10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 8 มกราคม 2557

update :8/1/2014 09:52
views : 1288
ที่มา : www.toptenthailand.com , www.kapook.com
ในช่วงรอบวันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีเหตุการณ์ไหนที่น่าสนใจ ทีมงาน toptenthailand ได้ทำการรวบรวมข่าวที่น่าสนใจนำมาให้ท่านแล้วในหัวข้อ 10 อันดับ ข่าวเด่นประจำวันที่ 8 มกราคม 2557 หากไม่อยากตกข่าวห้ามพลาดเด็ดขาด
10.กลุ่มแท็กซี่รวมตัวที่ อตก.3 เรียกร้องศักด์ศรีคืน เดินหน้าสนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมไล่ กปปส.ไปปิด จ.สุราษฎร์ธานี
ที่บริเวณ อตก.3 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้มีกลุ่มแท็กซี่ประมาณ 300 คัน มารวมตัวกันที่บริเวณหน้า อตก.3 โดยมี นายนิคม บุญวิเศษ ประธานสถานีวิทยุโฟร์ชาแนล ซึ่งตั้งอยู่ที่ อตก.3 เป็นผู้นัดหมายกลุ่มแท็กซี่ วัตถุประสงค์เพื่อกู้ศักดิ์ศรีชาวแท็กซี่ กรณีแท็กซี่ถูกทำร้าย และคัดค้านการปิดกรุงเทพมหานคร ของกลุ่ม กปปส. โดยมีการสนับสนุนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57

ส่วนทางด้าน นายนิคม ยังได้มีการนัดหมายกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้มาร่วมกันแสดงจุดยืนและแถลงการณ์เพื่อต่อต้านกลุ่มกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่ขึ้นเวทีของ กปปส.ที่ราชดำเนิน อีกด้วย

โดย 1 ในกลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อเป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยที่กลุ่ม กปปส.จะทำการปิดถนนในวันดังกล่าว เพราะจะยิ่งทำให้ส่งผลกระทบต่ออาชีพและขาดรายได้ นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยุติการชุมนุม โดยถ้าจะปิดถนนจริง ต้องให้ นายสุเทพ ไปปิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี
9.ปูรอด ! ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 308 ส.ส.-ส.ว. รอด73 ราย
ล่าสุด ปปช.ได้มีการชี้มูลความผิดกรณีที่ส.ส.-ส.ว.ร่วมลงชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มาของ ส.ว. ว่ากระทำการส่อไปในทางทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ และปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 หรือไม่ โดยมีการลงมติชี้มูลความผิดแก่ส.ส.-ส.ว. จำนวน 308 คนที่ร่วมลงเสียงและมีผู้รอดจากการชี้มูลจำนวน 73 คน โดยหนึ่งในผู้ที่รอดมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วย

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ในวันนี้ ที่ประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้นัดลงมติแจ้งข้อกล่าวหาคดีถอดถอน 383 ส.ส. – ส.ว.และยังรวมถึงการพิจารณาคดีถอดถอนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วย ส่วนจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาครบจำนวนทั้งหมดหรือไม่ นั้น ต้องดูจากพยานหลักฐานประกอบ และเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมก่อน

สำหรับวันที่ 10 ม.ค.นี้ ป.ป.ช.นัดแจ้งข้อกล่าวหา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้ว ส่วนเจ้าตัวจะเข้ามาชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นั้น ต้องขึ้นอยู่กับบุคคลทั้งสองเอง พร้อมกันนี้ ไม่ขอตอบ แนวโน้มการชี้มูลความผิด นายนิคม จะออกมาทิศทางใด ต้องพิจารณาจากการชี้แจงข้อกล่าวหาก่อน

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 9 ม.ค. ป.ป.ช.จะมีการแถลงข่าว สรุปผลการแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนอีกครั้ง จะแยกแยะทำให้ครบถ้วนจะพยายามทำให้ครบถ้วน ก็ต้องมติของที่ประชุม ยังไม่ได้ต้องให้เขามาแก้ข้อกล่าวหาเพราะเราต้องฟังอีกที ก็จะอยู่ในวันพรุ่งนี้แหละที่จะดูว่าจะต้องมาแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่อย่างไร
ทั้งนี้ กรรมการ ป.ป.ช. ย้ำว่า จะยังไม่มีการชี้มูลความผิดคดีดังกล่าวภายในเดือน ม.ค.อย่างแน่นอน และการวินิจฉัยต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน
8.ปิดล้อมจับกุม 19 เด็กแว้น ซิ่งรถบนถนนจตุรทิศ ได้รถของกลาง 41 คัน
ตำรวจระดมกำลังกว่า 50 นาย สกัดจับกลุ่มวัยรุ่นซิ่งรถจักรยานยนต์บนถนนจตุรทิศฝั่งเขาเข้า ย่านดินแดง โดยจับกุมเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และวัยรุ่น รวม 19 คน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง 41 คัน

วันที่ 8 มกราคม 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนที่เร็ว กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธร 3 จังหวัด ระดมกำลังกว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจับกุมกลุ่มวัยรุ่นแข่งรถจักรยานยนต์ซิ่งบนถนนจตุรทิศฝั่งเขาเข้า มุ่งหน้าถนนดินแดง โดยจับกุมเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี และวัยรุ่น รวม 19 คน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง 41 คัน

ทั้งนี้ พันตำรวจตรี ภาคิน ศิริกุลยาพร หัวหน้าชุดหน่วยเคลื่อนที่เร็วกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนเรื่องวัยรุ่นจับกลุ่มแข่งรถซิ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางนี้

ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงระดมกำลังในการใช้รถยนต์สายตรวจ 3 คัน และรถจักรยานยนต์อีกกว่า 20 คัน เข้าสกัดปิดหัวถนนและท้ายถนน กระทั่งสามารถจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ซิ่งได้ เบื้องต้นตรวจสอบพบว่า กลุ่มรถจักรยานยนต์ซิ่งนิยมใช้เส้นทางดังกล่าวแข่งรถ เนื่องจากสภาพถนนโล่งและเป็นทางตรง จากนั้นจึงควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดส่ง สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาแข่งรถในทางสาธารณะต่อไป
7.ยิงกันที่หมอชิต ออกหมายจับแล้ว 3 เล็งเพิ่มอีก 2 ราย
คลิปยิงกันที่หมอชิต ผบช.น. เผยความคืบหน้า วัยรุ่นยิงกันที่หมอชิต ออกหมายจับแล้ว 3 ราย จ่อออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย พบยังหลบหนีอยู่ในประเทศ

วันที่ 8 มกราคม 2557 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวภายหลังเปิด ศปก.สถานีขนส่งหมอชิต ถึงความคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่น กม.11 ยกพวกยิงถล่มกลุ่มวินรถจักรยานยนต์ภายในสถานีขนส่งหมอชิตว่า ภายหลังจากทางพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว 3 ราย ได้ส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศและยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ ได้เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก ประมาณ 2 ราย ซึ่งตอนนี้ขอให้ชุดสืบสวนได้ทำงานก่อน
6.ชัชชาติ โพสต์อาลัย ครูนิค เหยื่อรถทัวร์ตกเหว ลั่นโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม โพสต์อาลัย ครูนิค อาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เหยื่อรถทัวร์ตกเหว เพชรบูรณ์ พร้อมให้คำมั่นว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่สูญเปล่า

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ได้เกิดอุบัติสลดรถทัวร์ตกเหว จ.เพชรบูรณ์ เมื่อรถทัวร์โดยสารประจำทาง บริษัท สมบัติทัวร์ สายขอนแก่น-เชียงราย หมายเลขข้างรถ 637-20 พลิกคว่ำตกสะพานพ่อขุนผาเมือง หรือสะพานห้วยตอง ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ตอม่อสูงสุดของประเทศไทย บริเวณ ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิตทันที 29 ราย บาดเจ็บ 4 รายนั้น

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (6 มกราคม 2557) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โพสต์ข้อความลงใน เฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หลังคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตขอให้เดินทางไปรับฟังข้อร้องเรียน และร่วมไว้อาลัยบุคคลที่จากไป ซึ่งนายชัชชาติ ก็ให้คำมั่นว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

โดยข้อความทั้งหมดมีเนื้อหาดังนี้...

"เมื่อวันที่ 3 มกราคม 57 หลังจากที่ผมโพสต์เรื่องรถตกเหวที่หล่มสักและมีผู้เสียชีวิต 29 ราย มีแฟนเพจได้ส่งข้อความมาหาผมว่า

"ผมรู้สึกเสียใจและเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งกับอุบัติเหตุซ้ำซากที่เกิดขึ้นบนประเทศไทย ผมเบื่อที่เรื่องราวเหล่านี้เป็นแค่ข่าวหนังสือพิมพ์ 2-3 วันแล้วก็หายไป ทำไมเราต้องเอาชีวิตที่อุตส่าห์สร้างมาด้วยความลำบาก ไปฝากกับคนขับรถ หรือรถโดยสารที่ไม่ได้คุณภาพ แลกกับเศษเงินประกัน แลกกับความพิการหรือเสียชีวิต วันนี้มันเกิดขึ้นใกล้ตัวผม มันเกิดกับคนที่ผมรัก ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก และผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนที่มันจะเกิดกับคนอื่น ๆ หรือแม้แต่เราเอง" โดยขอให้ผมมารับข้อร้องเรียนและพบญาติผู้เสียชีวิต ที่สถานีรถปรับอากาศขอนแก่น ในวันที่ 6 มกราคม 2557

ผมไม่ทราบรายละเอียดว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร ไม่รู้ว่าแฟนเพจท่านนี้คือใคร แต่เห็นความตั้งใจจึงอยากมาเจอ อยากมาฟังข้อเสนอ เลยเดินทางมาขอนแก่นพร้อม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รองอธิบดีกรมทางหลวง และผู้จัดการ บขส.
พอมาถึงขอนแก่นถึงทราบว่า ผู้ที่เสียชีวิตเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ชื่อ ครูนิค เป็นลูกครึ่ง สอนที่นี่มา 9 ปีแล้ว นักเรียนรักทั้งโรงเรียน คุณพ่อเป็นชาวอเมริกันอยู่เมืองไทยมา 19 ปีแล้ว คุณแม่เป็นคนไทย ทั้งคู่มีลูก 10 คน ตอนนี้อยู่ที่โคราช ทั้งคุณพ่อคุณแม่และพี่น้องของครูนิคมาร่วมงานด้วย

บรรยากาศเศร้ามากครับ ผมร่วมเดินไปกับครอบครัว นักเรียน และครู หลายร้อยคน จากโรงเรียนไปสถานีขนส่งที่ครูนิค ขึ้นรถเป็นครั้งสุดท้าย มีการอ่านข้อเสนอแนะของเพจ เครือข่ายเฝ้าระวังอุบัติเหตุจากรถโดยสาร จุดเทียน และ ร้องเพลงไว้อาลัย

ข้อเสนอของเครือข่ายมีดี ๆ หลายเรื่อง หลายอันเราก็ดำเนินการอยู่ ผมได้เน้นย้ำกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงว่า เราต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้โดยสาร ทำเล่น ๆ ไม่ได้ อุบัติเหตุที่เกิดแต่ละครั้ง มันกระทบกับชีวิตคนมากเหลือเกิน
ขอให้ครูนิคและผู้เสียชีวิตทุกท่านไปสู่สุคติครับ เราจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่สูญเปล่าครับ"
5.ชูวิทย์ โพสต์แนะวิธีล้มระบอบทักษิณ ก็แค่ไม่เลือก
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2557 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก "ชูวิทย์ I'm No.5" เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า หากคุณคิดจะล้มระบอบทักษิณ ที่คุณเคยเลือกกันมาเอง คุณก็ต้องล้มระบอบทักษิณด้วยการวิธีไม่เลือกประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ครับ มันไม่มีทางลัด ยกเว้นตัณหาการเมือง กิเลสประชาธิปไตย มันบังตา
4.ชาวนาภาคเหนือ ปิดถนนร้องรัฐจ่ายเงินจำนำข้าว ขีดเส้นตาย 15 ม.ค.
ชาวนาภาคเหนือตอนล่าง ปิดถนน ร้องรัฐจ่ายเงินจำนำข้าว ขีดเส้นตาย 15 ม.ค. ถ้ายังไม่ยอมจ่ายจะยกระดับเป็นขับไล่รัฐบาลแทน
วานนี้ (7 มกราคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา กลุ่มชาวนาจากภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ และ จ.กำแพงเพชร ได้รวมตัวกันปิดถนนสายเอเชีย 117 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวชิรบารมี จ.พิจิตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะมุ่งขึ้นเหนือและเข้ากรุงเทพฯ

โดยกลุ่มเกษตรกรชาวนาได้มาร่วมชุมนุมแล้วประมาณ 500 คน พร้อมทั้งใช้รถบรรทุกเทเลอร์ทำเป็นเวที และติดตั้งเครื่องเสียงขนาดใหญ่แบบถาวร ทำการปิดถนนขาล่องเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดให้รถวิ่งสวนในทางขาขึ้น พร้อมจัดกำลังตำรวจเกือบ 100 นาย คอยอำนวยความสะดวก
3.อ.เจษฎา ลั่นหมดศรัทธาวงการวิทย์ฯ หลังถูกป้ายสี ทักษิณ ซื้อตัว
ผศ.ดร. ว่าที่ร้อยตรี เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ โพสต์เฟซบุ๊ก หมดศรัทธาวงการวิทยาศาสตร์ไทย หลังแสดงจุดยืนว่าเป็นกลุ่มคนขั้วที่ 3 ต่อต้านความรุนแรง-ต้องการการเลือกตั้ง แต่กลับโดนอาจารย์ผู้ใหญ่ในวงการหาว่าถูกทักษิณซื้อตัว และไม่ให้ที่ยืนแก่คนเห็นต่าง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2557 ผศ.ดร. ว่าที่ร้อยตรี เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมารณรงค์ผ่าน เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ประกาศตัวเป็นกลุ่มคนขั้วที่ 3 ซึ่งต่อต้านความรุนแรง ต้องการสันติภาพและอยากต่อสู้ด้วยประชาธิปไตยที่แท้จริงผ่านระบบเลือกตั้งนั้น
ล่าสุด วานนี้ (7 มกราคม 2557) ผศ.ดร.เจษฎา ได้โพสต์ข้อความลงใน เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant อีกครั้ง เนื่องจากการรณรงค์ขอพื้นที่ยืนให้กลุ่มคนขั้วที่ 3 ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และรายการโทรทัศน์ ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตแล้ว โดยระบุข้อความดังนี้....

"เพิ่งถูกพวกอาจารย์ผู้ใหญ่ในวงการวิทยาศาสตร์ โทร. มาต่อว่า ว่าผมถูกทักษิณซื้อไปแล้ว... ตกลงจะไม่มีที่ให้คนเห็นต่างยืนกันบ้างเหรอครับ... สมัยผมทำเรื่อง GT200 ก็ด่าผมกันไปรอบแล้ว ไม่ช่วยอะไรกันซักแอะ... นี่จะมาล่าแม่มดกันอย่างนี้อีกแล้วเหรอครับ รถผมก็เก่า ๆ พัง ๆ บ้านเล็ก ๆ ผมก็ยังส่งไม่หมด มือถือก็หัวเว่ยถูก ๆ ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนพวกอาจารย์ผู้ใหญ่ งานวิจัยผมก็ใช้เงินส่วนตัวทำ-ไม่แบมือขอจากพวกบิ๊กบอสในวงการ แล้วยังมาหาว่าผมรับเงินมาจากใครอีกเหรอครับ... หมดศรัทธาวงการวิทยาศาสตร์ไทยจริง ๆ ครับ เฮ้อ (ป.ล. แล้วสัปดาห์หน้าผมจะไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเขาเนี่ย เขาจะมาเป่านกหวีดไล่ผมมั้ยครับ)"
2.กทม.จ่อปิด146 ร.ร. ลดผลกระทบม็อบปิดกรุง
กรุงเทพมหานคร เตรียมปิด 146 โรงเรียนสังกัด ในพื้นที่ 26 เขต เพื่อลดผลกระทบจากการชุมนุม ในวันจันทร์ที่ 13มกราคม 2557 ดังนี้

เขตพระนคร จำนวน 11 โรงเรียน
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จำนวน 4 โรงเรียน
เขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 3 โรงเรียน
เขตบางรัก จำนวน 5 โรงเรียน
เขตปทุมวัน จำนวน 8 โรงเรียน
เขตยานนาวา จำนวน 6 โรงเรียน
เขตพญาไท จำนวน 1 โรงเรียน
เขตห้วยขวาง จำนวน 3 โรงเรียน
เขตพระโขนง จำนวน 4 โรงเรียน
เขตบางเขน จำนวน 5 โรงเรียน
เขตดอนเมือง จำนวน 6 โรงเรียน
เขตจตุจักร จำนวน 7 โรงเรียน
เขตลาดพร้าว จำนวน 6 โรงเรียน
เขตบางคอแหลม จำนวน 7 โรงเรียน
นเขตบางซื่อ จำนวน 7 โรงเรียน
เขตราชเทวี จำนวน 4 โรงเรียน
เขตคลองเตย จำนวน 4 โรงเรียน
เขตดินแดง จำนวน 3 โรงเรียน
เขตสวนหลวง จำนวน 8 โรงเรียน
เขตหลักสี่ จำนวน 6 โรงเรียน
เขตสายไหม จำนวน 9 โรงเรียน
เขตวังทองหลาง จำนวน 3 โรงเรียน
เขตบางนา จำนวน 7 โรงเรียน
และเขตวัฒนา จำนวน 8 โรงเรียน
1.สุเทพ ลั่น 13 มกราคม 2557 เป็นศึกชิงเมือง ประกาศท้า นปช. ขนคนมาชนกัน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นเวที กปปส. ประกาศท้าชน นปช. ลั่น 13 มกราคม 2557 เป็นศึกชิงเมือง ให้รอดูว่าใครจะมากกว่ากัน ตั้งเป้ายึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังยึดอำนาจ

เมื่อเวลาประมาณ 20.15 น. วันที่ 7 มกราคม 2557 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีราชดำเนิน ระบุว่า การปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคม 2557 นั้น ไม่มีการปิดฝั่งธนฯ ก็กลัวพี่น้องจะน้อยใจ แต่ขอชี้แจงว่า กปปส. มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานไม่ได้ สั่งการข้าราชการไม่ได้ เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว ไม่ต้องการให้ข้าราชการทำงานรับใช้รัฐบาลระบอบทักษิณอีกต่อไป ให้รัฐบาลเดือดร้อนมากที่สุด โดยประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด จึงตัดสินใจปิดเฉพาะฝั่งพระนคร ส่วนชาวฝั่งธนฯ ก็มาช่วยกันปิดกรุงเทพฯ ได้ สำหรับในวันนี้ (7 มกราคม 2557) ได้รับเงินบริจาคหลังเดินเชิญชวนคนฝั่งธนบุรีมาร่วมปิดกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 2,517,050 บาท และในวันที่ 9 มกราคม 2557 กปปส. จะไปเดินชวนชวนชาวฝั่งธนฯ อีกครั้ง

ส่วนเรื่องการปิดกรุงเทพฯ นั้น มีเป้าหมายให้ข้าราชการไม่ต้องไปทำงาน จึงต้องไปปิดตามแยก เพราะรัฐบาลหน้าด้านไม่ยอมไป แต่จะเว้นเลนรถเมล์ไว้ให้ 1 เลน และอนุญาตให้รถแท็กซี่ที่ติดธงชาติวิ่งได้ ส่วนแท็กซี่เสื้อแดง ให้ไปหากินที่อื่นนอกเมือง ไม่ต้องโกรธเคืองกัน รถโรงพยาบาลก็ยังวิ่งได้ปกติ ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่กระทบเรื่องการท่องเที่ยวแน่นอน ทั้งรถโรงแรม รถทัวร์ รถสายการบิน ยังอนุญาตให้วิ่งได้ที่เลนรถเมล์ ซึ่งเป็นการปิดเมืองแบบประนีประนอมที่สุดแล้ว ส่วนข้าราชการบางแห่ง หากปิดไม่ได้ก็ล็อกสำนักงานแล้วมาร่วมกับ กปปส. เลยก็ได้ ส่วนเรื่องที่มีคนทำใบปลิวอ้างเป็น กปปส. ชวนชาวดอนเมืองไปปิดสนามบินนั้น ยืนยันว่า กปปส. จะไม่ปิดสนามบิน ไม่ทำลายการคมนาคม เชื่อว่าพี่น้องแยกแยะได้ เมื่อยอมให้ตนเป็นแกนนำแล้ว ขอให้พี่น้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เมื่อบอกว่าให้ทำแค่ไหนก็แค่นั้น กรุณาอย่าไปแถมเองเดี๋ยวจะเสียขบวน

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังยืนยันว่า เรื่องที่ กปปส. จะแพ้ไม่มีแน่ มีแต่ชนะ ระบอบทักษิณไม่มีวันกลับมาอีกแน่นอน ตอนนี้เลิกเรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกแล้ว เพราะในวันที่ปฏิวัติเรียบร้อยแล้วเป็นรัฐาธิปัตย์เมื่อไหร่ คำสั่งแรกคือยึดทรัพย์รักษาการนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ ครม. ให้ได้ รวมถึงยึดทรัพย์ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้วยเช่นกัน ตนไม่กลัว นปช. ขนคนมาต่อต้านอีกแล้ว เพราะในวันที่ 13 มกราคม 2557 เป็นวันชิงเมืองแล้ว ไหน ๆ ก็บอกว่าเขาเป็นกบฏแล้ว ก็กบฏกันทั้งประเทศเลย ดูว่ามวลมหาประชาชนกับคนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใครจะมากกว่ากัน

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น