10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 10 มกราคม 2557 ช่วงเวลา 15.00 - 18.00น.

update :10/1/2014 19:54
views : 1631
ที่มา : www.toptenthailand.com
เรื่องเด่นประเด็นร้อนทางทีมงาน toptenthailand จึงได้รวบรวมและนำเสนอมาใน "10 อันดับ ข่าวน่าสนใจล่าสุดประจำวันที่ 10 มกราคม 2557 ตั้งแต่เวลา 18.00น."
10. แจ้งจับ ตร.กาฬสินธุ์ ยัดข้อหาบุกรุกป่าเก็บเห็ด
เครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ นำสองสามีภรรยาร้องทุกข์กองปราบ ดำเนินคดีกับ ตร.กาฬสินธุ์ หลังถูกจับกุมและยึดรถ ฐานบุกรุกป่าดงระแนง ขณะเข้าไปเก็บเห็ด โดยถูกศาลสั่งจำคุก 30 ปี แต่หลังมีไต่สวนใหม่พบพิรุธจึงให้ประกันตัวเพื่อสู้คดีใหม่

วันนี้ (10 ม.ค.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 14.00 น.นายสงกานต์ อัจฉริทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้พา นายอุดม ศิริสอน อายุ 52 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 51 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ค.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็กซ์ จ.กาฬสินธุ์ เข้าร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.เอกรัตน์ ขวัญฤกษ์ พนักงานสอบสวน กก.3.บก.ป.เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นบุคคล นิติบุคคล หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้ร่วมกันกระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ สืบเนื่องหลังจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ.54 พนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด ได้ดำเนินคดีนายอุดมและนางแดง ศิริสอน ในข้อหาบุกรุกเข้าไปตัดไม้ในป่าดงระแนง ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นป่าสงวนจำนวน 72 ไร่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12-19 ก.ค.53 โดยทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อ.ยางตลาด ได้ยึดรถ จยย.ไทเกอร์ ของนายอุดม ที่จอดไว้ในป่าไปเป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด ซึ่งระหว่างการสอบสวนสองสามีภรรยาต่างให้การสารภาพยืนยันมาตลอดว่าได้เข้าไปเก็บเห็ดในป่าเท่านั้น แต่เมื่อมีการส่งฟ้องศาลปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้ระบุคำฟ้องว่าทั้งคู่ได้เข้าไปตัดป่าในวันที่ 12 ก.ค.จำนวน 72 ไร่ ในป่าดงระแนง

สอบสวนแล้วผู้ต้องหาทั้งคู่ต่างรับสารภาพ ทางศาลจึงได้ลงโทษจำคุกคนละ 30 ปี แต่ทั้งคู่รับสารภาพลดโทษลงครึ่งนึงเหลือจำคุก 15 ปี แต่เมื่อมีการร้องขอให้ศาลไต่สวนใหม่พบความไม่ชอบมาพากล ทางศาลจึงได้อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวกับนายอุดมและนางสอน กระทั่งเข้าร้องทุกข์ดังกล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
9. "ปลัด สธ."ยันแถลงการณ์เป็นไปตามมติที่ประชุม
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการออกแถลงการณ์ประชาคมสาธารณสุข ว่า ตนรู้สึกสบายใจที่ได้เป็นตัวของตัวเอง โดยการออกแถลงการณ์ในครั้งนี้ยืนยันว่าเป็นไปตามมติเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมประชาคมสาธารณสุข ซึ่งประกอบไปด้วย 8 สาขาวิชาชีพ อาทิ ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาพันธ์แพทย์โรงพยาศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมทันตแพทย์ และชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งมีจำนวนสมาชิกทั้งหมดประมาณ 400-500 คน ที่เห็นว่าควรมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แต่การทำงานของแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขจะไม่หยุดให้บริการประชาชน เพราะไม่อยากเอาประชาชนเป็นตัวประกัน

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องตามแถลงการณ์ฉบับที่ 3 นั้น มี 5 ประกอบด้วย 1. ขอย้ำจุดยืนที่จะให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2.เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกโดยทันที เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูปที่เป็นกลางและยุติธรรม 3.เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว จึงยืนยันที่จะไม่ทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ 4. ยืนยันจะทำงานให้บริการดูแลประชาชนบนพื้นฐานจริยธรรมวิชาชีพอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ 5. พร้อมแสดงออกทุกวิถีทางเพื่อยืนยันจุดยืนดังกล่าว และขอเชิญชวนประชาคมทุกกระทรวง ทบวง กรม ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกัน

"นี่ไม่ใช่ความคิดของผมคนเดียว แต่เป็นความคิดของประชาคมสาธารณสุข ที่เห็นว่าต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และสบายใจขึ้นที่ตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวล ยืนยันตามความคิดของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บอกครอบครัวว่าเจอกันเมื่อชาติต้องการ จะได้ไม่ต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับผม ขอยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยก็ถือเป็นมุมมองความคิดที่เป็นอิสระเสรี สามารคิดได้ " นพ.ณรงค์ กล่าว

ที่มา nation
8. สุดเหี้ยมใช้ฉมวกแทงขาสุนัขติดอยู่ในป่านานกว่า 2 วัน
เมื่อวันที่ 10ม.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน อ.เสนาจ.พระนครศรีอยุธยา มีสุนัขถูกฉมวกแทงติดคาอยู่ได้รับบาดเจ็บ อยู่ภายในป่าใต้สะพานเสนาบดีริมแม่น้ำน้อย ต.เสนา อ.เสนา จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจจุดเสนา ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบว่าภายในป่าใต้สะพานมีเสียงสุนัขร้องครวญครางเจ้าหน้าที่ต้องตัดต้นไม้เข้าไปพบสุนัขพันธ์ทางเพศผู้อายุประมาณ 3 ปี สีน้ำตาล มีบาดแผลถูกฉมวกแทงปลาเสียบอยู่ที่ขาขวาหลังมีเลือดไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หน่วยกู้ภัยต้องทำการเลื่อยตัดด้ามฉมวกออกแล้วนำสุนัขออกมาปฐมพยาบาล

เบื้องต้นพบว่าฉมวก 9เส้นแทงติดขาอยู่จนเป็นแผลเหอวะหวะ ร่างกายอ่อนเพลีย รีบช่วยเหลือนำส่ง คลินิกบัญชาสัตว์แพทย์ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดย สัตว์แพทย์ฉีดยาสลบให้สุนัขก่อนเพื่อรอดูอาการว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ก่อนที่จะนำเอาฉมวกออกหากพบว่าแผลติดเชื้อต้องทำการตัดขาสุนัขออก

นางธารีย์พงศ์กล่ำรัศมี อายุ 58 ปี ชาวบ้านที่พบสุนัข เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ม.ค. ตนเองได้ยินเสียงสุนัขส่งเสียงร้องตลอดทั้งคืนคิดว่าสุนัขถูกใครไล่ตีมาแล้วไปแอบอยู่ในป่า จึงไม่ได้สนใจอะไรจนเมื่อกลางดึกยังได้ยืนส่งเสียงร้องอีกและมีเสียสุนัขหลายตัวเห่าส่งเสียงดัง

จนเมื่อช่วงสายพบเห็นกลุ่มสุนัขหลายตัวมาส่งเสียงเห่าอยู่ที่ป่าใต้สะพานจึงเข้าไปดูพบว่าสุนัขตัวถูกฉมวกแทงอยู่จึงได้ประสานให้มาช่วยเหลือ โดยสงสัยว่าทำไมคนใจร้ายทำกับมันได้ถึงขนาดนี้ทั้งที่มันหนีเข้าไปติดอยู่ในป่าแล้วยังตามเข้าไปแทงมันอีกสุนัขตัวนี้ไม่มีเจ้าของอาศัยอยู่ใต้สะพานอาจไปทำความรำคาญให้ใครแล้วมาทำร้ายมันก็เป็นได้

นายอภินันท์ สุขสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย กล่าวว่าขณะนี้ต้องความแม่ตาจากประชาชนเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสุนัขตัวนี้เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูงผู้ใจบุญสามารถติดต่อให้ความช่วยเหลือได้ที่ โทร. 089-901-1789

ที่มา เดลินิวส์
7. จตุพร นำทีมหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส. ที่หนองคาย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายอ.เมือง จ.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียง 2 กุมภาเข้าคูหารักษาประชาธิปไตย โดยมีนายจตุพร พรหมพันธ์ ,นายคณิน บุญสุวรรณ, นายนิสิต สินธุไพร,และผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จ.หนองคาย พรรคเพื่อไทยทั้ง3 เขต มี ว่าที่ร้อยตรี ดร.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย, นางชมภูจันทาทอง และนายเอกธนัช อินทร์รอด ท่ามกลางประชาชนชาวหนองคายที่มารับฟังจำนวนหนึ่ง

นายคณิน บุญสุวรรณ กล่าวว่า เหตุที่ผู้ชุมนุมต้องออกมาเคลื่อนไหวเพราะกลัวการสูญเสียอำนาจของมือที่มองไม่เห็น สว.สรรหากลัวหลุดจากตำแหน่ง ศาลรัฐธรรมมนูญกลัวถูกยุบนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ กลัวติดคุก และพรรค ปชป.แพ้การเลือกตั้ง จึงรวมตัวกันเป็นกปปส.ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ และเพื่อขัดขวางการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ที่จะถึงนี้และขอย้ำมีข่าวว่าจะปฏิวัติอีกจึงมาเชิญชวนชาวหนองคายไปต่อสู้เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยร่วมกัน

นายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องพูดนโยบายของพรรคเพื่อไทยแต่จะพูดเจาะจงไปที่การรักษาประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องช่วยกันรักษาด้วยการไปเลือกตั้ง ขณะนี้มีความพยายามจะล้มล้างระบอบประชาธิปไตยการชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ กปปส.เป็นการกระทำที่ปูทางสู่การปฏิวัติรัฐประหาร เช่นเดียวกับที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลเคยทำมาแล้วเมื่อปี 2549

การประกาศชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นั้นเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศรับไม่ได้ ที่คนจำนวนน้อยจากภาคใต้จะมาขับไล่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศแม้ว่านายกยิ่งลักษณ์จะเสนอแนวทางการปฏิรูปอย่างไรฝ่ายนายสุเทพ และ กปปส.ก็ไม่ยอมรับ

ดังนั้น ในวันที่ 13 ม.ค. เวลา 09.00 น. ขอให้ชาวหนองคายและประชาชนคนไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกปปส. ออกมาเดินบนท้องถนนร่วมกัน เพื่อปกป้องประชาธิปไตย และเป็นเงื่อนไขไม่ให้นำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารใครอยู่จังหวัดไหนให้แกนนำ นปช.จังหวัดนั้น ๆ นำเดินบนท้องถนน เชื่อว่าถ้าทำเช่นนี้จะไม่มีใครกล้าล้มล้างระบอบประชาธิปไตยเป็นการเปิดประเทศไทยให้เป็นเสรีประชาธิปไตย

นอกจากนี้ยังมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นเวทีปราศรัยหลักใหญ่ใจความโจมตีการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ, ปปช, กกต.และพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตการเลือกตั้งแต่ขอให้ประชาชนให้กำลังใจตำรวจที่ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยให้ประชาชนชาวไทยต่อไป.

ที่มา เดลินิวส์
6. คปท. รวบ ตร.เฝ้าทำเนียบ เมากร่างรุมทำร้ายการ์ดอาสาบาดเจ็บ
การ์ด คปท.จับกุม 2 ตำรวจ และ 1 ทหารเฝ้าทำเนียบนอกเครื่องแบบ เมากร่างรุมทำร้ายการ์ดอาสา เรียกร้อง สตช.นำตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายและวินัยเด็ดขาด

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (10 ม.ค.)นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. พร้อมด้วยนายอภิมะ สิทธิ์ประเสริฐ ทนายความ คปท. ได้นำตัว ดต.รัศมี คล่องดี ผบ.หมู่ปราบปราม สภ.เมืองมุกดาหาร และ จ.ส.อ.หนูแหวน คึมยราช สังกัด ร.1 พัน4 กองทัพบก ซึ่งร่วมก่อเหตุทำร้ายการ์ด คปท.ที่บริเวณสะพานอรทัยจนสลบต้องนำส่งโรงพยาบาลมาแถลงข่าว โดยระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. โดยระหว่างบุคคลทั้งสอง พร้อมด้วยนายสำริด ประสงค์สุข ซึ่งอ้างตนว่าเป็นนายตำรวจสังกัด สภ.เมืองมุกดาหาร เดินทางกลับจากการไปดื่มสุรานอกทำเนียบรัฐบาลพบนายสมศักดิ์ แจ่มจำริด การ์ดอาสาสมัคร คปท. นั่งอยู่บริเวณสะพานอรทัย นายสำริดก็ได้นำไม้ตีเข้าที่หัวนายสมศักดิ์และบุคคลทั้งสามเข้ารุมทำร้าย ก่อนที่การ์ด คปท. อีกจำนวนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาช่วยนายสมศักดิ์และควบคุมตัว ดต.รัศมี และ จ.ส.อ.หนูแหวนไว้ได้ ส่วนนายสำริดได้หลบหนีเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล คปท.จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งส่งตัวนายสำริด เพื่อไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาสามารถติดตามจับกุมตัวนายสำริดไว้ได้ ทราบชื่อ ด.ต.สำริด ประสงค์สุข ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.มุกดาหาร

ที่มา ผู้จัดการ Online
5. นายกฯสิงคโปร์สั่งล่าตัว 2 มืออุ้มยายวัย 79 ปีสำเร็จ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากสิงคโปร์ เมื่อวันที่10 ม.ค.ว่านายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุงของสิงคโปร์สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตามจับกุมตัวชายต้องสงสัย2 คนในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวหญิงวัยชรา79 ปีในสัปดาห์นี้โดยนายลี ซึ่งข้อความผ่านเฟซบุ๊คของเขาเมื่อเช้าวันนี้ระบุว่า งานที่สำคัญที่สุดของตำรวจสิงคโปร์คือต้องจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย2 คนที่ลักพาตัวมาดามอึ้ง ลี โปห์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาให้ได้โดยเร็ว

ผู้นำสิงคโปร์ระบุเพิ่มเติมว่า มาดามอึ้งยังปลอดภัยและแข็งแรงและแสดงความยินดีที่นายลิมฮ็อค ชี ลูกชายของเธอแจ้งตำรวจทันทีที่เกิดเรื่องขึ้นดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถช่วยเหลือมาดามอึ้ง และแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง2 คนได้ในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ไม่ถึง 12 ชั่วโมงหลังจากนายลิม ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยผู้ต้องสงสัยทั้ง 2คน เป็นชาวสิงคโปร์ถูกตั้งข้อหาในศาลวันนี้

นายลีกล่าวอีกว่าการลักพาตัวเป็นคดีอาชญากรรมร้ายแรงมากโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตซึ่งจะจัดการกับคนร้ายตามตัวบทกฎหมาย

ที่มา เดลินิวส์
4. แดงเถื่อน ดักยิงใส่รถ กปปส.ปทุมฯ เจ็บ 6 ชาวบ้านเจอลูกหลง
แดงเถื่อนไม่พอใจรถตระเวน กปปส.เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมชัตดาวน์ ทั้งปาระเบิดใส่ ไล่ยิงกลางถนนย่านปทุมฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย อีกด้าน ตำรวจ 2 นาย และทหาร 1 นาย รักษาการณ์ทำเนียบรัฐบาล ในชุดนอกเครื่องแบบเมาสุราอาละวาด ทำร้ายผู้ชุมนุม คปท.การ์ดจับตัวได้ 2 ราย รอส่ง ตร.ดำเนินคดี

วันนี้ (10 ม.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ผู้สื่อข่าว จ.ปทุมธานี รายงานว่าได้เกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ถูกกลุ่ม นปช.ดักทำร้าย ขณะที่กลุ่ม กปปส.ได้ขับรถกระบะออกตระเวนเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมชัตดาวน์ที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 ม.ค.โดยเมื่อขับรถมาถึงบริเวณอนุสรณ์สถานรังสิต ซึ่ง นปช.ได้ปักหลักตั้งเต็นท์อยู่ ได้เกิดปากเสียงกันขึ้น

โดยกลุ่ม นปช.ได้ปาระเบิดปิงปองใส่รถกระบะ จนต้องขับหนี แต่กลุ่ม นปช.ยังไม่เลิกลา ยังได้ตามไล่ยิงอีก ตลอดทางลัดบนถนนเสมาฟ้าคราม จากลำลูกกา มุ่งหน้ารังสิต-นครนายก คลอง 2 ทำให้มีผู้บาดเจ็บแล้ว 4 ราย และมีชาวบ้านถูกลูกหลงอีก 2 ราย โดยรถตู้ของ ขบวน กปปส.ถูกยิงเข้าด้าน หน้ารถจนหม้อน้ำแตก ส่วนผู้บาดเจ็บ อาสาสมัครและกู้ภัย นำส่ง รพ.ใกล้เคียงกันโกลาหลทั้งหมด

เบื้องต้นทราบรายชื่อผู้บาดเจ็บแล้ว 5 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ

1.เด็กนักเรียน ชาย นาย วสันต์ ประสงค์สกุลดี อายุ 16 ปี 1 ราย ถูกสะเก็ด ปะทัดยักษ์ เข้าที่ขาซ้าย อยู่ ศูนย์การแพทย์คูคต

2.นาย สุติวัฒน์ ทิมา 45 ปี ถูกยิงเฉียดหัว กระสุน ฝังข้างศรีษะข้างขวา อยู่ รพ.บีแคร์

3.นาย ประหยัด นาคปลง 36ปี ถูกยิงที่ ก้นด้านซ้าย
คนที่ 4 นาย วิชาญ ไทยมณี อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านที่ถูกปะทัดยักษ์ที่ ข้อเท้า อยู่ รพ.เอกปทุม

และ 5. นายถนอม. ปัญญาดี อายุ62 ปี ถูกอาวุธปืนเข้าที่หน้าอก 1 นัด อาการสาหัส ส่งต่อ รพ.ปทุมธานี

ด้านนายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยพล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง รุดตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว โดยมีกระสุนเกลื่อนถนนเกือบ 20 นัด

ที่มา ผู้จัดการ online
3. โรมาแชมป์ดาการ์สเตจ5ขยับรั้งจ่าฝูงเวลารวม
การแข่งขันรถแรลลีหฤโหด รายการดาการ์ แรลลี 2014 สเตจที่ 5 เส้นทางจาก ชิเลซิโต ไปยัง ซาน มิเกล เดอ ตูซูมัน ในประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ประเภทรถยนต์ นานี โรมา นักขับชาวสเปน จากทีมมินิ คว้าแชมป์สเตจนี้ไปครองด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 27 นาที 01 วินาที โดยมี กิเนียล เดอ วิลลิเยร์ส จากแอฟริกาใต้ สังกีดทีมโตโยต้า ตามมาเป็นอันดับ 2 ทำเวลาตามหลัง 4 นาที 20 วินาที ขณะที่ตำแหน่งผู้นำเวลารวมเป็นของ โรมา ที่แซงขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยเวลา 19 ชั่วโมง 21 นาที 54 วินาที นำหน้า ออร์ลันโด แตร์ราโนวา เพื่อนร่วมทีมมินิจากอาร์เจนตินาอยู่ 31 นาที 46 วินาที

ส่วนประเภทรถจักรยานยนต์ แชมป์สเตจนี้เป็นของ มาร์ก โกมา นักบิดชาวสเปนจากทีม เคทีเอ็ม ทำเวลา 3 ชั่วโมง 2 นาที 8 วินาที ขณะที่ผู้นำเวลารวมเป็น โกมา ที่แซงขึ้นมาเป็นผู้นำ ทำเวลาอยู่ที่ 18 ชั่วโมง 45 นาที 11 วินาที นำหน้า โจน บาร์เรดา บอร์ต จากสเปน ของทีมฮอนด้า ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 อยู่ 41 นาที 10 วินาที

ทั้งนี้ ในระหว่างการแข่งขันสเตจที่ 5 ได้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเมื่อ ดาเนียล อัมโบรซิโอ นักข่าวชาวอาร์เจนตินาวัย 51 ปี สังกัดนิตยสาร ซูเปอร์ แรลลี และ อกุสติน มินา นักศึกษาฝึกงานวัย 20 ปี เสียชีวิตหลังรถที่ทั้งคู่นั่งอยู่ประสบอุบัติเหตุตกเหวระหว่างตามทำข่าวการแข่งขัน ขณะที่ มาร์ติน เดลกาโด วัย 31 ปี และ โรดริโก เดอ เกซาดา วัย 36 ปี ซึ่งเป็นช่างภาพ ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ที่มา เดลินิวส์
2. ม็อบกปปส.ช่วงเย็นคึกคัก ผู้ชุมนุมแห่ซื้อของที่ระลึก
ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2557 เวลา 19.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ว่า ในช่วงเย็นประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดินทางมาถึงได้ต่างจับจองพื้นที่บริเวณด้านหน้าเวทีปราศรัยเพื่อนั่งปักหลักติดตามกิจกรรมบนเวที ขณะที่กิจกรรมบนเวทีได้มีอย่างต่อเนื่องทั้งการแสดงดนตรี การปราศรัย และการแจ้งข่าวสารสถานการณ์การเมือง อย่างไรก็ตามจากการเดินสำรวจบริเวณโดยรอบพื้นที่พบผู้ชุมนุมจำนวนมากได้ต่างเดินจับจ่ายซื้อของที่ระลึกต่างๆที่ได้มีการตั้งร้านค้าภายในพื้นที่ชุมนุม อาทิ เสื้อยืด นาฬิกา นกหวีด รูปภาพ ทั้งนี้ยังได้มีผู้ชุมนุมอีกส่วนกระจายอยู่ทั่วบริเวณพื้นที่ชุมนุมเพื่อพักผ่อนรับประทานอาหาร

ที่มา nation
1. รัฐบาลอ้างไม่มีอำนาจเลื่อนวันเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 10ม.ค. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติขอให้นายกรัฐมนตรีออกร่างพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)กำหนดวันเลือกตั้งฉบับใหม่ ว่า ที่ผ่านมารัฐบาล และกกต.ได้เคยหารือกันแล้วและมีความเข้าใจกันแล้วว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจใด ๆ ตามกฎหมายในการกำหนดเลื่อนวันเลือกตั้ง ขณะที่ กกต.ก็เข้าใจดีว่าตัวเองไม่มีอำนาจ ดังนั้นถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ตัวเองไม่มีอำนาจ รัฐบาลก็ได้รับความเดือดร้อนและถูกดำเนินคดีได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้วต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งถ้ารัฐบาลฝ่าฝืนตรงนี้ไปเลื่อนวันเลือกตั้งเกิน 60 วัน รัฐบาลก็ถูกดำเนินคดีเพราะทำขัดรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า กกต.อ้างว่ามีปัญหาต่างๆ ในการรับสมัครผู้ลงสมัครเลือกตั้งในหลายเขตหรือหลายเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ถ้ากกต.จะอ้างอย่างนั้นตนคิดว่าเขาอ้างผิดแล้ว และตนขอถามว่าการรับสมัครไม่ได้นั้นเกิดจากอะไร ใครเป็นผู้จัดการรับสมัครและรัฐบาลให้คำแนะนำไปหมดทุกอย่างแล้วในการที่ทำให้รับสมัครได้ อาทิ กกต.สามารถไปรับสมัครนอกเขตจังหวัดได้ เป็นต้น แต่กกต.ปฏิเสธและไม่ดำเนินการ โดยนำข้อกฎหมายมาทักท้วงเรา แล้วกกต.กลับมาบอกให้รัฐบาลทำในสิ่งที่เราไม่มีอำนาจได้ รัฐบาลก็จะตกเป็นจำเลย ขณะที่กฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องของการเลือกตั้งมีอยู่แล้ว และทุกอย่างระบุชัดเจนไม่ต้องไปตีความอะไรกันมาก อีกทั้งมีการปฏิบัติตามนั้นมาตลอด กกต.ชุดนี้ไปดูตัวอย่างการปฏิบัติของ กกต.ชุดต่างๆในอดีตได้เลย อย่างไรก็ตาม ตนขอดูรายละเอียดมติดังกล่าวของ กกต.ก่อน รวมถึงรัฐบาลคงเร่งศึกษาและหารือถึงเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้ตนทราบว่าทางกกต.ได้นัดหมายเพื่อหารือกับรัฐบาลในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่กำหนดวันและเวลาของการหารือ ซึ่งคงจะมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้.

ที่มา เดลินิวส์

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น