10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 11 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 18.00 - 21.00น.

update :11/1/2014 21:47
views : 3356
ที่มา : toptenthailand
เรื่องเด่นประเด็นร้อนทางทีมงาน toptenthailand จึงได้รวบรวมและนำเสนอมาใน "10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 11 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 18.00 - 21.00น."
1.อีกไม่เกิน 2 วันได้เฮ "หลินฮุ่่ย" ตกลูกแน่
ทีมสัตวแพทย์แพนด้าระดับทีมเสริมเฝ้าหลินฮุ่ย 24ชั่วโมงหลังฮอร์โมนลดลงเทียบเคียงกับห้วงที่คลอดหลินปิง คาดว่าไม่เกิน 2 วันคลอดพร้อมเตรียมตั้งโครงการเพื่อนแพนด้าและอาจทำสถิติเวิร์คเรคคอร์ดด้วยการสวมหน้ากากแพนด้าทำลายสถิติโลกด้วย

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วย ผอ.สำนักอนุรักษ์ วิจัยและการศึกษา องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานผสมพันธุ์โครงการวิจัย และจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทยสวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมกับ นายฤทธิณรงค์ กุลประสูตรกรรมการองค์การสวนสัตว์ รักษาการในตำแหน่ง ผอ.องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวความคืบหน้าเรื่องการตั้งท้องของหลินฮุ่ยที่ตั้งท้องได้ 104 วันแล้ว ว่า หลังจากนำหลินฮุ่ยกลับเข้ามาจากส่วนจัดแสดงมายังห้องนอน ก็มีอาการแสดงอย่างชัดเจนคือ การเบื่ออาหาร ไม่สนใจแม้จะให้ใบไผ่สดๆ อีกพฤติกรรมหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นและหายไปคือการเลียอวัยวะเพศ ซึ่งก่อนเที่ยงคืนก็เลียอวัยวะเพศกว่า 10 ครั้ง รวมแล้วกว่า 1 ชั่วโมงแต่หลังจากเที่ยงคืนก็นอนหลับ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกในเรื่องที่ดี



ด้านนายฤทธิณรงค์ เปิดเผยว่า การวางแผนล่วงหน้าหากมีการตกลูกจริงก็จะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับปีนี้และจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นด้วยการตั้งชื่อทั้งผ่านทางไปรษณียบัตรและผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้เตรียมเปิดโครงการคู่ขนานเรียกว่า 'แพนด้าเฟรน' หรือเพื่อนแพนด้า ขึ้นด้วยซึ่งทางด้านของโครงการแพนด้านั้น ไม่ว่าจะงบประมาณจากกองทุน เงินทุนและงบประมาณที่ได้มาจากการโครงการ ก็จะนำไปช่วยเหลือสัตว์ป่าพันธุ์หายากอื่นๆ ด้วยโดยคาดว่ากองทุนน่าจะมีเงินกว่า 50 ล้านบาทสำหรับปีนี้

ต่อมาในเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน คณะสัตวแพทย์ได้แถลงความคืบหน้าเรื่องฮอร์โมน ว่า จากระดับที่ 171นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมครีเอทีนิน เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ล่าสุดอยู่ที่ 134 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมคริเอทีนิน ซึ่งขณะนี้ระดับฮอร์โมนใกล้เคียงกันกับเมื่อ 4 ปีที่แล้วอย่างมากทางเจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นว่าหลินฮุ่ยอาจจะตกลูกได้ทุกเมื่อ ส่วนสิ่งที่กังวลนั้นขณะนี้ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่เกรงว่าหลินฮุ่ยจะไปตกลูกในส่วนจัดแสดงมากกว่าในห้องนอน เพราะในพื้นที่ส่วนจัดแสดงนั้น เป็นสถานที่กว้างอีกทั้งการเข้าไปหาหลินฮุ่ยจะค่อนข้างลำบาก หากเป็นจริงก็คงต้องปล่อยให้หลินฮุ่ยเลี้ยงลูกไปสักระยะหนึ่ง เพื่อให้เกิดความสบายใจจากนั้นก็ค่อยหาวิธีนำลูกน้อยออกมาตรวจว่าสุขภาพเป็นอย่างไร

เดลินิวส์
2.เด็ก9ขวบกำแพงเพชรจมน้ำตายหลังเที่ยววันเด็ก
สลด!ด.ช. 9 ขวบ ลงเล่นน้ำหลังเที่ยวงานวันเด็กเสร็จ พร้อมเพื่อน และผู้ปกครอง จมน้ำเสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 มกราคม ร.ต.ท.สุชาติ จรัสวรสุนทร ร้อยเวรอาญาสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งว่ามีเด็กตกน้ำที่บริเวณเกาะกลางน้ำ หน้าสวนสิริจิตอุทยาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ต่อมากู้ภัยช่วยกันงมหาจนพบร่างของ ด.ช.ทัพไทย เพ็งด้วง อายุ 9 ขวบ จมอยู่ใต้น้ำนำตัวขึ้นมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว

นายประทีป เพ็งด้วง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152/1 ม.ที่ 8 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พ่อของเด็กเปิดเผยว่า หลังจากงานวันเด็กเลิกก็พากันมาเล่นน้ำ โดยลงน้ำทั้งหมด 8 คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ขณะที่พาเดินลุยน้ำได้พลัดตกลงไปในร่องน้ำลึก ตนช่วยหลานกับลูกสาวได้ 2 คน ส่วนเด็กคนอื่นญาติลงมาช่วยได้ แต่ ด.ช.ทัพไทยลอยห่างออกไปจากกลุ่ม ตนรีบลงไปช่วยอีกแต่ปรากฏว่าลูกชายจมน้ำหายไปแล้ว จึงแจ้งตำรวจประสานกู้ภัยมาช่วยงม แต่ก็ไม่ทันเสียชีวิตไปแล้ว
3.กปปส. พัทลุง 500 คน ร่วม เดินทางเข้ากทม.
ที่สถานีรถไฟพัทลุง กลุ่ม กปปส. จ.พัทลุง กว่า 500 คน เดินทางมาที่สถานีรถไฟ เพื่อเข้าร่วมชุมนุมปิดกรุงเทพฯ หลังจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟ ยืนยันว่ารถไฟสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้ 5ขบวน คือ ขบวนรถเร็ว 170,172 และรถด่วนขบวน 42, 36 ,38
นายจรูญ พรรณราย แกนนำ กปปส.พัทลุง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การรถไฟแห่งประเทศไทย มีการแจ้งหยุดเดินรถไฟตั้งแต่ 11 - 14 ม.ค. เนื่องจากคอสะพานชำรุด ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่าภายหลังทราบว่าเป็นการกลั่นแกล้งของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางเข้าร่วมชุมนุม ทำให้บางส่วนต้องเดินทางด้วยรถบัสแทน
4."ไฮโซน้ำหวาน"เบี้ยวไกล่เกลี่ยหนิง-ปณิตาอ้างเหตุติดประชุม
ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 13.30 น. วันที่ 11 ม.ค.57 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์คดีดำ อ.3648/56 ที่น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ หรือหนิง อายุ 36 ปี นักแสดง-นางแบบชื่อดัง และเจ้าของธุรกิจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.วรพรรณ พันธุ์คงชื่น หรือไฮโซน้ำหวาน และนางอำไพพรรณ พันธุ์คงชื่น มารดา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326

ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 2 ต.ค.56 สรุปว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 56 เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นแม่ลูกกัน ได้ร่วมกันหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายแขนง ทำนองว่า โจทก์ - น้องสาวโจทก์ กับพวก ร่วมกันทำร้ายร่างกาย โดยใช้โทรศัพท์มือถือตี น.ส.วรพรรณ จำเลยที่ 1 และข้อความอื่น ซึ่งล้วนเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้ผู้ได้ยินคำให้สัมภาษณ์ของจำเลย เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี รุมทำร้ายจำเลยได้รับบาดเจ็บ จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดีและพิพากษาลงโทษ รวมทั้งให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษา และขอขมาในหนังสือพิมพ์รายวัน เป็นเวลา 7 วัน ด้วย

เมื่อถึงเวลานัด หนิง ปณิตา พร้อมด้วยนายอานันท์ทวีป ชยางกูร ณ อยุธยา หรือไฮโซชาย น.ส.กวิศรา กอวัฒนกุล เพื่อน และทีมทนายความ เดินทางมาศาล ขณะที่น.ส.วรพรรณ และนางอำไพพรรณ ฝ่ายจำเลยไม่ได้เดินทางมา โดยให้ทนายแถลงต่อศาลว่าไม่สะดวกเดินทางมาในวันนี้

ทนายจำเลยได้ซักค้านพยานโจทก์ทั้งสามถึงเหตุการณ์ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท เมื่อคืนวันที่ 20 ก.ย.56 เวลาประมาณ 22.00 น. โดยหนิง ปณิตา ยืนยันว่าอยู่ในสถานที่เกิดเหตุจริง แต่ไม่ได้อยู่ร่วมกับน้องสาวขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุแล้วได้ไปพบน้องสาวและเห็นว่าสะเด็ดบาดแผลเดิมที่ข้อมือของน้องสาวได้หลุดลอกออกไป และทราบว่าน.ส.วรพรรณ มีบาดแผลบริเวณใบหน้าจากสื่อมวลชนในวันถัดมา หลังจากนั้น น.ส.วรพรรณ กับมารดาได้ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และสื่อออนไลน์ เมื่อตรวจสอบข้อความในสื่อหลายฉบับแล้วพบว่ามีความหมายเดียวกันในทำนองหมิ่นประมาทโจทก์ แต่ยอมรับว่าไม่ได้สอบถามกับนักข่าวโดยตรงว่าคำสัมภาษณ์ที่นำมาเผยแพร่เป็นตามความเห็นจริงหรือไม่ ภายหลังทนายซักค้านหนิง ปณิตาเสร็จ ได้ซักค้านพยานอีกสองปาก จากนั้นศาลจึงนัดฟังคำสั่งวันที่ 14 ม.ค.นี้ เวลา 9.00 น.

หนิง ปณิตา ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ตนพร้อมที่จะไกล่เกลี่ย โดยเงื่อนไขขอให้เป็นเรื่องของทนายความ แต่ในวันนี้ฝ่ายจำเลยไม่ได้มาศาลจึงไม่มีการไกล่เกลี่ยกัน ซึ่งครั้งแรกทราบว่าจำเลยจะมา แต่เมื่อเบิกความใกล้เสร็จแล้วจำเลยได้แจ้งทนายว่าไม่สะดวกเดินทางมาศาล หลังจากนี้ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับไว้เป็นคดีความหรือไม่ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ เวลา 9.00 น.

ด้านนายสอและ กูมุดา ทนายความจำเลยเปิดเผยว่า ในการไต่สวนมีหลักฐานที่นำมาแสดงยืนยันชัดเจนว่าจำเลยไม่ได้เป็นคนพูดว่าโจทก์ทำร้าย แต่ในคำฟ้องโจทก์ถือเอาตามข่าวโดยไม่ได้แยกเนื้อข่าวและความเห็น ส่วนที่ในวันนี้จำเลยไม่ได้เดินทางมาศาลนั้น เพราะติดประชุมไม่เสร็จ โดยได้ติดต่อกับตนตลอด แต่ตนติดซักค้านโจทก์อยู่จึงไม่ได้ตอบกลับ สำหรับการไกล่เกลี่ยนั้นในชั้นไต่สวนมูลฟ้องยังไม่มี แต่จะปรึกษากับจำเลยอีกครั้ง
5.เสื่อม! พระตั้งวงเหล้าขาวเมาปลิ้น อ้างรำลึกวันเด็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. ตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันจับกุม พระศักดา ปภัสโร หรือนายศักดา ศรีคำภา อายุ 52 ปี และพระสมัย หงส์ศรี หรือนายสมัย หงส์ศรี อายุ 40 ปี ได้ที่วัดป่าอัมพวัน กม.18 ถ.อุดร-หนองบัวลำภู ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมด้วยของกลาง เหล้าขาว 4 ขวด ซึ่งกินหมดไปแล้ว 3 ขวด และกระปุกยาดองอีก 1 กระปุก ในขณะที่ยังเมามายสุราอยู่

โดยตร.สภ.เมืองอุดรธานีได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่ามีพระเมาสุราภายในวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อวงการพระพุทธศาสนา จึงไปตรวจสอบพบพระทั้งสองรูปในจีวรสภาพเมาสุรา และขวดสุราวางอยู่ด้วยหลายขวด จึงได้นิมนต์มาสอบสวนที่สภ.เมืองอุดรธานี และจะได้ควบคุมไปทำการสึก ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า พระศักดาหรือนายศักดา เป็นพระลูกวัด วัดอัมพวัน บวชมาแล้ว 15 พรรษา ส่วนพระสมัยหรือนายสมัยนั้น เป็นพระลูกวัด วัดหนองแวงน้อย จ.มหาสารคาม บวชมา 4 พรรษา ได้แวะมาหาที่วัดเนื่องจากรู้จักกันมาก่อน พอดีเมื่อคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวจึงได้ชักชวนกันดื่มสุราเพื่อคลายหนาว และวันนี้เป็นวันเด็ก จึงชักชวนกันดื่มเหล้าเพื่อย้อนเวลากลับไปสมัยเด็กที่ดื่มเหล้าเป็นครั้งแรกจำได้ว่าดื่มเหล้าเป็นเมื่ออายุ 15 ปีและเมื่อบวชก็ไม่ได้แตะต้องซักทีเลยลองดูซักครั้ง แต่ดื่มไปดื่มมารู้สึกติดใจ จนกระทั่งหมดไป 4 ขวด

โดยเหล้าขาวที่นำมาดื่ม ได้วานให้ช่างไม้ที่มาต่อเติมวัดไปซื้อมาให้ 4 ขวด นำมาผสมกับยาดอง ซึ่งพากันกินมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าจนเมามาย จนถูกชาวบ้านแจ้งตำรวจตามมาจับกุมดังกล่าว ตำรวจจึงแจ้งข้อหา เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย จับสึกและดำเนินตามกฎหมายต่อไป
6.นี่คือเหตุผลที่ทำไมคนไทยต้องเท่ากัน จดหมายจากทุ่งนา หนุน 1 สิทธิ์ 1 เสียง
นี่คือเหตุผลที่ทำไมคนไทยต้องเท่ากัน จดหมายจากทุ่งนา ของนางธนาวรรณ และคนในวังกรด พิจิตร ส่งถึง รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ ให้กำลังใจสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย วอนท่านผู้เจริญเคารพสิทธิ์ชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ได้เผยแพร่คลิป นี่คือเหตุผลที่ทำไมคนไทยต้องเท่ากัน ผ่านทางยูทูบ เล่าถึงจดหมายจาก นางธนาวรรณ และคนในวังกรด พิจิตร ซึ่งส่งมาถึง รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ และสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) เพื่อชื่นชมในอุดมการณ์ที่มั่นคงในหลักประชาธิปไตยและให้กำลังใจการทำงานของ สปป. พร้อมฝากถึง กปปส. และนักวิชาการบางคนที่มองว่า ระบบเลือกตั้ง 1 สิทธิ์ 1 เสียง ใช้กับประเทศไทยไม่ได้ หรือคนที่ดูถูกเสียงจากคนต่างจังหวัด มองว่าเสียงจากชาวบ้านและคนเมืองไม่เท่ากัน ว่าชาวบ้านก็มีหัวใจ มีสติรู้จักคิด อย่าเหยียดกัน แนะนักวิชาการและนักการเมือง ปฏิรูปตัวเองก่อนเปลี่ยนอย่างอื่น ดังนี้

เขียนที่ทุ่งนาตำบลวังกรด จังหวัดพิจิตร

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กราบเรียนท่าน ศ.เกษียร และคณะ สปป. ด้วยความเคารพยิ่งนัก

พวกฉันมีความสุขใจมาก น้ำตาร่วงเลยเมื่อรู้ว่าคณะ สปป. และท่านร่วมกันยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ได้ทำหน้าที่อย่างดี ที่ตั้งมั่นในความเป็นผู้มีความรู้ เป็นกลาง มีเหตุ มีผล เพื่อคนรุ่นต่อ ๆไปได้รู้จักที่จะคิดก่อนทำ รู้จักวางตนในสถานการณ์ให้เหมาะสมกับความเป็นนักวิชาการ พวกฉันไม่มีเฟซบุ๊ก มือถือ หรือเครื่องมืออื่นใดที่จะติดต่อเพื่อเป็นกำลังใจคณะของท่าน นอกจากเขียนมาจากสมองและหัวใจ อยากดไลค์ให้คณะ ส.ป.ป. และท่านกันทั้งหมู่บ้านกันเลยนะ

ถึงพวกฉันจะเป็นชาวบ้าน บ้านนอกต่างจังหวัดแต่ก็มีหัวใจ มี 1 สิทธิ์ 1 เสียง และมีสติ รู้จักคิด กรุณาอย่าเหยียดกันเลย พวกฉันอยากบอกว่าถ้าไม่มีพวกเราปลูกข้าว ปลูกผัก ท่านผู้เจริญจะกินอะไร หรือนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นายสุรพล นิติไกรพจน์ นางเสรี วงศ์มณฑา จะกินหญ้า กินหมา ท่านเหล่านี้คงลืมไปหรือไม่ได้มีความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน ที่ทั่วทั้งโลกบอกว่าเท่าเทียมกัน

ด้วยเหตุนี้พวกฉันจึงสุดแสนจะนับถือในอุดมการณ์ที่ยืนยันมั่นคงในหลักการประชาธิปไตยที่คณะ สปป. และท่านดำรงไว้ จึงขอเป็นกำลังใจ กำลังเสียง หรืออื่น ๆ เพื่อช่วยคณะของท่านที่ช่วยกันรักษาประชาธิปไตยให้อยู่ตลอดไป ส่วนเราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ปฏิรูป ให้เข้ากับพวกเรา สิ่งเหล่านี้ควรใช้เวลาทำความเข้าใจ การเปลี่ยนปรับปรุงตัวบุคคล สำคัญกว่าเปลี่ยนสิ่งอื่น ท่านผู้มีความรู้เป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงปฏิรูปตนเองก่อน ก่อนจะไปเปลี่ยนอย่างอื่น

ที่เขียนมาก็เพราะเห็นด้วยอย่างยิ่งกับความมั่นคงในหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้องเหมาะสมของคณะของท่าน ขอบรรดานักวิชาการผู้มีมันสมอง มีคุณธรรม จริยธรรม ทั้งหลายได้มีที่รวมกัน ได้มากขึ้น ให้มากขึ้น เจริญขึ้น มีคุณค่ามากขึ้น มีเกียรติมากขึ้น ไม่มาแถข้าง ๆ คู ๆ พยายามหารูช่องของกฎหมายไหลออกกินอาจม หาเหตุ หาผล หาหลักเกณฑ์หลักการอะไรไม่ได้ จึงขอนับถือในการออกมาของท่านทั้งคณะ สปป.
7. สารเคมีรั่วลงน้ำประปาในอเมริกาหลายพื้นที่ ชาวบ้านแห่กักตุนน้ำดื่ม
ชาวเวสต์ เวอร์จิเนีย แห่ซื้อน้ำดื่มไปกักตุน หลังเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลลงน้ำประปาจนทางการสั่งห้ามบริโภค พร้อมประกาศพื้นที่ฉุกเฉิน ยังบอกไม่ได้ว่าจะแก้ปัญหาได้เมื่อไร

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้อยู่อาศัยกว่า 3 แสนคนในรัฐเวสต์ เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ต่างถูกสั่งห้ามไม่ให้ดื่มน้ำประปาจากก็อก หลังจากที่มีข่าวว่า มีสารเคมีรั่วไหลลงในน้ำประปา จนทำให้ประชาชนเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยในการใช้น้ำประปาอุปโภคบริโภค และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขก็ออกมากล่าวว่า น้ำที่ปนเปื้อนนั้นใช้ได้เฉพาะการกดชักโครกและดับไฟไหม้เท่านั้น

นายเจฟฟ์ แมคอินไตย์ ประธานของบริษัทเวสต์ เวอร์จิเนีย อเมริกัน ซึ่งเป็นบริษัทบำบัดน้ำเสียที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ กล่าวว่า เราไม่รู้มาก่อนว่าน้ำประปาไม่ปลอดภัย แต่ผมก็ไม่สามารถพูดได้ว่า น้ำประปานั้น สามารถใช้บริโภคได้อย่างปลอดภัย ซึ่งทางบริษัทได้ทดสอบน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไร ที่จะสามารถประกาศให้ว่าน้ำประปานั้นปลอดภัยสำหรับการใช้อุปโภคบริโภค

ด้านผู้ว่าการรัฐ นายเอิร์ล เรย์ ทอมบลิน ได้ประกาศเหตุฉุกเฉินใน 9 พื้นที่ และนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ก็ได้ออกประกาศฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และผลจากการที่สารพิษรั่วไหลลงในน้ำ ก็ทำให้โรงเรียนและธุรกิจอื่น ๆ ถูกสั่งปิด

ทั้งนี้ สาร 4 เมธิลไซโคลเฮกซิน เมธานอล หรือ MCHM ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมถ่านหิน เกิดรั่วไหลลงในน้ำแม่น้ำเอลค์ในเมืองชาร์ลสตัน รัฐเวสต์ เวอร์จิเนีย ซึ่งถือเป็นเมืองหลวงของรัฐและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐนี้ โดยที่บริษัทเวสต์ เวอร์จิเนีย อเมริกัน วอเตอร์ รับหน้าที่เป็นบริษัทบำบัดน้ำเสียและแจกจ่ายน้ำประปา เผยว่า น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีนั้นจะมีกลิ่นคล้ายกับชะเอม และทางบริษัทไม่สามารถบอกได้ว่า ปริมาณของสารเคมีที่รั่วไหลลงไปในน้ำนั้น มีจำนวนมากเท่าไหร่

ด้านโฆษกของบริษัทบำบัดน้ำเสีย ได้ออกมาเผยว่า สารเคมีชนิดนี้อาจเป็นอันตรายหากดื่มลงไป และอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังและดวงตา

สารเคมีชนิดนี้ รั่วไหลออกมาจากบริษัท ฟรีดอม อินดัสตรี อันเป็นบริษัทในเมืองชาร์ลสตันที่ผลิตสารเคมีเฉพาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมถ่านหิน เหล็ก และซีเมนต์ ซึ่งในตอนนี้ ทางบริษัทฟรีดอม อินดัสตรี กำลังประเมินว่า มีสารเคมีที่รั่วไหลลงไปในน้ำเป็นจำนวนเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีข่าวเรื่องสารเคมีรั่วไหลลงไปในน้ำ ก็ทำให้มีคนจำนวนมากแห่ซื้อน้ำดื่มไว้กักตุนจนเกลี้ยงห้างสรรพสินค้า ซึ่งผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "นี่มันบ้าไปแล้ว ไม่มีที่ไหนที่ผมจะซื้อน้ำดื่มได้เลย และน้ำดื่มเหมือนจะขายหมดแล้วทุกที่"
8. โหด ! คนร้ายฆ่าปาดคอเด็ก-พี่เลี้ยง รวม 3 ศพ ตำรวจเร่งล่าตัว
สยองรับวันเด็ก คนร้ายฆ่าปาดคอเด็กลูกครึ่งดับ 2 ศพ พร้อมพี่เลี้ยงอีก 1 ตำรวจคาดโกรธแค้นที่แม่ของเด็กพาแฟนไปทำงานแล้วกลับดึก เลยดื่มเหล้าเมา ก่อนบุกบ้านพยายามข่มขืนพี่เลี้ยง แต่เด็กตื่นมาเจอ

วันนี้ (11 มกราคม 2557) พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุฆาตกรรม 3 ราย ที่หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ หมู่ 5 จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลบางละมุง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา

ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ช.ไมเคิล เจมส์ ลิเบอร์แมน หรือน้องไมเคิล อายุ 2 ขวบ ถูกผ้าขนหนูรัดคอเสียชีวิต ใกล้กันพบศพ ด.ช.โจเซฟ เดวิด ลิเบอร์แมน หรือน้องโจเซฟ อายุ 7 ขวบ ถูกของมีคมแทงที่ชายโครง และที่ศีรษะมีร่องรอยถูกทุบ โดยทั้งสองคนเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน นอกจากนี้ ยังพบศพของ นางสาววิภาวี คำใส อายุ 19 ปี ถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ 4 แผล และที่หน้าท้อง 3 แผล นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง

ขณะที่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยรื้อค้น และยังพบเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กวางอยู่ข้างกำแพงตรงข้ามบ้าน 1 เครื่อง ใกล้ ๆ กันยังพบขวดสุราตกแตกอยู่ที่พื้น และมีสร้อยคอทองเคตกอยู่ 1 เส้น พนักงานสอบสวนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นางวิไลวรรณ ลิเบอร์แมน อายุ 32 ปี มารดาของเด็กชายทั้งสองคน ทราบว่า สามีเป็นชาวอเมริกันไปทำงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ ตนจึงให้ นางวิภาวี ซึ่งเป็นหลานสาวมาช่วยดูแลลูก และก่อนหน้านี้ คนรู้จักได้พา นางสาวป๊อป (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) อายุประมาณ 17 ปี พร้อมแฟนหนุ่มคือ นายอ๊อฟ อายุประมาณ 30 ปี มาแนะนำให้รู้จัก พร้อมกับขอให้ช่วยหางานให้ ตนจึงพานางสาวป๊อปไปทำงานเป็นโคโยตี้ที่ผับแห่งหนึ่งในพัทยาใต้

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 18.30 น. ของวานนี้ ตนได้พานางสาวป๊อปไปทำงานที่ผับ กระทั่งกลับมาบ้านเมื่อ 04.00 น. ที่ผ่านมา ก็พบนายอ๊อฟ แฟนหนุ่มของนางสาวป๊อป อายุประมาณ 30 ปี รออยู่หน้าบ้านของตน เมื่อตนเข้ามาในบ้านก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบข้าวของในบ้านถูกรื้อค้น อีกทั้งลูกชายของตนรวมทั้งหลานสาวยังมาถูกฆ่าตาย ส่วนสร้อยคอและโน้ตบุ๊กที่ทิ้งไว้นั้นก็เป็นของตนเอง

ขณะที่จากการสอบถาม นายประสิทธิ์ สิทธิ์ อายุ 36 ปี รปภ.ของหมู่บ้าน ทราบว่า เมื่อเวลา 01.45 น. นายอ๊อฟได้ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน ขมม-251 สุพรรณบุรี เข้ามาในหมู่บ้านแล้วกลับออกไป ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งตอน 03.00 น. ซึ่งถือขวดสุรามาด้วย และได้จอดรถรออยู่ที่หน้าบ้านเกิดเหตุ เมื่อนางวิไลวรรณกับนางสาวป๊อปกลับมา นายอ๊อฟก็พาแฟนซ้อนท้ายรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นนี้ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี สันนิษฐานว่า นายอ๊อฟ หรือ นายณัฐวุฒิ แซ่เตี๊ยะ คงจะโกรธที่นางวิไลวรรณพาแฟนสาวไปทำงานแล้วกลับช้า จึงไปซื้อสุรามานั่งดื่ม และบุกเข้าไปในบ้านหวังข่มขืนนางสาววิภาวี แต่เด็กทั้งสองคนตื่นขึ้นมาเห็นเข้าจึงถูกฆ่าทิ้ง ก่อนจะรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านไปด้วย ซึ่งจะต้องเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้โดยเร็วเพราะเป็นคดีที่เหี้ยมโหดอย่างมาก
9. บุกเดี่ยวจี้ชิงทอง กวาดของกลางหนัก 34 บาท
ร.ต.อ.สงคราม บัวพันธุ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองร้านห้างทองรุ่งโรจน์ เยาวราช เลขที่ 48/11 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นำกำลังตรวจที่เกิดเหตุ พบนายบุญชัย โล่ห์วชิรหัตถ์ อายุ 64 ปีและนางวิภาวรรณ โล่วชิรหัตถ์ อายุ 61 ปี สามี-ภรรยาเจ้าของร้านทองดังกล่าว
นางวิภาวรรณ ให้การว่า ขณะที่ตนเองกับสามีกำลังขายทองให้กับลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อทองอยู่นั้น ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นอายุไม่เกิน 30 ปี สูง170 ซม. สวมหมวกันน๊อคแบบเต็มใบ เสื้อเจ็คเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ คาดกระเป๋าสะพายข้างลักษณะคล้ายพวกเก็บเงินกู้เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนจะนำอาวุธปืน ไม่ทราบขนาดออกมาขู่ที่สามีตนเองพร้อมทั้งพูดว่าให้รีบหยิบทองส่งมา ซึ่งขณะนั้นตนเองกับสามีกำลังตกใจอยู่จึงไม่ได้หยิบทองให้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ตู้กระจกเก็บทองด้านหลังไป 1 นัด ต่อมา สามี จึงหยิบสร้อยคอทองคำ หนักเส้นละ 2 บาท จำนวนหลายเส้นส่งให้กับคนร้าย แต่คนร้ายบอกว่าให้หยิบสร้อยทองมาให้อีกพร้อมทั้งยิงปืนใส่ตู้เก็บทองอีกจำนวน 1 นัด ตนกับสามีจึงได้หยิบสร้อยทองส่งไปให้อีก ก่อนที่คนร้ายจะรีบวิ่งออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ สีขาวชมพูไม่ทราบหมายเลขทะเบียนซึ่งจอดอยู่หน้าร้านขี่หลบหนีมุ่งหน้าออกไปทางถ.ราชพฤกษ์ โดยคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที ได้ทองรูปพรรณไปทั้งหมดจำนวน 17 เส้น ร่วม 34 บาทคิดเป็นเงินกว่า 6.8 แสนบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางที่คนร้ายคาดว่าจะหลบหนี พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆร่วมถึงกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในร้านทอง ร่วมถึงสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์จนทราบว่าก่อนลงมือคนร้ายได้ทำที่ขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาจอดซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ข้างร้านทองเพื่อดูลาดเลา เมื่อสบโอกาสคนร้ายจึงรีบวิ่งเข้าไปก่อเหตุทันที่
10. สุเทพปราศรัยเล่าเหตุการณ์ชุมนุมของ นปช.
เมื่อเวลา 20.03 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีราชดำเนิน ชมมวลชนว่า วันนี้ มีคนมาชุมนุมจำนวนมาก เชื่อว่า พรุ่งนี้ จะมาแบบมืดฟ้ามัวดิน สำหรับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้คงจะเป็นครั้งแรก และครั้งเดียว ที่จัดที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ขอขอบคุณมวลมหาประชาชน ที่มีส่วนจัดงานวันเด็ก ขอบคุณหมอ พยาบาล ที่ช่วยดูแลสุขภาพ เด็กและผู้ปกครอง พร้อมขอบคุณทุกกลุ่ม ที่ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้

จากนั้น นายสุเทพ เล่าเหตุการณ์ช่วงที่ นปช. ชุมนุม ในปี 2552-2553 และมีเหตุโจมตีในกรุงเทพมหานคร นายสุเทพ กล่าวว่า ที่พูดมาทั้งหมดนั้น ต้องการชี้ว่าให้เห็นว่า คนเหล่านั้นชุมนุม ไม่ได้ต่อสู้ทางการเมืองโดยสุจริต หรือ เคารพกฎหมาย ไม่ได้ชุมนุมตามสิทธิพลเมือง แต่กระทำการก่อการร้าย เพื่อบีบรัฐบาลให้ยอมจำนวน ยึดอำนาจรัฐ และทำอย่างเปิดเผย

จากนั้น นายสุเทพ เปิดคลิปเสียงนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช.ที่กล่าวปราศรัยบนเวทีของคนเสื้อแดง ที่ประกาศจะตามล่านายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น

นายสุเทพ กล่าวหา คำพูดของนายอริสมันต์ แตกต่างจากคำพูดของนางสาวอัญชะลี ไพรีรักษ์ ที่กล่าวเชิญชวนให้มวลชน ไปบ้านนายกยิ่งลักษณ์ ด้วยการมอบดอกไม้ แต่ไม่ได้ประกาศตามล่าตัว

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น