10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 8 มกราคม 2557

update :8/1/2014 10:09
views : 1171
ที่มา :
ในช่วงวันที่ผ่านมานั้นรอบโลกมีข่าว และเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในแวดวงการเมือง ข่าวอาชญกรรม ทีมงาน toptenthailand ย่อโลกมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 8 มกราคม 2557
10.อนาถ! แม่โดนคนขับแท็กซี่ข่มขืน ต่อหน้าลูกสาว ที่อินเดีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าหญิงชาวโปแลนด์วัย 33 ปี ถูกคนขับแท็กซี่ในเมืองมธุระ ประเทศอินเดียฉีดสเปรย์ให้สลบก่อนลงมือข่มขืน ขณะที่เธอโดยสารรถพร้อมลูกสาววัย 2 ขวบ เพื่อไปยังกรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ขณะที่หญิงรายนี้และลูกสาวโดยสารแท็กซี่ไปได้ระยะทางราว 150 กิโลเมตร เธอก็โดนฉีดสเปรย์ใส่จนไม่รู้สึกตัว ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งที่ชานชาลาสถานีรถไฟในกรุงนิวเดลี โดยมีลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่ข้างกาย ซึ่งจากการตรวจร่างกายก็พบร่องรอยการข่มขืนจริง ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุอยู่
9.รบ.ตุรกีปลดตำรวจคืนเดียว 350 นาย เซ่นพิษคอร์รัปชันฉาว
รัฐบาลตุรกีปลดตำรวจในกรุงอังการา กว่า 350 นายในคืนเดียว เป็นการปลดครั้งล่าสุด หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีคอร์รัปชันซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝ่ายหนุนรัฐบาล เมื่อเดือน ธ.ค. ...


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า รัฐบาลแห่งประเทศตุรกี ดำเนินการปลดเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงอังการา กว่า 350 นาย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามคำสั่งภายใต้กฤษฎีกา ซึ่งออกในคืนเดียวกัน นับเป็นการปลดตำรวจครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ตำรวจมีปฏิบัติการกวาดล้างคอร์รัปชันขนานใหญ่เมื่อกลางเดือน ธ.ค. โดยมุ่งเป้าจับกุมฝ่ายที่หนุนหลังรัฐบาล

ทั้งนี้ ในปฏิบัติการดังกล่าว มีผู้ถูกควบคุมตัวมากกว่า 51 คน และ 24 คนในจำนวนนี้ มีทั้งนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และข้าราชการระดับสูง รวมถึง บอริส กูเลอร์ ลูกชายของ รมว.มหาดไทย กับ คาน คากลายาน ลูกชายของ รมว.เศรษฐกิจ ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและติดสินบน ส่งผลให้รัฐมนตรีทั้งสองคนต้องลาออก ทำให้นายกรัฐมนตรีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ต้องปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่
นายเอร์โดอัน ยังกล่าวหาตำรวจและฝ่ายตุลาการด้วยว่า ใช้แผนสกปรกเพื่อบ่อนทำลายการปกครองของเขา ก่อนจะเริ่มมีการปลด หรือโยกย้ายตำแหน่งตำรวจหลายร้อยนายทั่วประเทศ รวมถึง นายฮูเซนยิน แคปกิน ผู้บังคับการตำรวจประจำนครอิสตันบูล ซึ่งดูคล้ายกับเป็นการโต้กลับจากฝ่ายรัฐบาล

ตำรวจที่ถูกปลดจากตำแหน่งล่าสุดนี้ รวมถึงหัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรมทางการเงิน, หัวหน้าหน่วยปราบปรามคดีการลักลอบ และหัวหน้าหน่วยปราบปรามคดีอาชญากรรมองค์กร ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนในหน่วยงานเหล่านี้ ถูกย้ายไปรับผิดชอบด้านการจราจร

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในตุรกี ระบุว่า ปฏิบัติการจับกุมและการปลดเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นความบาดหมางภายในพรรครัฐบาล 'พรรคการพัฒนาและความยุติธรรม' (เอเค) ระหว่างฝ่ายผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรีเอร์โดอัน และผู้สนับสนุนนายเฟธุลเลาะห์ กูเลน นักวิชาการผู้นับถือศาสตรนาอิสลาม ที่ขณะนี้กำลังลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ โดยกลุ่มของเขามีอิทธิพลในหลายสถาบัน เช่น ตำรวจและตุลาการ.
8.ช็อก! มิสเวเนซุเอลา ปี 2004 ถูกโจรยิงดับพร้อมสามี
อดีตมิสเวเนซุเอลา ปี 2004 และสามีถูกกลุ่มโจร ซึ่งหวังปล้นทรัพย์ ยิงเสียชีวิตที่เมืองทางเหนือในบ้านเกิด ขณะที่ลูกสาวได้รับบาดเจ็บ...


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 7 ม.ค. ว่า นางโมนิกา สเปียร์ มูตซ์ มิสเวเนซุเอลาปี 2004 วัย 29 ปี และนายโธมัส เฮนรี แบร์รี สามี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นชาวไอร์แลนด์ วัย 39 ปี ถูกโจรปล้นทรัพย์ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตต่อหน้าลูกสาววัยเพียง 5 ขวบ บนถนนหลวงในเมืองปอร์โต กาเบโญ เมื่อคืนวันที่ 6 ม.ค. เวลาประมาณ 22:00 น. ตมเวลาท้องถิ่น

จากการเปิดเผยของ eluniversal.com เว็บไซต์สื่อท้องถิ่น ระบุว่า นางสเปียร์และสามี ถูกคนร้ายติดอาวุธหลายคน บุกจี้ชิงทรัพย์ขณะรถเสียอยู่บนถนนหลวง ก่อนทั้งคู่จะถูกยิงเสียชีวิต โดยตำรวจพบศพของทั้งสองคนในรถของพวกเขาเอง

นอกจากนี้ eluniversal.com ยังรายงานอีกว่า ลูกสาววัย 5 ขวบของพวกเขา ได้รับบาดเจ็บที่ขา และตอนนี้กำลังรับการรักษาพยาบาล ภายใต้การคุ้มกันของตำรวจ

ทั้งนี้ นางสเปียร์คว้ามงกุฏมิสเวเนซุเอลาเมื่อปี 2004 และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 4 ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส หรือนางงามจักรวาล ในปีเดียวกัน ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักแสดง และแต่งงานกับนายแบร์รีเมื่อปี 2008
7.เลือกตั้งเลือดบังกลาเทศ ผลจากความขัดแย้งรัฐบาล-ฝ่ายค้าน
พรรครัฐบาล 'สันนิบาตอวามี' (เอแอล) แห่งบังกลาเทศ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเมื่อ 5 ม.ค. ตามความคาดหมาย ท่ามกลางการต่อสู้บนท้องถนนมีผู้เสียชีวิต 18 คน, ผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อยนิดเพียง 22% และการบอยคอตต์ไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งโดยพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรค 'ชาตินิยมบังกลาเทศ' (บีเอ็นพี) และพันธมิตร ซึ่งคาดว่าจะยิ่งทำให้บังกลาเทศตกลงสู่ความสับสนอลหม่าน และอาจนำไปสู่เหตุความรุนแรงครั้งใหม่
เหตุความรุนแรงล่าสุดในบังกลาเทศ เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างพรรคเอแอลของ นาง ชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรีและพรรคบีเอ็นพีของ นาง คาลิดา เซีย ซึ่งสลับกันเป็นรัฐบาลในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยความขัดแย้งปะทุรุนแรงเมื่อรัฐบาลนางฮาสินา ผ่านร่างกฎหมายแก้รัฐธรรมนูญ ยกเลิกการตั้งรัฐบาลรักษาขึ้นมาทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการและความโปร่งใสของการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นประเพณีที่ใช้มาร่วม 20 ปี เมื่อ 30 มิ.ย. 2011 หลังจากเกิดกรณีรัฐบาลรักษาการซึ่งได้รับหนุนหลังจากกองทัพ ที่ก่อตั้งขึ้นท่ามกลางเหตุรุนแรงทางการเมืองเมื่อเดือน ม.ค. ปี 2007 ปกครองประเทศยาวนานถึง 2 ปี จนการเลือกตั้งทั่วไปรอบใหม่สามารถจัดขึ้นได้ในเดือนธ.ค. 2008
ความเคลื่อนไหวของรัฐบาล ทำให้ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านออกมาชุมนุมประท้วงก่อนปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และพรรคบีเอ็นพีขู่ว่าจะคว่ำบาตรการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 5 ม.ค. 2014 ด้วย
ทั้งนี้ แม้การเลือกตั้งในบังกลาเทศจบลงด้วยชัยชนะของพรรครัฐบาล โดยได้เก้าอี้ในสภา 232 ที่นั้ง จากทำให้หมด 300 ที่นั่ง โดยราว 127 ที่นั่งเป็นชนะในเขตที่ไม่มีคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ของบังกลาเทศได้รับเสียงประณามและผิดหวังจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ขณะที่บัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และชี้ว่าเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างชัดเจน และมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์น้อยมาก และน่าเสียดายที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลไม่สามารถตกลงกันได้
6.เรือจีน-รัสเซีย หลุดน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาแล้ว หลังอากาศเปลี่ยน
เรือสำรวจสัญชาติรัสเซีย และเรือทะลวงน้ำแข็งของจีน สามารถหลุดออกจากน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาได้แล้ว หลังจากลมเปลี่ยทิศทำให้น้ำแข็งเกิดรอยแตก...
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า เรือสำรวจสัญชาติรัสเซีย 'เอ็มวี อะคาเดมิค โชคัลสกี' และเรือทะลวงน้ำแข็ง 'เสี่ยหลง' ของจีน สามารถหลุดออกจากน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาได้แล้ว หลังจากติดอยู่นานหลายวัน โดยกัปตันเรือรัสเซียระบุว่า เกิดรอแตกบนแผ่นน้ำแข็งหลังจากลมเปลี่ยนทิศทาง
นายไอกอร์ คีเซลยอฟ กัปตันเรือ อะคาเดมิค โชคัลสกี เปิดเผยต่อสำนักข่าว อิตาร์-ทาส ของรัสเซียว่า ตอนนี้พวกเขากำลังเดินเรือแบบซิกแซกอย่างช้าๆ และเคลื่อนตัวมาได้ 20 ไมล์ทะเลจากจุดที่เคยติดน้ำแข็งแล้ว แต่การเดินทางยังยากลำบาก เนื่องจากหมอกทำให้ทัศนวิศัยเหลือไม่ถึง 500 ม.
นายคีเซลยอฟยืนยันด้วยว่า เรือทะลวงน้ำแข็งของจีนก็สามารถเคลื่อนตัวได้แล้วเช่นกัน โดยเรืออะคาเดมิค โชคัลสกี อยู่ทางเหนือของเรือเสี่ยหลง และอาจจะตามเรือลำนี้ทัน
ทั้งนี้ เรือ อะคาเอมิค โชคัลสกี ติดน้ำแข็งในแอนตาร์กติการตั้งแต่ 24 ธ.ค. และขอความช่วยเหลือไปยัง สำนักงานความปลอดภัยทางทะเลแห่งออสเตรเลีย (เอเอ็มเอสเอ) ซึ่งได้ประสานกับหลายชาติและส่งเรือทะลวงน้ำแข็ง 3 ลำไปช่วยเหลือเรือสำรวจดังกล่าว ซึ่งติดน้ำแข็งซึ่งมีความหน้าถึง 3 ม. ในทะเลห่างจากเมืองโฮบาร์ต ของออสเตรเลียไปทางใต้ราว 1,500 ไมล์ทะเล
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเรือทั้ง 3 ลำประสบความล้มเหลว เนื่องจากต้องเผชิญกับก้อนน้ำแข็งที่หนาเกินไป และสภาพอากาศเลวร้าย จนในที่สุดรัฐบาลรัสเซียจึงเสนอให้ใช้เฮลิคอปเตอร์บนเรือ สโนว์ ดรากอน ช่วยขนผู้โดยสาร 52 คนบนเรือ อะคาเอมิค โชคัลสกี ไปยังเรือ 'ออโรรา ออสเตรลิส' ของออสเตรเลีย เมื่อวันพฤหัสบดี (2 ม.ค.) ทำให้ภารกิจช่วยเหลือเสร็จสิ้นลง แต่เรือเสี่ยหลงกลับติดน้ำแข็งขณะเดินทางกลับเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ด้วยเหตุนี้ เอเอ็มเอสเอ จึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังสหรัฐฯ ซึ่งได้ส่งเรือทะลวงน้ำแข็ง 'โพลาร์ สตาร์' ไปช่วยเหลือเรือทั้งสองลำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
5.ผู้พิพากษาสเปนออกหมายเรียก 'เจ้าหญิงคริสตินา' ขึ้นศาลคดีฉ้อโกง
ผู้พิพากษาสเปนออกหมายเรียกตัวเจ้าหญิง คริสตินา พระธิดาองค์เล็กในสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 เข้าให้ปากคำต่อศาล จากคดีฉ้อโกงและฟอกเงิน...


สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 7 ม.ค. ว่า ผู้พิพากษาสเปนออกหมายเรียกตัวเจ้าหญิง คริสตินา พระธิดาองค์เล็กในสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 เข้าให้ปากคำต่อศาลเพื่อตอบข้อกล่าวหาคดีฉ้อโกงและฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจของ อิญญากี อูร์ดันการิน ดยุคแห่งปัลมาพระสวามีของพระองค์ ที่ตอนนี้กำลังถูกสืบสวนในข้อหายักยอกทรัพย์

จากรายงานของสำนักข่าวบีบีซี เมื่อวันอังคาร โฆเซ คาสโตร ผู้พิพากษาศาลเมืองปัลมา ออกหมายเรียกเจ้าหญิงคริสตินาให้ไปปรากฏตัวต่อศาล เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับความเป้นหุ้นส่วนของพระองค์กับดยุคอูร์ดันการิน ในบริษัทที่มีชื่อว่า 'ไอซูน'

เมื่อปีก่อน ทรัพย์สินหลายอย่างของดยุคอูร์ดันการิน รวมถึงบ้านหรูชานเมืองบาร์เซโลนาถูกยึดเป็นของกลาง หลังจากเขาถูกกล่าวหาว่า ใช้เงินจำนวนหลายล้านยูโรที่รัฐมอบให้ เพื่อเป็นเงินทุนของกองทุนการกุศลของเขาอย่างผิดวัตถุประสงค์ แต่ดยุคแห่งปัลมาปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด และไม่ถูกต้องข้อหาใดๆ

ด้านสำนักพระราชวังแห่งสเปน ออกแถลงการณ์ตอบรับหมายเรียกของศาล โดยระบุว่า สำนักราชวังให้ความเคารพสูงสุดต่อการตัดสินใจของฝ่ายตุลาการ

ทั้งนี้ การออกหมายเรียกของผู้พิพากษาสเปน ทำให้เจ้าหญิงคริสตินา พระชนมายุ 48 พรรษา ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้อย่างเป็นทางการ และต้องไปปรากฏตัวในชั้นศาลในวันที่ 8 มี.ค. และเชื่อว่านี่เป็นครั้งแรกที่ทายาทโดยตรงของสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 ต้องขึ้นศาลจากการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ท่ามกลางความนิยมที่ตกต่ำลงของกษัตริย์แห่งสเปน หลังพระองค์เสด็จไปล่าช้างในแอฟริกาเมื่อปี 2012
4.มะกัน จี้บังกลาเทศ จัดเลือกตั้งใหม่
ยูเอ็น เสียใจเลือกตั้งบังกลาเทศเกิดการนองเลือด ขณะที่ รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้อง ให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่...
วานนี้ (7 ม.ค.57) นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียชีวิตผู้คนและการเกิดเหตุรุนแรงมากมายระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปในบังกลาเทศ เมื่อวันอาทิตย์ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่อแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเกิดการแบ่งแยกขั้วการเมืองในประเทศ อีกทั้งประชาชนมีส่วนร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้น้อยมาก ทั้งน่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ฝ่ายความขัดแย้งเจรจาตกลงกันไม่ได้ จึงทำให้ผลการเลือกตั้งออกมาแบบรวบยอดชัยชนะของฝ่ายรัฐบาล

ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯ แถลงแสดงความผิดหวังต่อการเลือกตั้งของบังกลาเทศ โดยเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่ เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาบังกลาเทศจากทั้งหมด 300 ที่นั่ง ไม่ได้ร่วมแข่งขันชิงชัยเพราะพรรคฝ่ายค้านหลักชาตินิยมบังกลาเทศ หรือบีเอ็นพี นำโดยนางคาห์ลิดา เซีย อดีตนายกรัฐมนตรี คว่ำบาตรไม่ร่วมการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งของบังกลาเทศเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย พรรครัฐบาลสันนิบาตอาวามิ หรือเอแอล ภายใต้การนำของชีค ฮาสินา นายกรัฐมนตรี ชนะเลือกตั้งอย่างง่ายดาย ได้ครองเสียงข้างมากจากจำนวน ส.ส.ในสภา ทั้งหมด 300 ที่นั่ง ท่ามกลางความรุนแรงเกิดขึ้นทั่วประเทศ จากการที่พรรคฝ่ายค้านชาตินิยมบังกลาเทศ หรือบีเอ็นพี นำโดยนางคาห์ลิดา เซีย อดีตนายกรัฐมนตรี คว่ำบาตรไม่ร่วมการเลือกตั้ง เนื่องจากไม่พอใจฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธตั้งรัฐบาลกลางขึ้นมารักษาการในช่วงการเลือกตั้งตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานานกว่า 20 ปี หรือตั้งแต่ปี 2534 เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรมและปลอดจากถูกแทรกแซงครอบงำจากฝ่ายรัฐบาลถืออำนาจ นอกจากนั้น ฝ่ายค้านยังเคลื่อนไหวต่อต้านการเลือกตั้ง โดยมีรายงานเหตุรุนแรงเกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงเหตุเผาและทำลายสถานที่จัดลงคะแนนเลือกตั้งหลายร้อยแห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 26 ศพ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เพราะถูกตำรวจยิงจากความพยายามขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลบังกลาเทศยืนกรานอ้างชัยชนะการเลือกตั้งถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ชีค ฮาสินา ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่ออีก 1 สมัย ระยะเวลา 5 ปี.
3.'อเมริกาเหนือ' อ่วม! ลมเย็นขั้วโลกจ่อปกคลุมทั่วทวีป
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 7 ม.ค. ว่า บางพื้นที่ของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา ต้องเผชิญกับอุณหภูมิหนาวเย็นทุบสถิติ จากอิทธิพลของ ลมวนขั้วโลกเหนือ (Arctic Polar Vortex) ซึ่งจะแผ่อิทธิพลทั่วทวีปอเมริกาเหนือ ภายในวันอังคารนี้ ขณะที่พายุฤดูหนาวทำให้หลายพื้นที่ของแคนาดา และตอนเหนือของสหรัฐฯถูกหิมะปกคลุมหนากว่า 2 ฟุต



ผลกระทบจากพายุและหิมะ ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 3,700 เที่ยวบินทั่วสหรัฐฯ ต้องถูกยกเลิกในวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่โรงเรียนในหลายรัฐ ถูกทางการสั่งให้หยุดการเรียนการสอนชั่วคราว และเตือนประชาชนให้อยู่แต่ในที่ร่ม เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง นอกจากนี้ พายุยังถูกโทษว่าเป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 รายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาด้วย
ด้านสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า อุณหภูมิในภาคเหนือและภาคกลางของสหรัฐฯ จะลดต่ำลงเหลือ -51 องศาเซลเซียส จากผลกระทบจากลมหนาว โดยรัฐโอไฮโอ, เซาท์ ดาโกตา และอิลลินอยส์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่รัฐเทนเนสซี และเคนทัคกี จะมีหิมะตกหนาหลายนิ้ว


ทั้งนี้ มวลอากาศเย็นจะเข้าสู้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ในช่วงเย็นวันจันทร์ (6 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยประชาชนในภูมิภาคแห่งนี้ ยังคงพยายามเก็บกวาดหิมะหนาหลายฟุต หลังจากโดนพายุหิมะพัดถล่มเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่มวลอากาศเย็น จะทำให้อุณหภูมิในนิวยอร์ก ลดลงเหลือ -12 องศาเซลเซียส ในยามกลางคืน
ขณะเดียวกัน เดวิด ฟิลิป เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้มของแคนาดา เผยว่า หลายเมืองของแคนาดา เช่น โตรอนโต จะมีอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ประมาณ 24 องศาภายในเวลา 24 ชั่วโมง และในบางพื้นที่จะมีหิมะตกหนาสุด 23 นิ้ว ภายในเวลาเพียง 2-3 วัน
2.อาวุธเคมีซีเรียชุดแรก ถูกนำออกนอกประเทศแล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 8 ม.ค. ว่า อาวุธเคมีของประเทศซีเรียชุดแรกถูกขนออกไปนอกประเทศแล้วเมื่อวันอังคาร เพื่อนำไปทำลายตามข้อตกลงปลดอาวุธเคมีซีเรียที่ทำไว้เมื่อปีก่อน แม้การขนย้ายนี้จะเกิดขึ้นช้ากว่ากำหนดการเดิม ที่ต้องขนอาวุธเคมีทั้งหมดออกจากซีเรียภายในสิ้นปี 2013

องค์การเพื่อการต้านอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลกระบวนการทำลายอาวุธเคมีของซีเรีย เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า วัตถุเคมีซึ่งมีความสำคัญลำดับต้นๆชุดแรก ถูกเคลื่อนย้ายจากโรงงาน 2 แห่งไปยังท่าเรือ ลาตาเกีย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ และจากนั้นจึงขนลงเรือสินค้าของประเทศเดนมาร์กเมื่อวันอังคาร

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นหนึ่งในกระบวนการขนย้ายวัตถุเคมี ออกจากประเทศซีเรียเพื่อนำไปทำลาย ซึ่งตามกำหนดการเดิมการขนย้ายต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2013 แต่สถานการณ์สงครามกลางเมืองในซีเรียที่รุนแรงขึ้น รวมถึงปัญหาด้านการขนส่งและสภาพอากาศ ทำให้ต้องเลื่อนกกำหนดการออกไป

แผนการขนย้ายวัตถุเคมีออกจากประเทศซีเรียภายในสิ้นเป็น เป็นขั้นตอนสำคัญของข้อตกลงปลดอาวุธเคมีซีเรียซึ่งออกโดยรัสเซียกับสหรัฐฯ และได้รับการรับรองจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งตั้งเป้าจะทำให้ลายอาวุธเคมีซีเรียให้หมดภายในกลางปี 2014

อนึ่ง ตามแผนดังกล่าว วัตถุเคมีซีเรียจะถูกนำไปยังประเทศอิตาลี ก่อนขนขึ้นเรือรบของสหรัฐฯ ที่ผ่านการดัดแปลงให้มีอุปกรณ์สำหรับทำลายอาวุธเคมี โดยกระบวนการทำลายจะเกิดขึ้นกลางทะเลในน่านน้ำนานาชาติ
1.'นักวิเคราะห์'ชี้ ประชาธิปไตยในเอเชียกำลังสั่นคลอน
"นักวิเคราะห์" ประเมิน ประชาธิปไตยในเอเชีย อาจกำลังสั่นคลอน จากเหตุประท้วงใหญ่ในกัมพูชา บังกลาเทศ และไทย เพราะยังขาดแคลนสถาบันที่สามารถคานอำนาจของนักเมือง เชื่อจะเห็นภาพความไม่สงบต่อไป...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เริ่มมีนักวิเคราะห์หลายคนประเมินว่า ประชาธิปไตยในเอเชีย อาจกำลังถูกสั่นคลอน หลังมีการประท้วงใหญ่โตใน 3 ประเทศประชาธิปไตย อย่างกัมพูชา บังกลาเทศ และไทย สะท้อนถึงความเปราะบางของระบอบประชาธิปไตยในประเทศกำลังพัฒนา ที่ระบบยุติธรรมยังไม่เป็นอิสระ และยังไม่มีความเป็นมืออาชีพของสถาบันตำรวจ ซึ่งการขาดแคลนสถาบัน ที่สามารถคานอำนาจของนักการเมือง เพื่อสร้างความสมดุลของอำนาจ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง ประชาชนจึงออกมาจากระบบเข้าสู่ถนน จนทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศลูกครึ่งประชาธิปไตยเหล่านี้

ในประเทศกัมพูชา ทหารยิงกระสุนจริงใส่ผู้ประท้วง หลังออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการชนะการเลือกตั้ง ที่ไม่ค่อยจะโปร่งใสนักของนายกรัฐมนตรีสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นอกจากนี้ ยังมีพนักงานจากโรงงานสิ่งทอต่างๆ ทั่วประเทศเทศจำนวนมาก เข้าร่วมประท้วงด้วย เพื่อบีบให้รัฐบาลกัมพูชาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จากประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน เป็น 5,000 บาท ซึ่งทางรัฐบาลกัมพูชาสัญญาว่าจะค่อยๆ ทยอยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้เป็น 3,000 ต่อเดือน ปัจจุบันประเทศกัมพูชายังมีประชาชนกว่าร้อยละ 20 อยู่ในความยากจน

ส่วนในประเทศบังกลาเทศนั้น พรรคของนายกรัฐมนตรีหญิง นางชีก่า ฮัสซีน่า ชนะการเลือกตั้งที่พรรคฝ่ายค้านหลักไม่ส่งผู้ลงสมัครแข่งขัน ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมาก จากผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน จากการปะทะกับตำรวจในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมา ถึงแม้พรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของบังกลาเทศจะสลับกันขึ้นเป็นรัฐบาลในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา แต่ทั้ง 2 พรรค ต่างไม่สนใจที่จะเร่งสร้างสถาบันศาลและตำรวจให้เกิดความมั่นคง

ขณะที่ประเทศไทยนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือน ก.พ. ที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีท่าทีจะส่งผู้สมัครลงแข่งขันในการเลือกตั้งเลย ส่วนแกนนำพรรคประกาศลาออกจากสภาฯ เพื่อเดินหน้าประท้วงบนท้องถนน เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนจะมีการเลือกตั้ง เพราะทราบว่าไม่อาจจะชนะการเลือกตั้งได้

คงจะไม่มีวิธีการแก้ปัญหาที่รวดเร็วและง่ายสำหรับการเมืองของทั้ง 3 ประเทศนี้ ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ไม่เพียงพอให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่มั่นคงได้ ตราบใดที่ประเทศนั้นๆ ยังไม่มีสถาบันที่สามารถคานอำนาจนักการเมืองได้อย่างสมดุล เราก็คงจะเห็นภาพความไม่สงบเหล่านี้อยู่ร่ำไป.

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น