10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 11 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 15.00 - 18.00น.

update :11/1/2014 18:19
views : 2538
ที่มา : www.toptenthailand.com
เรื่องเด่นประเด็นร้อนทางทีมงาน toptenthailand จึงได้รวบรวมและนำเสนอมาใน "10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 11 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 15.00 - 18.00น."
10. ออกหมายจับมือฆ่านักร้องฉายา“อเวจี” แล้ว
จากกรณีนายสามองค์ ไตรศรัทธา อายุ 36 ปี นักร้องนำและมือเบส ฉายา'อเวจี'ของวง 'เซอร์เรนเด้อ ออฟดิวินิตี้' (Surrender of Divinity) วงร็อคเบล็คเมลทอลชื่อดัง ถูกแทงด้วยอาวุธมีดเสียชีวิต ภายในบ้านพักย่านสายไหม ส่วนคนร้าย ตำรวจเชื่อว่าคือ นายปราการ หรือ สัน หาญพันธุ์บุษกร

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ม.ค. พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ สว.สส.สน.สายไหม เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุมัติหมายจับ นายปราการ หาญพันธ์บุษกร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/17 ม.6 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 13/2557 ลงวันที่ 10 ม.ค. 2557 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ซึ่งขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว และเฝ้าติดตามทั้งที่บ้านพักย่านลำลูกกา บ้านของเพื่อน หรือ โรงแรมที่พักต่างๆ ที่คาดว่า นายปราการจะหลบหนี ไปซ่อนตัว

พ.ต.ท.สุรินทร์ เปิดเผยต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการโพสข้อความผ่านทางเฟสบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Maleficent Meditation โดยอ้างตัวว่าเป็นคนลงมือฆ่านายสามองค์ และมีการเขียนข้อความระบุถึงสาเหตุที่ลงมือด้วย ปรากฏว่าจากการสอบสวนเพื่อนของผู้ต้องหา ให้การตรงกันว่าเป็นเฟสบุ๊กของนายปราการจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา เดลินิวส์
9. ตำรวจทำโล่กันกระสุนคุมม็อบ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณีที่ปรึกษา(สบ10)เดินทางมาให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภ.จว.เชียงราย ที่รวมตัวกันทำโล่กันกระสุนโดยนำเอาแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์มาประยุกต์ติดกับโล่ประจำกายเพื่อทำเป็นโล่กันกระสุนใช้ในการควบคุมฝูงชนพร้อมกับมอบอุปกรณ์สนับสนุนในเบื้องต้น เช่น เครื่องตัดกระดาษคัตเตอร์ตัดกระดาษและคัตเตอร์สำหรับตัดแผ่นฟิล์ม

เบื้องต้นได้มีการทดลองจากอาวุธปืนขนาด 11มม. 9 มม. ขนาด.38 สเปเชียล และ.22 แม็กนัม แผ่นฟิล์มที่ทำจากแผ่นพลาสติกโพลิเมอร์มีคุณสมบัติทนความร้อน ลดแรงกระแทก และมีความยืดหยุ่นเมื่อถูกหัวกระสุนกระทบ โดยจะนำแผ่นฟิล์มที่ทำจากพลาสติกโพลิเมอร์มาจัดเรียงกันเป็นชั้นแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนการทำ ซึ่งก็สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่งโดยหลังจากที่ประดิษฐ์เสร็จแล้วน้ำหนักของโล่จะเพิ่มขึ้นรวมแล้วประมาณ 10 กิโลกรัม แต่เมื่อเทียบกับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นก็ต้องรับน้ำหนักให้ได้ขณะนี้ทราบว่าทำไปแล้ว 48 อันยังไม่ครบกับจำนวนกำลังที่เดินทางมา

นอกจากนี้ยังได้นำอุปกรณ์ที่ใช้ตัดแผ่นฟิล์มมามอบให้จำนวนหนึ่งพร้อมกับทำหนังสือเสนอไปยังพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)เพื่อขอสนับสนุนอุปกรณ์ในการจัดทำ รวมถึงแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ซึ่งผบ.ตร.ได้อนุมัติและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากตำรวจทุกคนเห็นว่าผู้บังคับบัญชาให้ดูแลห่วงใยก็จะอุ่นใจและปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

พล.ต.อ.จรัมพรเปิดเผยว่า การทำโล่กันกระสุนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เพื่อป้องกันตัวเองจากการควบคุมสถานการณ์ชุมนุมในขณะนี้เนื่องจากที่ผ่านมาตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ในที่ตั้งและมีเพียงโล่พลาสติกที่ใช้ในการป้องกันตัวเท่านั้น ตนเห็นตำรวจภ.จว.เชียงรายศึกษาวิธีการและทดลองนำแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์มาทำเป็นโล่กันกระสุน จึงเดินทางมาให้คำแนะนำเนื่องจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานโดยเฉพาะกลุ่มงานอาวุธปืนและตนเคยไปศึกษาในเรื่องของการรับแรงกระสุนของแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์ว่าสามารถรับแรงได้แค่ไหนและต้องใช้จำนวนเท่าใดจึงจะปลอดภัยสำหรับผู้ที่นำไปใช้ ในวันนี้ได้นำความรู้มาเผยแพร่เพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชานำมาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ประจำกายในการป้องกันชีวิตของพวกเขา

“ขณะนี้การข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆพบว่าจะมีการใช้ความรุนแรงและอาจจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ จึงต้องมีการป้องกันซึ่งเมื่อครั้งที่ผมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่บริเวณรามคำแหงสามารถเก็บปลอกกระสุนได้จำนวนมากเมื่อนำมาพิสูจน์ทราบพบว่าในวันดังกล่าวมีการใช้อาวุธปืนถึง 18 กระบอก ส่วนเหตุการณ์ที่ดินแดง ก็พบปลอกกระสุนตกอยู่แนวรั้วของกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากคาดว่ามีการใช้อาวุธปืน 16 กระบอก”พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดซื้อโล่กันกระสุนมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งและแจกจ่ายให้กับทุกกองบัญชาการ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนในวันที่ 13 ม.ค. ที่จะถึงนี้ แต่ไม่เพียงพอจึงต้องมีการนำแผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์มาใช้ทำโล่กุนกระสุนแทน

ที่มา เดลินิวส์
8. ม็อบโวย! รถไฟสายใต้งดวิ่งเข้ากรุง 4 วัน อ้างสะพานชำรุด
(11 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ติดประกาศแจ้งงดการเดินขบวนรถไฟสายใต้ทั้งขาขึ้นและขาลง ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 14 ม.ค. 57 โดยชี้แจงสาเหตุว่าเนื่องจากคอสะพานช่วงสถานีวังด้วง-ห้วยยาง เกิดชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ จะต้องทำการซ่อมแซม

ซึ่งภายหลังประกาศแจ้งออกมา ได้มีประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มมวลชนกลุ่ม กปปส. เกิดความไม่พอใจ เนื่องจากประชาชนกลุ่มดังกล่าวจะใช้เส้นทางรถไฟเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมกิจกรรมชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 ม.ค. นี้ แต่ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ ซึ่งประชาชนบางคนระบุว่า เหตุดังกล่าวเป็นแผนสกัดการชุมนุมของทางรัฐบาล

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ กปปส.ยะลา กว่า 1 พันคน ไม่สามารถเดินทางร่วมชุมนุมได้ จนเกิดความไม่พอใจและรวมตัวกันปิดสถานีรถไฟ

อย่างไรก็ตาม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีหนังสือแจ้งไปยังสถานีต่าง ๆ อ้างว่าทาง รฟท. มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการทางรถไฟสายใต้ เพราะต้องซ่อมแซม เส้นทางสถานีวังดวน -ห้วยยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากคอสะพานชำรุด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่การรถไฟ ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปรักษาความปลอดภัยตามสถานีต่างๆ เพราะเกรงว่า อาจมีมวลชนบางส่วนโกรธแค้นบุกเผาสถานีรถไฟได้

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้หยุดเดินรถไฟสายใต้ หลังจากตรวจสอบพบสภาพรางรถไฟหลายจุดในเส้นล่องใต้ชำรุด โดยเฉพาะบริเวณรางก่อนจังหวัดชุมพร ที่พบไม้หมอนเก่าและผุมากจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นขออย่านำเอาการปิดเส้นทางรถไฟไปเป็นประเด็นการเมือง เพราะองค์กร รฟท.ไม่เคยไปเกี่ยวกับม็อบ ยุ่งกับการเมือง จะมุ่งให้บริการประชาชนอย่างเดียว ที่สำคัญหากปิดรถไฟแล้ว ประชาชนก็สามารถใช้รถทัวร์เดินทางไปชุมนุมได้ การปิดรถไฟครั้งนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัยเป็นเหตุผลเดียว

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าการเลือกเวลาปิดซ่อมบำรุงรถไฟสายใต้ในช่วงนี้เป็นการสกัดม็อบเข้ากรุงนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะหากจำกันได้ตนเคยพูดมาก่อนแล้วว่า ต้นปีนี้จะมีการปิดซ่อมสายใต้ ต่อจากสายเหนือที่เพิ่งเสร็จไป แต่ที่มาเลือกช่วงนี้เพราะก่อนหน้านี้ เพิ่งเกิดเหตุรถไฟด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ธ ตกรางที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช จึงส่งรองผู้ว่าฯ ไปตรวจสอบดูก็พบว่าสภาพรางไม้หมอนแย่จริงๆ จึงต้องปิดซ่อมด่วน โดยคาดว่ารถไฟจะกลับมาเปิดได้ในวันที่ 13 ม.ค. หรืออย่างช้าก็เช้าวันที่ 14 ม.ค.

ที่มา sanook
7. ทหารประจำการ 37 จุด รับมือชัตดาวน์ ยันไม่ปฏิวัติ
(11 ม.ค.) พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กล่าวว่า การส่งทหารไปดูแล สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเมื่อคืน เป็นไปตามคำสั่งศอ.รส. ลงนามโดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ทำหนังสือมา โดยทางทหารได้ออกไปดูแลสถานที่สำคัญ 37 จุด พร้อมๆกัน เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ จากการปิดกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพื่อการรัฐประหาร

ด้าน พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (กห.) แถลงว่า ปัจจุบันได้เกิดข่าวลือในรูปแบบต่างๆ นำมาซึ่งความวิตกกังวลของคนไทยและสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธและยุทโธปกรณ์ ทั้งรถยานเกราะ รถถัง ปืนใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ จากต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงที่กำลังเกิดความตึงเครียดของสถานการณ์การเมือง ทำให้ประชาชนคิดว่าเป็นการเตรียมการเพื่อก่อการรัฐประหาร

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือต่างๆจากผู้ไม่หวังดีและสร้างความเสียหายต่อกองทัพ ยังคงเกิดขึ้น และสร้างความหวาดระแวงติอคนไทยและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า อาวุธ และยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ได้นำมาใช้สำหรับงานวันเด็กจะเคลื่อนย้ายกลับในเย็นวันนี้ และเมื่อจบการสวนสนามในวันที่ 18 ม.ค.แล้ว จะเคลื่อนย้ายอาวุธ และยุทโธปกรณ์ทั้งหมดกลับในคืนวันเดียวกัน ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนสบายใจได้

ด้าน พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส. แถลงว่าในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญต่างๆในวันที่ 13 ม.ค.นั้น ขณะนี้กองกำลังของทั้งตำรวจและทหารได้เคลื่อนย้ายเข้าประจำจุดเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้

ที่มา sanook
6. ตร. โชว์โรยตัวจาก ฮ.พลาดกระแทกพื้นสาหัส
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่สนามหน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 จังหวัดขอนแก่น มีการจัดงานวันเด็ก เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าชมการแสดงหลายอย่าง ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธิตการโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ขณะ ด.ต.การันต์ เลิศชกิจ อายุ 52 ปี ผบ.หมู่สังกัด หน่วย นปพ.ภ.จว.ขอนแก่น โรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ก่อนถึงพื้นดิน 2 เมตร เกิดอุบัติเหตุเบรคไม่อยู่ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวส่ง รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น

จากการสอบถาม ด.ต.เวียงกมล โพธิ์ศรี ผบ.หมู่ บก.ตชด.ภาค 2 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการปล่อยตัว ผู้ที่จะโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์ บอกว่า มีตำรวจโรยตัวทั้งหมด 18 นาย แบ่งเป็น ตชด. 12 นาย และเป็น ตำรวจ นปพ.ของ ภ.จว.ขอนแก่น 6 นาย ด.ต.การันต์ โรยตัวเป็นคนสุดท้าย อุบัติเหตุครั้งนี้น่าจะเกิดจากความประมาท เนื่องจากตนยังไม่สั่งให้โรยตัว เพราะ เจ้าหน้าที่ด้านล่างยังไม่พร้อม แต่คนเจ็บได้พุ่งตัวออกจากเฮลิคอปเตอร์ ไปก่อนในลักษณะเอาหน้าลงพื้น ก่อนที่เจ้าตัวจะถึงพื้นประมาณ 2 เมตร ปรากฏว่าเบรคไม่อยู่ ทำให้ร่างกระแทกพื้น อาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.อย่างรวดเร็ว ล่าสุดได้รับแจ้งว่าอาการปลอดภัยแล้ว.

ที่มา เดลินิวส์
5. ?ไอ้หื่นสุดเหี้ยมฆ่าเด็กสยอง รับ'วันเด็ก' 3 ศพรวด? ไอ้หื่นสุดเหี้ยมฆ่าเด็กสยอง รับ"วันเด็ก" 3 ศพรวด
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 11 ม.ค. ร.ต.อ.ธีทัต ดรุณจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย 3 ศพ ภายในบ้านเลขที่ 245/194 หมู่บ้านพาราไดซ์ฮิล 2 ซอยบุญสัมพันธ์ หมู่ 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก. พ.ต.ต.สิริบัญชา ขอบใจ สว.สส. แพทย์เวรโรงพยาบาลบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 (ชลบุรี) และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 3 ห้องนอน ภายในบ้านบริเวณห้องโถงพบศพ ด.ช.ไมเคิล เจมส์ ลิเบอร์แมน หรือน้องไมเคิล อายุ 2 ขวบ นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในสภาพสวมเสื้อและกางเกงสีเขียวลายการ์ตูน ลำคอถูกรัดด้วยผ้าขนหนูสีขาว ข้างกันพบศพ ด.ช.โจเซฟ เดวิด ลิเบอร์แมน หรือน้องโจเซฟ อายุ 7 ปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนมารีวิทย์ สภาพสวมชุดสไปรเดอร์แมน ลำคอและชายโครงขวา ถูกของมีคมแทงจนเป็นแผลฉกรรจ์ ศีรษะด้านขวามีร่องรอยถูกทุบจนกะโหลกแตก

นอกจากนี้ภายในห้องนอนพบ ศพ น.ส.วิภาวี คำใส อายุ 18 ปี นอนหงายอยู่บนเตียงในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า สวมเสื้อยืดสีม่วงลักษณะถูกถลกขึ้นไปด้านบน ถูกของมีคมแทงเข้าที่ลำคอ 4 แผล และหน้าท้อง 3 แผล จนเหวอะหวะเลือดไหลอาบร่างเป็นที่น่าสยดสยอง มีนางวิไลวรรณ ลิเบอร์แมน อายุ 32 ปี มารดาของ 2 เด็กชาย และน้าสาวของ น.ส.วิภาวี นั่งร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจปิ่มจะขาดใจ

ตรวจสอบภายในบ้านพบมีร่องรอยการรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย และคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ทั่วบริเวณ นอกจากนี้ที่หน้าบ้านพบขวดสุรายี่ห้อหนึ่งตกแตกอยู่ที่พื้น ใกล้กันมีสร้อยคอทองเคตกอยู่ 1 เส้น ส่วนข้างกำแพงตรงข้ามบ้านพบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค วางอยู่ในป่าละเมาะ 1 เครื่อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบปากคำ นางวิไลวรรณ ให้การว่า ตนมีสามีเป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน และมีลูกชายด้วยกัน 2 คนคือ ด.ช.ไมเคิล กับ ด.ช.โจเซฟ และปัจจุบันสามีเดินทางไปทำงานด้านปิโตเลี่ยมที่ประเทศฟิลิปปินส์ จึงไปรับ น.ส.วิภาวี หลานสาว มาจาก จ.สกลนคร เพื่อให้ช่วยดูแลลูกชายทั้ง2 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.บวรรัตน์ หรือมิ้ล สุขศรี อายุ 17 ปี ที่พักอยู่บ้านหลังติดกัน ได้พา น.ส.ป๊อบ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อายุประมาณ 17 ปี เพื่อนสาวที่เคยเรียนหนังสือมาด้วยกัน กับแฟนหนุ่มชื่อนายนายออฟ อายุประมาณ 31 ปี ชาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มาทำความรู้จักและให้ช่วยหางานทำ จึงฝาก น.ส.ป๊อบ ให้เข้าทำงานเป็นพนักงานที่บาร์แห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้

โดยก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 18.30 น. วานนี้ (11 ม.ค.) ตนได้พา น.ส.ป๊อบ ไปทำงานที่บาร์เบียร์ดังกล่าว กระทั่งกลับมาบ้านช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. พบนายออฟ นั่งคร่อมรถ จยย.รอรับแฟนสาวอยู่หน้าบ้าน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งเข้ามาในบ้านหัวใจเห็นลูกคนเล็กถูกฆ่าตายอยู่บนเตียงในห้องโถง ส่วนในห้องนอนพบหลานสาวถูกฆ่านอนจมกองเลือดอยู่บนเตียง โดยมีร่างไร้วิญญาณของลูกชายคนโต นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนเตียง จึงอุ้มลูกมานอนคู่กัน และแจ้งให้ตำรวจทราบ ส่วนสร้อยทองเคกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่คนร้ายทิ้งไว้นั้นเป็นของตน

“ปกติช่วงเช้าวันนี้ตนมีความตั้งใจว่าจะพาลูกชายทั้ง 2 คนและหลานสาว ไปเที่ยวงานวันเด็กตามสถานที่ต่างๆ ในเมืองพัทยา แต่ปรากฏว่าทั้งลูกและหลานมาถูกคนใจทรามฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม จนตนรู้สึกทำใจไม่ได้ อยากจะตายไปพร้อมกับลูก” นางวิไลวรรณ กล่าวทั้งน้ำตา

ด้านนายประสิทธิ์ สิทธิ์ อายุ 36 ปี รปภ.ของหมู่บ้าน ให้การว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.45 น. นายออฟ ผู้ต้องสงสัยรายนี้ ได้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน ขมม 251 สุพรรณบุรี เข้ามาในหมู่บ้านแล้วกลับออกไป จนเวลาประมาณ 03.00 น. นายออฟ ขี่ จยย.เข้ามาอีกครั้งพร้อมกับถือขวดสุราติดมือมาด้วย ตนพยายามขอให้แลกบัตรแต่นายออฟ ไม่ยอมให้จึงเกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้เข้ามา จากนั้นนายออฟ จึงมาจอดรถนั่งรออยู่ที่หน้าบ้านเกิดเหตุ กระทั่งแฟนสาวกลับมาพร้อมกับนางวิไลวรรณ จึงซ้อนท้ายพากันขับออกไปอย่างรวดเร็ว

พล.ต.ต.คัชชา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องจรปิดที่อยู่บริเวณป้อมยามพบว่าสามารถจับภาพของผู้ต้องสงสัยไว้ได้อย่างชัดเจน และทราบชื่อนายณัฐวุฒิ แซ่เตี๊ยะ อายุ 30 ปี เป็นชาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เช็คประวัติพบว่ามีหมายจับในคดีพยายามฆ่าและลักทรัพย์รวม 2 หมาย และเพิ่งเดินทางมาพัทยาได้เพียง 3 วัน ส่วนสาเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะโกรธแค้นนางวิไลวรรณ ที่พาแฟนสาวไปทำงานที่บาร์แล้วกลับผิดเวลา จึงไปซื้อสุรามานั่งดื่มย้อมใจและรออยู่หน้าบ้านเกิดเหตุ ก่อนบุกเข้าไปพยายามจะปลุกปล้ำข่มขืน น.ส.วิภาวี แต่ ด.ช.โจเซฟ ลูกคนโตของเจ้าของบ้านตื่นขึ้นมาเห็นและพยายามจะเข้าไปช่วย เลยถูกคนร้ายใช้มีดที่เตรียมมาแทงทั้งคู่จนตาย ก่อนใช้ผ้าขนหนูรัดคอ ด.ช.ไมเคิล วัย 2 ขวบ ที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เสียชีวิตไปอีกรายรวม 3 ศพ จากนั้นจึงรื้อค้นเอาทรัพย์สินภายในบ้านแล้วหลบหนีไป เบื้องต้นได้ส่งชุดสืบสวนติดตามจับกุมแล้ว

ที่มา เดลินิวส์
4. ยกไม้ขวางรางรถไฟ ฉุนหยุดเดินรถไฟ แต่ขบวนรถสินค้าวิ่งได้
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) ได้ประกาศหยุดเดินรถไฟสายใต้เป็นเวลา 4 วัน ติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 11 –14 ม.ค.นี้ โดยอ้างว่ารางรถไฟทรุดตัวที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น พบว่า รฟท.ได้มีหนังสือที่ ด่วนมากแจ้งนายสถานีรถไฟสายใต้ทุกแห่ง ระบุว่าพบไม้หมอนและสภาพของสะพานเหล็กไม่มีความปลอดภัยในการเดินรถ ที่ กม. 328/ 3 – 4 ชำรุดที่สะพานรถไฟระหว่างสถานีวังด้วน ต.ห้วยทราย อ.เมือง กับสถานีรถไฟห้วยยาง อ.ทับสะแก จึงขอปิดทางเพื่อดำเนินการแก้ไข โดยเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟทุกแห่งหยุดจำหน่ายตั๋วให้ผู้โดยสารหลังจากมีขบวนรถไฟสปรินเตอร์ที่ 40 สายสุราษฎร์ธานี – กรุงเทพฯ วิ่งผ่านเป็นขบวนสุดท้ายในเวลา 15.10 น. วันเดียวกัน นั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่โยธาฝ่ายบำรุงทาง สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปตรวจสอบในจุดดังกล่าวพบว่าห่างจากสถานีรถไฟห้วยยางทางทิศเหนือเพียง 1 กิโลเมตร ไม้หมอนและสะพานเหล็ก อยู่ในสภาพปกติ โดยบริเวณดังกล่าวมีป้ายกำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน20 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง และหลังจากมีคำสั่งดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมากและเขื่อว่าเป็นคำสั่งที่ทำให้มีปัญหาจากความขัดแย้งทางการเมือง

เมื่อเวลา16.00 น.วันเดียวกันได้มีหนังสือด่วนแจ้งให้เปิดเส้นทางเดินรถไฟสายใต้ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟต่างๆยังไม่สามารถเปิดจำหน่ายตั๋วให้กับผู้โดยสารได้เนื่องจากระบบของรฟท.ปิดการออนไลน์ในส่วนกลาง

ขณะเดียวกันที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้โดยสารที่รอใช้บริการรถไฟขาขึ้นกรุงเทพฯ ทราบประกาศการหยุดเดินรถ แต่กลับมีรถขบวนสินค้าวิ่งตามปกติ จึงได้ใช้หมอนรถไฟเข้ากีดขวางบนรางจนทำให้ขบวนรถไม่สามารถผ่านได้

ที่มา เดลินิวส์
3. กองทัพซูดานใต้ ยังถล่มกบฏหวังยึดฐานที่มั่นสุดท้าย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจูบา ประเทศซูดานใต้เมื่อวันที่ 11ม.ค.ว่ากองทัพซูดานใต้ เปิดเผยว่าทหารรัฐบาลซูดานใต้ยังคงสู้รบเพื่อที่จะยึดเมืองบอร์ฐานที่มั่นที่เหลืออยู่แห่งสุดท้ายของกองกำลังกบฏในวันนี้หนึ่งวันหลังจากยึดเมืองเบนติวเมืองน้ำมันที่สำคัญทางตอนเหนือของประเทศเอาไว้ได้ขณะเดียวกัน นายบัน คี-มูนเลขาธิการสหประชาชาติหรือยูเอ็น และคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นก็ออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีซัลวาคีอีร์ ปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่สนับสนุนนายรีค มาชาร์ผู้นำฝ่ายกบฏเพื่อเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพที่หยุดชะงักนายบันยังเตือนด้วยว่าหลักฐานการเข่นฆ่าอย่างป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายระหว่างความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกือบ1 เดือนจะต้องมีการสอบสวน และว่าผู้กระทำความผิดละเมิดสิทธิมนุษยชนเลวร้ายจะต้องรับผิดชอบด้วย

ทั้งนี้ การสู้รบบีบให้ประชาชนประมาณ250,000 คนต้องทิ้งบ้านเรือนหลบหนีและมีผู้เสียชีวิตนับ 1,000คน กลุ่มตรวจสอบวิกฤติระหว่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มวิชาการอิสระแถลงว่า เชื่อว่ามีประชาชนกว่า10,000 คนถูกฆ่าในการสู้รบเพียง4 สัปดาห์ในประเทศน้องใหม่ของโลกแห่งนี้ซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชจากซูดานเมื่อปี 2554

ฟิลิป อาเกอร์ โฆษกกองทัพซูดานใต้กล่าวว่า ยังมีการสู้รบใกล้เมืองบอร์ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในส่งกำลังทหารหลายพันนายเข้าไปเพิ่มในพื้นที่และผลักดันข้อตกลงสุดท้ายเพื่อบีบให้นายมาชาร์อดีตรองประธานาธิบดีและนักรบฝ่ายกบฏและพันธมิตรของเขายอมรับ

ที่มา เดลินิวส์
2. ปธ.กกต.เผยหนังสือขอเลื่อนเลือกตั้งยังไม่ถึงมือ "ปู"
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. เวลา 16.30 น. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะที่มีต่อรัฐบาล ขอให้พิจารณากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ด้วยเหตุผล 6 ข้อว่า เรื่องดังกล่าวทาง กกต.ได้มีการหารือกันจริง แต่ขณะนี้ ยังไม่มีการลงนามในหนังสือเพื่อส่งไปยังนายกรัฐมนตรี เนื่องจากถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่ง กกต.จะต้องมาหารือกันอีกครั้ง แต่จากผลหารือประเด็นดังกล่าวนั้น กกต. ทุกคนมีความเห็นที่สอดคล้องกัน โดยใช้อำนาจในฐานะผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาคนหนึ่งที่สามารถชี้แนะไปยังรัฐบาลได้ตามหน้าที่ในทางปฏิบัติ เมื่อฝ่ายปฏิบัติในการจัดการเลือกตั้ง เห็นเช่นนี้แล้ว รัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น กกต. ไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับได้

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ส่วนการพิจารณาถึงคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เรื่องปัญหาของผู้ประสงค์ลงสมัครในพื้นที่ 28 เขตเลือกตั้ง ภาคใต้ แต่ไม่สามารถเข้ารับสมัครได้เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองนั้น ถือว่าเป็นบรรทัดฐาน ที่ชี้ให้เห็นว่าอำนาจในการรับสมัครนั้นเป็นหน้าที่ของทาง กกต. และการที่จะใช้มาตรา 39 ได้ ผู้ร้องต้องเป็นผู้ที่ผ่านการรับสมัครแล้ว แต่ไม่มีรายชื่อในการประกาศคุณสมบัติเท่านั้น และการพิจารณาเยียวยา ผู้ประสงค์ลงสมัครใน 28 เขตเลือกตั้งนั้น มองว่าไม่น่าจะสามารถเยียวยาได้ เนื่องจากในวันที่ 13 ม.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกราชอาณาจักรขึ้น ทำให้ไม่สามารถขยายเวลาในการรับสมัคร ส.ส. เพิ่มเติมออกไป แม้ทาง กกต.อยากจะให้มีการขยายเวลาออกไปก็ตาม

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลต่อความวุ่นวายในวันเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ม.ค.นี้ ขณะนี้ยังไม่การคาดการณ์ใดๆ เพราะหากมีการประเมินล่วงหน้าแล้วเกรงว่าฝ่ายรัฐบาลจะมองว่า ทางกกต. คิดมากไป ส่วนมาตราการป้องกันหรือจะดำเนินการในพื้นที่ทหารหรือไม่นั้น เป็นเรื่องฝ่ายบริหารงานเลือกตั้ง ส่วนตัวไม่ขอก้าวก่าย อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลยังคงยืนยันเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งต่อไป ทางกกต. ก็ยังคงปฏิบัติตามหน้าที่ต่อไป แต่เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าถึงมีการเลือกตั้งต่อไป ขณะนี้ก็ได้ส.ส.ไม่ครบ 500 คน อย่างแน่นอน และจะทำให้เกิดปัญหา อีกทั้งอาจจะมีนักกฏหมายไปฟ้องร้องว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นโมฆะได้

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ความเห็นส่วนตัวคิดว่าหากมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่นั้น วันอาทิตย์ ที่ 4 พ.ค.2557 เป็นวันที่มีความเหมาะสมมากที่สุดตามกรอบระยะเวลา 180 วัน หลังจากที่มีการยุบสภา แต่ทั้งนี้คงต้องดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี ว่าจะตอบรับข้อเสนอด้วยเหตุผล 6 ข้อ จากกกต. ที่จะมีการเสนอไปหรือไม่ ซึ่งหาก ทางรัฐบาลเห็นด้วย กกต ก็จะดำเนินการหารือกับทุกพรรคการเมือง เพื่อพิจารณา กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งต่อไปทางกกต. ก็จะจัดการเลือกตั้งไปตามหน้าที่ ส่วนจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้ มองว่ารัฐบาล จะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย.

ที่มา เดลินิวส์
1. ม็อบเสื้อขาววุ่น! โห่ไล่สาวถือป้าย “หยุดระบอบทักษิณ“
(11 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ที่บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรม "จุดเทียนเขียนสันติภาพ" ครั้งที่ 3 ในชื่อ "พอกันที หยุดความรุนแรง เปิดใจ ไปเลือกตั้ง" โดยมีประชาชนสวมเสื้อสีขาวมาร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก

แต่ในช่วงท้ายของการ­จัดงาน ประชาชนส่วนใหญ่ได้ทยอยกันเดินท­างกลับแล้ว ได้เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากน.ส.วรารัตน์ กระแสร์ วัย 24 ปี ถูกผู้ชุมนุมบางคนโห่ไล่ด้วยความไม่พอใจอย่างแรง เนื่องจากชูป้ายที่มีข้อความภาษาอังกฤษว่า "If you want to kill corruption End thasinocracy It must be done In the next election" มีความหมายว่า การทำลายคอรัปชั่น หยุดระบอบทักษิณ จะสำเร็จได้หลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนของเธอที่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง

แต่เนื่องจากในป้ายมีคำว่า "thasinocracy" กับ "kill" ทำให้เกิดการเข้าใจผิด ส่งผลให้มีการตะโกนขับไล่ด่าทอเจ้าของป้ายอย่างรุนแรง กล่าวหาว่าเธอถูกว่าจ้างให้มาถือป้ายดังกล่าว ไล่เธอให้ออกจากพื้นที่จัดกิจกรรมให้ไปเวทีอื่น ทั้งนี้หญิงสาวคนดังกล่าวได้ร่ำไห้ด้วยความตื่นตะหนกเนื่องจากถูกเข้าใจผิด และไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้จัดงานและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ช่วยไกล่เกลี่ยจนเกิดความเข้าใจทั้งสองฝ่าย และไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด ด้านน.ส.วรารัตน์ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เธอได้เดินถือป้ายรอบๆ งาน ตั้งแต่ 6 โมงเย็น โดยช่วงแรกๆ ก็มีคนถ่ายรูป และขอยืมป้ายไปถ่ายรูปบ้าง ไม่มีปัญหาอะไร เพราะคิดว่าอยู่ในพื้นที่ที่มีคนมาสนับสนุนการเลือกตั้งเหมือนกัน จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ที่มา sanook

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น