอยู่ที่ 8% อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองยุติโดยเร็ว การส่งออกขยายตัวดีขึ้นและการค้าของไทยเกินดุลอาจทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ระดับ33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้แนะนำผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบมากเกินไป
7.เชลซีบุกต้อนนิ่มฮัลล์แซงปืนขึ้นจ่าฝูง
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. "เดอะ ไทเกอร์" ฮัลล์ ซิตี เปิดสนามเคซี สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี ผลการแข่งขันปรากฏว่า เชลซี บุกมาคว้าชัยได้แบบสบาย ๆ 2-0 ได้ประตูจาก เอด็อง อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม ในนาที 56 และเฟอร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงทีมชาติสเปน นาที 87 โกยแต้มเพิ่มเป็น 46 คะแนน จาก 21 นัด ขยับแซงหน้า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่มี 45 คะแนน จาก 20 นัด ซึ่งมีโปรแกรมจะลงสนามในวันจันทร์ ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแทนเป็นที่เรียบร้อย ทาง ฮัลล์ ซิตี มี 23 คะแนนเท่าเดิมแข่งเท่ากัน.
6.โจรบุกเดี่ยวปล้นร้านทองบางใหญ่
เมื่อเวลา 17.30น.วันที่ 11 ม.ค. ร.ต.อ.สงครามบัวพันธุ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.บางใหญ่ รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองร้านห้างทองรุ่งโรจน์เยาวราช เลขที่ 48/11ถ.บางกรวย-ไทรน้อยต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบนายบุญชัย โล่ห์วชิรหัตถ์ อายุ 64 ปี และนางวิภาวรรณ โล่วชิรหัตถ์ อายุ 61 ปี สามี ภรรยา เจ้าของร้านทองดังกล่าวยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยนางวิภาวรรณกล่าวว่า ขณะที่ตนเองกับนายบุญชัย กำลังให้บริการซื้อขายทอง มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี สูง 170 ซม. สวมหมวกันน๊อคแบบเต็มใบเสื้อ เจ็คเก็ตสีดำ กางเกงยีนต์คาดกระเป๋าสะพายข้าง ลักษณะคล้ายพวกเก็บเงินกู้ เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนจะชักอาวุธปืนลูกโม่ ไม่ทราบขนาดออกมาจ่อ พร้อมบังคับให้หยิบทองออกมาให้ เมื่อพวกตนไม่ทำตาม คนร้ายได้ยิงปืนไปที่ตู้เก็บทองที่อยู่ด้านหลังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว นายบุญชัย จึงรีบหยิบทองให้จำนวนหนึ่ง แต่คนร้ายไม่พอใจ ยิงปืนเข้าไปที่ตู้ทองอีกครั้ง ด้วยความกลัว พวกตนจึงรีบหยิบทองรูปพรรณให้คนร้าย รวม 17 เส้น น้ำหนักรวม 34 บาท มูลค่า 6.8 แสนบาท หลังจากนั้น คนร้ายได้วิ่งไปขึ้น รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟีโน่ สีขาวชมพู ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งจอดอยู่หน้าร้านขี่หลบหนีมุ่งหน้าออกไปทางถ.ราชพฤกษ์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คนร้ายคาดว่าจะหลบหนี พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ร่วมถึงกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในร้านทอง ร่วมถึงสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ จนทราบว่าก่อนลงมือคนร้ายได้ทำที่ขี่รถจยย.เข้ามาจอดซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ข้างร้านทอง เพื่อดูลาดเลาเมื่อสบโอกาสคนร้ายจึงรีบวิ่งเข้าไปก่อเหตุทันที.
5.อินเดียเผยไม่ได้เผชิญหน้าสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลีประเทศอินเดีย เมื่อวันที่11 ม.ค.ว่านายซัลแมน คุห์รชิดรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียเปิดเผยว่า อินเดียไม่ได้เผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาแต่หากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นทั้งสองประเทศก็จะต้องร่วมกันแก้ปัญหา

ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียมีขึ้นหลังที่รัฐบาลอินเดียให้เวลา48 ชั่วโมงสำหรับนักการทูตสหรัฐ 1คนให้เดินทางออกนอกประเทศภายใน48 ชั่วโมงอันเนื่องจากข้อขัดแย้งซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ความสัมพันธ์เริ่มร้าวฉานมาตั้งแต่กรณีของนางเทวยานีโคบรากาเด รองกงสุลอินเดียณ นครนิวยอร์ก ถูกจับกุมและเปลื้องผ้าค้นตัวเมื่อเดือนที่แล้วในข้อหาปลอมแปลงหลักฐานวีซ่าซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับแม่บ้านของเธอและยังให้การเท็จเรื่องค่าจ้างแต่ก่อนที่ศาลจะตัดสินนั้นทางรัฐบาลสหรัฐได้ให้เอกสารคุ้มกันทางการทูตเต็มที่กับนักการทูตหญิงอินเดียผู้นี้ซึ่งได้ปฏิเสธตลอดข้อหาทำให้เธอสามารถเดินทางกลับประเทศอินเดียได้แสดงว่าเป็นความพยายามที่จะประนีประนอมระหว่างสหรัฐกับอินเดีย

แต่ทางรัฐบาลอินเดียกลับสั่งให้นักการทูตสหรัฐ1 คนเดินทางออกนอกประเทศเพื่อตอบโต้เรื่องนักการทูตหญิงของอินเดียที่นิวยอร์กและแสดงท่าทีว่าอินเดียไม่พร้อมที่จะให้อภัยกับสหรัฐในเรื่องนี้
4.เสื่อม! พระตั้งวงเหล้าขาวเมาปลิ้น อ้างรำลึกวันเด็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. ตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันจับกุม พระศักดา ปภัสโร หรือนายศักดา ศรีคำภา อายุ 52 ปี และพระสมัย หงส์ศรี หรือนายสมัย หงส์ศรี อายุ 40 ปี ได้ที่วัดป่าอัมพวัน กม.18 ถ.อุดร-หนองบัวลำภู ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมด้วยของกลาง เหล้าขาว 4 ขวด ซึ่งกินหมดไปแล้ว 3 ขวด และกระปุกยาดองอีก 1 กระปุก ในขณะที่ยังเมามายสุราอยู่

โดยตร.สภ.เมืองอุดรธานีได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่ามีพระเมาสุราภายในวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อวงการพระพุทธศาสนา จึงไปตรวจสอบพบพระทั้งสองรูปในจีวรสภาพเมาสุรา และขวดสุราวางอยู่ด้วยหลายขวด จึงได้นิมนต์มาสอบสวนที่สภ.เมืองอุดรธานี และจะได้ควบคุมไปทำการสึก ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า พระศักดาหรือนายศักดา เป็นพระลูกวัด วัดอัมพวัน บวชมาแล้ว 15 พรรษา ส่วนพระสมัยหรือนายสมัยนั้น เป็นพระลูกวัด วัดหนองแวงน้อย จ.มหาสารคาม บวชมา 4 พรรษา ได้แวะมาหาที่วัดเนื่องจากรู้จักกันมาก่อน พอดีเมื่อคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวจึงได้ชักชวนกันดื่มสุราเพื่อคลายหนาว และวันนี้เป็นวันเด็ก จึงชักชวนกันดื่มเหล้าเพื่อย้อนเวลากลับไปสมัยเด็กที่ดื่มเหล้าเป็นครั้งแรกจำได้ว่าดื่มเหล้าเป็นเมื่ออายุ 15 ปีและเมื่อบวชก็ไม่ได้แตะต้องซักทีเลยลองดูซักครั้ง แต่ดื่มไปดื่มมารู้สึกติดใจ จนกระทั่งหมดไป 4 ขวด

โดยเหล้าขาวที่นำมาดื่ม ได้วานให้ช่างไม้ที่มาต่อเติมวัดไปซื้อมาให้ 4 ขวด นำมาผสมกับยาดอง ซึ่งพากันกินมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าจนเมามาย จนถูกชาวบ้านแจ้งตำรวจตามมาจับกุมดังกล่าว ตำรวจจึงแจ้งข้อหา เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย จับสึกและดำเนินตามกฎหมายต่อไป
3.ไฟไหม้เมืองโบราณอายุ1,300ปีใน'ยูนนาน' บ้านวอด240หลัง อพยพนับพันคน
เกิดเหตุเพลิงไหม้เมืองโบราณในเขตปกครอง เชงกรี-ลา ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ทำให้มีบ้านเรือนเสียหายกว่า 240 หลัง และต้องอพยพผู้อยู่อาศัยนับพันคน...


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 11 ม.ค. ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เมืองโบราณในเขตปกครอง เชงกรี-ลา ในมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 240 หลัง และทำให้ผู้อยู่อาศัยอย่างน้อย 2,600 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่

จากการเปิดเผยของโฆษกรัฐบาลท้องถิ่น เหตุไฟไหม้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01:30 น. ที่โรงแรม หรู่อี้ ในเมืองโบราณ ตูเค่อซง ซึ่งบ้านส่วนใหญ่สร้างขึ้นจากไม้ ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้ในอีกประมาณ 9 ชั่วโมงต่อมา โดยยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่สืบสวนตัดความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์นี้จะเป็นการวางเพลิง และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ และคำนวณมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจ เพราะนอกจากบ้านเรือน, ร้านค้า และโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับความเสียหาย ไฟยังทำลายมรดกทางวัฒนธรรมบางส่วน รวมถึง ผ้าปักทังก้า (thangka) ล้ำค่าและงานศิลปะอื่นๆของของทิเบต

ทั้งนี้ ชื่อ ตูเค่อซง หมายถึง เมืองแห่งจันทรา ในภาษาทิเบต สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน และกลายเป็นจุดสังเกตสำคัฐของเส้นทางสายไหมทางใต้ของจีน และตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดในแชงกรี-ลา
2.ผู้บัญชาการกองทัพอียิปต์ประกาศลงสู้ศึกเลือกตั้ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์เมื่อวันที่ 11ม.ค.ว่าอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซีผู้บัญชาการกองทัพอียิปต์เปิดเผยวันนี้ว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหากประชาชนเรียกร้องและกองทัพให้การสนับสนุนเขาทั้งนี้ซีซีเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอียิปต์หลังจากโค่นอำนาจประธานาธิบดีโมฮาเหม็ดมอร์ซี ในเดือนก.ค.ปีที่แล้วและเจ้าหน้าที่ทหารในกองทัพก็กล่าวว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนเป็นอย่างดีภายในกองทัพในการลงสมัครรับเลือกตั้งที่มีกำหนดขึ้นภายในฤดูใบไม้ร่วงในปี 2557

หนังสือพิมพ์อัล-อาห์รัมรายงานอ้างคำกล่าวของเขาที่ระบุในการประชุมกับเจ้าหน้าที่ของอียิปต์ระบุว่า หากเขาเสนอตัวเองก็ต้องได้รับคะแนนนิยมและอาณัติจากกองทัพก่อนโดยถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่วันก่อนการแสดงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งที่รัฐบาล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยกองทัพระบุว่า จะเป็นการฟื้นฟูการปกครองที่มาจากการเลือกตั้งหลังการปลดนายมอร์ซี
1.เทือก"เผยคน ตจว.ทยอยเข้ากรุง เตรียมชัตดาวน์ กทม
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขณะนี้มวลชนจากต่างจังหวัดทยอยเดินทางเข้า กทม. จำนวนมาก เพื่อเตรียมทำการ ยึด กทม. ในวันที่ 13 ม.ค. นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังได้เล่าถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในปี 2553 พร้อมทั้งเปิดคลิปวีดีโอ เหตุการณ์ชุมนุมของ นปช. ให้ผู้ชุมนุมได้รับชมต่อเนื่อง พร้อมทั้งย้ำว่า คนเหล่านั้นไม่ได้ต่อสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคารพกฎหมาย มีความพยายามก่อการร้าย โดยกองกำลังติดอาวุธ

"การชุมนุมของนปช.ในปี 53 ใช้เวเลาเพียง 2 เดือนและ 5 วัน แต่มีผู้เสียชีวิตถึง 85 คน บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน รวมทั้งทหารด้วยที่เสียชีวิต เขาตั้งใจมาเพื่อก่อการร้ายกลางเมืองหลวง ซึ่งแตกต่างจากพวกเราที่ชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ วันนี้ยิ่งลักษณ์ สงสัยว่าทำไมทหารไม่ออกมาช่วยรัฐบาล ก็เพราะคนเสื้อแดงทำกับทหารอย่างนั้นใครจะออกมาช่วยคุณ" นายสุเทพ กล่าวตอนหนึ่ง

นายสุเทพ กล่าวว่าวันที่ 13 ม.ค. เมื่อมีการยึดเมืองหลวง ปิด กทม. ขอให้ชาวกรุงเทพ อย่าตกใจ ใช้ชีวิตตามปกติ เพราะความตั้งใจของ กปปส. คือขัดขวางไม่ให้รัฐบาล บริหารประเทศ ข้าราชการ ต้องไม่เป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณ ยืนยันว่าแม้รัฐบาลใช้กำลังปราบปราม แต่มวลชนจะไม่ใช้ความรุนแรง และจะสู้จนกว่าได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นจะดำเนินการกับรัฐบาลตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการประนีประนอม และเจรจากันต่อไป

"พรุ่งนี้จะปิดเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงอยากให้ทุกคนรีบมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แต่ถ้ามาแล้วถูกขัดขวาง หรือมาไม่ทัน ก็ขอให้ไปสมทบยัง 7 จุด และในวันที่ 13 ม.ค. จะมีหมอและพยาบาลอยู่กระจายทุกเวที อีกทั้งเราจะตั้งโรงพยาบาลสนามที่เวที 5 แยกลาดพร้าว และในวันพรุ่งที่ 12 ม.ค. จะชี้แจงถึงรายละเอียดขั้นตอนในการปฏิบัติการแผนยึดกรุงเทพ ให้รับทราบอีกครั้งหนึ่ง โดยเราจะกระทำอย่างเปิดเผยชัดเจน ไม่มีแผนลับอย่างแน่นอน" นายสุเทพ กล่าว และเปิดโอกาสให้ผู้ประสานงาน กปปส. แต่ละจังหวัด และตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านจาก จ.ระนอง ขึ้นมาพูดคุยกับมวลมหาประชาชนบนเวทีปราศรัยอีกด้วย.

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น